<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.แห่ปิด สังกัดสพฐ. 469โรง - เอกชน 187 โรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

23ธ.ค.63- ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงสถานการณ์การพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ในพื้นที่หลายจังหวัด ว่า ขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ปิดการเรียนการสอนแล้ว จำนวน 465 โรง ใน 19 เขตพื้นที่การศึกษา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 13 เขต ได้แก่ สพป.กทม. 9 โรง สพป.กำแพงเพชร เขต 2 14 โรง สพป.เชียงใหม่ เขต 3 19 โรง สพป.ราชบุรี เขต 1 1 โรง สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 1 โรง สพป.นครปฐม เขต 1 1 โรง สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 79 โรง สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 24 โรง สพป.สมุทรปราการ เขต 1 58 โรง สพป.สมุทรสาคร 102 โรง สพป.สมุทรสงคราม 1 โรง สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 5 โรง และ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 1 โรง รวม 315 โรง และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 6 เขต ได้แก่ สพม. เขต 1 59 โรง สพม.เขต 2 จำนวน 22 โรง สพม.เขต 3 จำนวน 24 โรง สพม.เขต 4 จำนวน 33 โรง สพม.เขต 9จำนวน 1 โรงและ สพม. เขต 10 จำนวน 11 โรง รวม 150 โรง อย่างก็ตาม ตนได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีการปิดโรงเรียนเพิ่มเติม ประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้เข้ามาทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมทั้งได้กำชับให้โรงเรียนมีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด

ด้านนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า สำหรับข้อมูลจำนวนโรงเรียน เอกชนในระบบที่ปิดการเรียนการสอนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 187 โรง ใน 20 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 120 โรง กาญจนบุรี 4 โรง กำแพงเพชร 2 โรง จันทบุรี 1 โรง ฉะเชิงเทรา2 โรง ชลบุรี 5 โรง เชียงใหม่ 4 โรง นครปฐม 29 โรง นนทบุรี 8 โรง ปทุมธานี 41 โรง มุกดาหาร 1 โรงราชบุรี 2 โรง สมุทรปราการ 14 โรง สมุทรสงคราม 8 โรง สมุทรสาคร 18 โรง สระบุรี 8 โรงสุพรรณบุรี 17 โรง อุดรธานี 1 โรง อุตรดิตถ์ 1 โรง อุบลราชธานี 1 โรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87820</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปิดโรงเรียน, #โควิด-19, ธนุ วงษ์จินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d0753fe4645d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เตรียมเงิน100 ล้าน ฟื้นฟูโรงเรียนน้ำท่วมภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ธ.ค.63- สพฐ. เตรียม งบฯฟื้นฟู ดูแลโรงเรียนภาคใต้ &amp;nbsp;100 ล้าน หลังประสบภัยน้ำท่วมหนัก &amp;ldquo;ธนุ&amp;rdquo; เผย ทุกโรงเรียนกลับมาเปิดตามปกติแล้ว &amp;nbsp;แต่ยังยังมีอีกหลายโรงเรียนที่น้ำยังไม่ลด &amp;nbsp;ทำให้ตัวเลขงบประมาณช่วยเหลืออาจจะยังไม่นิ่ง อุตุคาดพายุเข้าแถบสงขลา และ3จังหวัดชายแดนใต้สัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ประสบการปัญหาอุทกภัยนั้น ขณะนี้ ทุกโรงเรียนกลับมาเปิดและจัดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายอัมพร พินะสา เลขาฯ กพฐ. พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รวมถึงได้มอบนโยบายให้แต่ละโรงเรียนดำเนินการสำรวจความเสียหายและจัดทำรายละเอียดส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง &amp;nbsp; เพื่อที่เสนอของบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซมหลังประสบภัย และนักเรียนจะได้ใช้อุปกรณ์การเรียนที่ดี โดยขณะนี้มีโรงเรียนหลายแห่งได้มีสำรวจข้อมูลประมาณการการใช้งบประมาณ และส่งภาพถ่ายเสนอเข้ามายังส่วนกลางบ้างแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีหลายพื้นที่ที่น้ำยังไม่ลดอยู่ในระดับที่จะเข้าไปสำรวจได้ ดังนั้น สพฐ.จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาในการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากโรงเรียนไหนมีความพร้อม ก็สามารถเสนอข้อมูลเข้ามาที่ สพฐ.ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการเรื่องนี้ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่หลัก 100 ล้านบาท ซึ่งเราได้มีการจัดเตรียมงบฯ เหลือจ่ายเข้ามาบริหารจัดการปรับปรุง ซ่อมแซมโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ทั้งนี้หากงบประมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ สพฐ.จะดำเนินการเสนอของบประมาณจากรัฐบาลต่อไป&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.
ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าในช่วง1-2 วันนี้จะมีฝนตกหนักภาคใต้ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส &amp;nbsp; และในสัปดาห์หน้าอาจมีพายุเข้าลูกใหญ่ ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนัก ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เหมือนจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง เมื่อช่วง 2ปสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87258</URL_LINK>
                <HASHTAG>#งบประมาณ, ธนุ วงษ์จินดา, น้ำท่วมภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92ec894146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ปิ๊งไอเดียสร้างรร.ต้นแบบประจำตำบล  ทำให้เหมือนยกรร.เตรียมฯ มาไว้ที่ตำบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ต.ค.63-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงศ์จินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาราชการรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ได้มอบหมายให้ตนดูแลเรื่องการจัดการศึกษาโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ซึ่งขณะนี้ตนได้ตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลแล้ว โดยการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลนั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายเป็นข้อสั่งการมา ว่า การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลที่ดำเนินการอยู่ตอนนี้เป็นการทำงานในภาพกว้างไม่เกิดผลขับเคลื่อนที่ชัดเจน ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลที่โดดเด่น เพื่อให้มาเป็นต้นแบบก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้ตรวจศธ.กล่าวว่า &amp;nbsp;สพฐ. จะคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลต้นแบบในเขตพื้นที่การศึกษาละ 1 แห่ง มาพัฒนาให้มีคุณภาพเติมงบประมาณ บุคลากร อาคารสถานที่ เพื่อให้เป็นต้นแบบหากประสบความสำเร็จก็จะมีการขยายผลต่อไป โดยในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ซึ่ง เลขาฯ กพฐ.จะชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้แก่เขตพื้นที่รับทราบและนำไปปฏิบัติ เพื่อคัดเลือกโรงเรียนประจำตำบลเขตละ 1 แห่งให้มาเป็นโรงเรียนต้นแบบ ทั้งนี้โรงเรียนประจำตำบลต้นแบบเราจะทำให้เป็นโรงเรียนประจำตำบลยอดนิยมเหมือนมีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาอยู่ในตำบล ซึ่งจะลดการที่เด็กไปกระจุกเรียนอยู่แต่โรงเรียนในเมือง และเป็นการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อีกทั้งจะช่วยโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะจะทำให้เกิดการไหลรวมของโรงเรียนประจำตำบลมารวมกับโรงเรียนขนาดเล็กไปเอง
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล จำนวน 8,000 แห่งที่มีการดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้แล้วจะยังเดินหน้าต่อหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ธนุ กล่าวว่า โครงการยกระดับโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลที่เคยมีการทำมาก่อนหน้านี้นั้นยังคงดำเนินการต่อไป แต่คงไม่หว่านทำทั้งหมด เพราะงบประมาณที่มีอยู่ไม่สามารถทำทั้งหมดได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดคุณภาพ เพราะการเป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลจะต้องจับต้องได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนุ วงษ์จินดา, โรงเรียนประจำตำบล, โรงเรียนเตรียมอุดมฯประจำตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92ec894146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รักษาการเลขาคุรุสภา&quot; ลั่นจะนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหางานอืด ล่าช้า   ทั้งให้ตั๋วครูและเพิกถอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ก.ค.63-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่นยณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในประกาศแต่งตั้งตนให้ดำรงตำแหน่งผู้ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาแทนนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นั้น สิ่งที่ รมว.ศธ. มอบเป็นนโยบายให้ตนนำมาขับเคลื่อน คือ การนำเทคโนโลยีให้เข้ามามีบทบาทกับงานของคุรุสภามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครู การขอและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาการร้องเรียนเรื่องขอและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีความล่าช้าส่งผลให้ครูเสียสิทธิการสอบ เนื่องจากการขอและต่อใบดังกล่าวจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากคุรุสภาส่วนกลาง อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียง ดังนั้นจากนี้ไปตนคิดว่าจะต้องมีหน่วยงานระดับจังหวัดช่วยกรองงานเรื่องการขอและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก่อนมาส่งต่อให้คุรุสภาอนุมัติทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในส่วนของมาตรฐานวิชาชีพครู จะมีการดำเนินการที่เข้มข้นมากขึ้น เนื่องจาก รมว.ศธ. ไม่ต้องการให้ครูที่โดนคดีอาญาไม่ว่าจะเป็นคดีเรื่องชู้สาว ข่มขืนศิษย์ หรือแม้กระทั่งยาเสพติด และทุจริตกลับมาในวงการครูอีกต่อไป ดังนั้นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะมีข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ที่จะดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายของผมในการขับเคลื่อนงานคุรุสภานั้น จะยึดความรวดเร็ว ใช้เทคโนโลยี และมีการกระจายอำนาจในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71314</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, คุรุสภา, ธนุ วงษ์จินดา, พักใบอนุญาตตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3a72fef9b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่น่าเลย! 309โรงเรียน กรอกข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษไม่ถูกต้อง  ทำให้เด็กเสียโอกาสไม่ได้รับทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19พ.