<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เข็น&#039;ชวน&#039;นั่งนายกฯ &#039;นิพิฏฐ์&#039;เผย&#039;มหาเธร์โมเดล&#039;โอกาสปชป.เป็นรัฐบาลสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์เขย่า คสช.-พลังประชารัฐ &amp;nbsp; &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ย้ำไม่ปิดประตูจับมือเพื่อไทยหลังเลือกตั้ง! &amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อหลังได้นายกฯ มีมหกรรมดูด ส.ส.งูเห่าร่วมรัฐบาลมโหฬาร หากเสียงไม่ถึง 250 ที่นั่ง สูตรแจกเก้าอี้รัฐมนตรี 10 ต่อ 1 ย้ำ ปชป.สูญพันธุ์แน่ ถ้าได้เสียงมาที่สอง แต่ให้พรรคอันดับสามเป็นนายกฯ เตรียมเข็น &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ชิงนายกฯ ตามรอยมหาเธร์โมเดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า หลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ไม่มีทางตั้งรัฐบาลครั้งหน้าโดยไม่มีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ด้วย ฟันธงเลย ไม่ว่าใครจะตั้งรัฐบาลก็ต้องมีประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลด้วยทั้งนั้น ประชาธิปัตย์เป็นพรรครัฐบาลแน่นอน ไม่ใช่พรรครวมพลังประชาชาติไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างที่เคยบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแน่ มีโอกาสมากกว่าพรรคอื่น เพราะอย่างสมมุติพวกพรรคทหาร คุณจะตั้งรัฐบาลได้หรือ เขาถ้าไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมด้วยก็ตั้งไม่ได้ จะตั้งได้อย่างเดียวคือต้องไปรวมกับเพื่อไทย ก็เมื่อคุณไปยึดอำนาจเขามา แล้ววันดีคืนดีจะไปรวมกับเขาได้หรือ ถ้าแบบนั้น ชอบเลย พล.อ.ประยุทธ์ไปรวมกับเพื่อไทยเลย ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเอง จะเป็นฝ่ายค้านให้คุณดู&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เราพยายามจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่ว่าพรรคจะไปร่วมกับเพื่อไทยได้หรือไม่ ประชาธิปัตย์ไปรวมกับทหารได้หรือไม่ เราไม่ตอบคำถามแบบนี้แล้วในตอนนี้ แต่เราจะถามใหม่กลับไปว่า พรรคเพื่อไทยมาร่วมกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ ถ้าร่วมมือกันได้มีเงื่อนไขอะไร หรือทหาร จะมาร่วมกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ ถ้าได้ คุณจะมารวมกับเราภายใต้เงื่อนไขอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราต้องให้คุณตอบ เพราะว่าเราคือพรรคหลัก แต่ถ้าถามว่าประชาธิปัตย์ไปรวมกับพรรคทหารได้หรือไม่ จะกลายเป็นว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคอะไหล่ หรือหากมาถามเราว่าประชาธิปัตย์ไปรวมกับเพื่อไทยได้ไหม กลายเป็นว่าเราเป็นพรรคสำรอง ถูกเขาดูดไปรวมทำนองนั้น แต่เราจะบอกว่าเพื่อไทยมารวมกับประชาธิปัตย์ได้ไหม ถ้ามาได้ ภายใต้เงื่อนไขอะไร ถ้าพูดแบบนี้แสดงว่าเราเป็นพรรคหลัก หรือทหารมารวมกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ ถ้าคุณมารวมกับเราได้ จะมาภายใต้เงื่อนไขอะไร เราจะเริ่มตั้งคำถามแบบนี้แล้ว แบบนี้เท่ากับเราเป็นพรรคหลัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผลเลือกตั้งออกมา โดยเพื่อไทยได้อันดับหนึ่ง ประชาธิปัตย์อันดับสอง พลังประชารัฐได้สาม แต่ฝ่ายขั้วเพื่อไทย รวมกันแล้วไม่เกิน 250 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์จะไปหนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐ ที่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ขึ้นมาเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เราหนุนก็ตั้งนายกฯ ไม่ได้หรอก เพราะการโหวตนายกฯ ต้องได้เสียง 375 ที่นั่งของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ปัญหาคือว่า ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยรวมกันแล้วเกิน 375 ที่นั่งหรือไม่ ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ เขาอาจจะมี ส.ว.แล้ว 250 ที่นั่ง แล้วหลังเลือกตั้งฝ่ายเขาไปบวกพวกพรรคเล็กๆ เข้ามา ก็อีกแค่ประมาณ 125 ที่นั่ง ก็เป็น 375 ที่นั่ง
เราก็จบเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์มาชวนประชาธิปัตย์ที่ได้เสียงอันดับสองร่วมรัฐบาลด้วย แต่เขายื่นเงื่อนไขว่าขอให้ทางเขาได้เป็นนายกฯ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับว่า สูตรนี้ยากหน่อย หากประชาธิปัตย์เป็นพรรคอันดับสอง แล้วไปให้พรรคอันดับสามเป็นนายกฯ คิดว่ายากนะ ยากมาก ทำอย่างนั้นเราสูญพันธุ์ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเลือกครั้งต่อไป เพราะเราไม่รู้ว่ารัฐบาลตั้งขึ้นมาแล้ว จะอยู่ได้นานไหม หากเป็นอย่างที่บอก บิ๊กตู่ต้องเสียสละให้ประชาธิปัตย์ มันมีความชอบธรรมและอธิบายได้ด้วยว่าเราได้คะแนนมากกว่า แล้วเราไปอยู่กับคุณ คุณต้องเอานายกฯ ไป สมมุติว่าเราเป็นพรรคอันดับสองแล้วเราให้พรรคอันดับสามเป็นนายกฯ แล้วหากรัฐบาลอายุสั้นมาก อยู่ได้สักหนึ่งปีหรือหนึ่งปีต้นๆ แล้วมีการยุบสภา แล้วไปเลือกตั้งกันใหม่ ประชาธิปัตย์แพ้เลย คือการเลือกตั้งครั้งหน้าเมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จแล้วต้องคิดว่ารัฐบาลอยู่สั้น อย่าคิดว่าอยู่ยาว เพราะเวลาเราฟอร์มรัฐบาล อันนี้ความเห็นผมส่วนตัว เราต้องคิดเผื่อด้วยว่า ตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้ว เราอยู่กันยาวไหม ถ้าเราอยู่กันปีต้นๆ หรือไม่ถึงปี แล้วมีการยุบสภา แล้วมาเลือกตั้งใหม่ แล้วการที่เราเป็นพรรคอันดับสอง แต่พรรคอันดับสาม เป็นนายกฯ เราเอาไปหาเสียงต่อได้ไหม ถ้าเราเอาไปหาเสียงไม่ได้ เราก็จบเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ที่บอกว่าต้องเปลี่ยนคำถามที่ว่าประชาธิปัตย์จะร่วมกับเพื่อไทยได้หรือไม่ มาเป็นคำถามที่ว่า เพื่อไทยจะมาร่วมกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์คืออย่างไร นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เขาบอกว่าก็ต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไร ถ้าเรารับเงื่อนไขเขาได้ เราก็ทำงานร่วมกันได้ ถามอีกว่าคือไม่ได้ปิดประตู &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เราจะบอกว่าปิดประตูเลยทีเดียวไม่ได้หรอก แต่ว่านโยบายเราอย่างนี้ นโยบายคุณอย่างนี้ เราทำงานร่วมกันได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งคำถามอีกว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าตราบใดที่เพื่อไทยยังถูกครอบโดยระบอบทักษิณ ก็ทำงานร่วมกันไม่ได้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ก็โอเค หากเขาบอกว่าไม่มีแล้ว นายทักษิณ ชินวัตร อาจประกาศเลยว่ายุติบทบาททางการเมือง โดยให้เพื่อไทยมาร่วมกับเรา ภายใต้นโยบายที่นำความเจริญก้าวหน้า ยุติความขัดแย้งในประเทศ ก็ว่ามา มันต้องมีเงื่อนไขในการร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีหากเพื่อไทยมาอยู่ร่วมกับประชาธิปัตย์ กองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ผิดหวังกับพรรคหรือ ในเมื่อที่ผ่านมาพรรคสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด นายนิพิฏฐ์แจงว่า เรารวมกันภายใต้เงื่อนไขอะไร อย่างเช่นเราบอกว่าต่อไปนี้จะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะนี้ เว้นแต่ว่าประชาชนเขาทำประชามติแล้ว ภายใต้เงื่อนไขอย่างนี้ๆ และไม่มีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่มีการนิรโทษกรรม และมีนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชนรีบด่วน อย่างนี้ก็มาดู หรือไปรวมกับทหาร ภายใต้เงื่อนไขอย่างนี้ๆ เศรษฐกิจแบบนี้ ก็ว่าไป ประชาชนห่วงเรื่องเศรษฐกิจมากที่สุด เราต้องเข้าใจประชาชน อย่าไปทำเพื่อพรรค เพื่อตัวเราเอง เพื่อกลุ่มการเมือง มันต้องทำเพื่อประชาชน
เสนอชื่อ&amp;quot;ชวน&amp;quot;เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงความชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสามรายชื่อที่จะประกาศตอนเลือกตั้งว่า หลายคนเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่ในสามรายชื่อด้วย ส่วนรายชื่อที่สามผมไม่รู้ แต่ชื่อที่สองหลายคนอยากให้นายชวนมาอยู่ตรงนั้น คิดว่าต้องเคารพความเห็นของสมาชิก สมาชิกพรรคต้องการอย่างนั้น นายชวนเคยบอกว่าจะไม่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็แน่นอนเราเคารพท่าน เพราะเคยเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เที่ยวนี้เราจะขอร้องท่านว่าขอให้ท่านมาเป็นหนึ่งในสามรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคได้ด้วยเถอะ เพราะเป็นเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนพร้อมจะไปบอกท่านชวนว่าขอให้มามีชื่ออยู่ หนึ่งในสามรายชื่อของพรรค แต่ท่านจะไปเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ เราไม่รู้ แต่หากท่านมาอยู่ตรงนั้น เราจะหาเสียงง่าย ไม่ใช่แค่ภาคใต้ แต่ทุกภาค คนยังรักท่าน ผู้หลักผู้ใหญ่ต่างๆ ก็เคารพท่าน เพราะท่านเป็นหลักของประชาธิปไตย คนมันมีความหวัง ขนาดมหาเธร์ โมฮัมหมัด อายุตั้ง 90 กว่า ยังกลับมาเป็นนายกฯ ได้เลย ส่วนอีกหนึ่งชื่อ ก็แล้วแต่สมาชิก แต่เราอาจไม่เสนอก็ได้ เราอาจเสนอแค่สองชื่อคือคุณอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคกับคุณชวน หลีกภัย ก็ได้&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายนิพิฏฐ์ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พรุ่งนี้ (18 พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. และสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย จะเดินพบปะประชาชนที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นการทำกิจกรรมในทางการเมือง แม้เคารพนับถือกัน แต่จะไม่ไปต้อนรับ เพราะแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากส่วนรวม และจะไม่ทำให้ประชาชนสับสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.30 น. วันเสาร์ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชาชาติไทย นำทีมออกพบปะกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้า เดินคารวะแผ่นดิน และเพื่อหยั่งเสียงหาสมาชิกพรรค และสอบถามเรื่องปัญหาปากท้อง ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากชาว จ.ตรังเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพเดินทางถึง จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. ที่อำเภอย่านตาขาว และขณะที่การเดินในเขตเทศบาลนครตรัง โดยเฉพาะในตลาดสดทั้งสองแห่ง ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างฝากความหวังเรื่องของปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ แต่สินค้ากลับมีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;quot;ชวน&amp;quot;ไม่อยู่พบ&amp;quot;สุเทพ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนนั้นเวลาประมาณ 06.30 น. นายสุเทพได้เข้าไปที่บ้านของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่บ้านพักถนนวิเศษกุล ในเขตเทศบาลนครตรัง เพื่อแสดงความกตัญญูที่มีต่อคุณแม่ถ้วน หลีกภัย และนายชวน โดยมีนายระลึก หลีกภัย น้องชายนายชวนคอยให้การต้อนรับแทน พร้อมกับบอกนายสุเทพว่านายชวนไปลอกตาที่ กทม. ใช้เวลาการสนทนาประมาณ 15 นาที ก่อนออกมาเดินพบปะกับชาวบ้านในตลาดเทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพเผยว่า การเข้าไปในบ้านของนายชวน &amp;nbsp;เป็นการแสดงความเคารพต่อทั้งคุณแม่ถ้วนและนายชวน ซึ่งตนยกย่องคุณแม่ถ้วนมาตลอดว่าเป็นผู้หญิงเก่ง และนายชวนก็เป็นปรมาจารย์ที่สั่งสอนตนมา และทุกครั้งที่ตนเดินทางมา จ.ตรัง ก็จะแวะเข้าไปกราบไหว้ผู้มีพระคุณทุกครั้ง ส่วนแนวทางทางการเมืองจะจับมือกับทุกพรรค ยกเว้นพรรคเพื่อไทย และใครที่ยืนหยัดปฏิรูปประเทศ ก็จะร่วมมือด้วย โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งต้องจงรักภักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธวัชชัย อนามพงษ์ และนายแสนคม อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยนายธวัชชัยกล่าวภายหลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคถึงเหตุผลที่ตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้นำทีมมา 3 คน จากจันทบุรี ซึ่งมีมาสมัครก่อนหน้านี้แล้วคือ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา โดยก่อนมาสมัครตนได้ฟังเสียงประชาชน ส่วนมากประชาชนในพื้นที่อยากให้มาอยู่ พปชร. เพื่อช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ ที่ขณะนี้มีปัญหาเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเองอยากได้ ส.