<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคลิปบรรยายธรรม &#039;อ.สุจินต์&#039; ชี้พระจำอวดแสดงจบรับเงินหลายหมื่น ไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. แชร์คลิปวิดีโอการบรรยายธรรมะโดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้พูดในหัวข้อ &amp;quot;พระอาจารย์จำอวด แสดงจบรับเงินหลายหมื่น ไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย_บ้านธัมมะ&amp;quot; ซึ่งเป็นการบรรยายที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย อ.สุจินต์ กล่าวตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระอาจารย์จำอวด ไม่ใช่พระอาจารย์ธรรมะ ต่างกันแล้ว ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ธรรมวินัยไม่มีจำอวดที่จะไปแสดงให้คนสนุก ขบขัน แต่เป็นการกล่าวคำจริง ซึ่งยากที่ใครจะได้ฟัง เพราะเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคารพ กราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างไร? ที่กล่าวว่านับถือ แค่ยกมือไหว้? แต่ไม่ได้ฟังคำ และคิดว่า คำนั้นต้องสนุกอย่างจำอวด ถึงจะฟัง อย่างนั้นหรือ? นั่นเป็นการเข้าใจผิด ซึ่งไม่รู้เลยว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือใคร แต่ก็ไปกราบไหว้ แล้วก็อยากฟังจำอวด อยากให้ภิกษุเป็นจำอวด ภิกษุเป็นจำอวดไม่ได้ เพราะภิกษุเป็นผู้สงบ ใครก็ตามที่ไม่สงบ ผู้นั้นไม่ใช่ภิกษุในธรรมวินัย ทำผิดพระวินัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมคลิป&amp;nbsp;https://youtu.be/PlCsvpH3tUY&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมบ้านธัมมะ มศพ., ธรรมะ, พระพุทธศาสนา, พระมหาไพรวัลย์, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_61396dfc3b6eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เทศน์ชุดใหญ่!ถ้าสอนธรรมะคนพูดก็ต้องมีธรรม อย่างน้อยรักษาศีลข้อ 4 ให้ได้ด้วยนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 ก.ย.64- &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแซะ แขวะรัฐบาล ไม่ใช่การสอนธรรมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การด้อยค่าวัคซีนไม่ใช่การสอนธรรมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรีวิวขายอาหารเสริมไม่ใช่ธรรมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเล่นเกมโดยยอมทำอะไรบางอย่างตามที่มีคนบอกให้ทำอะไร แล้วยอมทำตามที่เขาขอมา เพื่อให้คนที่ขอให้ทำจ่ายเงินบริจาคให้ คงไม่ใช่ธรรมะ แต่เหมือนการพนันมากกว่านะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชิญชวนให้คนบริจาคที่ไม่มีการบอกว่าเงินบริจาคเอาไปทำอะไร ไม่ใช่ธรรมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสอนธรรมะ เนื้อหาที่เป็นธรรมะ น่าจะต้องมากกว่าข้อความส่อเสียดนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสอนธรรมะ คนฟังน่าจะได้บทเรียนทางธรรมมากกว่าการได้รับความบันเทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสอนธรรมะ คนพูดก็ต้องมีธรรม อย่างน้อยรักษาศีลข้อ 4 ให้ได้ด้วยนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีวัยรุ่นสนใจการนำเสนอ ลองตั้งคำถามดูว่าพวกเขาสนใจเนื้อหาของธรรมะ หรือชอบมุกของการพูดจา ส่อเสียด เย้ยหยันผู้มีอำนาจ สะใจที่ได้ยินผู้มีอำนาจโดนด้อยค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีลาไม่ใช่ปัญหา อยากจะใช้ลีลาในการนำเสนอก็อยู่ที่รสนิยมของผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีลาการนำเสนอจะได้รับความนิยมหรือไม่ก็อยู่ที่รสนิยมของผู้รับสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีลาอาจจะประเมินด้วยรสนิยม แต่เนื้อหาจะประเมินด้วยรสนิยมอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองด้วยว่าเนื้อหานั้นจริงหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ สมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเอาความนิยมอยู่เหนือความถูกต้อง สังคมก็ก้าวสู่ความเสื่อมนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่าลีลาเป็นเรื่องของรสนิยม ส่วนเนื้อหา เป็นเรื่องของความถูกต้องนะคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี, ธรรมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138063cb9868.