<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสูงสุดตั้ง&#039;ธรัมพ์ ชาลีจันทร์&#039;เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรัมพ์ ชาลีจันทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 643/2562 เรื่องแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดว่า เนื่องจากนายวันชาติ สันติกุญชร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ 1 สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายมีภารกิจในหน้าที่อัยการอาวุโสเป็นจำนวนมาก ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้ จึงจำเป็นต้องมีโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นมาแทน และคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ไปจากเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วยสำนักงานอัยการสูงสุดมีความประสงค์ที่จะสร้างความเข้าใจและการให้ข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องรวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ต่อสังคม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปฎิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1490 / 2560 และมีคำสั่งแต่งตั้งโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นคณะโฆษก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองเลขานุการอัยการสูงสุดและอัยการพิเศษฝ่ายคณะกรรมการ 1 สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อัยการพิเศษฝ่าย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่าย เป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้มีอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;
1.แถลงข่าวและชี้แจงข้อมูลต่างๆ ในนามสำนักงานอัยการสูงสุดตลอดจนพิจารณาให้ข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับข้อเท็จจริงและทันต่อเหตุการณ์ในทุกกรณีตามความเหมาะสมโดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
2.รับฟังข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นจากประชาชนหรือสื่อมวลชนเพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
3.เชิญพนักงานอัยการหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานไอ้การสูงสุดส่งข้อมูลและข่าวสารรวมทั้งสนับสนุนการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์ตามความจำเป็น
4.กำกับงานศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์สำนักบริหารกลาง สำนักงานบริหารกิจการสำนักงานอัยการสูงสุด
5.แต่งตั้งคณะทำงานหรือบุคคลที่เห็นสมควรเพื่อร่วมดำเนินการในการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
6.รายงานผลการดำเนินงานให้อัยการสูงสุดทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรัมพ์ ชาลีจันทร์, วันชาติ สันติกุญชร, เข็มชัย ชุติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd5606daf2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตออสซี่&#039;รับสารภาพผิด แจ้งจับฮาคีมทำไทยแพะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; กต.แถลงการณ์แจงคดี &amp;quot;ฮาคีม&amp;quot; แนะ &amp;ldquo;บาห์เรน-ออสเตรเลีย&amp;rdquo; คุยกันเพื่อวิน-วิน อย่าลากไทยมาโยง อัยการตั้งโต๊ะแจงยิบ ลั่นทำตามกฎหมาย &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; เข้าพบเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย เผยทูตแดนจิงโจ้รับเองเป็นความผิดพลาดแจ้งอินเตอร์โพล จึงต้องกดดันไทยให้เป็นแพะ
เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ ยังคงมีความเคลื่อนไหวคดีการส่งนายฮาคีม อาลี โมฮัมเหม็ด อาลี อัล โอไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าว 8 ข้อ โดยเนื้อหาสำคัญระบุว่า อย่าได้ด่วนสรุปว่าไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับประเทศบาห์เรน เพราะไม่มีส่วนใดที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ซึ่งทั้งบาห์เรนและออสเตรเลียก็เป็นเพื่อนที่ดีของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า 1.ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และ 2.เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งออสเตรเลียกับบาห์เรนหันหน้าหารือหาทางออก แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทย ซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในประเด็นปัญหานี้ และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็น win-win&amp;rdquo; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เริ่มแถลงที่มาที่ไปของคดีนายฮาคีม โดยยืนยันว่าไทยได้รับคำร้องของบาห์เรนเพื่อขอให้ส่งนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเป็นข้อกล่าวหาคดีอาญา ซึ่งเป็นการกระทำที่ได้บัญญัติให้เป็นความผิดตามกฎหมายของไทย ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง หรือความผิดทางการทหาร จึงเข้าหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันที่ 4 ก.