<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>2489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2018 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าไทยอวยเศรษฐกิจดี แต่เลื่อนเลือกตั้งส่งผลความเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI)เดือนม.ค.61 เท่ากับ 80.0 เพิ่มขึ้นจากธ.ค.2560 ที่ 79.2 ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 36 เดือน และต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าปี 2560 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4% สูงสุดในรอบ 5 ปี และน่าจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในปี 2561 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.2% การส่งออกไทยในปี 2560 เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 10% และราคาสินค้าเกษตรแม้จะทรงตัวในระดับต่ำ แต่ก็เริ่มปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งการขึ้นค่าจ้างแรงงาน 5-22 บาทต่อวัน ที่จะส่งผลดีต่อแรงงาน 6 ล้านคนให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสัญญาณเชิงลบที่มีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้เงินบาทได้หลุดกรอบ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้คนเริ่มกังวลรายได้ในอนาคตที่เป็นผลจากภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบ รวมทั้งการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำที่จะส่งผลต่อค่าครองชีพให้สูงขึ้น และผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอี โดยรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีและดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป เพราะขณะแม้เศรษฐกิจภาพรวมจะดีขึ้น แต่เอสเอ็มอีและรากหญ้ากลับหารายได้ยากขึ้น เป็นจุดที่รัฐบาลต้องเข้าไปแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ต้องติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าค่าเงินบาทน่าจะเริ่มทรงตัวจากการที่สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ามากไปกว่านี้ และอาจมีการใช้มาตรการเชิงนโยบายดอกเบี้ยออกมา รวมทั้งการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณจะเข้าไปดูแลกับการเก็งกำไรค่าเงิน น่าจะทำให้เงินบาทของไทยทั้งปีอยู่ในกรอบ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ แต่อาจจะมีระยะสั้นที่เงินบาทหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะยังทำให้การส่งออกไทยปี 2561 ขยายตัวได้ระดับ 5% ได้&amp;rdquo;นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ปัจจัยลบทางการเมือง โดยเฉพาะการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเดือนก.พ.2562 จากที่กำหนดเดิมจะเลือกตั้งพ.ย.2561 มีผลทางจิตวิทยาของผู้บริโภค โดยทำให้ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในเดือนม.ค. ปรับตัวลดต่อเนื่องเดือนที่ 2 แต่เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้นเท่านั้น เพราะปัจจัยบวกที่มีผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยังมีข่าวดีหลายด้านอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่น, ธวรรธน์ พลวิชัย, ผู้บริโภค, หอการค้าไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a788332737be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