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิ๊ก มยุริญ&#039;สวมวิญญาณสาวโสดสายธรรมะ อึ้งคล้ายชีวิตจริงสุดๆ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถ เล่นบทไหนคนดูก็อินเชื่อสนิทใจสำหรับ กิ๊ก - มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ล่าสุดกับผลงานละครเรื่องบ้านสาวโสด ที่เจ้าตัวต้องมารับบทสาวโสดชื่อ ประเทืองทิพย์ หรือ ทิพย์ เรียกว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ใกล้เคียงกิ๊กสุดๆ แถมยังได้ปลดปล่อยพลังในแบบที่ไม่เคยเล่นเรื่องไหนมาก่อน และยังเป็นบทที่กิ๊กปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของการเป็นนักแสดงเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิ๊ก มยุริญ เผยว่า &amp;ldquo;ตอนนี้ก็จะบอกทุกคนว่าเราได้เล่นเป็นนางเอกนะ บทนี้หายากก็ไม่รู้จะมีบทแบบนี้มาอีกไหม ใกล้เคียงตัวเราเองด้วย ดีใจมากที่ได้เล่นบทนี้ เหมือนได้สะท้อนภาพของหญิงแก่ที่อยากจะมีสามี เป็นบทที่สนุกมาก ได้สอดแทรกธรรมะ ขอบคุณที่ให้กิ๊กเล่นเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน เพราะกิ๊กรู้สึกว่าสุดท้ายทุกคนต้องโสด เพียงแต่มันจะมาเร็วหรือช้า ก็อยู่ที่แต่ละคนเลือกเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกิ๊กมองว่าสถานะโสดมันเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมของเรา ซึ่งกิ๊กรู้สึกว่าคานทองของเราอุดมไปด้วยประโยชน์นะ การกระโดดลงมาจากคานไม่เห็นมีอะไรสนุกเลย มีแต่ภาระ กิ๊กรู้สึกแบบนั้น แต่กิ๊กเคารพและเข้าใจการตัดสินใจของคนทุกคน เพราะทุกคนก็ต้องเลือกวิถีของตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเข้าฉากกับน้องๆ สายป่าน , &amp;nbsp;ก้อย ถือว่าคลิ๊กง่ายมาก เราก็มีพี่มีน้องกันทุกคน แล้วยังได้ไปเวิร์คช็อปกันมาก่อนด้วย เพราะฉะนั้นเวลามาเล่นปุ๊บเครื่องก็ติดเลย เราได้รู้ปมของแต่ละคนที่มีกับพี่ กับน้องของตัวเองจริงๆ ซึ่งทุกคนก็รักพี่รักน้องตัวเองกันมากๆ ส่วนกิ๊กเองในชีวิตจริงก็เป็นพี่สาวคนโต เพราะฉะนั้นก็จะง่าย เราเข้าใจตำแหน่งนี้ดีค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และความสุขอีกอย่างหนึ่งที่เราได้มาเล่นเรื่องนี้ก็คือได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มๆ สาวๆ ก็ชุ่มชื่นหัวใจป้าแก่เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นบางเวลาก็จะเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ บ้าง ถ้าเขาเข้ามาปรึกษานะ เพราะเราก็เข้าใจความต่างระหว่างวัย มันคุยกันคนละเรื่อง แต่ถ้าเราอยากจะคุยกับเขาก็ต้องหาเรื่องเด็กๆ ไปคุยกับเขาได้ อยู่กองสนุกสนานมากค่ะได้ปล่อยพลังหลายๆ อย่างก็อยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้ค่ะรับรองว่าครบรสโดยเฉพาะเรื่องของครอบครัวสำคัญมาก กิ๊กเองยังได้ธรรมะหลายอย่างจากเรื่องนี้เลยว่าจริงๆ แล้วการมีญาติพี่น้องที่ดีก็เป็นทรัพย์ใหญ่อย่างหนึ่งที่ควรมี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิ๊ก มยุริญ, ธรรมะ, บ้านสาวโสด, สายธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77b6d8c3a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดพฤติกรรมเล่นไลน์วันเก่าส่งดอกไม้ทักทายรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
นิเทศศาสตร์การตลาด ม.หอการค้าไทย เปิดเผยผลวิจัยพฤติกรรมการใช้ LINE คนรุ่นเก๋า พบรูปแบบลักษณะข้อความ 24 ประเภท &amp;nbsp;งานวิจัยพบส่งดอกไม้ทุกวันแต่ยังห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ &amp;nbsp;เน้นข้อมูลสุขภาพเพื่อส่งต่อสื่อถึงความห่วงใยกัน &amp;nbsp;แนะกลุ่ม 6 สินค้าและบริการใช้คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งสื่อสารให้ตรงใจ กระตุ้นช้อปปิ้งออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.2561 - น.ส. สุรีรัตน์ &amp;nbsp;ปานพรม &amp;nbsp;นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยวิทยานิพนธ์หัวข้อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;การวิเคราะห์เนื้อหาข้อความและความต้องการข่าวสารผ่านไลน์ของผู้สูงอายุ&amp;rdquo; โดยมี &amp;nbsp;น.ส. สุทธนิภา ศรีไสย์ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา &amp;nbsp;งานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงผสม (Mixed-Method Research) ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพในการวิจัย และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้สูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) เนื้อหาของข้อความที่ผู้สูงอายุส่งผ่านไลน์ในช่วงเดือน 1 สิงหาคม 2560 - 5 ธันวาคม 2560 จำนวน 711 ข้อความ จากอาสาสมัครซึ่งเป็นลูกหลาน เพื่อนและญาติกับผู้สูงอายุจำนวน 20 คน และ 2) ผู้ให้ข้อมูลหลักที่เป็นผู้สูงอายุจำนวน 22 คน เพศหญิง13 คน &amp;nbsp;เพศชาย 7 คน กลุ่มตัวอย่าง มีอายุระหว่าง 55-65 ปี จำนวน 15 คน &amp;nbsp;และอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 5 คน ผลการวิจัยพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาในการส่งข้อความทางไลน์ &amp;nbsp;โดยผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมักจะส่งไลน์ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยผู้สูงอายุส่วนมากจะมีพฤติกรรมคล้ายกันคือ ตื่นเช้า ตั้งแต่เวลา 4.00 &amp;ndash; 6.30 น.