<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันทะเลโลก &#039;วราวุธ&#039; ย้ำด้วยมือคนไทยทำทะเลไทยสมบูรณ์ ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรคู่วิถีชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ด้วยวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันทะเลโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทะเลและทรัพยากรทางทะเล พร้อมกระตุ้นเตือนให้สังคมร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรทางทะเลได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความทุ่มเทและการให้ความสำคัญในการดูแลทรัพยากรทางทะเลให้คงความสมบูรณ์และเกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของรัฐบาล ภายใต้ปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ กลับสร้างความท้าทายในการทำงานให้กับทุกภาคส่วน โดยย้ำว่าทุกความสำเร็จและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลเกิดจากความร่วมมือของคนไทยทุกคน สำหรับในด้านวิชาการ ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เผยสถิติสัตว์ทะเลหายากอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นมาก พร้อมแนะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่บริหารจัดการได้ยากที่สุด คือ ทะเล เนื่องจาก เป็นฐานทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นแหล่งสร้างสมดุลของระบบนิเวศของโลก เป็นพื้นที่รองรับของเสียและปัญหาจากกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้น รัฐบาลจึงมองว่า การบริหารจัดการทะเลเป็นเรื่องสำคัญและท้าท้ายเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่ทางทะเลหลายครั้ง ได้เห็นปัญหาและพยายามแก้ปัญหาจนสำเร็จไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข มีสิ่งหนึ่งที่ตนรู้สึกภูมิใจ ไม่ใช่ทรัพยากรทางทะเลของไทยมีความสมบูรณ์ขึ้น ระบบนิเวศสมดุลขึ้นเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือ ร่วมใจของพี่น้องประชาชนทุกคนที่เห็นความสำคัญของทะเลไทยมากขึ้น มีส่วนร่วมมากขึ้น และเข้าใจว่าทรัพยากรทางทะเลเป็นของลูกหลานที่เรายืมเขามาใช้ และต้องดูแลเพื่อส่งคืนลูกหลานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็น &amp;ldquo;วันทะเลโลก&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกคนเห็นความสำคัญของท้องทะเลและทรัพยากรทางทะเล ตนเชื่อมั่นว่า ด้วยวิกฤติปัญหาต่าง ๆ ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยังคงให้ความสำคัญ คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส.และ นายจตุพร บุรุษ์พัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงต้องให้เกิดการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน อีกทั้ง ต้องเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภายใต้การกำกับสั่งการ ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า การจัดงานวันทะเลโลกในปีนี้ มีข้อจำกัดหลายประการ จากสถานการณ์โรคไวรัสโควิด -19 กรมฯ จึงจัดกิจกรรมเพียงบางพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเตือนสังคมให้เห็นถึงความสำคัญของท้องทะเลและทรัพยากรทางทะเล พร้อมกันนี้ ได้จัดประกวดคำขวัญวันทะเลโลก ประจำปี 2564 ซึ่งมีผู้สนใจส่งเข้าร่วมจำนวนมาก โดยคำขวัญที่ชนะการประกวดในปีนี้ คือ &amp;ldquo;รู้รักษามหาสมุทร เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อการจัดกิจกรรมที่ทางสหประชาชาติกำหนดว่า &amp;ldquo;The Ocean : Live and Livelihoods&amp;rdquo;นอกจากนี้ กรมฯ ได้จัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงความสำเร็จในการดูแลทรัพยากรทางทะเลของไทย ที่เกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนคนไทย และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลและสัตว์ทะเลชื่อดัง ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ตนในฐานะนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาโดยตลอด ตนมองว่าภาพรวมของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของไทยค่อนข้างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะการอนุรักษ์และดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล ซึ่งในปัจจุบันพบสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 28 ชนิด เป็นโลมาและวาฬ 27 ชนิด และพะยูน 1 ชนิด แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่อาศัยอยู่ประจำถิ่นใกล้ฝั่งพบเห็นได้บ่อยครั้ง จำนวน 7 ชนิด ได้แก่ พะยูน วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ โลมาอิรวดี โลมาหัวบาตรหลังเรียบ โลมา หลังโหนก และโลมาปากขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่อาศัยอยู่ในทะเลเปิด เป็นกลุ่มที่มีการอพยพย้ายถิ่นระยะไกลมีแหล่งอาศัยค่อนข้างกว้างอาศัยบริเวณไกลฝั่งพบ 21 ชนิด เช่น วาฬสีน้ำเงิน วาฬหัวทุย วาฬนำร่องครีบสั้น โลมาฟราเซอร์ โลมากระโดด และโลมาปากยาว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการดูแลทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งหลายหน่วยงานต้องร่วมมือกัน ซึ่งตนเห็นว่าการทำงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ได้พยายามขับเคลื่อนการดำเนินงานจนเห็นผลดีเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งขับเคลื่อนซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะจากประชาชนและชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;
https://www.youtube.com/watch?v=2ln7vyj10kQ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, วราวุธ ศิลปอาชา, วันทะเลโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bcd88d4ed73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ธรณ์ วอนอย่าซื้อ-กินปูไข่นอกกระดอง ชี้ไม่อร่อยแล้วยังทำลายหลายล้านชีวิตมีความหมายต่อผู้คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว &amp;ldquo;Thon Thamrongnawasawat&amp;rdquo; ระบุว่า ภาพที่เพื่อนธรณ์เห็นอยู่นี้คือแม่ปูขาว (ปูทะเล) ที่กำลังมีไข่ล้นออกมานอกกระดอง ดูแล้วมันฟูฟ่อง เต็มไปด้วยชีวิตตัวน้อยๆ ไข่ล้านใบจะกลายเป็นลูกปูล้านตัว กลายเป็นปูใหญ่มากมาย ช่วยชาวบ้านมีรายได้ ช่วยเป็นอาหารเป็นค่าเทอมเด็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ กำลังเน้นงานช่วยพี่น้องคนริมทะเลแบบเต็มเหนี่ยว เพราะเราทราบดีถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ รู้ดีว่าถึงเวลาที่หลายคนต้องปรับตัว ปูหนึ่งตัว ไข่ล้านใบ สามารถต่อยอดได้ หากเราเพาะฟักจนกลายเป็นลูกปูที่มีอัตรารอดสูงขึ้น จะเลี้ยงต่อให้ครบวงจร จะนำไปปล่อยเพื่อช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของทะเลริมฝั่ง ทำได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปูม้า ปูทะเล คือสองสัตว์พิเศษที่จะช่วยให้คนริมฝั่งผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก หน่วยต่างๆของคณะประมง ไม่ว่าที่บางเขนใจกลางกรุงเทพฯ หรือสถานีต่างๆ ในทุกชายฝั่งทะเลไทย จึงเดินหน้างานวิจัย/ช่วยให้ความรู้ ยังขอร้องเพื่อนธรณ์ช่วยทะเลช่วยชาวบ้าน อย่าซื้ออย่ากินปูไข่นอกกระดอง นอกจากไม่อร่อย ยังทำลายอีกหลายล้านชีวิตที่มีความหมายต่อผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ดร.