พ. ศาลอาญาได้เบิกตัวนายฮาคีมมาเพื่อสอบปากคำแล้ว นายฮาคีมให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด และไม่ยินยอมกลับไปที่บาห์เรน ศาลจึงมีคำสั่งให้นายฮาคีมและทนายของนายฮาคีมยื่นคำคัดค้านคำฟ้องเข้ามาภายในวันที่ 5 เม.ย. และนัดตรวจสอบพยานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 22 เม.ย.2562 สำนักงานอัยการสูงสุดจึงชี้แจงมาเพื่อทราบ&amp;rdquo; นายธรัมพ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธรัมพ์ยังชี้แจงถึงการยื่นค้านประกันตัวว่า อัยการได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อศาลไปแล้ว ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่ อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งการคัดค้านประกันตัวของอัยการนั้นอยู่ในข้อกฎหมาย และอัยการมีหลักปฏิบัติลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรือเฉพาะเจาะจงนายฮาคีม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ยันว่าไม่มีการกดดันจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น และไม่เคยมีการพูดคุยกับฝ่ายบริหารเรื่องการพิจารณาส่งตัวนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&amp;rdquo; นายธรัมพ์กล่าว และว่า ส่วนเรื่องที่ กต.เสนอให้ 2 ประเทศพูดคุยกันนั้น ถ้าหากมีทางออก ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องที่เข้ามาสู่การพิจารณาของอัยการ แต่กว่าศาลจะมีคำสั่ง ก็อาจเป็นรัฐบาลที่เปลี่ยนแล้วก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้น ก็ต้องมาดูอีกครั้งว่ามีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ตอนนี้เราต้องรอคำสั่งของศาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การพูดคุยเป็นไปในแนวทางที่ดี โดยเอกอัครราชทูตออสเตรเลียฯ ยอมรับว่าเป็นผู้แจ้งหมายจับแดงของอินเตอร์โพลกรณีนายนายฮาคีมมาให้ ตม.เป็นผู้ควบคุมตัวไว้เอง จึงเป็นสาเหตุที่ให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด จึงจำเป็นต้องกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลียให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เอกอัครราชทูตออสเตรเลียหวังว่าทุกฝ่ายจะพิจารณาจากความจำเป็นและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งยังเรียกร้องให้ ตม.ใช้อำนาจบริหารเข้าสนับสนุนในการให้ข้อมูลแก่ศาลเพื่อประกอบการไต่สวน ซึ่งได้แจ้งไปว่า ในประเทศไทยอำนาจบริหารไม่อาจก้าวล่วงอำนาจศาลได้ สถานทูตต้องเป็นฝ่ายดำเนินการส่งข้อมูลความจำเป็นทั้งหมดในกระบวนการไต่สวน เพื่อประกอบการตัดสินใจของศาลเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮาคีม ระบุว่า ขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างการอ่านคำร้องของอัยการอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางในการต่อสู้คดีให้กับลูกความ รวมถึงถ้อยแถลงต่างๆ และยังหารือในประเด็นเรื่องของการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ออกมาต่อสู้คดีนอกเรือนจำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #saveThailand มีเนื้อหาที่สำคัญระบุว่า วันนี้ไทยตกเป็นเป้าจับตามอง ตกเป็นจำเลยของใครๆ ก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไทยกำลังตกอยู่ในหว่างเขาควายหรือหนังหน้าไฟ เนื้อไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่ถูกชาวโลกกดดัน ให้ไทยอย่าส่งนายฮาคีมไปรับโทษที่บาห์เรน และให้ส่งตัวกลับออสเตรเลียตามที่ออสเตรเลียร้องขอ รวมทั้งคนไทยบางส่วนที่ผสมโรงกดดัน นำไปเป็นประเด็นทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ไทยเป็นประเทศมีอธิปไตย มีอิสระทางการศาล ไม่ต้องรับคำสั่งจากชาติใดให้ต้องทำหรือต้องปฏิบัติอย่างไร แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยมีสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับบาห์เรนและออสเตรเลีย หากทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันโดยตรงได้ ไทยจะได้ไม่อึดอัดและลำบากใจ แต่คดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแล้ว คงต้องรอการตัดสินของศาลว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร แต่ขอให้คนไทยรักเมืองไทยให้มากๆ อย่ารักคนอื่นมากกว่าประเทศตัวเอง&amp;quot; นายนันทิวัฒน์โพสต์ไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28515</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐาศิริ เบิร์กแมน, ธรัมพ์ ชาลีจันทร์, นันทิวัฒน์ สามารถ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาคีม อาลี โมฮัมเหม็ด อาลี อัล โอไรบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5af80d56f98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำสั่งฟ้อง &#039;เช็ค 10 ล้าน&#039; มัด &#039;พานทองแท้&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงผลการสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 กล่าวหานางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนา ผู้ต้องหาที่ 1, นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 2, นายวันชัย หงษ์เหิน สามีของนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 3 และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4 ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัมพ์ กล่าวว่า ในสำนวนคดีนี้ได้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือรับโอนเช็ค 26 ล้านบาท ซึ่งอัยการสั่งฟ้องนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 2 กับนายวันชัย ผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ.2526 มาตรา 4 โดยอัยการได้มีคำสั่งไม่สั่งฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีเช็คจำนวน 26 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่สองคือรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท ในวันนี้ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้มีคำสั่งฟ้องนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เพียงคนเดียว ฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, &amp;nbsp;60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ.2526 มาตรา 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัมพ์ ยังกล่าวอีกว่า กลุ่มที่รับโอนเงินได้มาจากการกระทำความผิดนั้น เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหาผู้ต้องหารวมแล้ว 159 คน กระทำผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินมาให้อัยการพิจารณาเพิ่มเติมด้วย โดยในส่วนของผู้โอนเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดนั้น อัยการก็ได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกรวม 13 คน ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว หลังจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งสำนวนกล่าวหานายวิชัยมาให้อัยการพิจารณาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประยุทธ รองโฆษกฯ ได้ตอบคำถามถึงเหตุสั่งไม่ฟ้องและอายุความดำเนินคดีว่า เหตุผลการสั่งไม่ฟ้องนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ในส่วนเช็ค 26 ล้านบาท ขณะนี้ไม่สามารถจะระบุรายละเอียดทั้งหมดได้ เนื่องจากกระบวนการสั่งคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอัยการยังจะต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวกลับไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่อย่างไร หากพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับความเห็นของอัยการคือสั่งไม่ฟ้อง คดีก็จะเป็นไปตามที่สั่งไว้ครั้งแรก แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีความเห็นแย้งยืนยันให้ฟ้อง จะต้องส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย โดยในส่วนของนางเกศินี ผู้ต้องหาที่ 1 นั้น ตามสำนวนพนักงานสอบสวนก็มีความเห็นควรไม่ฟ้องมาอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 นั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้อง รับเช็คโอนเงินมาทั้ง 2 ฉบับ คือ 26 ล้านบาทและ 10 ล้านบาท ซึ่งอัยการได้เร่งส่งสำนวนคืนดีเอสไอแล้ว และคาดว่าดีเอสไอจะพิจารณาความเห็นโดยเร็วตามกรอบเวลาภายในอายุความ พร้อมส่งสำนวนและความเห็นเกี่ยวกับการสั่งคดีเช็คเงินจำนวน 26 ล้านบาท กลับมาให้อัยการได้ทันเวลาอายุความดังกล่าว ซึ่งความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุก 1-10 ปี อายุความไม่เกิน 15 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวเกิดในช่วงระหว่างปี 2547-2548 ก็จะเหลือเวลาดำเนินคดีอีกราวปีเศษ สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มรับโอนเงินอีก 159 คนนั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากอัยการมีคำสั่งจะแถลงให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสั่งคดีวันนี้ กลุ่มของผู้ต้องหามีเพียงนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 เท่านั้นที่เดินทางมาให้การกับอัยการ ซึ่งอัยการก็ได้นำตัวนายพานทองแท้ไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (10 ต.ค.) ส่วนนางกาญจนาภาและนายวันชัย ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ที่อัยการสั่งฟ้องกรณีรับเช็คโอนเงิน 26 ล้านบาทนั้น วันนี้ยังไม่มารายงานตัวกับอัยการ อัยการจึงนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งฟ้อง พร้อมนำตัวไปฟ้องในวันที่ 18 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19570</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายประยุทธ เพชรคุณ, คดีฟอกเงิน, ธรัมพ์ ชาลีจันทร์, พานทองแท้, สำนักงานอัยการสูงสุด, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbdb720d1705.