โดยประมาณ และผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งจะเช็คไลน์ทันทีที่ตื่นนอน และจะใช้ไลน์อีกครั้งในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำงาน เช่น ในช่วง สาย เที่ยง และก่อนนอน หากมีการส่งข่าวสารในช่วงเวลานี้ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสในการเปิดอ่านมากกว่าช่วงอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาข้อความที่ส่งผ่านไลน์ &amp;nbsp;พบว่าลักษณะข้อความที่ผู้สูงอายุส่งกันพบว่ามีอยู่ 24 ประเภทได้แก่ คำทักทายประจำวัน การแสดงความคิดถึง ความรัก ความห่วงใย คำอวยพรในทุกวัน เนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะ/ศาสนา วันสำคัญและโอกาสพิเศษ คำคม คำกลอน คำสอนลูกหลาน ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ทั่วไป เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องเกี่ยวกับอาหาร เรื่องที่เป็นกระแสสังคมในขณะนั้น เรื่องขำขัน ตลก สนุกสนาน เนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญา เนื้อหาเกี่ยวกับแบรนด์ สินค้าและบริการ เนื้อหาเกี่ยวกับท่องเที่ยว เนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี เนื้อหาแสดงความโศกเศร้าเสียใจกับเรื่องบางเรื่อง ข่าวสารและกิจกรรมของครอบครัวตนเอง เตือนภัย เรื่องบันเทิง หวย เลขเด็ด การเมือง กีฬา และอื่นๆ เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;โดยข้อมูลข่าวสารทางไลน์ (LINE) ที่ผู้สูงอายุชื่นชอบและมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลมากที่สุด อันดับแรก 1 คือ เนื้อหาดอกไม้และคำทักทายประจำวันมากที่สุดร้อยละ 33.66 &amp;nbsp;อันดับ 2 &amp;nbsp;คือ เนื้อหาแสดงความคิดถึง แสดงความรัก แสดงความห่วงใย จำนวน 330 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 25.14 และกีฬาและการเมืองน้อยที่สุดจำนวน 1 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 0.08 สำหรับเนื้อหาข้อความในไลน์ที่ผู้สูงอายุนิยมส่งไลน์สามารถเรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดตาม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบของเนื้อหาที่ผู้สูงอายุชอบ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุชอบส่งข้อความ คลิปวิดีโอและภาพ แต่ไม่ชอบข้อมูลที่จะต้องเปิดเป็นลิงก์ ( Link) เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเข้าไปคลิกอีก ครั้งเพื่อเข้าถึงข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. สุรีรัตน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ข้อน่าสังเกตจากผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุทุกคนมีความระมัดระวังในการส่งต่อข่าวสาร การส่งต่อข้อความจะมีการพิจารณาก่อนเสมอ โดยผู้สูงอายุจะพิจารณาโดยใช้วิจารณญาณของตนเองประกอบกับประสบการณ์ตรงที่ตนเองพบเจอมา รวมถึงดูแหล่งอ้างอิงของที่มาของข้อความนั้นๆ ว่ามีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้จริงๆ แต่หากไม่มั่นใจผู้สูงอายุจะเปิดอ่านเฉยๆ และไม่ส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าภาพดอกไม้ที่ถูกเก็บภาพและส่งต่อมากที่สุดจะเป็นดอกกุหลาบสีต่างๆ นอกนั้นจะเป็นดอกไม้อื่นๆ เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกทิวลิป ดอก ลิลลี่ แจกันดอกไม้นานาพันธุ์ และดอกไม้ไทยๆ ต่างๆ ซึ่งการใช้งานภาพดอกไม้ มีทั้งภาพดอกไม้ที่แสดงการทักทาย เช่น สวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอังคารฯลฯที่ส่งต่อกันมาแบบเป็นสีประจำวัน แต่ที่น่าสนใจคือผู้สูงอายุจะไม่ชอบภาพดอกไม้ที่เป็นภาพกราฟิก &amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะชอบภาพดอกไม้ที่ดูแล้วเป็นธรรมชาติมากกว่า เช่น ดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกัน ดอกไม้ในสวน ดอกไม้ที่อยู่ในกระถาง ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกทั้งผู้สูงอายุบางคนไม่รู้จักว่าภาพกราฟิกเป็นอย่างไร แต่เมื่อเห็นภาพดอกไม้ที่ใช้กราฟิกตกแต่งมากๆ จนดูเกินจริงก็จะบอกว่าไม่ชอบ โดยให้เหตุผลว่าดูแล้วรู้สึกว่าไม่สวย ไม่เข้ากัน โดยอาจเป็นเพราะการจัดวางภาพและการใช้โทนสีของภาพ การนำภาพอื่นมาประกอบ รวมถึงฟร้อนท์ตัวหนังสือไม่สอดคล้องหรือขัดกับธรรมชาติ นอกเหนือไปจากนั้นผู้สูงอายุบางคนที่มีความรู้เรื่องต้นไม้ ดอกไม้ และการจัดสวนยังมีความเห็นว่า ภาพดอกไม้ที่ส่งต่อกันมาบางภาพนั้น บางครั้งชื่อดอกไม้ที่ใส่มากับภาพไม่ถูกต้อง จึงอยากให้มีแหล่งของภาพดอกไม้ที่มีข้อมูลที่ถูกต้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสีของข้อความที่ผู้สูงอายุชอบ พบว่า ผู้สูงอายุนิยมสีหวานๆ สีสดใส หรือสีอบอุ่น ในขณะที่หลีกเลี่ยงการส่งข้อความที่มีสีเคร่งขรึม สีดำ หรือสีไม่เป็นมงคล ทั้งนี้ ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับความหมายของสี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากเห็นตรงกันว่า ไม่ชอบส่งข้อความที่มีเนื้อหาไม่ดี เศร้าหมอง หดหู่ น่ากลัว อีกทั้งยังพบว่า ผู้สูงอายุทุกคนไม่ส่งข้อความประเภทต่างๆ เพื่อแสดงความรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ แต่หากผู้สูงอายุบางคนได้รับข้อความที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกโกรธก็จะไม่โต้ตอบ และไม่ส่งต่อ ผู้สูงอายุจะหลีกเลี่ยงการส่งข้อความต่างๆ ที่เป็นด้านลบ หรือหากรู้สึกโกรธ ไม่พอใจก็จะเก็บอารมณ์ ไม่แสดงออกทางไลน์ เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ในทางกลับกัน พบว่า อยากส่งสิ่งดีๆ หรือเรื่องที่สามารถเรียกรอยยิ้มให้กับผู้รับมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเสียงดนตรีในคลิปวิดีโอ ผู้สูงอายุนิยมส่งคลิปที่มีเสียงเพลงที่ฟังสบาย โทนของดนตรีไม่เร่าร้อน ทั้งในเรื่องของเสียงเครื่องดนตรีและจังหวะ แต่ท่วงทำนองออกเป็นโทนเยือกเย็น ฟังแล้วจรรโลงใจ หากเป็นเพลงที่มีเนื้อเพลง เสียงของนักร้องจะเป็นเสียงที่ฟังสบาย เนื้อหาเพลงความหมายดี ถ้ามีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักจะเป็นความรักที่สมหวัง เนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำลังใจ เนื้อหาบรรยายถึงสถานที่ หรือธรรมชาติที่สวยงาม หรือเพลงในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันแม่ ก็จะเลือกส่งเพลงค่าน้ำนม เพลงใครหนอ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านวัตถุประสงค์ในการส่งข้อความผ่านไลน์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุส่งข้อความทางไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นการส่งเพื่อให้รู้สึกถึงความคิดถึง ระลึกถึงกันอยู่ในทุกๆ วัน 2) เพื่อส่งความรู้สึกดีๆ ความปรารถนาดีให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้ลูกหลาน ครอบครัว หรือเพื่อนฝูง 3) เพื่ออบรม สั่งสอนลูกหลาน 4) เพื่อเป็นการต่อบุญให้ตนเอง หันมาสนใจธรรมะศาสนา จะทาให้ตนเองเป็นคนที่มีจิตใจที่สงบสุข ไม่เป็นทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต 5) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความทันยุค ทันสมัย ไม่ตกกระแสของตนเอง 6) เพื่อนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันและบอกต่อ 7) เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน และ 8) เพื่อแสดงตัวว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ และยังสบายดี
&amp;nbsp;
ส่วนกลุ่มแบรนด์สินค้าและบริการที่มีโอกาสสื่อสารการตลาดกับผู้สูงอายุ ผู้วิจัยยังพบว่าโอกาสที่แบรนด์สินค้าและบริการจะแทรกเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ตามความต้องการข่าวสารของผู้สูงอายุ ใน 6 กลุ่มสินค้าและบริการได้แก่ 1.กลุ่มแบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ &amp;nbsp;2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงศาสนา 3.กลุ่มกิจกรรมบันเทิงที่มีสาระ 4. กลุ่มแบรนด์หรือไลน์ หรือผู้อยู่ในธุรกิจด้านไอที หรือแอปพลิเคชั่น 5.แบรนด์สถาบันการเงิน &amp;nbsp;และ 6.กลุ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธนิภา กล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะนอกเหนือจากจะมีกำลังซื้อ มีเวลาหา-อ่านข้อมูลแล้ว ยังเป็นวัยที่มีความภักดีในแบรนด์สูง ดังนั้น หากแบรนด์สามารถสร้างการรับรู้และความผูกพันในแบรนด์ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ถูกใจ จะทำให้แบรนด์นั้นๆครองใจผู้สูงอายุได้ไม่ยาก นักการตลาดอาจพิจารณาออกแบบเนื้อหาผ่านไลน์ให้ตรงตามความต้องการของผู้สูงอายุ อาทิ การสร้างการรับรู้และผูกพันกับแบรนด์ โดยอาจจัดทำแค็ตตาล็อก (Catalog) ภาพดอกไม้ประจำวันและคำทักทาย และติดโลโก้แบรนด์บนภาพนั้น หรืออาจจัดทำชุดคำคม คำสอนลูกหลานที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแก่นของแบรนด์ หรือ จัดทำภาพ พร้อมถ้อยคำสวยงามตามเทศกาลต่างๆ โดยภาพที่ใช้อาจสื่อถึงแบรนด์สินค้าและบริการ หรืออาจจัดโครงการอบรมการใช้ไลน์ การถ่ายภาพและตกแต่งภาพให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุค่อนข้างระมัดระวังเรื่องแหล่งที่มาของข้อความและภาพที่จะส่งต่อ หลายๆคนจึงมองว่า การถ่ายภาพและตกแต่งภาพเอง เป็นสิ่งที่ต้องการและอยากทำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผลวิจัยยังพบตัวแปรสำคัญว่าผู้สูงอายุจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงาน หรือไม่มีสังคมนอกบ้านเท่าไหร่นัก มักไม่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับช้อปปิ้งในไลน์ แต่จะชอบไปหาข้อมูลและซื้อสินค้า ณ จุดขาย เช่น ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้ามากกว่า แต่ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ยังมีสังคมเพื่อนฝูงนอกบ้าน หรือยังคงมีตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จะเปิดใจรับข้อมูลเกี่ยวกับการช้อปปิ้งทางไลน์มากกว่าผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่กับบ้าน &amp;nbsp;ดังนั้นการใช้เครื่องมือสื่อสารการตลาดเพื่อสนองตอบความต้องการผู้สูงอายุให้หันมาตัดสินใจหรือมีประสบการณ์ซื้อสินค้าออนไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17795</URL_LINK>
