<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พี่ศรี&#039;ตามขยี้&#039;ธนาธร&#039;อุทธรณ์กกต.ไม่โอนหุ้นให้บลายด์ทรัสต์ซัดเข้าข่ายการจงใจหลวกลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ต.ค.62-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;nbsp; ได้มายื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อ กกต.&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัง กกต.มีคำวินิจฉัยกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; ได้เคยแถลงข่าวว่าเมื่อเป็นนักการเมืองตนจะโอนหุ้นของบริษัทในเครือไทยซัมมิท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดให้บลายด์ทรัสต์เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการแถลงก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง&amp;nbsp; แต่หลังจากการเลือกตั้งแล้วปรากฏชัดเจนว่านายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้งได้ ส.ส. จำนวน 83 คน หลังจากนั้นทุกคนคงจะทราบดีว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไมนายธนาธรจึงไม่โอนหุ้นให้กับบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินดำเนินการ ตามที่ตัวเองกล่าวไว้&amp;nbsp; แม้ว่านายธนาธรได้เข้ามาปฎิญาณตนในรัฐสภา&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการตามที่พูดไว้แต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;quot;ล่าสุดนายธนาธรจะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ปรากฏว่าก็ยังไม่ได้โอนบัญชีทรัพย์สินแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นการที่นายธนาธร ยังไม่ได้โอนโดยอ้างว่าตัวเองยังถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องคนละภาคส่วนกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานะของนายธนาธรก็ยังเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่อยู่&amp;quot;
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ กกต.มีคำวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวเป็นเพียงแค่การหาเสียงทั่วไป ไม่ใช่เข้าข่าย ลักษณะเป็นการหลอกลวง จูงใจให้เกิดคะแนนนิยมในตัวเองหรือพรรคของตัวเอง&amp;nbsp; คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ&amp;nbsp; มิฉะนั้นแล้วจะกลายเป็นบรรทัดฐานของนักการเมืองในอนาคตต่อไปว่าในการหาเสียง&amp;nbsp; จะไปพูดจากลับประชาชนอย่างไรก็ได้ โดยที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องไปทำ เพราะเรื่องนี้จริงๆแล้ว&amp;nbsp; หากจะถือว่าเป็นการหาเสียงนั้นต้องพูดในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ในข้อบังคับพรรค&amp;nbsp; ที่พรรคเหล่านั้นได้จดแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งพรรคอนาคตใหม่ได้จดแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนโยบายของพรรคก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องของการที่ผู้บริหารพรรคหรือหัวหน้าพรรค&amp;nbsp; ต้องโอนบัญชีทรัพย์สินไปให้บริษัทจัดการทรัพย์สินแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;quot;เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากให้ กกต.ทบทวน เพราะว่าวันที่ผมได้มายื่นคำร้องไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อาจจะยังไม่มีเรื่องของแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินของนายธนาธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วันนี้นายธนาธรได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp; ก็น่าจะเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่จะบ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวของนายธนาธรก่อนการหาเสียงจะแถงข่าว ว่าโอนหุ้นของตัวเองทั้งหมดที่อยู่ในไทยซัมมิท ให้บลายด์ทรัสต์เป็นผู้จัดการ&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องเหล่านี้น่าจะเข้าข่ายการจงใจหลวกลวง เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงของตัวเอง ซึ่งเป็นบทต้องห้ามของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในมาตรา 73&amp;nbsp; วรรคหนึ่ง (5) &amp;quot;
