<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’อบรมวุฒิภาวะ‘เสรีพิศุทธ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; อบรม &amp;quot;กมธ.&amp;quot; ต้องมีวุฒิภาวะ รู้อำนาจหน้าที่ตัวเอง อย่าเชิญใครเปะปะ พร้อมทั้งให้เกียรติ ไม่ใช่ข่มขู่คุกคาม แนะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ควรมาชี้แจงในสภา &amp;quot;สลน.&amp;quot; ส่งหนังสือย้อนถาม &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ใช้อำนาจใดเรียกนายกฯ แจง &amp;quot;เทพไท&amp;quot; หนุนภาคสังคมเคลื่อนไหวแก้ รธน. ติงนักการเมืองทำสังคมหวาดระแวง &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; งงฝ่ายค้านตั้งเป้าซักฟอก &amp;quot;กมธ.งบฯ 63&amp;quot; ขอ ปธ.สภาฯ ชี้สถานะ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 29 ต.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าชี้แจงกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ทั้งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญว่า สนับสนุนให้ใครที่ได้รับเชิญ แม้กระทั่งรัฐบาล ให้ความร่วมมือในการทำงานของ กมธ. แต่ผู้ที่เชิญก็ต้องมีวุฒิภาวะ ในการเชิญเขามา ต้องให้เกียรติผู้รับเชิญ เพราะเขาไม่ได้เป็นลูกน้อง ไม่ใช่เชิญมาข่มขู่คุกคาม ต้องเชิญมาตามเงื่อนไขของกฎหมาย คือให้ข้อเท็จจริงและความเห็น เพราะระบบเป็นอย่างนี้ก็ต้องเคารพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การเชิญบุคคลมาชี้แจงต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละชุด ไม่ใช่เชิญเปะปะ ต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ตัวเอง ส่วนเชิญใครนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้เชิญ ส่วนผู้รับเชิญสำหรับตนแนะนำว่าควรให้ความร่วมมือมาชี้แจง ซึ่งนายกฯ และผบ.ทบ.ก็อยู่ในข่ายที่สามารถเชิญมาชี้แจงได้ เพราะเคยกราบเรียนนายกฯ ว่าเวลามีอะไรในสภาก็ให้ท่านมาสภา เพราะเราอยู่ในระบบนี้ก็ต้องเคารพระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการชุดนั้นๆ ก็ไปเชิญเขามาชี้แจงไม่ได้ เพราะแต่ละชุดกำหนดบทบาทเอาไว้ในกฎหมายชัดเจน ซึ่งเท่าที่ดูการเชิญบุคคลมาชี้แจงของกรรมาธิการแต่ละคณะก็ยังไม่มีปัญหา&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงภาคประชาสังคมจะมายื่นเรื่องให้แก้รัฐธรรมนูญ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ขณะนี้มี 2-3 คณะ ไม่ใช่เฉพาะคณะของนายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งยังไม่ได้นัดวันที่จะมาพบตน เพียงแต่เป็นข่าวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีกลุ่มอื่นนัดไว้สัปดาห์ก่อน แต่ฝ่ายผู้นัดไม่ว่าง ซึ่งเราก็ยินดี เพราะถือว่าเป็นประโยชน์ แต่ละคนจะได้มารับรู้รับทราบ และหากมีอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ยินดีให้ความร่วมมือและรับฟัง คิดว่าเมื่อทุกคณะมาพบ ก็คงมาเล่าความคิดเห็นให้ฟัง แต่ละฝ่ายคงมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันได้ในบางเรื่อง เช่น ความคิดเรื่องประชาธิปไตยก็คงไม่ต่างกันมากนัก&amp;quot; ประธานสภาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างมาอยู่ในระบบของสภา เพราะภาคประชาชนไปเคลื่อนไหวข้างนอก นายชวนกล่าวว่า รณรงค์ข้างนอกเพื่อให้ความรู้กับประชาชนนั้นไม่เป็นไร แต่ต้องให้ความจริงและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่วนข้อเสนอที่ให้ทำคล้ายกับกระบวนการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น คิดว่าต้องคุยกัน แม้กระทั่ง ส.ว. ซึ่งการปรับปรุงรัฐธรรมนูญอาจจะกระทบเขา ก็ต้องเชิญมาคุยว่าหากจะแก้ไขปรับปรุงจะกระทบเขาจริงหรือไม่ หรือควรจะมีเงื่อนเวลาอย่างไร ดังนั้นทุกฝ่ายควรจะพูดคุยกัน ซึ่งก็คงไม่ง่ายนัก แต่ดีกว่าไม่คุยกัน แม้กระทั่งรัฐบาลตนก็เห็นว่าควรจะคุย เพราะทุกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าโดยส่วนตัวจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมาพูดถึงมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่าย นายชวนกล่าวว่า แล้วแต่คณะ กมธ.จะหารือกัน ส่วนความเป็นไปได้ที่จะให้ภาคประชาชน เช่น นายโคทม เข้ามาเป็นกรรมาธิการด้วยนั้น แล้วแต่เขาจะตั้งเพราะ กมธ.ชุดนี้สามารถตั้งคนนอกได้
ถามใช้อำนาจใดเรียกบิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) โดยนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือที่ นร 0404/10738 ด่วนที่สุด ถึงประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร อ้างถึงหนังสือคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ด่วนที่สุด ที่ สผ 0019.05/547 ลงวันที่ 25 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือ สลน.ระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่าอาศัยอำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือให้กราบเรียนเชิญนายกฯ และ ครม. มาร่วมประชุมเพื่อแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นกรณีการเสนอร่าง พ ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ทั้งๆ ที่นายกฯ และ ครม.ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้ เนื่องจากถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ยังไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ความละเอียดทราบแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สลน.ได้นำกราบเรียนนายกฯ แล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดจนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งข้อ 90(22) กำหนดให้มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีประเด็นขอความชัดเจนในเบื้องต้นก่อนดังนี้ 1.การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร อย่างไร 2.ประเด็นที่อ้างว่า ครม.ยังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้ เนื่องจากเห็นว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ถูกต้องครบถ้วน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ก.ย.62 ไม่รับคำร้องของนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ซึ่งเสนอโดยผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลสรุปได้ว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม.ในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ และการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในวันที่ 17 ต.ค.62 ก่อนการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ครม.ได้เสนอ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 และสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าว โดยมีมติด้วยเสียงข้างมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้ ในวันที่ 8 ส.ค.62 ครม.ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 พ.ศ..... และร่าง พ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ 10 พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาด้วยกรรมาธิการเต็มสภาและเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวไม่มีการทักท้วงและทำหน้าที่ของ ครม.แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีจึงเป็นประเด็นที่ใคร่ขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ เพื่อจักดำเนินการให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ&amp;quot; ท้ายหนังสือ สลน.ระบุ
ยื่น&amp;#39;ชวน&amp;#39;ชี้สถานะธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายดิสทัตให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้ส่งหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ไปยัง กมธ.ป.ป.ช. ดังนั้นตนจะพูดก่อนคงไม่ดี เพราะเขาอาจจะยังไม่เห็นหนังสือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าส่วนตัวมองว่านายกฯ ต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายดิสทัตกล่าวว่า ขอดูคำชี้แจงก่อน ตนคงตอบอะไรไม่ได้ ขอให้มีความชัดเจนของ กมธ.ก่อน ส่วนพรรคฝ่ายค้านมีการหยิบยก พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ขึ้นมานั้น ตนไม่ทราบ แล้วแต่ทางโน้น เพราะเขาเป็นคนหยิบยกขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนที่ยึดแนวทางวิชาการนำการเมือง โดยให้กลุ่มนักวิชาการเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด เพราะกลุ่มนักวิชาการเป็นกลุ่มที่ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง สังคมจะได้ไม่หวาดระแวงว่ามีวาระซ่อนเร้นเพื่อกลุ่มของตัวเอง ซึ่งผิดกับการเคลื่อนไหวของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่จะตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายไม่เห็นด้วยว่าทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเท่านั้น ทำให้ขาดการยอมรับและเสียงสนับสนุนจากสังคมโดยทั่วไปที่มองภาพนักการเมืองในทางลบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า อยากให้นักการเมืองเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวทีรัฐสภาจะเป็นการเหมาะสมที่สุด โดยการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะตั้งขึ้นในสมัยประชุมสมัยที่จะถึงนี้ เพราะมีสัดส่วน ส.ส.จากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อขจัดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคม แต่ละฝ่ายควรจะแบ่งบทบาทการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนจะดีกว่า เพื่อเป้าหมายที่สูงสุดคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;quot; ส.ส.ปชป.รายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงกลางเดือน ธ.ค.ว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่วันที่ 1 พ.ย. นี้ รัฐสภาจะเปิดประชุมสมัยสามัญ โดยปกติเมื่อสภาเปิดแล้วก็จะมีการอภิปรายไม่ได้วางใจ หรือการยื่นญัตติอื่นๆ ซึ่งการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างเดือน ธ.ค.62-ม.ค.63 ซึ่งเป็นการโหมโรงของฝ่ายค้าน ทุกสมัยที่ผ่านมาเป็นลักษณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเองว่า ขอดูรายละเอียดก่อน ต้องดูให้ชัดเจนก่อนว่าหัวข้อที่ฝ่ายค้านจะใช้อภิปรายคืออะไร แต่ไม่รู้สึกกังวล เพราะเท่าที่ทำงานมาก็ยังไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องถูกอภิปราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้ตรวจสอบสถานะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา กมธ.