<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เอนก&#039;ชูอุดมการณ์รปช.ก้าวข้ามทฤษฎีซ้าย-ขวาเชื่อมั่นใน&#039;ธรรมราชาธิปไตย&#039;ทำให้จังหวัดมีผู้ว่าฯมาจากปชช.มีสถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15มิ.ย.61-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas หัวข้อ อุดมการณ์ของพรรครปช.ระบุว่า&amp;nbsp; ขอบคุณมิตรสหายและผู้สนใจจำนวนมากที่กรุณาวิเคราะห์และเปรียบเทียบอุดมการณ์ของ รปช หรือ &amp;ldquo;พรรค&amp;rdquo;รวมพลังประชาชาติไทย กับพรรค อื่นๆ สำหรับผม สิ่งที่เป็นหัวใจของพรรคที่มีคุณภาพ คือ อุดมการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่นโยบาย ครับ อุดมการณ์ต่างกับนโยบาย สำคัญกว่านโยบายเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมการณ์คือภาพรวม คือโลกทรรศน์ คือการมองโลก ประเทศ บ้านเมือง และ ประชาชน อย่างเป็นองค์รวม มองเห็นโอกาส เห็นพลัง เห็นภยันตราย และจุดอ่อน ของสังคม และกำหนดว่าหลักการสำคัญที่จะชี้นำนโยบายด้านต่างๆ ของพรรค คืออะไร เป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนนั้น ดีไม่เหมือนกัน นะครับ แล้วแต่เราใช้อุดมการณ์ไหน ดีแค่ไหน กว้างและไกล ลึกซึ้งแค่ไหนมามอง และมากำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในต่างประเทศนั้น เรามักแบ่งพรรคตามอุดมการณ์มาตรฐาน เช่น ซ้ายหรือขวา อนุรักษ์นิยม หรือ เสรีนิยม หรือสังคมนิยม และสวัสดิการนิยม หรือ กระทั่ง ชาตินิยม ประชานิยม เป็นต้น ถามว่า รปช เป็นซ้ายหรือขวา ตอบแบบ&amp;rdquo;ฝรั่ง&amp;rdquo; เกินไปย่อมไม่ได้ครับ เพราะเราไม่ได้ลอกอุดมการณ์แบบใดแบบหนึ่งของฝรั่งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นเราไม่ใช่&amp;rdquo;ขวา&amp;rdquo; เพราะเรามีอุดมการณ์ไม่ให้ตลาดเป็นเป้าหมาย ไม่ให้กำไรหรือกำไรสูงสุดของธุรกิจคือเป้าหมาย หามิได้ เราคำนึงว่าตลาดเป็นเพียงวิธีการ เรามี เศรษฐกิจชุมชน สหกรณ์เศรษฐกิจท้องถิ่น เศรษฐกิจครัวเรือน เศรษฐกิจปากท้อง เศรษฐกิจพอเพียง ด้วย และน้ำหนักที่เราให้กับเศรษฐกิจที่ไม่ใช่ &amp;ldquo;ทุนนิยม&amp;rdquo; แบบปกติ นี้ จะ สูงมาก เราจึงไม่ใช่ &amp;ldquo;ขวา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่า เราก็มิใช่&amp;rdquo;ซ้าย&amp;rdquo;ในความหมายง่ายๆ เพราะเรามุ่งรักษา ปกปักและพัฒนาของเก่า สถาบันเก่า ขนบและแบบแผนเก่า ความคิดเก่า ที่เป็นของไทย ที่ดี ด้วยความภูมิใจ แน่นอนครับสิ่งใด อะไร ที่เป็นของเก่าที่ไม่ดี เราก็ไม่เก็บเอาไว้ แต่บ้านเมืองเรามีของดี ความคิดดี สถาบันดี ไม่น้อยที่เราต้องหวงแหน ชื่นชม โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ หลายท่านจ้องว่าเรา &amp;ldquo;โหนเจ้า&amp;rdquo; หามิได้ เรามิบังอาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเห็นแจ้ง จากการเพ่งพินิจ ว่าชาติบ้านเมืองเราจัดเป็น &amp;ldquo;ข้อยกเว้น&amp;rdquo; ของประเทศ &amp;ldquo;ตะวันออก&amp;rdquo; ทั้งหลาย สถาบันพระมหากษัตริย์ของเรานั้น ขออนุญาตใช้ภาษาธรรมดา &amp;ldquo;เวิร์ค&amp;rdquo; ครับ นำพาสยามพ้นจากลัทธิ &amp;ldquo;อาณานิคม&amp;rdquo; ของตะวันตกได้ เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ทำได้ &amp;ldquo;จักรพรรดิ์ กษัตริย์และอมาตย์&amp;rdquo; ของจีน อินเดีย ซึ่งใหญ่กว่าไทยมากมาย หรือ พม่า ที่ตีอยุธยาแตกมาแล้ว และ เวียดนามซึ่งกำลังทัดเทียมไทยนั้น ล้วนพ่ายแพ้ &amp;ldquo;ล้มครืน&amp;rdquo;ลงไป และ &amp;ldquo;เสีย&amp;rdquo; ประเทศให้ฝรั่งหรือญี่ปุ่นและยิ่งกว่านั้น พระมหากษัตริย์ในสมัยประชาธิปไตย ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจนำพาประเทศผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่สอง โดยแทบไม่มีใครล้มตาย ผ่านสงครามเย็นกว่าสี่สิบปีมาได้ และยังผ่านสงครามอินโดจีนครั้งสุดท้ายที่กองทัพเวียดนามมาประชิดชายแดนไทยด้านเขมร รอดมาได้ ภายใต้พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีประเทศเรามีสันติภาพ ปลอดสงคราม มาถึงร่วมสองร้อยปี แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเจ็ดสิบปีของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 นั้น สถาบันที่ชอบธรรม