ส. เมื่อผมได้ฟังเสียงประชาชนจึงอยากมาอยู่ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เข้าใจดี และอยากให้มา ขณะเดียวกันได้เดินสายรับฟังทั้งในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจอัญมณี รวมทั้งข้าราชการและท้องถิ่นก็อยากให้มาอยู่ พปชร. เพื่อจะได้ช่วยจังหวัดจันทบุรีด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่าที่ผ่านมาไม่สามารถช่วยเหลือปากท้องประชาชนได้เต็มที่ใช่หรือไม่ นายธวัชชัย ตอบว่า เป็น ส.ส.มา 8 สมัย ที่ผ่านมาเป็นฝ่ายค้านเยอะมาก ส่วนกระแสของประชาธิปัตย์ในพื้นที่ลดลงหรือไม่นั้น ไม่อยากพูด แต่ก็ดีกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ก็ได้ไปลานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และเคยสังกัดพรรคประชากรไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งไปลานายอภิสิทธิ์ ท่านพูดน้อยมาก เพียงขอให้โชคดี แต่ในตอนหลังก็มีการส่งคนมาชักชวนอีก แต่ไม่เอาแล้ว พอแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ได้เกลียดท่าน
แคลงใจ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การออกจากพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ออกมาด้วยความไม่พอใจกันใช่หรือไม่ อดีต ส.ส.จันทบุรีผู้นี้ตอบว่า ก็นิดหน่อย แต่ก็บอกท่านแล้วว่ายุคนี้ทำไมต้องทำโพลด้วย 8 สมัยแล้ว ซึ่งหลานตนก็ลงบัญชีรายชื่อแสนสี่หมื่นคะแนน ทำไมต้องทำโพลด้วย ถามว่าทำเมื่อไหร่ ไม่ได้ว่าท่านนะ แต่ทำเมื่อปี 60 ดังนั้นไม่ไหว ก็ลาออก ไม่มีอะไรมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่หาเสียงครั้งหน้าจะมีปัญหาหรือไม่ นายธวัชชัยปฏิเสธว่า ไม่มี เพราะครั้งนี้คิดว่าเป็นการเลือกที่ตัวบุคคลไม่ใช่เลือกที่พรรค ดังนั้นต้องไปคุยให้ชาวบ้านเข้าใจ ซึ่งปัญหาชาวบ้านคือเรื่องปากท้องและเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้า เราก็เข้าไปคุยว่าจะเป็น ส.ส.เพื่อเข้าไปช่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ทำไมมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองพื้นที่มานาน กับพรรคใหม่อย่าง พปชร. จะไปเปลี่ยนความคิดประชาชนได้ อดีต ส.ส.จันทบุรีตอบว่า ได้คุยกับชาวบ้าน ซึ่งเขาทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองพื้นที่มานานมีตนเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งตนก็ได้ไปขอลาออกจากนายอภิสิทธิ์เอง เพราะประชาชนเรียกร้องจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจ และมั่นใจยกทีม และคิดว่าคนจันทบุรีจะไม่ให้บทเรียนอะไรจากการย้ายพรรคครั้งนี้ เพราะเขาเข้าใจดี ซึ่งตนเล่นการเมืองก็ไปตามกระแสเรียกร้อง&amp;quot; นายธวัชชัยมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เหตุใดต้องย้ายมาพลังประชารัฐ ในเมื่อหากพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถมาร่วมงานได้อยู่ดี นายธวัชชัยกล่าวว่า &amp;quot;ไม่แน่ใจ แต่เมื่อผมมาอยู่กับใครแล้วก็ไม่อยากพูด เพราะท่านอภิสิทธิ์ก็ดีกัน แต่ตอนไปลาท่านก็พูดน้อย พูดแค่ว่าโชคดี ส่วนนายชวน หลีกภัยนั้น ผมไม่ได้พบ แต่ผมเองก็เป็นเพื่อนกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แสดงว่าที่มีปัญหา เนื่องจากประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล จึงทำให้การทำงานในพื้นที่ลำบากใช่หรือไม่ นายธวัชชัยยืนยันว่า ก็แบบนั้น เที่ยวที่แล้วก็แบบนั้น เวลาเป็นรัฐบาลทีเราของบประมาณไปจันทบุรีเยอะมาก แต่เวลาเป็นฝ่ายค้านทำงานลำบาก ตนเน้นการทำงาน ตอนนี้มาอยู่ในพลังประชารัฐก็ขอโครงการไปเยอะ เพราะชาวบ้านอยากได้ การเล่นการเมืองยุคนี้ต้องให้ชาวบ้านร้องเรียนปัญหามา ซึ่งตนกำลังจะเชิญนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ไปดูในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีคนหลากหลายอาชีพ ขณะนี้ท่านกำลังดูตารางเวลาที่จะลงไป เพื่อให้เห็นภาพในพื้นที่ที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายธวัชชัยและนายแสนคมได้เปิดรูปถ่ายจากโทรศัพท์มือถือขณะไปลานายอภิสิทธิ์ให้สื่อมวลชนดูด้วย
พลังประชารัฐคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ยังคงมีบรรดาอดีต ส.ส. ศิลปิน นักวิชาการ ทยอยสมัครอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เดินทางมาสมัครตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 17 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนายพีระพงษ์ ทีฆสกุล อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นายอิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา หรือเวสป้า อดีตนักร้องอาร์สยาม เจ้าของเพลงดัง &amp;quot;100 เหตุผล&amp;quot; รวมถึงนักธุรกิจกลุ่มคนรุ่นใหม่ของสถาบันปัญญาประชารัฐ เข้าสมัครสมาชิก โดยมีนายกอบศักดิ์​ ภูตระกูล​ โฆษกพรรค​และนายณพงศ์​ นพเกตุ อดีต ผอ.นิด้าโพล​ ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวิทย์กล่าวว่า พรรคเรามีความเชื่อ 3 เรื่องคือ​ 1.ความสงบสุข ถ้าไม่มีความสงบสุขบ้านเมืองก็ไปไหนไม่ได้ 2.ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง​ เราจึงเชื่อในการมีสังคมสวัสดิการ เพื่อจะเติมเต็มพลังของคนทุกกลุ่ม และ​​ 3.ประเทศไทยต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่โลกที่หนึ่ง เป็นสังคมฐานนวัตกรรม​ จึง​จะเห็นได้ว่าพรรคนี้จะมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาร่วม​ และเราจะฟังเสียงคนเหล่านี้เพื่อเป็นตัวกำหนดนโยบายของพรรค และพรรคมีแนวคิดที่ยิ่งใหญ่ แต่ขออุบไว้ก่อน​ โดยจะใช้ทีมงานคนหนุ่มสาวมาช่วยกันระดมความคิดว่าจะทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ขึ้นอย่างไร​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยังให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่มีการหารือ เพราะพลังประชารัฐเพิ่งได้รับการรับรองมาไม่นาน แต่คิดว่าเรื่องนี้ต้องฟังเสียงสมาชิกเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยังคงยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ นายสุวิทย์ตอบว่า &amp;quot;โดยส่วนตัวผมชอบ ผมสนับสนุนท่านเต็มที่ แต่ในส่วนของพรรคต้องมีการหารือกัน เราต้องเคารพมติพรรค โดยส่วนตัวยังไม่ได้ทาบทาม แต่มีการทาบทามในใจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ปกติทุกพรรคจะเสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ นายสุวิทย์กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดให้พรรคสามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ได้ 3 คน เพราะฉะนั้นเราต้องเสนอชื่อหัวหน้าพรรคด้วย ทั้งหมดเป็นกติกา ที่เราต้องทำตามครรลองอยู่แล้ว ซึ่งคงจะหารือกันว่าจะเสนอใครเป็นนายกฯ ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความชัดเจนของ 4 รัฐมนตรีที่จะลาออกจากตำแหน่งนั้น นายสุวิทย์ระบุว่า หัวหน้าพรรคได้ประกาศไว้แล้วว่าเราออกแน่นอน แต่ตอนนี้เราต้องรับผิดชอบต่องานปัจจุบันของเราที่มีจำนวนมาก เราอยากปิดงานให้เร็วอย่างกระทรวงใหม่ที่ทำอยู่ก็อยากให้สมบูรณ์ จะได้ตั้งไข่ได้ในรัฐบาลต่อไป อยากปิดจ๊อบเร็วๆ เพราะฉะนั้นอยากให้เข้าใจว่าเมื่อถึงเวลาเราไปแน่ และถ้าไปก็จะไปพร้อมกัน มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจของเราทั้ง 4 คน ยืนยันไม่เคยคิดที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ เพราะหากเราออกไปตอนนี้ คนใหม่ที่เข้ามาต้องมาเรียนรู้งานใหม่ ก็จะเสียเวลา ยืนยันอีกสักพักก็จะเห็นเร็วๆ นี้แน่นอน&amp;quot; นายสุวิทย์กล่าว
&amp;quot;เทวัญ&amp;quot;นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ เวลา 09.00-15.30 น. ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ พรรคชาติพัฒนา จะดำเนินการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรคชาติพัฒนา โดยจะมีสมาชิกพรรคชาติพัฒนาจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคกล่าวว่า เราจะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตามข้อบังคับพรรค จะมีคณะกรรมการบริหารพรรคไม่น้อยกว่า 9 คน แต่ไม่เกิน 30 คน และในวันประชุมสมาชิกพรรคก็จะมีการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเพื่อทำการเลือกตั้งต่อไป ขณะที่ในส่วนการรับสมัครสมาชิกพรรคชาติพัฒนาขณะนี้นั้น ปัจจุบันมีกลุ่มคนหลากหลายอาชีพมาร่วมสมัคร ทั้ง อดีต ส.ส. คนรุ่นใหม่ นักวิชาการ และคนที่มีประสบการณ์การทำงาน มาร่วมอุดมการณ์กับเรา และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรคชาติพัฒนาเปิดเผยด้วยว่าสำหรับบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา จะเปลี่ยนจาก นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันที่มีปัญหาสุขภาพ ไปเป็นนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี น้องชายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญ อาทิ รองหัวหน้าพรรค จะให้ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ดำรงตำแหน่ง, น.ส.เยาวภา บุรพลชัย ดำรงตำแหน่งโฆษกพรรค, น.ส.เมลิสา มหาพล ดำรงตำแหน่งรองโฆษก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแนะนำพรรคและเชิญชวนชาวเพชรบูรณ์ร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยร่วมกันเดินพบปะชาวเพชรบูรณ์ 2 จุด ได้แก่ ตลาดสดเทศบาล 1 และตลาดสดเทศบาล 2 ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อเชิญชวนชาวเมืองเพชรบูรณ์ที่มาจับจ่ายซื้อของภายในตลาดสด และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมรับฟังปัญหาชาวเมืองเพชรบูรณ์ไปพร้อมกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายรังสิมันต์พยายามเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ โดยบอกว่าถ้าหากอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ขอให้ชาวเพชรบูรณ์สมัครเป็นสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมีการแจกแผ่นพับ และยังแนะนำที่ตั้งศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ สาขาเพชรบูรณ์ ถนนเมืองเพชรพัฒนา ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ส่วนนายปิยบุตรแสดงความพอใจในการตอบรับของชาวเพชรบูรณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างรู้จัก โดยติดตามความเคลื่อนไหวและแนวทางของพรรคอนาคตใหม่จากสื่ออย่างต่อเนื่อง
เพื่อไทยระส่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องยุทธศาสตร์การจัดตัวผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ที่พรรคเพื่อไทยจะเน้น ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง เพราะมีการประเมินกันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อเลย โดยให้พรรคแนวร่วมคือพรรคไทยรักษาชาติ เน้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครไม่ครบทั้ง 350 เขต เนื่องจากมีอดีตส.ส.ที่ออกไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ทำให้ต้องมีการเกลี่ยผู้สมัครระหว่างกัน ไม่ให้ผู้สมัครทับซ้อนกันมากจากยุทธศาสตร์นี้ เดิมที่แกนนำพรรคประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยนั้น จากยุทธศาสตร์นี้ อาจทำให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างน้อย 5 คน หรือไม่เกิน 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้บรรดาแกนนำหลักของพรรคเพื่อไทยที่ไม่มีเขตเลือกตั้งต้องย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้เป็น ส.ส.เข้าไปทำงานในสภา ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยจะขาดแกนนำหลักในการหาเสียง อีกด้านหนึ่งก็ต้องให้อดีตผู้สมัครที่แพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาย้ายไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติ เก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เพื่อเปลี่ยนเป็นคะแนนบัญชีรายชื่อ ยังเจอปัญหาเนื่องจากไม่มีใครอยากไป เพราะการลงเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทยหาเสียงได้ง่ายกว่า และมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง จะดีกว่าไปเก็บคะแนนให้พรรคโดยที่ตัวเองไม่ได้เป็น ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมาพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อขอลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า ต้องการขอแก้ตัว และจะเอาชนะให้ได้ ทำให้กรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน ต้องปวดหัวกับการหาทางออก เพราะนอกจากจะมีอดีต ส.ส.ไม่ยอมออกไปแล้ว ยังมีการแบ่งเขตใหม่ที่ยังไม่ชัด ซึ่งอาจทำให้ต้องมีอดีต ส.