เมื่อถามว่า กกต.มองว่า การแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวของนายธนาธร&amp;nbsp; เป็นเพียงแค่การหาเสียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้านักการเมืองทุกคน หาเสียงไปลักษณะที่ไม่สามารถทำได้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จะปูถนนด้วยทองคำ จะสร้างตึกหรือมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กทั้งประเทศ&amp;nbsp; แต่ว่าตัวเองไม่สามารถทำได้&amp;nbsp; มิฉะนั้นการปฎิรูปการเมือง ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งมี ส.ส.แต่ละพรรคการเมืองได้หาเสียงกับประชาชน&amp;nbsp; จะโม้จะพูดจะคุยอะไรกับประชาชนก็ได้&amp;nbsp; โดยไม่มีความผิด ซึ่งเรื่องเหล่าตนคิดว่าไม่ควรเป็นบรรทัดฐานในการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร-บลายด์ทรัสต์, ธนาธรโอนหุ้น, พรป.เลือกตั้งส.ส., ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1299b97633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิศราสาวลึก!บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ทฯผู้รับโอนหุ้น &#039;ธนาธร&#039; 11 แห่งรวด 644.3 ล้านช่วง มี.ค.-ต้น พ.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.62 - สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ในช่วงระหว่าง วันที่ 21 มี.ค.2562 , 5 เม.ย.2562 , 8 พ.ค.2562 และ 10 พ.ค.2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โอนหุ้นบริษัทเครือไทยซัมมิท 13 บริษัท (เท่าที่ตรวจพบ) ซึ่งบริษัทดังกล่าวจดแจ้งวัตถุที่ประสงค์ประกอบกิจการสื่อโดยตรงและไม่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อ ไปให้ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด จำนวน 11 บริษัท รวม 49,693,670 หุ้น มูลค่า 644,395,000 บาท (มูลค่าตามทุนจดทะเบียน) และ โอนให้นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย จำนวน 2 บริษัท 83,800 หุ้น รวมมูลค่า 8,380,000 บาท ในจำนวนนี้ 10 บริษัทระบุ เลขหมายใบหุ้น และ วันลงทะเบียนผู้ถือหุ้น วันที่ 8 ม.ค.2562 &amp;nbsp;(อ่านประกอบ:เปิดข้อมูลใหม่ &amp;lsquo;ธนาธร&amp;rsquo; โอนหุ้น 13 บริษัทรวด 652.7 ล. ให้&amp;lsquo;ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท-น้องชาย&amp;rsquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบว่า บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นดังกล่าว เป็นบริษัทของครอบครัวและมีนายธนาธรถือ 72,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท มูลค่า 72 ล้านบาท (18%ของทุนจดทะเบียน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 1 ก.พ.2520 ทุน 2 ล้านบาท นายสรรเสริฐ จุฬางกูร นายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ นายเสรี จึงรุ่งเรืองกิจ นายอาฮง แซ่จึง น.ส.อริสดา จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.สมพร แซ่ตั้ง และ น.ส.หทัยรัตน์ ธนสมุทร เป็นผู้ถือหุ้นชุดแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.2532 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาร่วมถือหุ้นจำนวน 11,100 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.2538 นายสรรเสริฐ จุฬางกูร และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถอนหุ้นออก และมีชื่อนายธนาธร ถือ 6,600 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 62,000 หุ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.2547 นายธนาธรได้โอนหุ้นให้นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2557 มีผู้ถือหุ้น 4 คน นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือ 280,000 หุ้น น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือคนละ 40,000 หุ้น จำนวนหุ้นทั้งหมด 400,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท ไม่มีชื่อนายธนาธรร่วมถือหุ้น &amp;nbsp;และไม่เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเรื่อยมาจนถึงปี 2561 &amp;nbsp;(เอกสาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2562 นางสมพร นำส่งสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ชุดใหม่ ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดสมุทรปราการ ณ วันที่ 20 มี.ค.2562 มีผู้ถือหุ้น 6 คน นางสมพร ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นจาก 280,000 หุ้น เหลือเพียง 40,000 หุ้น หุ้นที่ลดลง จำนวน &amp;nbsp;240,000 หุ้น ได้โอนให้บุตรทั้ง 5 คน ได้แก่ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนละ 32,000 หุ้น โอนให้ นายธนาธร และนายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนละ 72,000 หุ้น เท่ากับบุตรทั้ง 5 คนถือครองเท่าๆกันคนละ 72,000 หุ้น (มูลค่า 72 ล้านบาท) (ดูเอกสารและตาราง) และยังคงถือครองอยู่จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด แจ้งวัตถุที่ประสงค์ล่าสุด 30 ข้อ ไม่มีข้อใดที่ระบุ ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ เพียงระบุ ข้อ (18) ประกอบกิจการบริการจัดเก็บ รวบรวม จัดทำ จัดพิมพ์และเผยแพร่สถิติ ข้อมูลในทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การเงิน การตลาด รวมทั้งวิเคราะห์และประเมินผลในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ว่า การโอนหุ้น 13 บริษัทของนายธนาธร เป็นการโอนให้บริษัทในครอบครัวที่ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นอยู่นั่นเอง&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36601</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทเครือไทยซัมมิท, สำนักข่าวอิศรา, หุ้นธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda5dd98c82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบสั่งจราจรเป็นหลักฐานซื้อขายหุ้นได้เรอะ?