<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.แนะรร.เตรียมอุดมฯคืน&quot;รถตู้เจ้าปัญหา &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับรถตู้จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในโรงเรียน แต่ไม่มีใครรู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น ว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ตนได้รับทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ และข้อสรุปทั้งหมดคงต้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยตนไม่ขอเข้าไปล้วงลูกอะไรให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอย่างเต็มที่ ส่วนจะสอบสวนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในประเด็นไหนนั้นตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลใจหรือไม่หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้วเรื่องนี้จะยุติและไม่คืบหน้า นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกกังวล เพราะโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาถือว่ามีความเข้มแข็ง เพราะคณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเป็นคนมีชื่อเสียง ดังนั้นใครจะทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก หรือเป็นเรื่องที่มีการทำไว้ก็จะมีคนจับตาและตรวจสอบเอง แม้ว่าจะเกษียณไปแล้วแต่ตามกฎหมายในระยะเวลา 6 เดือน-1 ปี ยังคงตั้งสอบสวนวินัยร้ายแรงได้อยู่ ก็ไม่ต้องกัลงวล หรือแม้ว่าจะเลยระยะเวลากำหนดไปก็มีกฎหมายเอาผิดได้อยู่ อย่างไรก็ตาม การทำงานของตนที่ผ่านมา ตนได้วางระบบการทำงานไม่ได้วางระบบแบบตัวบุคคล ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าหากมีนักการเมืองเข้ามาแล้วจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะหากทำเช่นนั้นก็ต้องสู้กันด้วยเรื่องระบบการทำงานมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้เดินทางมารายงานเรื่องดังกล่าวให้นายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) รับทราบแล้ว ซึ่งทาง รองเลขาฯ กพฐ.ได้ให้ข้อแนะนำว่า เนื่องจากรถตู้ 2 คันดังกล่าว ถือว่าเป็นรถที่ผิดกฎหมาย ไม่มีในทะเบียนคุรุภัณฑ์ ดังนั้นการจะดำเนินการใดๆ กับรถทั้ง 2 คันนี้ ถือว่าผิดกฎหมาย จึงต้องมีการดำเนินการส่งคืนให้กับที่มาของรถทั้ง 2 คัน โดยให้ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการอย่างเร็ว และเท่าที่ตนรับขณะนี้ทาง ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ได้มีการทำเรื่องเพื่อขอคืนรถให้กับทางสมาคมของโรงเรียนแล้ว ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายในกรณีนี้ก็เหมือนกับการรับของเถื่อน ไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งโรงเรียนเป็นสถานที่ราชการจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ถูกต้อง คือ มาอย่างไรก็ต้องคืนไปเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รถตู้ทั้ง 2 คัน มาในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีการศึกษา 2560 คันหนึ่งมีการขับรถมาจอดบริเวณโรงเรียนและฝากกุญแจรถที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ส่วนอีกคันหนึ่งได้รับมาจากกรรมการสมาคมของโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ซึ่งจากนี้ทางโรงเรียนก็คงต้องดำเนินการส่งคืนรถทั้ง 2 คัน รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย อย่างไรก็ตาม ทางสพม.เขต 1 กทม. จะมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&amp;ldquo;รองผอ.สพม.เขต 1 กทม. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31900</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ธนารัตน์ สมคเณ, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, รถตู้เจ้าปัญหา, รร.เตรียมอุดมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d07270f3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