สหภพ (ม.เกษตร บางเขน) หรือสถานีต่างๆ ของคณะประมงที่ประจวบ ระนอง ศรีราชา และสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักปูไทย ช่วยชาวทะเลไทย ไม่กินปูไข่นอกกระดองครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ปล่อยปูไข่คืนทะเล, ไม่กินปูไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5cc1bd8f2cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039;ชี้อัดฉีดเงินกระตุ้นท่องเที่ยวแบบเดิมๆไม่ได้ผลแนะหันมาเน้นสุขภาพ-รักธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ไม่ได้พูดถึงโควิดมานาน สถานการณ์โลกยังลำบาก ผู้ป่วยรวม 19.1 ล้าน เดิมทีผมคิดว่าคงเกิน 10 แต่ไม่น่าถึง 20 แต่ถึงตอนนี้คงเกินแน่นอน ได้แต่หวังว่าจะไม่ถึง 30 ครับ
ตัวเลขสูงเช่นนี้เพราะหลายประเทศพีคกว้างมาก เช่น ฟิลิปปินส์ เคยคิดว่าน่าจะพีคช่วงพค.-มิย. แต่ตอนนี้กลับสูงกว่าเดิม
อินเดียเป็นอีกประเทศที่เพิ่มขึ้นตลอด จนยังหายอดพีคไม่เจอ ตอนนี้บวกวันละเกิน 5 หมื่น วันนี้บวกเกิน 6 หมื่นเป็นวันแรก (ตอนเขียนบวกเกิน 6.2 หมื่นครับ)
และหากเป็นเหมือนบางประเทศก่อนหน้านี้ ตัวเลขจะเพิ่มยาวเป็นเดือนๆ
อเมริกาเป็นตัวอย่าง บวกเพิ่มวันละเกิน 4 หมื่นมาตั้งแต่ปลายมิถุนายน ผ่านไป 6 สัปดาห์ ยังไม่เคยมีตัวเลขต่ำกว่า 4 หมื่นเลย และผู้ป่วยสะสมคงเกิน 5 ล้านในคืนนี้
สำหรับประเทศที่เคยคล้ายไทย เช่น ออสเตรเลีย เจอเวฟสองเข้าไป แรงกว่าเวฟแรก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ดูกราฟจะเห็นชัด (ผมใส่ไว้ในคอมเมนต์ เพราะช่วงนี้เฟซถามตลอด โพสต์ไม่ได้จ้ะ)
ลักษณะแบบนี้เลยยิ่งยากบอกว่าจะมีเวฟไหนตามมาอีกหรือเปล่า เพราะต้องเปิดบ้างปิดบ้างสลับกันไปมา
ผลกระทบแบบนี้ทำให้ท่องเที่ยวระหว่างประเทศคงหยุดยาวอีกนาน เดิมทีใครๆ ก็หวังกับไตรมาส 4 แต่ตอนนี้ไม่แน่ครับ หรือถึงเปิดได้ก็คงช่วงสั้นมาก
ดูจากสถานการณ์นี้ ททท.ก็คงเน้นไทยเที่ยวไทยเต็มกำลัง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผลกระทบเศรษฐกิจยิ่งมากขึ้น การส่งออกก็ติดขัดเพราะประเทศคู่ค้าเปิดๆ ปิดๆ
การขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆ เช่น ยอดใช้น้ำมันลดลง 16% ฯลฯ
เพราะนทท.ต่างชาติเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศก.ไทยมาตลอด นั่งรถลงเรือไปมา เข้าร้านอาหารร้านขายของ
สถานการณ์ศก.ไม่แน่นอน ทำให้คนกลัวและอยากเก็บเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน การกระตุ้นเที่ยวไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ผมคิดว่าการกระตุ้นแบบเดิมๆ เช่น อัดฉีดเงินให้คนไปเที่ยว อาจไม่ได้ผลเท่าที่คาด เพราะคนส่วนหนึ่งต้องการเงินเลี้ยงชีพ/งานให้ทำ ไม่ใช่ต้องการเงินไปเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องใช้วิธีนั้นโดยคาดหวังให้น้อยลง เสริมวิธีอื่นๆ เข้าไป โดยต้องมีหลายแบบเพื่อกระตุ้นคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จะเอาแบบทีเดียวบูมคงยาก