ส. พื้นที่ใกล้เคียงกัน ต้องมีคนหนึ่งอยู่ คนหนึ่งไป ทำให้ใครที่ไม่ได้ตามความต้องการจำเป็นต้องย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า สำหรับการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครสวรรค์ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยทั้ง 6 เขต โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เป็นแกนนำคนสำคัญในการจัดตัวและเป็นโค้ชคอยให้คำแนะนำในเรื่องการหาเสียงหรือลงพื้นที่ โดยเขต 1 ส่งน้องเบล น.ส.บุษยา ตั้งภากรณ์, เขต 2 นายวรภัทร ตั้งภากรณ์ บุตรสาวและบุตร ชาย พ.ต.ท.บรรยิน ลงเลือกตั้ง ส่วนเขต 3 นายสัญชัย วงษ์สุนทร อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย, เขต 4 พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.หลายสมัย และยังเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ทั้งยังเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน, เขต 5 นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่, เขต 6 นายอภิสิทธิ์ อินทรสิทธิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้บรรดาผู้สมัครทั้ง 6 เขตของพรรคเพื่อไทยเริ่มลงพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านบ้างแล้ว พ.ต.ท.บรรยินนั้นยังวางว่าจะพยายามกวาด ส.ส.ให้ได้ทั้งใจหวัดในคอนเซ็ปต์ &amp;quot;นครสวรรค์ยุคใหม่โดยคนรุ่นใหม่&amp;quot; นอกจากนี้ พ.ต.ท.บรรยินยังได้ยืนยันกับคนใกล้ชิดว่าจะไม่มีการย้ายไปยังพรรคไทยรักษาชาติอย่างแน่นอน เพราะเวลานี้ผู้สมัครทุกคนนั้นลงตัว ทุกคนมีคะแนนตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี และมีโอกาสที่จะคว้า ส.ส.ทุกเขตในการเลือกตั้งที่จะมาถึง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย อนามพงษ์, นายแสนคม อนามพงษ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5beffe437a461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะวันออกเลือดไหล! 3 อดีตส.ส.ทิ้งประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.61 - นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้มีอดีตส.ส.ภาคตะวันออก ที่มาแจ้งลาออกกับตนอย่างเป็นทางการคือ นายประมวล เอมเปีย อดีตส.สชลบุรี และ นายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีตส.ส.จันทบุรี ส่วนนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีตส.ส.จันทบุรี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลาออกหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออกรู้สึกเสียใจ ที่มีสมาชิกออกไป ตนก็ขอเคารพในการตัดสินใจของสมาชิกและอดีตส.ส. ซึ่งพรรคปชป.ก็มีคนที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่คนที่ลาออกไปอย่างแน่นอน และจะเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทันยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าการลาออกไปของ อดีตส.ส. ครั้งนี้มีเรื่องของจำนวนตัวเลขหรือเงินมาเกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้ยินมา ผมจะยิ่งเสียใจหนักเข้าไปอีก เพราะว่าไม่น่าเชื่อว่าบุคคลของพรรคที่ควรอยู่ในยุคของการเมืองที่ควรจะมีการปฏิรูปแล้ว แต่กลับออกจากพรรคไปด้วยเหตุผลของตัวเลข ยิ่งสะท้อนว่าการเมืองไม่ได้มีการปฏิรูป จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบอดีตส.ส.ที่ออกจากพรรคไปด้วยว่า ภายหลังจากที่ออกจากพรรคปชป.ไปแล้วทุกคนมีการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นผลประโยชน์แก่ชาติและบ้านเมือง ติดตามว่าแต่ละคนที่เป็นข่าวได้มีการลาออกไปเพื่อทำตามอุดมการณ์ หรือไปเพื่อตัวเลขเงินเท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายสาธิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย อนามพงษ์, ปชป., ประมวล เอมเปีย, ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา, สาธิต ปิตุเตชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab22431b3c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่เมินสุเทพตั้งพรรครปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินตอบ &amp;ldquo;กำนัน&amp;rdquo; ตั้งพรรค ส่วน &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ชี้เป็นเรื่องที่ดี อภิสิทธิ์ยังกั๊กจับมือ &amp;nbsp;ลั่นต้องขอดูอุดมการณ์ก่อน ส่งกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ว.ถึงมือนายกฯ แล้ว กกต.ย้ำห่วงไพรมารี พีระศักดิ์แย้มข่าวร้ายหย่อนบัตรท้องถิ่นอาจช้ากว่าเลือกตั้งใหญ่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นในกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยเมื่อถูกถามได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า แล้วแต่เขาว่าเขาจะคิดอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่านายสุเทพมาตั้งพรรคการเมืองก็ดี มาร่วมมือกันหลายส่วน &amp;nbsp;พร้อมปฏิเสธไม่เห็นภาพนายสุเทพหลั่งน้ำตา&amp;nbsp;
ส่วนกรณีนายสุเทพบอกว่า ต้องยอมตระบัดสัตย์เพราะมาทำงานเพื่อประชาชน พล.อ.ประวิตรระบุว่า เขาคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แล้วแต่เขา เมื่อซักต่อว่าสะท้อนใจหรือไม่ที่คนระดับนายสุเทพต้องมาหลั่งน้ำตาเพื่อมาทำงานทางการเมือง รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ตอบ ไปซับอะไรเขา ก็เขาร้องไห้ เราจะไปรู้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องซับน้ำตาให้นายสุเทพหรือไม่ เพราะเคยเป็นกองหนุนของรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยเป็น กปปส. ลงเรือลำเดียวกันมาตั้งแต่ปี 2557 พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยเสียงดังว่า &amp;quot;อะไรวะ ไม่มีไร &amp;nbsp;ตอนหลังก็ไม่ได้มาทำอะไรร่วมกันแล้ว คสช.ก็ไปทำงานของ คสช.เอง&amp;quot;&amp;nbsp;