&#039;สุทิน&#039;ชี้คนโกหกไม่ทำชั่วไม่ทำบาปไม่มี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62 - นายสุทิน วรรณบวร &amp;nbsp;อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส &amp;nbsp;แนวร่วมกลุ่มกปปส. เมื่อครั้งชุมนุมขับไล่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;ใบสั่งจราจรเป็นหลักฐานซื้อขายหุ้นได้เรอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นมูลค่าร้อยล้านพันล้าน เขาใช้ใบสั่งจรจร บัตรผ่านทางด่วน สัญญาณโทรศัพท์เป็นหลักฐานยืนยัน ว่าได้ทำธุกรกรรมอำพลางกันวันเวลาไหนเรอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาไม่ใช้หลักฐานการจ่ายเงินโอนเงินซื้ิอขายกันวันไหนเวลาไหนเรอะ เช็คที่เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานการซื้อขายจ่ายโอนกันไม่ได้ลงวันเวลาจ่าย เวลาโอนถ่ายเปลี่ยนมืิอกันเรอะ เขาไม่ใช้วันเวลาแจ้งจดทะเบียนซื้ิอขายเป็นหลักฐานเรอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าโกหกกันแต่ต้นแล้วต้องโกหกกันไปไม่มีที่สิ้นสุด คำพระสอนว่า คนโกหกไม่ทำชั่วไม่ทำบาปไม่มี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทวีลัค มีเดีย, พรรคอนาคตใหม่, สุทิน วรรณบวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;อัดฝ่ายตรงข้าม กล่าวหาลอยๆ ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ว่าตนไม่ได้โอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทำอะไรในวันโอนหุ้นวี-ลัค?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังแปลกใจมาจนถึงทุกวันนี้ว่าเหตุใดกรณีการโอนหุ้นวีลัคของผมจึงกลายเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจมากขนาดนี้ ทั้งที่ไม่มีอะไรผิดแปลกในทางกฎหมายเลย คนที่กล่าวหาว่าผมไม่ได้โอนหุ้น ก็กล่าวหาลอยๆโดยไม่ต้องมีหลักฐานทางกฎหมายหรือวิทยาศาสตร์ใดๆ และกล่าวหาอย่างซ้ำๆ ทุกวันอย่างเป็นระบบผ่านสื่อต่างๆ จนทำให้มีผู้คนเชื่ออย่างผิดๆ เป็นจำนวนมาก จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่าผมไม่ได้โอนหุ้นในวันดังกล่าวได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเรื่องที่อยู่ของผมในวันที่ 8 มกราคม เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดีว่าคนที่โจมตีผมไม่เคยแสดงหลักฐานเลยว่าผมอยู่ที่ไหน หรือเมื่อแสดงแล้ว แต่ถูกพิสูจน์ว่าผิดก็ไม่เคยออกมาขอโทษกับสาธารณะ ทำให้ภาระการพิสูจน์ตกอยู่ที่ผู้ถูกกล่าวหา อย่างในกรณีนี้ มีการจับผิดเรื่องการสัมภาษณ์ที่ไม่ตรงกันเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่มีใครสามารถแย้งข้อเท็จจริงในระดับพื้นฐานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสาธารณชนอยากทราบข้อเท็จจริงว่าผมทำอะไรในวันที่ 8 มกราคม ที่มีการโอนหุ้น ผมก็พร้อมอธิบาย และหวังว่าจะไม่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้อีก เพราะเรื่องเขาสู่การพิจารณาของ กกต. แล้ว และสังคมไทยยังมีเรื่องที่สาธารณชนควรสนใจกว่าเรื่องการโอนหุ้นของผมอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อในพลังของความจริง แม้ความจริงจะถูกทดสอบ ทำลาย ใส่ร้ายป้ายสีแค่ไหน ก็ยังเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ ช่วยกันพิสูจน์เถอะครับว่า &amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่มีพลังและสามารถยืนหยัดได้ในประเทศนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธรถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทวี-ลัคมีเดีย, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca60355c6930.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ยกประเด็นสำคัญกรณีหุ้นต้องห้ามของ&#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kamnoon Sidhisamarn &amp;nbsp;โดยมี เนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกฎหมายมหาชนจะยึดถือเกณฑ์ตามกฎหมายเอกชนเพียงใด - ประเด็นสำคัญกรณีหุ้นต้องห้ามของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