                <HASHTAG>LINE, คนรุ่นเก๋า, ความคิดถึง, ความรัก, ความห่วงใย, คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง, ดอกไม้, ธรรมะ, นิเทศศาสตร์การตลาด, ม.หอการค้าไทย, ศาสนา, สุขภาพ, อำอวยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f9c346b00c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดังแบบยั่งยืน ถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็คงต้องขอแสดงความดีใจ...ต่อ 4 หมูป่า ที่ถูกทยอยเอาตัวออกจากถ้ำ อย่างเป็นไปด้วยดี แต่พร้อมๆ กันนั้น...คงหนีไม่พ้นต้องแสดงความเสียใจต่อญาติมิตร ครอบครัวผู้เสียสละ อย่าง จ่าแซม หรือ จ่าเอกสมาน กุนัน ผู้พร้อมเอาชีวิตเข้าแลกกับความอยู่รอด ปลอดภัย ของทั้ง 13 หมูป่า ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้นั่นแหละทั่น คือมีทั้งดีใจ-เสียใจ ควบคู่กันไปเสมอๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ระหว่างที่ดีใจ ก็พึงรั้งๆ สติ เอาไว้มั่ง มองให้เห็นถึงความเสียใจ ที่มันเป็นสิ่งซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับความดีใจ เหมือนความสุขที่มักต้องสอดแทรกความทุกข์ปะปนเอาไว้ด้วย เผื่อจะได้เห็นถึงโอกาสแห่งความสุข ที่มันไม่ถึงกับทุกข์จนเกินไป หรือ สุข แบบที่อภิมหาพระ อย่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ ว่าหมายถึง ทุกข์ที่พอรับได้ อันนั้นนั่นแหละ ถึงจะเป็นสุขแบบยั่งยืน ถาวร ไม่ใช่แค่วูบๆ ไหวๆ ขึ้นๆ ลงๆ ไปตามกระแส...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เอาเป็นว่า...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด งานนี้....ทีม 13 หมูป่าอะคาเดมี ได้กลายเป็นตัวโฆษณา ประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ให้ดังระเบิดเถิดเทิงไปทั่วทั้งโลกแล้วจริงๆ เรียกว่า...ดังกว่า บอลไทยไปบอลโลก ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า แต่ก็นั่นแหละ...การดังในทางที่ดีได้แบบยั่งยืน ถาวรนั้น คงต้องอาศัยอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ วิถีชีวิตของผู้คนในสังคม ที่ยังต้องควานหาความเสียสละ ความร่วมมือ ร่วมใจ ที่อาจหนักหน่วงซะยิ่งกว่าฉากสถานการณ์บริเวณถ้ำหลวง นางนอน อีกประมาณร้อยเท่า พันเท่า เป็นอย่างน้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังต้องการ ฮีโร่ ในแทบทุกๆ วงการ และยังต้องหาทางประคับประคองฮีโร่ ไม่ให้ต้องกลายสภาพเป็น ฮีโร่มัยซินเด้อ เอาง่ายๆ หรือยังต้องหาทางทำให้ คนดีมีโอกาสเข้ามามีบทบาท และ ขจัดขัดขวางไม่ให้คนไม่ดีขึ้นมามีอำนาจ อีกหลายยก หลายสมัยเผลอๆ...จนกระทั่งสมัยที่บรรดาหมูป่าอะคาเดมีเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ อาจยังคงไม่แล้วเสร็จเอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะแม้คนดีจะมีอยู่ทั่วไปในทุกๆ วงการ แต่บรรดาคนไม่ดีก็พร้อมที่จะสอดแทรกเข้ามาผสมผสาน และที่สำคัญเอามากๆ ก็คือ การแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนดี-คนไม่ดีนั้น มันก็ยังเป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศซะเหลือเกิน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ถ้าหากผู้คนในสังคมยังคงวูบๆ ไหวๆ ยังขึ้นๆ ลงๆ ไปตามกระแส ไม่ได้รั้ง สติ เอาไว้ให้มั่น จนสามารถเปิดโอกาสให้ ปัญญา เติบโตขึ้นมาได้อย่างมั่นคง แข็งแรง อันนี้...ก็คง ฮีโร่มัยซินเด้อ กันไปตลอด คือคงต้องหนุมานถวายแหวน จระเข้ฟาดหาง หรือหักงวงไอยรา จนกว่าจะเข้าตากรรมการ หรือกว่าจะน็อกกันกลางอากาศ ถึงมีสิทธิ์ได้รับรางวัลอภินันทนาการจากฮีโร่มัยซิน หรือจากแอนตาซิล ก็แล้วแต่ พูดง่ายๆ ว่า...กว่าคนดีจะขึ้นมามีบทบาท หนีไม่พ้นต้องฝ่าด่านอำนาจ ฝ่าเครือข่ายอิทธิพลของคนไม่ดี รวมทั้งฝ่าฟันต่อความไม่เข้าใจของผู้คนในสังคม ที่ยังขาดมาตรฐานในการแยกแยะความดี-ความไม่ดี ออกจากกันให้เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าขนาด พระ ที่ถือเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความดี-ความไม่ดี โดยมีขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หรือมีถ้อยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวรองรับ ไปๆ-มาๆ ยังแทบแยกไม่ออก ว่าองค์ไหนไหว้ได้-ไม่ไหว้ได้ เอาเลยถึงขั้นนั้น ถึงพยายามทำใจว่าถือเป็นการ ไหว้จีวร แต่ถ้าหากหลวงพี่ หลวงพ่อ ท่านหันไป รับทรัพย์ เป็นสิบร้อย ร้อยล้าน พันล้าน เผลอๆ ถึงหมื่นล้านก็ยังมีอันนี้...ยังไงๆ ก็คงทำใจไม่ไหว การ ปฏิรูปพระ ที่กำลังอุบัติขึ้นมา ณ ช่วงขณะนี้ จึงอาจถือเป็นการช่วยให้การกำหนดมาตรฐานความดี-ความไม่ดี พอได้ชัดเจน แน่นอน ขึ้นมามั่ง แต่จะไปได้ถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ พระ โดยลำพังแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับ ฆราวาส อย่างเราๆ-ทั่นๆ ว่าจะ เข้าถึง-เข้าใจ ในสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ มาก-น้อยเพียงใด???