<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกินไปไหม!นักวิชาการฟาดกลับ&#039;ณวัฒน์&#039;จี้ให้ซีพีบริจาค100ล้านแบบนี้มันเรียกว่าข่มขู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ค.64 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี&amp;nbsp; ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ไลฟ์สด จี้ให้บริษัทในเครือซีพีของเจ้าสัว &amp;ldquo;ธนินท์ เจียรวนนท์&amp;rdquo; ออกมาบริจาคเงิน 100 ล้านบาท เข้าโครงการ ณวัฒน์เพื่อคนไทย ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกินไปไหมครับ? แบบนี้มันเรียกว่า &amp;quot;ข่มขู่&amp;quot; แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากซีพีออกแถลงการณ์โต้ณวัฒน์ ว่าได้บริจาคช่วยสู้โควิดไปแล้วกว่า 1,200 ล้าน แต่นายณวัฒน์ยังไม่จบบอกว่าจะเอา 100 ล้านจากซีพีให้ได้ และไม่ต้องมาบอกว่าบริจาคไปแล้ว 1,200 ล้าน เพราะเขาไม่สนใจ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะเอา 100 ล้านจากซีพี ไม่ต้องมากระแทกผม ไม่ต้องมาออกข่าวว่าให้ไปแล้ว 1,200 ล้าน เรื่องของพวกแก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังมีการไล่ตระกลเจียรวนนท์ออกนอกประเทศ ไล่ให้กลับประเทศจีนไปด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงธนินท์ เจียรวนนท์ เขาก็เป็นคนไทย เกิดเมืองไทยที่จังหวัดอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มึงกลับประเทศมึงไปเลย มึงออกไปอยู่ประเทศที่มึงเคยมาไปมึงรีบกลับไปเลย ญาติอยู่ทางไหนมึงไปทางนั้นเลย ไอ้พวกนี้รวยเพราะคนไทย แล้วคนไทยก็จนเพราะมัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เหยียดเชื้อชาติ
-----------------------
ข่าวและภาพประกอบ: &amp;ldquo;ณวัฒน์&amp;rdquo; ฟาดอีก จี้จะเอา 100 ล้านจากซีพีให้ได้ ไล่ออกนอกประเทศ ขอคนไทยแบนสินค้านายทุน
https://mgronline.com/entertainment/detail/9640000069898&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, ดร. กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ธนินทร์ เจียรวนนท์, ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, เครือซีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3dcb3b2e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เจ้าสัวธนินท์&quot;มาเอง จับมือร่วมกับ &quot;ม.แม่โจ้&quot; วิจัยกัญชง หวังชิงเค้กตลาดอาหารสุขภาพระดับครัวโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64- &amp;nbsp;นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานและสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มี นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และ รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ลงนาม โดยมี นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บจ.เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส รวมถึงคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมงานด้วย ณ อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ประชาชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดกัญชงอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคและนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ทั้งสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก และวิธีการปลูก ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &amp;quot;ครัวของโลก&amp;quot;ได้อย่างยั่งยืน โดยจะทำการวิจัยระบบมาตรฐานในการเพาะปลูก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุว่า ความร่วมมือวิจัยพัฒนาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในวงการการศึกษาของประเทศไทย ด้วยความชำนาญของทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และความพร้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีหน่วยงานด้านพืชครบวงจรเข้ามาร่วมกันพัฒนา ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงาน RD Center ของซีพีเอฟซึ่งมีความพร้อมในการวิจัยพัฒนาอาหาร ช่วยต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าให้ครบถ้วน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตของเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ม.แม่โจ้ ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชงและกัญชา มาตั้งแต่ปี 2554 และมีความเชี่ยวชาญในการปลูกด้วยวิธีอินทรีย์ ปัจจุบันงานวิจัยพัฒนาพืชกัญชงและกัญชากำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก แต่ไม่มีความร่วมมือใดที่จะครบถ้วนรอบด้านและมีความพร้อมเท่ากับความร่วมมือครั้งนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะค้นพบสายพันธุ์ที่ดี มีเทคนิควิธีการปลูกที่ดี และใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนตอบสนองการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างเพียงพอ สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค และต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ&amp;rdquo; รศ.