_________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้คิดใคร่ครวญประกอบการติดตามข่าวมาต่อเนื่อง ประเด็นข้อกฎหมายหลักที่ต้องพิจารณาในกรณีหุ้นบริษัทวี-ลัคมีเดียของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ก.ต.จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยึดวันที่บริษัทฯส่งแบบ &amp;#39;บอจ. 5&amp;#39; ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือ วันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่ฝ่ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจกล่าวอ้าง คือ วันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง 2561 มาตรา 42 (3) แล้ว มีข้อกฎหมายสำคัญที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีนี้คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 1129 วรรคสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 1129 อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่งตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และฝ่ายสนับสนุน ยึดถือเวลาตามข้อ 2 โดยมีประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสามนี้เป็นฐานสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหมายตามมาตรา 1129 วรรคสามนี้คือเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องส่งแบบ บอจ. 5 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทฯทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะแจ้งปีละ 1 ครั้งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัทนี่แหละคือปมปัญหาเมื่อนำมาใช้กับกรณีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลภายนอกย่อมยากจะรู้ได้ว่าในระหว่างปีมีการโอนหุ้นกันกี่ครั้ง และเอกสารการโอนหุ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะรู้ได้แน่นอนว่าเป็นจริงตามวันที่ในเอกสารหรืออาจจะมีการทำขึ้นย้อนหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกฎหมายแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีหลักคิดผุดขึ้นมาว่ามาตรา 1129 วรรคสามคือเหตุผลของกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็น &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มีวัตถุประสงค์ในการวางกฎเกณฑ์ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีความเท่าเทียมกัน ทำมาค้าขายกัน ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังตนเองกันตามสมควร รัฐไม่ควรวางกฎเกณฑ์ที่อาจจะสร้างภาระให้แต่ละฝ่ายมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือจะเอากฎเกณฑ์ตาม &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มาใช้กับ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้แค่ไหน เพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่วางกฎเกณฑ์ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ของบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่ากฎเกณฑ์ &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณฑ์ทาง &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้ทั้งหมด หากแต่สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะบางประการที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อการทำหน้าที่ขององค์กรที่ทำหน้าที่ในทางมหาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายมหาชนมุ่งคุ้มครองมหาชนที่ประกอบด้วยบุคคลมีระดับความรู้ความสามารถและสถานะแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานกับกฎหมายเอกชนที่รัฐเพียงวางกฎเกณฑ์สำหรับการทำมาหากิจของบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเท่าเทียมกัน รัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากเกินความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาสู่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีนี้ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; ตามประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสาม เป็นองค์กรอิสระนาม &amp;#39;ก.ก.ต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่สำคัญยิ่งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองบุคคลที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ออกไปจากการเข้าสู่อำนาจรัฐ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้ยังมีโทษค่อนข้างแรง !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ก.ก.ต.จะรู้ได้อย่างไรว่าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจยังคงถือหุ้นที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; อยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อเอกสารแบบ บอจ. 5 ที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันเวลาตามข้อ 1 วันที่ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ก.