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธรรมะที่มี สติ นั่นแหละ...เป็นเครื่องเหนี่ยว เครื่องรั้ง ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี จนก่อให้เกิด ปัญญา ในการใคร่ครวญ พิจารณาในแต่ละเรื่อง หรือทุกๆ เรื่อง ได้อย่างกระจ่างแจ้ง ชัดเจน ไม่วูบๆ ไหวๆ เลื่อนๆ ไหลๆ ไปตามกระแส โดยเฉพาะ กระแสโลก ที่มันมีฤทธิ์ มีเดช มีอำนาจ อิทธิพล ระดับสามารถหันซ้าย-หันขวาแต่ละประเทศ ไม่ว่าประเทศเล็ก ประเทศน้อย หรือประเทศใหญ่ๆ ก็ตามแต่ จนส่งผลให้ โลกาใกล้จะวินาศ เต็มที ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ซึ่งย่อมไม่ได้มีที่ตั้งอยู่บนอวกาศ จะมีสิทธิ์ดำรง รักษา ความเป็นชาติบ้านเมือง ไม่ให้ตกเหว ตกนรก ตามใครต่อใครไปด้วย สามารถสุข สงบ ร่มเย็น เพราะทุกข์น้อย หรือเพราะไม่ถึงกับทุกข์ยากลำบากจนเกินไป ได้อย่างยั่งยืน ถาวร หรือไม่-เพียงใด อันนี้...ก็ขึ้นอยู่กับว่า ศีลธรรมจะกลับมา สู่สังคมไทยได้มาก-น้อยเพียงไหน นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าเกิดฉากเหตุการณ์แบบไหน อย่างไร ขึ้นมาก็ตามแต่ พึงอาศัย สติ และ ปัญญา นั่นแหละ เพ่งพินิจ พิจารณาใคร่ครวญกันไปตามสภาพ อย่าดีใจจนเกินไป และอย่าเสียใจจนเกินไป ยิ่งถ้ามองให้ทะลุถึงขั้นว่า...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเป็นไป หรือเพราะ มันเป็นเช่นนั้นเอง อันนี้รับรองว่า...ไทยแลนด์คงสู้ๆ ต่อไปได้อีกต่อเนื่อง ยาวนาน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก John Stuart Mill (อีกครั้ง)... I have learned to seek my happiness by limiting my desires, rather than in attempting to satisfy them.- ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะแสวงหาความสุขด้วยการจำกัดความอยากของข้าพเจ้า แทนที่จะพยายามสนองตอบต่อความอยากนั้นๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13073</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่าอะคาเดมี, ฆราวาส, จ่าเอกสมาน กุนัน, ท่านขุนน้อย, ธรรมะ, บอลไทยไปบอลโลก, ปัญญา, พระ, สติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝ่ายมาร!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...บรรดาผู้ที่แอบไปใส่สี ตีไข่ ในโซเชียลมีเดีย กล่าวหา กล่าวเท็จ ว่ารัฐบาลท่าน รังแกพระ ชนิดหยิบเอาไปเกี่ยวพัน เกี่ยวโยง กับความฝักใฝ่ในศาสนาอิสลามโน่นเลย คงต้องจัดให้เป็น ฝ่ายอธรรม หรือ ฝ่ายมาร อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ไม่ว่าเขาเหล่านั้น จะแดง-ไม่แดง ม่วง ชมพู หรืออะไรก็ตามแต่ แต่มันน่าจะหนักไปทางดำคล้ำ ไม่ก็ช้ำเลือด ช้ำหนอง น่ารังเกียจ ชิงชัง แบบสุดๆ ไปเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือการที่รัฐบาล หรือใครก็แล้วแต่ ท่านพยายามขจัด กวาดล้าง สิ่งที่เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน ออกไปจากวงการพระศาสนา อันนี้ต้องเรียกว่า...ถือเป็นการอุปถัมภก ยอยกพระศาสนา อย่างชนิดแทบไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเอาเลยก็ยังได้ คล้ายๆ กับคนที่เห็นพระแอบไปทำอะไรกับสีกา แล้วจะให้ อมสากกะเบือ เอาไว้เฉยๆ มันคงเป็นไปไม่ได้ หรือคงไม่เข้าท่า เข้าทาง อยู่แล้วแน่ๆ ต้องหาทางทำอะไรที่ช่วยให้กิจกรรม กิจวัตร หรือพฤติกรรมดังกล่าว มันหมดไป หรือสูญสลายหายไป จากแวดวงพระให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถึงจะถือเป็น พุทธศาสนิกชน โดยแท้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การที่บรรดาพวกอธรรม หรือพวกมาร พยายามหยิบเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้เป็นตัวสร้างขัดแย้ง แตกแยก ระหว่างศาสนาต่อศาสนา อันนี้ต้องเรียกว่า...ชั่วแบบสองเด้ง!!! คือไม่เพียงแต่ไม่คิดจะดำรงตนเป็น พุทธศาสนิกชน โดยแท้ ยังอุตส่าห์ไปลากเอาศาสนาต่างๆ ไม่ว่าคริสต์ หรืออิสลาม อันเป็นศาสนาที่ล้วนแล้วแต่สอนให้ คนเป็นคน ไปด้วยกันทั้งสิ้น มาเป็นศัตรู คู่ขัดแย้ง ระหว่างกันและกัน ชนิดไม่ได้หลงเหลือความเป็น ศาสนิกชน ใดๆ เอาไว้เลย หนักไปทางพวกปีศาจ ซาตาน อะไรไปโน่น คือพวกที่มุ่งร้าย มุ่งทำลาย พวกที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ ธรรมะ กับ ศาสนา ทั้งหลาย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าไปแล้ว...การ แต่งนิยาย เรื่องศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม พยายามทำลายศาสนาพุทธในบ้านนี้ เมืองนี้ มันก็พอมีเค้า มีลาง มานานแล้ว มีมาพร้อมๆ กับความพยายามที่จะทำให้ศาสนาพุทธ กลายเป็น ศาสนาประจำชาติ เพียงหนึ่งเดียวโดดๆ นั่นแหละ ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่ถูกเรื่อง ไม่เข้าท่า ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปในชาติ ในสังคมมนุษย์ ยังถือเป็นการทำให้ศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาที่มีข้อเด่น ในเรื่องของการสลาย อัตตา การไม่ติดยึดอยู่กับความเป็นตัวตนของตน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปหนึ่ง รูปใด ก็ตาม ต้องถูกลบปมเด่น ยัดเยียดปมด้อยให้เกิดขึ้นมาแทนที่ จนผู้หลัก-ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ระดับเจ้านาย เจ้าฟ้า ท่านไม่เห็นด้วย ต้องออกมาติงๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ความลุ่มหลงในอัตตาเหล่านี้ จึงพอคลายๆ ลงไปได้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...