ส่วนที่มองกันว่านายสุเทพตั้ง รปช.ขึ้นมามีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ทราบ ต้องไปถามเขา ถามตนเองไม่ได้ ส่วนจะถือเป็นเรื่องที่ดีใช่หรือไม่ คุณคิดอย่างไรก็แบบนั้นนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบเรื่องนี้ว่าไม่มอง ทำไมต้องมอง ส่วนจะดีหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่เรื่องของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าไปเป็นได้ แม้แต่ข้าราชการก็ไปเป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรค เว้นแต่รัฐมนตรีที่สามารถเป็นได้เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ตำแหน่งในรัฐบาล แต่เมื่อยุบสภาเขาก็ไปเลือกตั้ง &amp;nbsp;ถ้าลาออกก็คงกลับไปเลือกตั้งไม่ทัน ส่วนที่มีกระแสข่าวคนในรัฐบาลนี้ไปร่วมพรรคดังกล่าว ไม่ทราบ หากมีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนเรื่องความเหมาะสมก็แล้วแต่ทัศนะของใครอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าช่วงใกล้เลือกตั้งรัฐบาลจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายวิษณุยืนยันว่าไม่ใช่ &amp;nbsp;รัฐบาลและ คสช.จะอยู่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่ถวายสัตย์ ส่วนจะมีใครอยู่เกินหรือไม่นั้น คนที่ได้เป็นอะไรต่อเขาอาจอยู่เกินได้ภายใต้โฉมหน้ารัฐบาลใหม่
ลั่นต้องส่องอุดมการณ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงอุดมการณ์ของ รปช.ไม่แตกต่างจาก ปชป.ว่า จุดยืนพรรคในการปฏิรูปชัดเจน และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากหลายคนของ รปช. และ 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ทำใน 3-4 ข้อของการปฏิรูป เช่น การกระจายอำนาจ ปัญหาการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าพรรคใหม่ยืนยันหลักการเหล่านี้ ต้องดูท่าทีในการกำหนดนโยบายว่าจะเหมือนหรือแตกต่างจาก ปชป.หรือ คสช.อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีสาขาแน่นอน พรรคไม่มีแนวคิดเรื่องพรรคสาขาหรือนอมินี และเชื่อว่านายสุเทพไม่ประสงค์เป็นสาขาของใคร และเป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคการเมืองต้องแย่งฐานเสียงกันเอง โดยเฉพาะพรรคที่มีแนวความคิดคล้ายกัน ส่วนจะทำงานร่วมกันหรือไม่นั้นต้องดูว่าแนวคิด นโยบายคล้ายกันหรือไม่ ถ้าคล้ายก็ร่วมงานกันไม่ยาก ต้องรอดูและให้เวลาเขาทำงานก่อน และประเด็นสำคัญคือต้องดูว่าไปสนับสนุนบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ ตอบชัดเจนคงยากต้องดูต่อไป เพราะยังมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง เช่น กระบวนการการเลือกตั้ง ท่าทีที่แสดงต่อสาธารณะ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป.ภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีนายธวัชชัย อนามพงษ์ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.จันทบุรี ปชป.ไปร่วมงานเปิดตัว รปช.และประกาศร่วมงานการเมืองกับนายสุเทพ ว่ามีผลกระทบกับพรรคบ้าง แต่คงไม่กระทบอะไรมากนัก และคิดว่าพอหาคนมาลงแทนได้ เพราะฐานเสียง จ.จันทบุรีประชาชนมีความมั่นคงและไว้ใจ ปชป.มาตลอด เราต่อสู้มาตั้งแต่มีคู่ต่อสู้เช่นนายประวัฒน์ อุตโมท อดีต ส.ส.ชาติพัฒนาที่ถือว่าเข้มแข็งที่สุดมาแล้ว แต่คนจันทบุรีก็ไว้ใจเลือกคนของพรรคมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณธวัชชัยก่อนมาอยู่กับเรา ท่านก็ย้ายมาหลายพรรคแล้ว แต่หากท่านตัดสินใจไปจากพรรค เพราะเหตุผลทางอุดมการณ์ที่ตรงกับ รปช. โดยไม่มีเหตุผลเรื่องผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การตั้งพรรค รปช.ถือเป็นการเปิดตัวแนวร่วมใหม่ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีกพรรค ซึ่งการตั้งพรรคลงแข่งขันกันตามกติกาประชาธิปไตยย่อมดีกว่าการชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางกันเลือกตั้ง ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อล้มรัฐบาลไปสู่การรัฐประหาร ส่วนจะเป็นพรรคที่สานต่อแนวทางของ กปปส.หรือไม่ &amp;nbsp;ดูจากสมาชิกที่รวมตัวกัน กปปส.ก็มากันเพียบ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การตั้งพรรคควรเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ประชาชนก็แปลกใจที่นายสุเทพร้องไห้อีกแล้ว เหมือนเป็นทางถนัดของนายสุเทพที่ให้น้ำตานำทาง ทำให้อดนึกถึงนักการเมืองบางคนที่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จในสภาไม่ได้หรือไม่&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าวและว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาพรรคใดแพ้ก็ต้องยอมรับและทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ควรใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายล้มโต๊ะชัตดาวน์ประเทศให้เสียหายอีก
กม.ลูกถึงมือประยุทธ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น นายวิษณุกล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ร่างดังกล่าวยังมาไม่ถึงรัฐบาล เพราะศาลยังไม่ส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดังนั้นต้องใช้เวลา แต่สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เชื่อว่าจะส่งให้นายกฯ ลงนามเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายได้ในวันที่ 4 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปขีดเส้นตายแบบนั้นเลย เดี๋ยวพวกคุณก็เอาไปพาดหัวว่า เอาละโว้ย ลงนามแล้วโว้ย เจ้าหน้าที่เขาแจ้งผมมาว่าได้ตรวจสอบเสร็จเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา และเสนอนายกฯ วันนี้ (4 มิ.ย.) และนายกฯ ก็คงไม่ได้ตรวจอะไรอีก 7 วันหรอก ไม่ต้องกลัว&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุยังกล่าวถึงการกำหนดเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ ทำได้ตามปกติ แต่ตอนนี้ที่ลังเลคือจะเป็น กกต.ชุดเก่าหรือใหม่ที่จะมาทำหน้าที่ ส่วนจะคืบหน้าอย่างไรแล้วไม่ทราบ และไม่มีหน้าที่ต้องมารายงาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.กล่าวถึงการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ &amp;nbsp;53/2560 ว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยแล้วคงมีผลกระทบโดยเฉพาะพรรคการเมือง แต่ก็ยังไม่รู่ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมา กกต.และ สนช.ได้ส่งความเห็นถึงศาลแล้ว และก่อนหน้านี้ กกต.ยังเคยทำหนังสือถึง คสช.หลายฉบับเพื่อให้ผ่อนปรนเรื่องที่อาจเป็นปัญหา อาทิ เรื่องทุนประเดิม เรื่องการเก็บค่าบำรุงพรรค แต่ไม่ได้บอกว่าคำสั่งดังกล่าวผิดหรือไม่ผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า หากคำวินิจฉัยของศาลไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 กระบวนการจัดการเลือกตั้งก็เดินหน้าต่อไป แต่ยังมีความกังวลโดยเฉพาะเรื่องการทำไพรมารีโหวต โดยเข้าใจว่าสามารถทำได้ แต่อยากให้เลื่อนการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เร็วขึ้นเพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น ซึ่งมีหลายฝ่ายเสนอความเห็นว่าในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ กกต.นั้น ควรให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน ภายหลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ เพราะจะเป็นผลดีต่อพรรคการเมืองที่จะมีเวลามากขึ้นในการปรับตัว เนื่องจากไม่รู้ว่าพรรคการเมืองต้องใช้เวลาเท่าไหร่ทำไพรมารีโหวต แต่ละพรรคมีความพร้อมแตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้แล้วจะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ครม.กับ กกต. ตามข้อ 8 คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ซึ่งตอนนั้นอาจมีการปลดล็อกเกิดขึ้น&amp;rdquo;