ดร.วีระพล กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า ซีพีเอฟตอบสนองนโยบายรัฐ และให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง โดย CPF RD Center จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่เติมสารสำคัญจากพืชกัญชง ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูก เพื่อตอบโจทย์สุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การวิจัยพัฒนาพืชกัญชงเป็นเรื่องท้าทาย ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เมื่อได้ร่วมมือกับ ม.แม่โจ้ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เชื่อว่าจะสามารถผลิตพืชกัญชงคุณภาพ ในปริมาณที่มากพอสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ โดยอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชงซึ่งเป็นสารที่ดีต่อสุขภาพจะออกสู่ตลาดได้ภายในปีนี้ ขึ้นอยู่กับการประกาศของภาครัฐ&amp;rdquo; นายประสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พืชกัญชง เป็นพืชที่มีคุณค่าของสารสำคัญมากมาย อาทิ CBD ที่งานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งระบบประสาทและสมอง ระบบหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเทอร์ปีนที่ช่วยผ่อนคลาย และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเมล็ดของพืชกัญชง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน รวมถึง มีไขมันโอเมก้า 3,6,9 ซึ่งดีต่อร่างกาย นอกจากนี้กากเมล็ดกัญชงยังนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ได้อีกด้วย &amp;nbsp;ความมหัศจรรย์ของกัญชงคือ เป็นพืชที่ดูดซึมสารอาหารจากดินได้ทั้งหมด ดังนั้นการควบคุมและระบบการจัดการเป็นเรื่องสำคัญ นอกเหนือจากสายพันธุ์ที่ต้องวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้ได้กัญชงที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่การผลิตอาหาร&amp;nbsp;ความร่วมมือในการวิจัยพัฒนากัญชงอย่างครบวงจรตั้งแต่สายพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการแปรรูปเป็นอาหารนี้ จะสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรมีสายพันธุ์และเทคนิควิธีดูแลพืชอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการในวิถีอินทรีย์ และนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารสำเร็จรูป จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของประเทศ ตอบโจทย์อาหารสุขภาพ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ &amp;quot;ครัวของโลก&amp;quot; ได้อีกทางหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96264</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เมนูกัญชา, กัญชง, ซีพีเอฟ, ธนินทร์ เจียรวนนท์, ม.แม่โจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60509f69cacd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;มึนสื่อฮ่องกงเต้าข่าว&#039;เจ้าสัวซีพี&#039;จะเป็นนายกฯ ลั่นถ้าไม่เลิก&#039;ซ้าย-ขวา&#039;ก็ไปไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62-​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสื่อฮ่องกงรายงานว่า นายกฯของไทยคนต่อไปคือนายธนินท์ เจียรวนนท์ อดีตผู้บริหารเครือซีพี ได้ยินข่าวนี้หรือไม่ ว่า &amp;ldquo;เป็นไปได้ยังไง ผมไม่รู้เหมือนกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนต่อไปจะพิจารณากรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่คิด วันนี้ทุกพรรคเขาก็หารือกันเอง อย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องเลย ฉะนั้นยังไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เป็นเรื่องของคนที่คาดว่าจะเป็นรัฐบาล เขาก็คุยกันมา คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยให้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลดความขัดแย้ง ผมเคยบอกไว้แล้ว ถ้าทุกคนยังคิดเป็นซ้ายคิดเป็นขวา โดยไม่หาทางตรงกลางที่จะมาร่วมกัน มันก็ไปไม่ได้หมดทุกเรื่อง ทุกรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หารือถึงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่จะจัดวางหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้คุยกัน ให้เขาคุยกันมา ถ้าเขาคุยกันได้เรื่องอย่างไร กับคนที่ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีใหม่ จากนั้นก็ต้องนำมาให้นายกฯเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งตนยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ ขณะนี้คิดว่าเขาคงคุยกัน และวันนี้บางพรรคเพิ่งจะประชุม ยังไม่ได้ข้อยุติทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จากบรรยากาศการจับขั้วพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีพรรคที่จะร่วมกับพรรคพปชร.