การหันมาเน้นเรื่องสุขภาพ/รักธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่ง
หากดูในตปท. มีหลายอย่างที่ทำได้ เช่น ฟิจิ/มัลดีฟส์มีหลายรีสอร์ทที่เปิดแพคเกจให้แขกมาช่วยดูแลปะการัง ฯลฯ
(ไอเดียนี้ผมนำไปใช้ที่พีพี/มัลดีฟส์ มีแขกที่มาพักสนใจมาร่วมตลอดครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกือบทั้งหมดเป็นต่างชาติ สำหรับคนไทยอาจเป็นช่วงเริ่มต้น ยังมีน้อยแต่ควรวางรากฐานไว้)
อุปสรรคสำคัญเท่าที่ตามดูมา คือเรายังยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ แก้ปัญหาแบบเดิมๆ ทั้งที่สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก การเพลย์เซฟแบบยุคก่อนกำลังเริ่มไม่ได้ผล
ไม่ได้จะติเตียนอะไร เพราะทราบดีว่าททท./ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่อยากให้กล้าสักหน่อย ลองวิธีที่หลุดกรอบเดิมบ้าง ผสมผสานไปกับแนวทางเดิม อาจได้ผลมากขึ้น
ในส่วนของภาคเอกชน ตอนนี้กำลังล้า บ้างที่เหลือแรงอยู่ก็พยายามหารายได้สุดตัวในช่วงที่คนยังพอเที่ยวไหว แต่ถ้าสถานการณ์ลากไปอีก 5-6 เดือน คนไทยก็เที่ยวไทยไม่ไหวแล้ว ถึงตอนนั้นก็ใกล้ทางตัน
มันไม่ใช่หมายความว่าควรถอดใจ แต่เขียนเพราะอยากบอกว่าหากต้องการ S-curve เหมือนที่เคยคิดๆ กัน ตอนนี้แหละคือช่วงต้องลงมือ
S ตัวนี้ไม่ใช่จะสร้างรายได้ฉับพลันในตอนนี้ แต่หมายถึง 5-6 เดือนหน้าเรายังพอมีหนทางอยู่ต่อได้
วันนี้เพิ่งให้สัมภาษณ์เด็กๆ รุ่นน้อง ก็พูดเรื่องนี้แหละ new S ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทหรือองค์กรใหญ่
แต่มันยังหมายถึงรายย่อย และหมายถึงส่วนตัวแต่ละคนว่าจะมองช่องทางอย่างไร
จบง่ายๆ ด้วยการราตรีสวัสดิ์ และหวังว่าเพื่อนธรณ์จะลองพิจารณาให้รอบคอบ คิดให้ดี หาข้อมูลให้เยอะ อ่านในสิ่งที่มีประโยชน์และนำมาใช้กับตัวเองได้
สถานการณ์ข้างหน้ามองไปแล้วไม่ง่าย การหาทางออกจากห้องมืด ไม่ใช่การยืนอยู่นิ่งๆ แล้วรอความหวังว่าจะมีคนมาเปิดไฟให้ แต่ต้องค่อยๆ เดินไปข้างหน้า คลำหาบานประตูและเปิดออกไปเองครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ผลกระทบเศรษฐกิจ, มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d474b690de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039; จี้หน่วยงานเอาผิดคนจับปลาสวยงามจากแนวปะการัง พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการทะเลแห่งชาติ โพสต์รูปภาพจับปลาสวยงามจากแนวปะการัง เกาะราชาน้อย จังหวัดภูเก็ต พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊คว่า&amp;nbsp;เพื่อนธรณ์ไปดำน้ำที่เกาะราชาน้อย ภูเก็ต เมื่อ 2-3 วันก่อน พบการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีการจับปลาสวยงามจากแนวปะการัง ซึ่งเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จึงส่งภาพมาให้ผม ในภาพจะเห็นถุงใส่ปลาสวยงามจำนวนมาก คาดว่าเป็นปลาที่จับมาจากลอบในบริเวณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลองพิจารณาดูปลาที่จับได้ พบว่าบางชนิดอยู่ในบัญชีห้ามจับ/ครอบครอง ตามประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต (พ.