เลือกตั้งท้องถิ่นยังยาว
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กรธ.ว่าเป็นต้นคิดให้นำระบบไพรมารีโหวตมาใช้จนเป็นภาระของพรรคการเมืองว่า กรธ.ไม่ได้เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ แต่เป็นการเพิ่มเติมในชั้นของ สนช.ที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน เพื่อหวังให้ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
&amp;ldquo;ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้อยากเห็นการปฏิรูปที่เป็นการสร้างภาระให้พรรคการเมือง แต่เมื่อมีการกำหนดไว้ในกฎหมายลูกแล้วก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หากไม่ดำเนินการก็จะเกิดปัญหาฟ้องร้องกันได้&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า &amp;nbsp;กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่ในขั้นตอนของการปรับแก้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายต่างๆ &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องรวมถึงรัฐธรรมนูญด้วย ขณะนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนจึงจะเสร็จ ส่วนจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้นยังกำหนดไม่ได้ ขึ้นอยู่ที่ว่ากฎหมายจะเสร็จก่อนหรือหลัง ถ้าเสร็จเร็วก็เลือกเร็ว อาจเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนก็ได้ แต่ถ้าหากกฎหมายเสร็จช้า จะเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนก็ไม่น่ามีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 7 มิ.ย.ว่า การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามขั้นตอนของทุกครั้งที่มีการชุมนุม โดยเน้นการทำความเข้าใจพูดคุย ซึ่งกองทัพต่อจากนี้ไปก็ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติ และดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ในส่วนเรื่องความมั่นคงนั้นยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดบางกรณี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10683</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ตึกไทยคู่ฟ้า, ธวัชชัย อนามพงษ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พีระศักดิ์ พอจิต, มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย, ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย, วิษณุ เครืองาม, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b154827bb077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทือก&#039;หลั่งน้ำตา ขอเป็นขี้ข้าปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รปช.&amp;quot; เปิดตัวคึกคัก &amp;ldquo;เอนก&amp;rdquo; แจงทำพรรคการเมืองเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ตั้งเป้าดึงคนดี-เก่งนั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ &amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; หลั่งน้ำตาปลื้ม รปช.สืบสานอุดมการณ์ กปปส. ไม่สนเสียงวิจารณ์ตระบัดสัตย์ ขออาสาเป็นขี้ข้า ปชช. อ้างกลับลำหนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เหตุเข้าร่วม รปช.แล้ว ด้านปชป.ทวงสัญญาอย่าตกปลาในบ่อเพื่อ &amp;quot;พท.&amp;quot; ยังแค้นแกนนำ กปปส.ล้มเลือกตั้ง เหน็บขอให้ตระบัดสัตย์ครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เวลา 09.00น. วันที่ 3 มิถุนายน พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ประชุมผู้ก่อตั้งพรรคและผู้สนับสนุนของพรรคครั้งแรก &amp;nbsp;โดยมีผู้ก่อตั้งและประชาชนเดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายธานี เทือกสุบรรณ, นายเชน เทือกสุบรรณ, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสาธิต เซกัล และนายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุเทพยืนยันว่า จะไม่รับตำแหน่งผู้บริหารในพรรค หากพรรคได้เป็นรัฐบาลก็จะไม่รับตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาล จะเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายเอนกกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า พรรคการเมืองในประเทศไทยมี 3 แบบ คือ 1.พรรคของผู้นำทางทหารที่จำเป็นต้องทำการเมือง เช่น จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็มีพรรคเสรีมนังคศิลา 2.พรรคของคนที่รู้จักรวย เป็นคนทำธุรกิจการเมืองที่เลวร้ายที่สุดหรือทุนสามานย์ และ 3.พรรคของนักการเมือง ซึ่งทั้งพรรคทั้ง 3 แบบจะรู้เลยว่าใครเป็นเจ้าของพรรค ใครเป็นนายทุนพรรค มีการกวาดต้อนคนไปเป็น ส.