<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แบบฟอร์ม&#039;ทำพิษ!อดีตรมว.คลังชี้ต้นเหตุทำว่าที่ส.ส.ตกม้าตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่า &amp;quot;เหตุที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากหลายพรรคการเมือง ขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะปรากฏว่า เป็นเจ้าของหรือมีหุ้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชน พบปัญหามาจากการใช้แบบฟอร์มการจดทะเบียนบริษัทแบบสำเร็จรูป ซึ่งผู้ประกอบการมักระบุวัตถุประสงค์การตั้งบริษัทอย่างกว้างขวางไว้ก่อนเพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนธุรกิจในอนาคต ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยกรูปนี้มาจากเพจของอนุวรรตน์ ภูมิมาศ..กรณีที่หนึ่งและสอง เป็นบริษัทที่เคยทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และวิทยุกระจายเสียง ถ้าจะพิสูจน์ว่า เลิกไปแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องภายในบริษัท ก็จะหาหลักฐานที่เป็นข้อยุติจนสิ้นสงสัยได้ยาก แต่ที่ผมติดใจคือกรณีที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่ใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูป ที่มีวัตถุประสงค์แบบครอบจักรวาล รวมไปถึงการทำธุรกิจวิทยุกระจายเสียงด้วย แต่ไม่ได้ประกอบกิจการจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการจดทะเบียนแบบนี้ทำกันแพร่หลาย แม้จะทำร้านอาหาร โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ก็จะนิยมใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูป เพราะปลอดภัยดี ถ้าเกิดวันหนึ่งในอนาคต ธุรกิจจะเปลี่ยนไปใกล้เคียงหรือตีความได้ว่าเข้าข่ายนี้ ก็จะไม่มีปัญหาว่าบริษัทดำเนินการเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้...ผมได้ข้อมูลว่า ขณะนี้ได้มีการร้องเรียนอ้างเหตุนี้เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก กระจายหลายพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้นให้แม่, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb20d2370de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;คอพาดเขียง!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นหลักฐานเพิ่มต่อ&#039;กกต.&#039;-โต้แย้งทุกเม็ด&#039;ปิยบุตร&#039;แจงปมหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 เมษา 62) เวลา 13.00 น. สมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อ กกต. เพื่อให้เป็นข้อมูลในการพิจารณาวินิจฉัยของที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในการชี้พิรุธคำแถลงของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ออกมาแถลงแก้ต่างให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวกับปัญหาของการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้นายธนาธร ยืนยันมาตลอดว่า โอนหุ้นให้กับแม่ คือนางสมพร ไปแล้วก่อนสมัครรับเลือกตั้งและขณะทำนิติกรรมการโอนนั้นตนอยู่ กทม. แต่ปรากฏข้อมูลจากสื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าวันดังกล่าว นายธนาธรลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ หาเสียงอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยปรากฏภาพข่าวผ่านเว็บไซต์สำนักข่าวหลายๆแห่ง และเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมานายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ออกมาแถลงแก้เกี้ยวว่า &amp;quot;ในวันที่ 8 ม.ค.นั้นนายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น โดยมีหลักฐานเป็นค่าใบเสร็จอีซี่พาสชัดเจนว่านายธนาธรได้มาถึงกรุงเทพประมาณ 4 โมงเย็น โดยข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสระบุว่าเป็นช่วงเวลาประมาณบ่าย 3 โมง และในวันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรก็ได้นอนค้างอยู่ที่บ้าน ก่อนที่วันที่ 9 ม.ค.นายธนาธรจะได้เดินทางด้วยเครื่องบินไปทำภารกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงเช้า&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากการตรวจสอบข้อมูลในใบเสร็จอีซี่พาสที่ทางพรรคอนาคตใหม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยสำนักข่าวอิศรานั้น พบว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ได้มีการใช้บัตรอีซี่ พาส ขาเข้าที่ด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 โดยเวลาที่ผ่านด่านเก็บเงินที่ 14.57 น. ขณะที่รายชื่อของเจ้าของบัตรอีซี่พาสดังกล่าวนั้นแม้จะถูกปิดเอาไว้แต่ก็ปรากฏว่ามีไม้หันอากาศ และตัวการันต์เป็นส่วนประกอบของชื่อด้วย จึงไม่ใช่บัตรอีซี่พาสของนายธนาธร? นอกจากนั้นการเดินทางจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มายังด่านธัญบุรีต้องใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 27 นาที เพราะมีระยะทางประมาณ 402 กิโลเมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนั้นถ้าหากนำเวลา 14.57 น.ที่นายธนาธรได้เดินทางมาถึง ด่านธัญบุรีไปหักลบด้วยเวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 27 นาที ก็จะพบว่านายธนาธรนั้นน่าจะออกจาก อ.สตึกประมาณ 9.30 น. ถึงจะเดินทางมาถึงด่านธัญบุรี ในเวลา 14.57 น.ได้ โดยใช้เวลาขับรถประมาณ 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่เมื่อนำไปเทียบเคียงกับคำชี้แจงของ นายปิยบุตร ที่ระบุว่า &amp;quot;ในวันที่ 8 ม.ค.นั้นนายธนาธรได้หาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ในช่วงเช้าและขึ้นเวทีในช่วงบ่าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้กลับมาจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อจะมาทำภารกิจในการโอนหุ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