ศ.2560 ประกาศมีอายุ 5 ปี) เช่น ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ฯลฯ เกาะราชาน้อยไม่ได้อยู่ในเขตอุทยาน แต่อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมดังกล่าว จึงขอแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเร่งรัดการสอดส่องดูแลและจับกุมการกระทำผิด เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศแนวปะการัง อีกทั้งยังทุบหม้อข้าว ทำลายการการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องอาศัยธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการทะเลแห่งชาติและคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ผมได้ส่งข้อความนี้ให้กับท่านผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับต่างๆ แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73057</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ปลาสวยงาม, เกาะราชาน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23fa7ea789c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.ธรณ์&#039; วอนร้านกาแฟให้ลูกค้าใช้แก้วส่วนตัวได้แล้ว ผวาขยะพลาสติกพุ่ง 15% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในสถานการณ์ที่เมืองไทยไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเกือบ 40 วัน และภาครัฐกำลังจะคลายล็อคระยะที่ 5 ผมอยากขอร้องร้านกาแฟทั้งหลายว่า น่าจะถึงเวลาอนุญาตให้คนซื้อนำแก้วมาใช้เอง เพื่อลดแก้วใช้แล้วทิ้งจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่อนุญาตให้คนซื้อนำมาใช้เอง เนื่องจากเหตุผลป้องกันการระบาด ไม่ใช่มาตรการภาครัฐ เป็นเพียงกระแสที่เกิดขึ้นจากร้านกาแฟในเมืองนอก ก่อนเข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;ผมไม่สามารถหาหลักฐานเจอได้ว่า มีเหตุการณ์คนติดโรคจากการนำแก้วตัวเองมาใช้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่รุนแรง ผมไม่อาจเรียกร้องในเรื่องนี้ แม้ทราบดีว่าจะเกิดขยะปริมาณมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรฯ ยืนยันว่าขยะพลาสติกในไทยเพิ่มขึ้นถึง 15%&amp;nbsp;แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือแก้วใช้แล้วทิ้งเหล่านั้น (ไม่มีตัวเลข แต่เชื่อว่าเป็นหลักหลายหมื่น/วัน หรือกว่านั้น)&amp;nbsp;เรารณรงค์กันเรื่องนำแก้วมาเองติดต่อกัน 5-6 ปี จนเริ่มเกิดผลเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านั้นแทบทุกร้านล้วนยินดีรับแก้วส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อห้ามใช้ ผลของการรณรงค์แทบสูญหาย ยังอาจส่งผลต่อโรดแมปของกระทรวงทรัพยากรฯ ในการแบนแก้วใช้แล้วทิ้งในปี 65&amp;nbsp;ด้วยเหตุผลทุกอย่างที่บอกมา ผมคิดว่าควรถึงเวลาแล้วที่ร้านกาแฟที่หวังดีต่อโลก จะกลับมาอนุญาตให้คนไทยนำแก้วมาใช้เองได้อีกครั้ง&amp;nbsp;จะลดราคาให้หรือไม่ก็ตาม ประเด็นสำคัญคือเปิดทางเลือกให้คนอยากรักโลกมีโอกาสจะทำตามความตั้งใจของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเพื่อนธรณ์เห็นด้วย ขอความกรุณาสนับสนุน &amp;ldquo;การขอร้อง&amp;rdquo; ครั้งนี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ร้านกาแฟ, อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, แก้วพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9b0f3b6a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดยอด! &#039;ดร.