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการ&#039;จ่อฟ้อง &#039;ปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น&#039; จรูญรอดอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตร.ส่งสำนวนควรสั่งฟ้อง &amp;ldquo;ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น&amp;rdquo; คดีหวย 30 ล้านให้อัยการแล้ว อัยการพร้อมตั้งคณะทำงาน หวังสั่งคดีทันฝากขังครั้งสุดท้ายไม่เกิน 18 เม.ย.นี้ เผยคดีอาญาไม่ต้องคำพิพากษาของศาลแพ่งว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ ขณะที่ &amp;quot;ผบก.&amp;quot; ยันไม่เคยต่อรองใครคดีหวย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. และ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีหวย 30 ล้าน พร้อมคณะ &amp;nbsp;ได้เข้าพบนายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายพรชัย ชลวาณิชกุล และนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อส่งมอบสำนวนคดีอาญา 2 สำนวน คือ 1.ที่ ร.ต.ท.จรูญ หรือหมวดจรูญ วิมูล อายุ 62 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ เป็นผู้กล่าวหานายปรีชา หรือครูปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี เป็นครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาที่ 1 และนางรัตนาพร หรือเจ๊บ้าบิ่น สุภาทิพย์ อายุ 58 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดร่วมกันแจ้งข้อความเท็จฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ที่นายปรีชาเป็นผู้กล่าวหาหมวดจรูญ ผู้ต้องหา ในความผิดลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจร พร้อมเอกสารหลักฐาน 3 ลัง และ 2 แฟ้มใหญ่ จำนวนเอกสารกว่า 1,280 หน้า และความเห็นที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีทั้งสอง โดยมีนายอธึก คล้ายสังข์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 และอัยการประจำสำนักงาน พร้อมด้วยนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์, นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังรับมอบสำนวนคดีทั้งสองแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธรัมพ์ รองโฆษกอัยการฯ กล่าวว่า คดีทั้งสองเป็นคดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ติดตามความคืบหน้า และมีการเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นคดีสำคัญ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อหา 53 ซึ่งสำนักงานคดีอาญาจะได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนทั้งสองคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดดังกล่าวต่อไป และเมื่อพนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาสำนวนทั้งสองแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดจะแถลงความคืบหน้าให้ทราบในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิทักษ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ทางสำนักงานอัยการคดีอาญาในความรับผิดชอบของตนจะเตรียมตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและพิจารณาสำนวนคดีนี้โดยละเอียด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ โดยจะตั้งนายอธึก คล้ายสังข์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งนายอธึกก็มีคณะทำงาน เมื่อคณะทำงานพิจารณาสำนวนโดยละเอียดแล้ว ก็จะนำเสนอสำนวนมายังนายพรชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ก่อนที่สำนวนจะส่งมาถึงตน ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาสั่งในครั้งสุดท้าย ตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยเรื่องคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้จะครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 4 ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ อัยการมีเวลาพิจารณาสำนวน 15 วัน นายพิทักษ์กล่าวว่า โดยหลักแล้วเมื่ออัยการรับสำนวนแล้วตัวผู้ต้องหาถูกอำนาจศาลฝากขังอยู่ จึงเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา เราก็จะต้องพิจารณาสำนวนให้แล้วเสร็จก่อนครบฝากขังครั้งสุดท้าย ซึ่งตามหลักเราจะต้องพิจารณาให้ทัน ถ้าพยานหลักฐานเพียงพอ เราก็จะฟ้องให้ทันภายในฝากขังครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเรื่องการวินิจฉัยในคดีอาญาจะมีผลวินิจฉัยได้ว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่หรือไม่ หรือต้องรอผลคำพิพากษาคดีแพ่ง นายพิทักษ์อธิบายว่า โดยหลักแล้วคดีอาญาจะไม่ต้องรอผลทางคดีแพ่ง ทางอัยการจะพิจารณาจากสำนวนที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนมาว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหรือไม่ สำนวนที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งตัว ร.