ย.62-ว่าที่ รต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 2/2562 ให้แก่เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 255 เขต ทั่วประเทศ ผ่านระบบวีดีโอทางไกล ว่า ตามที่ สพฐ.ได้ดำเนินการโครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือ CCT ของโรงเรียนสังกัด สพฐ. ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวนทั้งหมด 723,604 คน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขหรือทุนเสมอภาคจาก กสศ. จำนวนทั้งสิ้น 699,737 คนใน 27,512 สถานศึกษาสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ หรือร้อยละ 98.5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามร่วมมือจากสถานศึกษาและเขตพื้นที่ที่ช่วยกันกรอกข้อมูลเข้ามาได้ทันเวลาเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม สพฐ.พบว่าในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ยังมีสถานศึกษาที่บันทึกข้อมูลเลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้องจำนวน 309 สถานศึกษา ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาส ไม่ได้รับเงินอุดหนุนสร้างโอกาสทางการศึกษานี้ไป ดังนั้นในภาคเรียนที่ 2/2562 นี้ จึงขอความร่วมมือให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต ติดตามกำชับให้สถานศึกษา และคุณครู ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ กสศ.ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเป็นเครื่องมือให้ทั้ง 225 เขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยกำกับติดตาม สามารถติดตามการคัดกรอง การจัดสรรเงินทุนเสมอภาคของทุกโรงเรียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ในภาคเรียนที่ 2/2562 กสศ.ได้ปรับระบบการคัดกรองให้ครูสามารถเลือกความด้อยโอกาสได้หลายประเภท เช่น นักเรียนที่พิการและยังยากจนด้วย จะช่วยให้ กสศ. สามารถช่วยเหลือนักเรียนที่มีความด้อยโอกาสซ้ำซ้อนได้มากขึ้นกว่านี้และไม่มีตกหล่น ดังนั้นคุณครูสามารถคัดกรองและบันทึกข้อมูลนักเรียนกลุ่มเข้าใหม่และนักเรียนที่ประสงค์ขอรับทุนเสมอภาคเพิ่มเติมได้ระหว่างวันที่ 1-20 ธันวาคม 2562 นี้นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2563 กสศ.ยังได้เตรียมขยายฐานการช่วยเหลือไปถึงเด็กอนุบาลยากจนพิเศษราวประมาณ 1.5 แสนคน เพื่อตอบโจทย์เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนจนถึงการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายด้วย รวมถึงจะมีการตรวจสอบข้อมูลของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการศ นอกจากการกรอกข้อมูลขาดลามาสายแล้ว ยังจะเพิ่มข้อมูลน้ำหนัก, ส่วนสูง เพื่อที่จะนำข้อมูลตรงนี้มาติดตามและแก้ปัญหาให้กับเด็กเป็นรายบุคคลด้วย ทั้งนี้ สพฐ.และ กสศ. ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการคัดกรองให้ดีขึ้น เพื่อลดขั้นตอนเวลาและภาระการบันทึกข้อมูลของครูและสถานศึกษา รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานให้กับครูและสถานศึกษา เพราะถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มที่ยากจนที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50642</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., ทุนช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ, ธนุ วงษ์จินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3a72fef9b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงเรียนร้อยเอ็ด วิทยาลัยเสียหายยับส่วนโรงเรียนในจังหวัดอีสานบางแห่งเปิดเรียนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5ก.ย.62-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย จ.ร้อยเอ็ด พบว่าโรงเรียนมีความเสียหายจำนวนมาก ทั้งห้องคอมพิวเตอร์ ห้องดนตรี และห้องวิทยาศาสตร์ เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้กับคลองรอบเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งตนได้สั่งการให้โรวเรียนทำประมาณการความเสียหายที่เกิดขึ้น และส่งเรื่องเพื่อของบประมาณไปที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเราได้เตรียมงบประมาณเหลือจ่าย ปี 2562 ไว้สำหรับดำเนินการแล้ว เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้รวดเร็วที่สุด สำหรับจำนวนโรงเรียนที่เสียหาย ข้อมูล ณ วันที่ 5 กันยายน สพฐ. ได้ประสานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รายงานข้อมูลผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามี สพท.จำนวน 32 เขต โรงเรียน 439 โรง ใน 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ พิจิตรและพิษณุโลก ได้ผลกระทบ โดยขณะนี้มีโรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ จำนวน 82 โรง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ พิจิตร และพิษณุโลก ซึ่งถือว่าจำนวนลดลงเนื่องจากขณะนี้บ้างพื้นที่น้ำลดลงแล้ว ทำให้สามารถเปิดการเรียนการสอนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45063</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, #ปิดโรงเรียน, ธนุ วงษ์จินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b2451b1ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเลขล่าสุดโรงเรียนปิดน้ำท่วม 130 โรง ใน10จังหวัดที่เจอพายุุหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.ย.62-ว่าที่ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 4 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประสานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รายงานข้อมูลผลกระทบจากอุทกภัย พบว่ามี สพท.จำนวน 28 เขต โรงเรียน 378 โรง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และ พิจิตร ได้ผลกระทบ โดยขณะนี้มีโรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติแล้ว จำนวน 130 โรง อย่าไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงพื้นที่ ช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดต่างๆ บ้างแล้ว รวมถึงได้มีการวางแผนระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45006</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, ธนุ วงษ์จินดา, โรงเรียนปิดเพราะน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe240c7f599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