ก.ต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นตามข้อ 2 ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดการโต้แย้งแตกแขนงไปอีกหลายประเด็นว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 วรรคสาม จึงไม่น่าจะนำมาหักล้างกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 42 (3) ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เชื่อว่าก.ก.ต.น่าจะต้องยึดถือระยะเวลาตามข้อ 1 ตามเอกสารที่ปรากฎต่อราชการเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือยึดตามแบบ บอจ. 5 ที่ปรากฎเป็นครั้งแรกต่อทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;_________
ทั้งหมดนี้ พยายามพูดตามความเข้าใจด้วยภาษาชาวบ้านที่พอเรียนพอรู้กฎหมายอยู่บ้างเท่านั้น ที่ลองตั้งประเด็นขึ้นมาเพราะเห็นว่าน่าสนใจในทางวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อยุติ จะอยู่ที่ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ ก.ก.ต.ในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณีในท้ายที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34520</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คำนูณ สิทธิสมาน, ธนาธรถือหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทวีลัค มีเดีย, พรรคอนาคตใหม่, อนค., โอนเงินให้แม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษายกคำวินิจฉัยศาลฏีกาชี้ &#039;ธนาธร&#039; ขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ วรรคสาม บัญญัติว่า การโอนหุ้นให้แก่กันจะนํามาใช้แก่บริษัท หรือบุคคลภายนอกไม่ได้ จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งช่ือและสํานักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๘๗๓/๒๕๔๓ ว่า การโอนหุ้นจะใช้ยันบุคคลภายนอกไม่ได้ จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๑๒๙ วรรคสาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อโจทก์ขายหุ้นแล้วมิได้จดแจ้งการโอนต่อนายทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯในทะเบียนผู้ถือหุ้นจึงยังคงปรากฏชื่อโจทก์ เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ โจทก์จึงไม่อาจอ้างเหตุว่าได้มีการโอนหุ้นไปแล้วเพื่อใช้ยันจำเลยคือกรมสรรพากรซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ โจทก์จึงต้องนำเงินปันผลจากหุ้นของบริษัทฯ มาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อ้างว่าได้โอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 แต่เมื่อไม่ได้นำไปจดแจ้งการโอนโดยระบุชื่อและที่อยู่ของผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียน ตามแบบ บอจ.5 จึงอ้างการโอนหุ้นใช้ยันบุคคลภายนอกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....การไปยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในระหว่างวันที่ ๔-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้แจ้งการโอนหุ้นต่อนายทะเบียนแต่เพิ่งแจ้งเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ในทะเบียนของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยังปรากฎชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ จึงไม่อาจอ้างว่าได้มีการโอนหุ้นไปแล้วเพื่อใช้ยัน กกต. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ดังนั้น กกต.จึงต้องฟังว่าในวันที่นายธนาธรไปยื่นสมัครรับเลือกตั้งนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....นายธนาธรจึงมีคุณสมบัติต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และ พรป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 42(3) คือเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....การสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ย่อมมีความผิดตาม พรป.การเลือกตั้งฯ มาตรา 151&amp;nbsp;มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1&amp;nbsp;ปี ถึง 10&amp;nbsp;ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....