ธรณ์&#039; เผยแม่เต่าเกาะสมุยวางไข่แล้ว 17 รัง ทุบทุกสถิติในรอบเกิน 10 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เยอะมากๆ เยอะจริงๆ แม่เต่าเกาะสมุยวางไข่ไม่ยอมหยุด ถึงตอนนี้ 17 รังแล้วครับ ทุบทุกสถิติในรอบ 10+ ปี เฉพาะเดือนนี้แค่ครึ่งเดือน วางไปแล้ว 5 รัง ชาวบ้านช่วยดูแล #เต่าชุมชน ได้ดีเยี่ยม สมแคมเปญ #เกาะสมุยเกาะแห่งเต่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากยืนยัน คนหยุด ทะเลคึกคัก โดยเฉพาะที่เกาะสมุย ปีนี้ลูกเต่าตนุ+กระลงทะเลเกิน 500 ตัวแน่นอน ขอบคุณพี่น้องชาวเกาะสมุยผู้น่ารักทุกคน ไชโย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรังไข่เต่าทะเลที่ใช้สุ่มไก่สไตล์ชาวบ้านจากเพื่อนธรณ์ ภาพแม่เต่าจากกรมทะเล (5 มิ.ย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่เต่าวางไข่ 5 รัง นับจาก 5 มิ.ย. (รังที่ 13) ถึงเมื่อคืน (รังที่17) ครึ่งเดือนพอดีครับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69316</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สุราษฎร์ธานี, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, เกาะสมุย, เต่ากระ, เต่าตนุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef446051b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ดร.ธรณ์ &quot;โพสต์ต่างชาติอิจฉาคนไทยจะแย่  คลายล็อกได้ไปเที่ยวของจริง ไต้หวันยังไปได้แค่ทัวร์สนามบิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มิ.ย.63-ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงการที่อุทยานแห่งชาติต่างๆในประเทศได้เปิดให้บริการแล้ว ซึ่งจะทำให้คนไทยได้มีโอกาสไปเที่ยว ชื่นชมความงาม ต่างจากอีกหลายประเทศ &amp;nbsp;ที่อาจจะยังไม่มีโอกาสแบบนี้ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวเจอว่าผู้คนในบางประเทศเล็กๆ เริ่มเครียดเพราะไปต่างประเทศไม่ได้ ไต้หวันถึงขั้นมีทัวร์สนามบินคลายเหงา เพื่อนที่สิงคโปร์ก็บอกมาว่าไอจะแย่แล้ว อิจฉาคนไทยมากเพราะคลายล็อคแล้วไปเที่ยวทะเลเที่ยวป่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีใจนะฮะที่อยู่ในประเทศใหญ่พอและสวยเกินพอ เฉพาะอุทยานก็มีตั้ง 155 แห่ง ถึงวันที่ 1 กค.เปิดให้เที่ยว 120+ แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกมหาศาลให้เลือก ตลอดชายฝั่งทะเลยาว 2,800 กิโลเมตร เกาะแก่งร่วมพัน แผ่นดินอีก 500,000+ ตร.กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงว่าเราปฏิบัติตามกติกา กระจายกันไป ลดความแออัด รับผิดชอบขยะ มีใจเผื่อแผ่ให้ธรรมชาติและมีน้ำใจให้พี่น้องในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่นี้ก็ได้ 3 เด้งแล้วครับ ทั้งคุมโควิด ทั้งช่วยธรรมชาติ ทั้งกระจายรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยๆ กันดูแล ช่วยๆ กันรับผิดชอบ เพื่อให้เมืองไทยยังสวยพอ และเพื่อให้เรายังโชคดีไปเที่ยวโน่นนี่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเพื่อนๆ ชาติอื่นในประเทศเล็กๆ ซอรี่เสียใจแต่ไอช่วยอะไรไม่ได้ โลกยุคใหม่รวยกว่าใช่ว่าจะมีความสุขเสรีมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาเมืองไทย เพราะท้ายสุดแล้ว ประเทศนี้ไม่เพียงเป็นที่ทำมาหากินของพวกเรา แต่ยังเป็นประเทศที่มอบความแช่มชื่นชุ่มฉ่ำใจให้เรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มรู้สึกว่าโชคดีที่เกิดเป็นคนไทยมากขึ้นทุกวันครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68752</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุทยานแห่งชาติ, คลายล็อกเฟส 4, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee727e755c39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