จะพบว่า ค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก นายธนาธรจะเดินทางออกจากบุรีรัมย์ในช่วงบ่าย และมาถึงด่านธัญบุรี ช่องทางที่ 14 ในช่วงเวลา 14.57 น. ระยะเวลาห่างกันแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง ตามที่นายปิยบุตร กล่าวอ้าง และมาถึงที่ด่านทับช้าง ในเวลา 15.14 น.ได้อย่างไร ยกเว้นจะใช้รถแข่ง F1 ซิ่งมาเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนั้น ในคำแถลงของนายปิยบุตรแทนนายธนาธรนั้น สิ่งที่ไม่พูดถึงเลย คือ หลักฐานการโอนเงินค่าซื้อขายหุ้นเข้าบัญชี คือไม่มีสเตตเมนท์ธนาคาร เพราะหลักฐานอื่นๆ สามารถทำปลอมได้ทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนั้น การโอนไปโอนมาระหว่างภรรยาของนายธนาธรให้กับนางสมพร แม่ของธนาธร และจากนางสมพรไปให้หลานอีก 2 คนนั้น ไม่ปรากฏว่ามีเช็คหรือมีหลักฐานตราสาร รวมทั้งสเตตเมนท์ของธนาคารมาแสดงให้ดูให้ครบทั้งหมดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักฐานอีกประการที่ไม่มีการนำมาโชว์คือ หลักฐานการเป็นหนี้ที่นายปิยบุตรแถลงว่าเป็นหนี้สูญ 10 ล้านบาทนั้น เป็นหนี้จริงหรือไม่ มีเอกสารทางบัญชี กำไร-ขาดทุนโดยผู้ตรวจสอบบัญชีมารับรองหรือไม่ มีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วหรือไม่ เพื่อให้เป็นหนี้สูญโดยชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ประเด็นที่นายปิยบุตรอ้างว่านางสมพรแม่ของนายธนาธรโอนหุ้นให้ หลาน 2 คน เพราะบริษัทยังมีหนี้อยู่ 10 ล้านบาท ต้องการทวงหนี้ และอยากให้หลาน 2 คนเรียนรู้นั้น เป็นเรื่องที่เลื่อนลอย ไม่ใช่การปฏิบัติทางธุรกิจตามปกติทั่วไป เพราะการทวงหนี้เพียงให้พนักงานบริษัทธรรมดาๆไปทวง ทำหนังสือเรียกให้ชำระหนี้ หรือให้ทนายความยื่นโนติสก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ถือหุ้นเป็นคนทวง ข้ออ้างของนายปิยบุตรเช่นนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล หากหลาน 2 คนอยากเรียนรู้การทวงหนี้ ก็แค่ทำหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทรับงานทวงหนี้ไปทำได้เลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
อีกประการหนึ่ง นายปิยบุตรอ้างว่า เมื่อโอนหุ้นให้หลาน 2 คนไปแล้ว ไปทวงหนี้พบว่าหนี้เป็น NPL ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หลานจึงโอนหุ้นกลับให้นางสมพรเพื่อปิดบริษัท นี่ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจอีกเช่นกัน เพราะบรรดาผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่ก็สามารถปิดบริษัทเองได้ และจะสะดวกกว่าเพราะแม่ของธนาธรอายุมากแล้ว และประเด็นทางกฎหมายข้างต้น คือ การจะแทงหนี้สูญ หากเป็นหนี้ก้อนโตจะจำหน่ายหนี้สูญให้ถูกกฎหมายและมาตรฐานทางบัญชี จะต้องฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) มิใช่ว่าพอลูกหนี้ผิดชำระหนี้ก็จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ เพราะสรรพากรไม่มีทางเชื่อแน่ หรืออาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาฐานฟอกเงินได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือครองหุ้นสื่อ, ธนาธรโอนหุ้นให้แม่, บริษัท วี-ลัคมีเดีย, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรคอนาคตใหม่, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca56bf035a34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อของฟ้า&#039;ระทึก!กกต.นัดพรุ่งนี้ลงมติชี้ขาดปมถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.62 &amp;nbsp;- มีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ให้คณะอนุกรรมการฯ ที่พิจารณาคำร้องของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อ &amp;nbsp;เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม หลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า การพิจารณาคำร้องที่ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายธนาธร &amp;nbsp;ผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อ หลังสมัครเข้ารับการเลือกตั้ง เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98( 3) หรือไม่นั้น ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว และคิดว่าไม่จำเป็นต้องสอบหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ซึ่งเป็นผู้ร้องอีกคนหนึ่งอีก และหากไม่มีข้อผิดพลาดกกต.จะลงมติชี้ขาดในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34207</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธรโอนหุ้นให้แม่, พรรคอนาคตใหม่, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90e92495c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