ต่อเนื่อง เป็นความภูมิใจ เป็นที่ยอมรับของคนไทยมากที่สุด ก็คือ พระมหากษัตริย์ เช่นนี้แล้วเราจึงกำหนดเป็นอุดมการณ์ที่จะน้อมรับพระบรมราชวินิจฉัย และพระราชปรีชาญาณ เสมอ และ ตระหนักยิ่งในพระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว ด้วยเราเชื่อมั่นใน &amp;ldquo;ธรรมราชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางตรงข้าม เรามิใช่&amp;rdquo;ขวา&amp;rdquo; ด้วยอีกเหตุผลหนึ่ง คือ เราย้ำมากใน บทบาท และ &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; ของประชาชน เราย้ำว่าประชาชนเป็นเจ้าของบ้านเมือง เป็นเจ้าของประชาธิปไตย พรรคเราเน้นให้ประชาชนและสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของพรรค กำหนดนโยบายพรรค เลือกกรรมการบริหารพรรค เลือกกรรมการวินัยและจริยธรรมที่จะมาควบคุม ตรวจสอบ ลงโทษผู้นำพรรค สส และ รัฐมนตรีของพรรค เราสรุปกันหนักแน่นว่าประชาธิปไตย และ ธรรมาภิบาลนั้น ต้องเริ่มภายในพรรค และวันนี้ขอประกาศก้องเลยว่า ถึง คสช หรือ รัฐ จะประกาศไม่ใช้ &amp;ldquo;ไพรมารีโหวต&amp;rdquo; ในการเลือกผู้สมัคร สส ของพรรค เราก็ยังจะคงเลือกผู้สมัครของเราด้วย &amp;ldquo;ไพรมารีโหวต&amp;rdquo; จะให้เสียงของสมาชิกเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้เราจึงมิได้เห็นประชาชนเป็นเพียงผู้หย่อนบัตรเลือกตั้งหรือผู้รอรับนโยบายและประโยชน์จากรัฐ หรือเป็นเพียงผู้ออกมาเดินขบวน ประท้วง ขับไล่รัฐบาลที่ไม่ดีเท่านั้น แต่จักต้องเป็น &amp;ldquo;พลเมือง&amp;rdquo; ที่ร่วมกำหนดนโยบาย ร่วมปฏิบัติ ร่วมดำเนินนโยบาย ร่วมสร้างบ้านสร้างเมืองด้วยตนเองให้มากที่สุดด้วย นี่คือความคิด-อุดมการณ์ในเรื่อง ประชาธิปไตยทางตรง ของเรา เรามิได้มีแต่ประชาธิปไตยทางอ้อม เช่นนี้แล้วจะจัด รปช เป็นพรรค &amp;ldquo;ขวาๆ&amp;rdquo; ไปได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เรายังมิใช่ &amp;ldquo;ขวา&amp;rdquo; ในความหมายที่จะหยุดนิ่ง อยู่เฉย จะไม่อภิวัฒน์ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ปรับปรุง ตรงข้าม ครับ เราจะปฏิรูปใหญ่ เช่น จะทำให้จังหวัดมีผู้ว่าราชการที่มาจากประชาชน แต่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับส่วนกลางและนายกรัฐมนตรี ทั้งจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า และมีสถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี อยู่ในวาระสี่ปี หากเราทำได้ ในอนาคต การประชุมสำคัญของประเทศในภาครัฐจะไม่มีเพียงการประชุมคณะรัฐมนตรี หากยังต้องมีการประชุมนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกเดือน บรรดาผู้ว่าราชการในระบอบ &amp;ldquo;ปฏิรูป&amp;rdquo;ของเรา จะแข่งขันกันสร้างผลงาน &amp;ldquo;เอาใจ&amp;rdquo; ประชาชนในจังหวัด มิใช่&amp;rdquo;ตามใจ&amp;rdquo; แต่รัฐมนตรี หรือ ปลัดกระทรวง อย่างที่ทำกันมานับแต่ปี 2475 อย่างนี้แล้ว ใครจะมาจัดเราไปเป็น&amp;rdquo;ขวา&amp;rdquo;ในความหมายตื้นๆ เขิน ๆได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ขออนุญาตให้อรรถาธิบายแค่นี้ก่อนนะครับ สรุป เราทันโลกครับ ทันยุค ทันสมัย ขณะเดียวกันรู้ว่าอะไรที่เป็นของเราที่ดี ที่สืบมาจากอดีต ที่เป็นตัวตนเดิมของเรา เรามีกระบวนทัศน์ และประสบการณ์ ของเราเองมากพอควร อะไรที่ดีของต่างชาติ ของตะวันตก เรารับครับ แต่อะไรที่ดีของเรา มาแต่เดิม เราภูมิใจ และเอามาใช้เช่นกันครับ ในโลกที่สลับซับซ้อน ความสมดุลย์ ความพอดี เหมาะเจาะ และเป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เราจะไม่สุดขั้ว สุดโต่ง ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11413</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนนิยม, ธรรมาธิปไตย, ปฏิรูปประเทศ, ผู้ว่าราชการจังหวัด, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fff8c582f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;ฐิติทัตน์&#039;ซี้ปึ้กแก๊งเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว &amp;quot;ร.ท.ฐิติทัตน์&amp;quot; ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต ส.ว.นครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง. แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แถลงข่าวกรณีที่ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง น.ส.นุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป.4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.คณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ.ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง. ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ. ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ ร.ท.ฐิติทัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ ร.ท.ฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต ส.ว.จังหวัดนครปฐมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศ.จะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ. และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง. ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส. แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส.รายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส. โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับ &amp;ldquo;ธรรมาธิปไตย&amp;rdquo; ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก. ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ น.ส.นุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจก.ตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ ร.ต.ฐิติทัตน์นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น น.ส.นุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง. ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า ร.ต.ฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภ.แล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภ.แต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ. จนกระทั่งเป็นเสธ. ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สน.เสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า ร.ต.ฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9430</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ธรรมาธิปไตย, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พฐ., พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีโอดี, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd865ad26f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนสติ’ธรรมาธิปไตย’ ไม่งั้นกบฏอีกรอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2561 - พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อช่วงเช้าในหัวข้อ &amp;ldquo;ธรรมะวันละคำ&amp;rdquo; ระบุว่า วันนี้เสนอคำว่า ธรรมาธิปไตย คำว่า ธรรมาธิปไตย หมายความว่า การยกย่องธรรมเป็นใหญ่ การถือธรรมเป็นใหญ่ ความเป็นใหญ่ด้วยธรรม&amp;nbsp;ธรรมาธิปไตย คือขบวนการยึดถือเอาหลักการความถูกต้อง สุจริตดีงามเป็นใหญ่ ความยกเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ ความให้ประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่ อยู่เหนือประโยชน์ส่วนตน หรือการดำรงรักษาความสุจริตธรรมเป็นใหญ่เหนือชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่นานประเทศไทยจักมีการเลือกตั้ง ก็อยากให้บรรดานักเลือกตั้งทั้งหลาย หยิบเอาหลักคิดของธรรมาธิปไตยมาใคร่ครวญพิจารณาปฏิบัติ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ควรต้องนำเอาหลักธรรมาธิปไตยนี้มาใช้เป็นเครื่องตัดสินใจเลือกพรรค เลือกคน หากพรรคใด คนใด เอาแต่พร่ำบ่นคำว่า ประชาธิปไตย แต่ขาดธรรมาธิปไตย ท่านทั้งหลายก็อย่าได้เลือกเข้ามาสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมืองอีกเลย มิเช่นนั้น พวกเราคงได้กบฏกันอีกรอบเป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5727</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฎ, การเมือง, ธรรมาธิปไตย, นักเลือกตั้ง, พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม, หลวงปู่พุทธะอิสระ, เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c1e9a8d473.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