งบปี 63 ว่า ประธาน กมธ.ได้ทำหนังสือไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณากันในชั้น กมธ. เพราะงานหลักคือการพิจารณางบประมาณปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะกล่าวว่า ในส่วนการประชุมพิจารณางบประมาณรายกระทรวงนั้น กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงแรกที่เข้าสู่การพิจารณา โดยตั้งงบประมาณไว้ 7,553 ล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ได้พิจารณางบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ 1,802 ล้านบาท และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า 213 ล้านบาท โดยคณะ กมธ.ตั้งข้อสังเกตงบประมาณเพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารที่ทำการคณะผู้แทนการค้าไทยถาวรประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญา ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 197.6 ล้านบาท ว่าคุ้มค่าหรือไม่ เนื่องจากงบประมาณปี 2563 เป็นงบประมาณขาดดุลและกู้เงินจากต่างประเทศมาทำงบประมาณเกือบ 5 แสนล้านบาท จึงต้องพิจารณาว่าจะเอางบประมาณซึ่งมาจากการกู้ไปซื้อ จะคุ้มกับค่าดอกเบี้ยที่ต้องเสียหรือไม่ เมื่อเทียบกับค่าเช่าที่เช่าอยู่ ทั้งนี้ สำนักงานปัจจุบันเช่ามาเป็นเวลา 24 ปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นยังไม่มีการตั้งเป้าปรับลดงบประมาณ เพราะต้องพิจารณารายละเอียดในชั้นอนุกรรมาธิการ เพียงแต่มีการตั้งข้อสังเกตถึงภาพรวม&amp;quot; โฆษก กมธ.งบประมาณกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., กมธ.งบประมาณ, คุณสมบัติ, ชวน หลีกภัย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a66423da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาน!&#039;ทนายวิญญัติ&#039;ฉะ&#039;ธนาธร&#039;เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ขู่ลั่นพรุ่งนี้จะตั้งข้อสังเกตการโอนหุ้นบ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า #ประเด็นขอให้วินิจฉัยความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อที่ต้องต่อสู้คือ การถือหุ้นบริษัทเอกชนจริงแล้วมีการโอนหุ้นจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงที่เป็นพฤติการณ์การโอนหุ้น เจตนาในการถือหุ้นไว้ก่อนโอนและหลังโอน พยานแวดล้อมนำมาประกอบข้อชี้แจงฟังขึ้นหรือไม่ นี่ต่างหากที่ควรจะพูดกับศาล ไม่ใช่ไปพาดพิงอดีตนายกทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังขอความเห็นใจกลางศาล โดยพาดพิงว่าท่านทักษิณ ถูกกล่าวหาว่ามีประโยชน์ทับซ้อนจริงๆใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณธนาธรรู้จริงแค่ไหน หรือแค่อยากเอาตัวรอดบนความชั่วร้ายของคนอื่นที่ถูกสร้างขึ้น เหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณธนาธรคงปฏิเสธว่าที่ถูกกระทำคล้ายกับท่านทักษิณนั้นไม่จริง เพราะตนมีความตั้งใจดีต่อชาติบ้านเมือง อยากให้เป็นประชาธิปไตย แต่อดีตนายกทักษิณฯ มีเจตนาแอบแฝงและมีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่อยากให้มีประชาธิปไตยเป็นรูปอื่นน่ะหรือ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ไม่สง่างามเลย แทนที่จะแก้เรื่องตัวเองให้ถูกจุดและจริงจังกับการถูกกระทำไปสิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพูดแบบนี้ เพราะผมหวังดีด้วยใจจริง และไม่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรุ่งนี้จะตั้งข้อสังเกตการโอนหุ้นบ้าง ใครจะว่า ผมก็ยินดีรับฟังนะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ทักษิณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, วิญญัติ ชาติมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9d2242a1a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;ส่งกต.เร่งช่วยนศ.ถูกจับในอียิปต์ ยันใต้ไม่พบโยงไอเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.62 - ที่ทำการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บ้านอัมพวัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีนักศึกษาไทยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอียิปต์จับกุมไปตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้จากการที่ตรวจสอบยังไม่พบว่ามีคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มไอเอส แต่อาจจะมีการรู้จักกันส่วนตัว ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องของเขา เพราะบางคนก็ไปเรียนที่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเรื่องนี้เราดำเนินการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าการให้ประชาชนลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ เพราะในการก่อเหตุลอบวางระเบิดมีการใช้ซิมการ์ด ซึ่งจะต้องควบคุมให้ได้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ เพราะโทรศัพท์มือถือสามารถใช้ได้ตลอด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส), ซิมการ์ดภาคใต้, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นศ.ไทยถูกจับที่อิยิปต์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d771c0c5ea96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