ต.ท.จรูญไม่ได้ถูกฝากขัง ทางพนักงานอัยการก็จะพิจารณาทำความเห็น หากมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย จะต้องส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำความเห็นอีกครั้ง หาก ผบ.ตร.เห็นว่าควรสั่งไม่ฟ้องตามความเห็นของพนักงานอัยการ คดีก็เป็นที่ยุติ คือสั่งไม่ฟ้อง แต่หากมีความเห็นแย้ง ก็จะต้องส่งอัยการสูงสุดชี้ขาดตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนสำนวนนายปรีชา เราก็ต้องดูจากพยานหลักฐานว่าน่าจะได้กระทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามาหรือไม่ เราต้องพิจารณาว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้&amp;quot; นายพิทักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หากคดีอาญามีความต่อเนื่องกับคดีแพ่ง ตามหลักกฎหมายแล้วทางคดีแพ่งต้องรอผลคดีอาญาหรือไม่ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแทนศาลแพ่งได้ ซึ่งคดีอาญาและคดีแพ่งจะต้องแยกกัน แต่ศาลบางทีที่มีการฟ้องคดีแพ่ง ก็อาจจะมีคำสั่งให้รอผลในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องก่อน ตรงนี้จึงขึ้นอยู่กับศาลที่พิจารณาคดีว่าจะมีความเห็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ รองโฆษกอัยการฯ กล่าวเสริมว่า ตามหลักกฎหมายแล้วคดีแพ่งจะต้องถือตามคดีอาญา แต่คดีอาญาจะไม่ต้องถือตามคดีแพ่ง ซึ่งคดีแพ่งเป็นเรื่องของคู่ความที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในศาล จึงไม่สามารถตอบแทนศาลได้ แต่โดยข้อกฎหมาย คดีแพ่งจะต้องถือตามคดีอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แพ่งอาญาคู่ขนาน ส่วนใหญ่แพ่งจะรออาญา นี่คือหลักคดีทั่วไป แต่คดีนี้จะเป็นอย่างไรนั้น เราไม่ขอก้าวล่วง เพราะเราไม่ทราบว่าคู่ความเขาจะว่ากล่าวกันอย่างไร&amp;rdquo; รองโฆษกอัยการฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ชาญ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีหวย 30 ล้าน กล่าวถึงเรื่องพยานหลักฐานที่ส่งมาในวันนี้ว่า พยานหลักฐานทุกอย่างเรายึดถือตามสำนวนของตำรวจภูธรภาค 7 ในพยานทุกปากไม่ได้มีการตัดพยานออกแม้แต่ปากเดียว จะมีเพิ่มเติมก็เป็นพยานที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เราสามารถพิสูจน์ในสิ่งเหล่านี้ได้ ส่วนสำนวนที่มีการโยกย้าย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้การเมืองกาญจนบุรี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนนี้ ทั้งเรื่องการดำเนินการเอาผิดอาญา ผู้การเมืองกาญจนบุรี 7 นั้น ตนไม่ได้เป็นคนทำคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถาม ผบก.ป.มีความคิดเห็นอย่างไร ที่ น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือฟ้า พยานของนายปรีชา ได้ฟ้องคดีต่อ ผบช.ก.และตัว ผบก.ป. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แล้วถอนฟ้องในเวลาต่อมา พล.ต.ต.ไมตรีตอบคำถามนี้ว่า ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ที่มีกระแสหรือคลิปออกไปทำนองว่าไปฟ้องแล้วเพื่อต่อรองหรือมาเจรจา ยืนยันว่าไม่มี &amp;nbsp;และจากที่ปรากฏคลิปเสียงอะไรต่างๆ ตนเองนั้นไม่ได้ฟัง ถ้ากล่าวพาดพิงตนไม่ถือ แต่ถ้าส่วนไหนกล่าวพาดพิงองค์กร โดยเฉพาะกองปราบปรามให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตนยังไม่เห็น แต่จะกลับไปทบทวนและฟังให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรียนว่า โดยส่วนตัวถ้าพาดพิงถึงผม ผมไม่ว่า แต่ถ้าพาดพิงองค์กร ผมต้องออกมาปกป้อง และยืนยันว่าไม่มีการไปเจรจาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ผิดว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก&amp;rdquo; ผบก.ป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า หมายถึงกรณีที่มีคลิปเสียงออกมาล่าสุดกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ถ้าพูดถึงองค์กรให้เสียหาย ตนดำเนินคดีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปรีชาและนางรัตนาพรนั้น ศาลอาญานัดให้มารายงานตัวครั้งแรกระหว่างการฝากขังวันที่ 19 เม.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6413</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหวย30ล้าน, ครูปรีชา, ธรัมพ์ ชาลีจันทร์, ประยุทธ เพชรคุณ, ปรีชา ใคร่ครวญ, พรชัย ชลวาณิชกุล, พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, ร.ต.ท.จรูญ วิมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธึก คล้ายสังข์, เจษฎา อรุณชัยภิรมย์, เจ๊บ้าบิ่น, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac392c2bf345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