กว่า 10 พรรค มองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร ก็ต้องมองให้มันดี ถ้ามีหลายพรรคอาจจะดีไปอย่าง คือทุกนโยบายที่ได้หาเสียงกันมาและได้รับคะแนนเสียงมา มันต้องนำไปสู่การปฏิบัติ แต่จะปฏิบัติอย่างไรก็ต้องร่วมมือกันทำ ถ้าไม่ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะกี่พรรคมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ถ้าทุกคนมุ่งเน้นแต่จะเอาของตัวเองมัน ไม่ได้ ทั้งหมดถ้ามาร่วมอยู่ในนโยบายของรัฐ ก็สามารถที่จะจัดทำแผนว่าจะทำอย่างไร ได้แค่ไหน ในแต่ละระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นตัวอย่างหลายประเทศเวลาทำอะไรขึ้นมา สมมติว่านโยบายอะไรก็ตาม ถ้าอยากจะทำให้ประชาชนเห็นชอบทั้งหมด มันคงไปไม่ได้เพราะจะสร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้นหลายอย่าง ฉะนั้น มันจะต้องเดินเป็นขั้นเป็นตอนทุกเรื่อง สิ่งที่เขาหาเสียงกันมา ผมยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมบอก ครม.ใหม่ รัฐบาลใหม่ ไม่ใช่จะทำงานง่าย เพราะมีกฎหมายอะไรต่างๆออกมาหลายตัว และที่ผ่านมาแม้ผมจะมีอำนาจเยอะพอสมควร ผมก็ยังไม่ดันทุรัง บางเรื่องผมก็ทำไม่ได้ แต่สามารถคิด และกำหนดเป็นแนวทางไว้ได้ในวันข้างหน้า ผมก็หวังแต่รัฐบาลใหม่เขาจะทำต่อเนื่องไป อะไรที่มันดีก็ทำต่อ ที่ไม่ดีก็แก้ไข แค่นั้น ฉะนั้น การเมืองมันน่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่มุ่งเอาชนะคะคานกัน และตำแหน่งเหล่านี้มันไม่ใช่ขายของ ทุกคนมองเป็นเรื่องการขายของ พอพูดไปมากๆเข้า เขาจะเชื่อมั่นรัฐบาลเราหรือ กลายเป็นต่อรองอะไรกันเยอะแยะไปหมด ผมว่าเขาคุยกันรู้เรื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซักว่าจริงเท็จแค่ไหนที่มีข่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม มีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า &amp;ldquo;ไม่จริงหรอก&amp;rdquo; พร้อมกับกล่าวอีกว่า ก็คุยกันว่า สถานการณ์ทางการเมืองมันเป็นยังไง อย่างไร อะไรที่เราควรจะให้เขาทำต่อบ้าง ก็สุดก็แล้วแต่รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาแล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า ตามที่เคยระบุว่า กระทรวงกลาโหม มหาดไทย คลัง และคมนาคม ต้องเป็นของพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกว่าทุกพรรคเขาก็หวังอย่างนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เดือนมิถุนายนจะได้เห็นรัฐบาลใหม่แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;อยู่ที่พวกเราจ๊ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36387</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรัฐบาล, ธนินทร์ เจียรวนนท์, นายกฯ, บิ๊กตู่, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3a847db82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าสัวธนินทร์ทิ้งเก้าอี้ซีพีเอฟอ้างภารกิจเยอะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เมษายน 2562 นางกอบบุญ ศรีชัย เลขานุการ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า นายธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีภารกิจมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลาปฏิบัติงานให้กับบริษัทได้อย่างเต็มที่ โดยมีผลในวันที่ 24 เม.ย. 62 ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและสรรหากรรมการของบริษัท อยู่ระหว่างการสรรหาบุคคลที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาแต่งตั้งให้เข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับซีพีเอฟ ถือเป็นบริษัทประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่จำแนกธุรกิจหลักตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ ออกเป็น 3 ประเภท คือ ธุรกิจอาหารสัตว์ ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์, ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ (Fฝฝได้แก่ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า และการแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน และธุรกิจอาหาร ได้แก่ การผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก และการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารพร้อมรับประทาน รวมถึงกิจการค้าปลีกอาหารและร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ กำไรสุทธิปี 61 อยู่ที่ 15,531.470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272.15 ล้านบาท จากปี 60 อยู่ที่ 15,259.320 ล้านบาท นอกจากนี้ จะจัดประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำปี 61 ให้แก่ผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 0.65 บาท โดยเงินปันผลดังกล่าว บริษัทได้มีการจ่ายครั้งแรกเป็นเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 คงเหลือเป็นเงินปันผลจ่ายครั้งที่สองในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพีเอฟ, ธนินทร์ เจียรวนนท์, บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01ff28f328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