นิยายเรื่องนี้มักถูกนำมาขาย ถูกนำมาฉายรอบใหม่ รอบแล้ว รอบเล่า ในแต่ละครั้งที้เกิดการชำระ สะสาง เกิดความพยายามที่จะสร้างความสะอาด บริสุทธิ์ ให้กับพระศาสนา ด้วยการไปหยิบเอาศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม มาชูเป็นศัตรู คู่ขัดแย้ง และพยายามยัดเยียดให้ใครก็ตาม ที่สร้างความกระทบกระเทือนให้กับการแสวงหาผลประโยชน์ตัวเอง ภายใต้การอาศัยศาสนาพุทธเป็นเครื่องมือ หรือเป็นคราบห่อหุ้มโลภะ โมหะ โทสะ ทั้งหลาย ต้องกลายเป็นผู้ฝักใฝ่คริสต์ อิสลาม ผู้ที่มุ่งร้าย มุ่งทำลายศาสนาพุทธ แบบชนิดหนักซะยิ่งกว่านิยายหลอกเด็กไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...เผอิญว่า ชาวพุทธ ในบ้านเรา ที่ออกไปทาง พุทธ-ผี หรือ พุทธ-พิธี มันยังคงมีอยู่อีกเยอะ คือยังไม่อาจเข้าถึงแก่น หรือแม้แต่กระพี้ของศาสนาได้ถนัดๆ ยังอาจต้องอาศัยศิวลึงค์ติดปีก อาศัยค้อนสวรรค์ อาศัยการขายตั๋ว ขายทัวร์ไปตักบาตรให้พระพุทธเจ้า ฯลฯ หรือยังอยู่ในข่าย ในระดับ มีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อเต่า ปู ปลา ได้ทุกเมื่อ เมื่อเจอเข้ากับนิยายหลอกเด็กทำนองนี้ กรอกหู กรอกประสาทสัมผัส ไปเป็นพักๆ มันก็เลยออกอาการเลอะๆ หลงๆ มืดบอดชนิดคิดว่าคนอย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ เป็นอิสลง อิสลาม อะไรไปโน่น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ ภารกิจ ในการชำระ สะสาง การเป็นองค์อุปถัมภก ยกยกพระพุทธศาสนานั้น ต้องถือเป็น ภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ในราชอาณาจักรสยามมาโดยตลอด ท่านถือเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ สิ่งสำคัญ ชนิดเป็นส่วนหนึ่งของ ทศพิธราชธรรม เอาเลยก็ว่าได้ ใครก็ตาม...ที่พยายามเบี่ยงเบน พยายามสร้างอุปสรรคขัดขวาง ต่อการดำเนินภารกิจดังกล่าว ไม่เพียงแต่ถือเป็นฝ่ายตรงข้ามกับธรรมะ กับศาสนา เท่านั้น แต่ยังอาจต้องถือเป็นฝ่ายตรงข้ามกับชาติ กับพระมหากษัตริย์ อีกด้วยต่างหาก ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะแดง-ไม่แดง ม่วง ชมพู ดำคล้ำ ดำมิดหมี ไปถึงขั้นไหน แต่คงจัดให้อยู่ในประเภท ฝ่ายอธรรม หรือ ฝ่ายมาร อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ส่วนใครก็ตามที่ยังไปเปิดช่อง เปิดทาง เปิดตัวเองให้กลายเป็นที่มา-ที่ไป ของบรรดากลุ่มคนเหล่านี้ คงหนีไม่พ้นที่จะต้อง รับกรรม ไปแบบเต็มๆ เนื้อๆ ส่วนจะเป็นกรรมแบบสองเด้ง หรือสามเด้ง สี่เด้ง อันนั้น...คงขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเองนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Chinese proverb (อีกครั้ง)... There is a wide avenue to heaven, but few people walk on it; there is no door to Hell, but many choose to bore a hole in order to get in. &amp;ndash; ทางไปสวรรค์นั้นกว้าง แต่ไม่ค่อยมีผู้สนใจจะเดิน นรกไม่มีประตู แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังพยายามเจาะช่องมุดเข้าไปจนได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน, ท่านขุนน้อย, ธรรมะ, บิ๊กตู่, ฝ่ายมาร, ฝ่ายอธรรม, พุทธศาสนิกชน, รังแกพระ, ศาสนาประจำชาติ, ศาสนาอิสลาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธรรมะว่าด้วยความรัก-ความเมตตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดสัปดาห์นี้...โดยสีสัน บรรยากาศ ดูๆ ออกจะไม่เหมาะกับการ เทศน์ ซักเท่าไหร่นัก เพราะขนาด พระ ที่ต้องถือว่าเป็น พระดี-พระแท้ อย่างไม่พึงต้องสงสัย ท่านยังอดไม่ได้ต้องสาด สากกะเบือบิน ใส่ คุณโยม บางราย ที่มีผู้เชื่อถือ ศรัทธา อยู่ไม่น้อย ในด้านการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งผลให้ ฆราวาส ล้วนๆ ที่เป็นแค่ลูกศิษย์ พระพม่า มาโดยตลอด อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง มีสิทธิ์ ถูกถีบ ได้เสมอ ถ้าหากคิดไปสอด ไปเสือก อะไรกับเรื่องทำนองนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ด้วยเหตุที่ ธรรมะ นั้น...เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือกาลและโอกาส เป็น อกาลิโก จะไปรอจังหวะ เวลา แล้วถึงจะค่อย เทศน์ มันคงไม่ถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้...คงต้องถือซะว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองเสี่ยงมือ เสี่ยงตีน ไปหยิบเอา ธรรมะ ที่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นไปของบรรยากาศ มานำเสนอให้เกิดข้อคิด ข้อพิจารณา สำหรับบรรดา ผู้ใฝ่ธรรม ทั้งหลาย นั่นก็คือธรรมะที่ว่าด้วย ความรัก หรือ ความเมตตา อะไรประมาณนั้น อันเป็นสิ่งที่ถือว่ามีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น พระ หรือ คุณโยม ก็ตามแต่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับศาสนาพุทธเรานั้น...อาจไม่ได้เรียกว่า ความรัก แบบตรงไป-ตรงมา เพราะโดยคำศัพท์ คำนิยาม มันอาจกินความไปถึง เหตุปัจจัยแห่งทุกข์ ในรูปใด รูปหนึ่ง ประเภทความรักแบบหนุ่มๆ สาวๆ รักแบบก่อให้เกิดความห่วง ความผูกพัน ชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด อันเป็น อารมณ์ ที่ออกไปทางคู่ๆ แบบบวก แบบลบ อะไรทำนองนั้น ท่านเลยหันไปใช้คำว่า ความเมตตา ความรักและปรารถนาดีอยากให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณา ความสงสารอยากจะให้เขาพ้นทุกข์ มุทิตา ความยินดี สรรเสริญ เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นสุข อุเบกขา การวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปด้วยความรัก ความชัง กันแทนที่ อันปรากฏอยู่ในองค์ประกอบของธรรมะที่เรียกๆ กันว่า พรหมวิหาร 4 นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ ความเมตตา หรือความรักความปรารถนาดี อยากจะเห็นผู้อื่นเป็นสุขนั้น ท่านให้ความสำคัญเอาไว้ถึงขั้นสรุปไว้ในภาษาบาลีว่า โลโก ปัตถะมะภิกา เมตตา หรือ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ถึงขั้นนั้น ซึ่งว่าไปแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ตามแต่ สำหรับ ศาสนาคริสต์ แล้ว เขานำไปรวมไว้หมด ในคำศัพท์ คำนิยาม ที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของเขานั่นเอง ซึ่งก็คงไม่ใช่ความรักในแง่หนุ่มๆ-สาวๆ ความรักแบบที่ทำให้เกิดทุกข์ หรือความรักแบบที่ต้องจับคู่ บวกๆ ลบๆ ไปกับ ความชัง แต่อย่างใดไม่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(5)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่อัครสาวก เปาโล หรือท่าน พอล ท่านสรุปเอาไว้ในจดหมายที่ท่านเขียนไปถึงคริสตจักรเมือง โครินธ์ ฉบับที่หนึ่งนั่นแหละว่า ในสิ่ง 3 สิ่งที่ถือเป็นแก่นสาระ หรือเป็นหลักยึดของศาสนาคริสต์ อันได้แก่ 1.ความเชื่อ 2.ความหวัง และ 3.ความรักแล้ว ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของท่านนี่แหละ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หรือยิ่งใหญ่ที่สุด ชนิดถึงกับต้องบรรยายสรรพคุณเอาไว้ว่า...&amp;ldquo;แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี แต่ถ้าปราศจากความรักเสียแล้ว ข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนฆ้องและฉาบที่กำลังส่งเสียง&amp;rdquo; นี่...สำคัญถึงขั้นนั้น หรืออธิบายต่อว่า...&amp;ldquo;แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะ (ธรรมะ) ได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวง มีความรู้ทั้งสิ้น กระทั่งมีความเชื่อมากพอที่จะยกภูเขาได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรักแล้ว...ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย&amp;rdquo;...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(6)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ความรักตามแบบฉบับอัครสาวก เปาโล ที่ได้แจกแจงรายละเอียดตามมาเป็นข้อๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก พรหมวิหาร 4 ของพุทธเรานั่นแล เช่น...ความรักคือความอดทนนาน และการกระทำคุณให้ หรือ ความรักนั้น...ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความรักนั้น...ต้องไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ...&amp;rdquo; รวมทั้ง &amp;ldquo;ความรักทนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง...แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ... ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปเอาเป็นว่า...ไม่ว่า พุทธ หรือ คริสต์ ลองขึ้นชื่อว่าเป็น ธรรมะ แล้ว ย่อมต้องเป็นอะไร สากล เหมือนกันไปทั้งหมด ดังนั้น...สำหรับผู้ที่ ใฝ่ธรรมะ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พระ เป็น คุณโยม เป็น บาทหลวง, ฆราวาส หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากอะไรมันแวบๆ เข้ามาทางประตู จนส่งผลให้ธรรมะในแง่ความเมตตา หรือความรัก ต้องพรั่งพรูออกไปทางหน้าต่างจนได้ ก็คงต้องขออนุญาต เทศนา เอาไว้ ณ ที่นี้ว่า...เย็นไว้โยม หรือ เย็นไว้พระ ก็แล้วกัน และอย่าถึงกับหันรุมมา ถีบ ลูกศิษย์พระพม่า อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง ที่ด้วยแรงผลักดันของธรรมะ ทำให้อดมิได้ที่จะต้อง เสือก เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเทอญ์ญ์ญ์ญ์...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆราวาส, ทรรศนะ, ธรรมะ, ผู้ใฝ่ธรรม, พรหมวิหาร 4, พระ, พระพม่า, มุทิตา, ศาสนาคริสต์, อกาลิโก, เทศน์, เมตตาธรรมค้ำจุนโลก, โลโก ปัตถะมะภิกา เมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