อนึ่งที่กล่าวมาเป็นความเห็นทางกฎหมาย ผู้ใดจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นดุลพินิจของแต่ละคน แต่แม้ไม่เห็นด้วยผู้ที่เป็นอารยชนย่อมไม่ด่าด้วยคำหยาบเฉกเช่นผู้ไร้การศึกษาและขาดการอบรมสั่งสอนจากบุพการีเพราะมีนิสัยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ธนาธรโอนหุ้น, บริษัทวีลัค มีเดีย, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; จี้ &#039;ยุทธนา&#039; แจงเหตุลาออกอนุ กกต. โดนกดดันแจกใบส้ม &#039;ธนาธร&#039; จริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ลำดับความสำคัญและตรรกะของการเลือกตั้งไทยครั้งนี้แปลกดีพึลึก แถมสังคมไทยยอมจำนนกับตรรกะและลำดับความสำคัญที่บิดเบี้ยวนี้อีก เราเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือน แต่ไม่รู้ผลการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบ อีกทั้ง กกต. ผู้จัดการเลือกตั้งบอกไม่ทราบว่าจะคำนวณคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อเช่นไร มีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ศาลบอกเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่ศาล ข่าวสารและสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ตลอด 1 เดือน คือ มีพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นลำดับที่ 2 แย่งชิงประกาศจะตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจแข่งพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง และมีคะแนนรวมน้อยกว่าคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในการหาเสียง แต่สังคมกลับปล่อยให้พฤติกรรมกลับหัวนี้คงอยู่ เราจะยอมให้ตรรกะบิดเบี้ยวครอบงำสังคมไทยเพราะความกลัวหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งข่าวความพยายามเร่งแจกใบส้มให้พรรคฝ่ายตรงข้ามพรรคสืบทอดอำนาจ เริ่มจากกรณีการโอนหุ้น บ.วีลัค มีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่สังคมเริ่มสงสัยในความไม่ชอบมาพากลจากกรณีกระแสข่าวที่ พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี ลาออกจากการเป็นประธานอนุกรรมการ กกต. สอบสวนกรณีโอนหุ้น บ.วีลัค มีเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อ สื่อที่ผลิตคือหนังสือ WHO และหนังสือแจกบนสายการบิน ซึ่งได้เลิกผลิตไปเกือบ 2 ปีแล้ว รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ก็แถลงแล้วว่ามีการโอนหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งขณะนี้บริษัทนี้ได้ทำการปิดตัวลงแล้ว ซึ่งว่าไปที่จริงบริษัทนี้น่าจะไม่มีสื่อมาชี้นำหรือให้ร้ายทำลายคู่แข่งขันในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผิดกับอีกพรรค ที่มีสื่อทีวีดิจิตอลที่นำข่าวที่สังคมจับโป๊ะแตกได้หลายครั้งมาเผยแพร่ทำลายคู่แข่ง โดยมีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในพรรคที่อยากสืบทอดอำนาจ แต่ข่าวสารในสังคมกลับออกมาราวกลับว่านายธนาธรทุจริตเลือกตั้ง เพื่อจะนำไปสู้การแจกใบส้มตามใบสั่งใช่หรือไม่ กรณีนี้ตนขอเรียกร้องให้ พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี เปิดเผยความจริงกรณีที่ต้องลาออกว่าเป็นดังกระแสข่าวที่ว่า มีใบสั่ง &amp;ldquo;ใบส้มธนาธร&amp;rdquo; กดดันจนต้องลาออกจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้มีการแจกใบส้มให้ ส.ส. เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย 1 ใบ ตอนแรกตนนึกว่าผู้ที่ได้รับใบส้มเพราะมีหลักฐานการซื้อเสียงหลายกรณี แต่กลับกลายเป็นการถวายปัจจัยภิกษุที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งในงานทำบุญแห่งหนึ่ง 2,000 บาท ใบส้มในความหมายของกฏหมาย เท่าที่ตนรับทราบมาคือการแจกให้ผู้ที่มีการทุจริตโกงเลือกตั้ง ดังนั้นการแจกใบส้มควรแจกผู้ที่ไปซื้อบัตรประชาชนชาวบ้านแบกกับคะแนนเสียงเป็นรายแรกดีกว่าไหม ความน่าเชื่อถือจากการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการเร่งรีบอยากแจกใบส้มกรณีหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะไม่ใช่กรณีเลือกตั้งใหม่แล้วตัดสิทธิ์ผู้สมัคร 1 ปีเช่น ส.ส. เขต แต่จะเป็นการยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 20 ปี ทั้งที่เป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง และไม่ได้เปรียบในการมีหุ้นในบริษัทสื่อที่จะครอบงำสื่อในการให้คุณให้โทษผู้สมัครอื่น เนื่องจากสื่อของบริษัทที่ถือหุ้นปิดตัวก่อนการเลือกตั้งเป็นปีแล้ว การพิจารณาให้คุณให้โทษผู้ใดควรจะดูข้อเท็จจริงให้รอบด้านทั้งหมด สังคมจะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่ใช่ใช้ตรรกะพิลึกมากลั่นแกล้งผู้ที่เห็นต่าง ให้เป็นสังคมประหลาดและตรรกะพิลึกบิดเบี้ยว ขอเตือนว่าระวังบูมเมอแรงจะย้อนกลับผู้ที่มีธงต้องการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34414</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อชาติ, ธนาธรโอนหุ้น, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, บริษัทวีลัค มีเดีย, ประธานอนุกรรมการ กกต., พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี, แจกใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c243d79ab5a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
