<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบสั่งออนไลน์เริ่ม20ก.ย.ต่อไปไม่ยึดใบขับขี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจจับมือแบงก์กรุงไทยพัฒนาใบสั่งออนไลน์ ตั้งแต่ 20 ก.ย.62 ทำผิดกฎจราจรไม่ถูกยึดใบขับขี่ แต่ต้องแสดงให้ดู พวกหัวหมอไม่จ่ายต่อทะเบียนไม่ได้ หลัง สตช.เชื่อมข้อมูลกรมการขนส่งทางบก 1 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 29 สิงหาคมนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาการออกระเบียบ ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ ข้อตกลงและวิธีการเกี่ยวกับการชำระค่าปรับโดยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นๆ โดยผ่านธนาคาร หรือหน่วยบริการชำระเงิน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา รองหัวหน้าคณะทำงานฯ และนายธวัชชัย ชีวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือพัฒนาระบบใบสั่งจราจรออนไลน์ครบวงจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำบันทึกความร่วมมือกับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยพัฒนาระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (Police Ticket Management) หรือ PTM ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลใบสั่ง ระบบการชำระเงิน ขยายช่องทางการชำระเงินและรับชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงนามความร่วมมือร่วมพัฒนาระบบ PTM ในเฟสที่ 2 ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี จะพัฒนาระบบให้มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 โดยธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบให้ ซึ่งหลังจากวันที่ 20 ก.ย.62 ประชาชนจะไม่ถูกเรียกเก็บใบขับขี่อีกแล้ว แต่ยังคงต้องพกพาหรือแสดงใบอนุญาตขับขี่ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และในวันที่ 1 ต.ค.62 จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบกผ่านระบบ PTM นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ระบบ PTM ในเฟสที่ 2 นี้ จะเป็นหัวใจสำคัญในการวางระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการบังคับใช้กฎหมายจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหมด ได้แก่ การพัฒนาระบบการออกใบสั่งแบบกล้องและแบบเล่ม การควบคุมใบสั่ง การบันทึกคะแนนความประพฤติ การขยายฐานและช่องทางการชำระเงินค่าปรับโดยตัวแทนรับชำระเงินต่างๆ ตามระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนด และได้จัดทำเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสำหรับประชาชน เพื่อตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเอง รวมถึงการบันทึกคะแนน หรือข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรองรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธวัชชัย ชีวานนท์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ให้บริการรับชำระค่าปรับจราจรใบสั่งทุกประเภทจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2559 และได้ต่อยอดพัฒนาระบบ PTM หรือระบบจัดการใบสั่งออนไลน์ให้ครบวงจร โดยนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งของสถานีตำรวจต่างๆ กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการบันทึกค่าปรับจราจรประเภทต่างๆ และช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสามารถดูรายงานค่าปรับจราจรประเภทต่างๆ ย้อนหลัง 90 วัน มีระบบออกใบเตือนอัตโนมัติในกรณีใบสั่งยังไม่มีการชำระค่าปรับ เรียกดูข้อมูลที่จำเป็นต่อการออกใบสั่งต่างๆ ตลอดจนสามารถบันทึกแต้มผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจราจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่ได้รับใบสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากสามารถชำระค่าใบสั่งที่สาขาของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ เครื่องเอทีเอ็ม แอปพลิเคชันกรุงไทย NEXT แล้ว ยังสามารถชำระผ่านตัวแทนรับชำระของธนาคาร ได้แก่ CenPay ตู้บุญเติม และไปรษณีย์ไทย และเตรียมขยายช่องทางการชำระค่าใบสั่งผ่านเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน (e-Ticket) ด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิต รวมทั้งชำระใบสั่งต่างสถานีจากเดิมที่ชำระค่าปรับกับสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44594</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ชีวานนท์, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67d5a7cf0a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