ส. หวังเป็นรัฐบาลสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมาแบบที่เราไม่อยากเห็นอีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนกกล่าวว่า เราอยากเห็นพรรคที่ทุกคนมีความหมาย ทุกสมาชิกมีบทบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามีการทาบทามตนเป็นหัวหน้าพรรค จึงขอยืนยันว่าทำพรรคครั้งนี้ไม่ได้ทำ เพราะอยากเป็นหัวหน้าหรือรัฐมนตรี แต่ทำเพราะต้องการสืบสานแนวทางการปฏิรูปของมวลมหาประชาชนและคนที่มีอุดมการณ์ตรงกัน เพื่อทำพรรคการเมืองใหม่เป็นการเมืองเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการเมืองเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ภรรยาก็ให้การสนับสนุน และบุตรชายรวมทั้งหลานสาวก็ร่วมทำงานการเมืองด้วย โดยจะทำให้พรรคเป็นพรรคประชาชาติไทย ที่มีคนเก่ง คนดี และบุคลากรจากหลากหลายกลุ่มเข้ามาร่วมงานในระบบปาร์ตี้ลิสต์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมให้มาก และคาดหวังว่าจะไม่ใช่พรรคเล็ก แต่เป็นพรรคสำคัญที่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของบ้านเมืองในการขับเคลื่อนประเทศได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนกกล่าวอีกว่า ตนไม่กลัวแพ้ และเชื่อว่าการทำการเมืองครั้งนี้ไม่มีแพ้ เพราะเป็นการทำเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินไทย ด้วยการทำการเมืองแบบรู้รักสามัคคี ปฏิรูปแต่ไม่โค่นล้ม เป็นการทำการเมืองเพื่อลูกหลานในอนาคต ภายใน 3 เดือนนี้จะมีการเดินสายทั่วประเทศเพื่อเตือนประชาชนที่เคยออกมาเดินถนน ยอมตาย ยอมเจ็บและกำลังจะติดคุก ให้ร่วมกันทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคของพลเมือง ทั้งนี้ มีคนเป็นห่วงกลัวว่าตนจะมัวหมอง ไม่เป็นที่รักของคนทุกฝ่ายอีกแล้ว จึงบอกว่าจะทำการเมืองที่สร้างสรรค์ คิดด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ๆ เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาธิปไตยเริ่มภายในพรรค จึงจะทำประชาธิปไตยนอกพรรคได้&amp;nbsp;
เมินถูกด่าตระบัดสัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นผู้บริหารพรรคจะมีก็ต่อเมื่อมีสมาชิกครบถ้วนตามกฎหมาย จึงจะเปิดประชุมสมัชชาพรรค ซึ่งขณะนั้นอาจมีสมาชิกเป็นหมื่นเป็นแสนลงคะแนนโดยไม่มีการจัดตั้งหรือสั่งการ ถ้าเลือกให้ผมเป็นหัวหน้าก็พร้อมเป็น แต่ถ้าไม่เลือกก็ทำงานด้านอื่น โดยส่วนตัวอยากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพรรค เพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้&amp;quot; นายเอนกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้ายของงาน นายสุเทพลุกขึ้นกล่าวทั้งน้ำตาถึงเหตุผลที่ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.ว่า เป็นเพราะคิดถึงการเสียสละและการต่อสู้ของประชาชนในยามที่บ้านเมืองมีภัย โดยมีผู้บาดเจ็บนับพัน เสียชีวิตหลายสิบคน จึงอยากให้คนเหล่านั้นเห็นภาพวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่พวกเรารำลึกถึงด้วยความเคารพในความเสียสละ และวันที่คนอย่างพวกเราลุกขึ้นมาประกาศอุดมการณ์สืบสานปณิธานของพี่น้องที่เสียสละ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นพรรคของประชาชนที่แท้จริงได้ในประเทศนี้ เพราะแค่มีข่าวก็มีคนดู มีเสียงวิจารณ์มากมายว่าเป็นพรรคของ กปปส. เป็นพรรคของลุงกำนัน ปรามาสว่าพรรคอย่างนี้โตไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมใช้เวลาครุ่นคิดพูดคุยกับผู้คนเป็นเวลาสี่ปี ฟังความคิดและศึกษาการตัดสินใจของคนเหล่านั้น และดีใจที่ได้เห็นประชาชนทั้งที่อยู่ในชนบท ทุกภาคของประเทศ ทุกอาชีพ เป็นเกษตรกร เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ ทนายความ อดีตข้าราชการทุกสังกัด และพลเรือน โดยทั้งหมดพูดตรงกันว่าเป็นโอกาสเดียวที่จะรวมพลังประชาชนคนไทยเพื่อทำการเมืองในประเทศให้เป็นการเมืองของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและแผ่นดิน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตแกนนำกลุ่ม กปปส.กล่าวว่า ตนรู้ว่าอาจจะเป็นจุดอ่อนให้ถูกโจมตีว่าตระบัดสัตย์ ไหนว่าไม่ยุ่งกับการเมือง จึงขอประกาศว่า ตนไม่ใช่คนอยู่เบื้องหลังของพรรคการเมืองนี้ และจะยืนเคียงข้างกับพี่น้องประชาชนที่มีอุดมการณ์ตรงกัน และไม่สนใจคำวิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตนไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขออาสาเป็นขี้ข้าของประชาชน เป็นผู้รับใช้ประชาชน เอาความรู้ ประสบการณ์ ทุ่มเทยืนเคียงข้างพี่น้องที่ตั้งพรรคการเมืองของประชาชนพรรคเดียวให้เกิดขึ้นให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทันทีที่พรรคได้รับอนุญาตจาก คสช.ให้ปฏิบัติในการรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนเป็นสมาชิกได้ ผมจะเดินไปหาพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผมไม่มีอย่างอื่นเป็นต้นทุน ลงทุน 5 หมื่นเท่าทุกคน แต่ยังเก็บรองเท้าคู่เดิมมาใช้รณรงค์ให้ประชาชนมาร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมืองด้วยกัน พรรคนี้จึงไม่ใช่ของกำนันสุเทพ แต่กำนันสุเทพจะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคนี้ เหมือนชาวไทยทุกคนที่รักชาติ รักแผ่นดิน&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมเปิดตัวพรรคครั้งนี้ ยังมีการตั้งคณะทำงาน 5 ด้าน ประกอบด้วย คณะทำงานเตรียมการจัดการประชุมสมัชชาพรรค คณะทำงานยกร่างข้อบังคับพรรค วินัย และมาตรฐานจริยธรรมพรรค คณะทำงานยกร่างนโยบายพรรคและโรงเรียนการเมืองพรรค คณะทำงานเตรียมการจัดตั้งสโมสรผู้นำเยาวชนพรรค และคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสุเทพตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ว่า ถามเรื่องนี้เร็วไป เพราะขณะนี้หัวหน้าพรรคยังไม่มี ซึ่งพรรคนี้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน คนที่จะตัดสินใจคือประชาชน ไม่มีใครตัดสินใจแทนประชาชนได้ ตนเคยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา แก้วิกฤติประเทศ และดำเนินการปฏิรูปประเทศตามแนวทางที่ประชาชนเรียกร้อง &amp;nbsp;แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป ตนไม่ใช่คนที่มีเสรีที่อยากจะพูดอะไรก็ได้แล้ว เพราะได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพรรค รปช.แล้ว จากนี้การพูดต้องเป็นของพรรค รปช. ซึ่งต้องมาจากประชาชนที่เป็นเจ้าของพรรคทุกคน&amp;nbsp;
อย่าตกปลาในบ่อเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอดีต ส.ส.พรรค ปชป.ที่เคยเป็น กปปส.มาเข้าร่วมพรรคนี้ด้วยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พรรคนี้ไม่ดูดใคร คนที่เคยเป็น กปปส.ร่วมต่อสู้มากับตน ก็ไม่ได้ชวนคนเหล่านั้นมาเลย เขาก็กลับพรรค แม้แต่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตแกนนำ กปปส. ซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับตน เขาก็กลับพรรค ปชป. เพราะเขาอยากกลับไปปฏิรูปพรรคของเขา คนที่มาในวันนี้คืออดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเขามาเอง และถึงต่อให้ไล่เขาก็ไม่ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีคนมองว่าพรรคนี้จะมาแย่งคะแนนของปชป. อดีตเลขาธิการพรรค ปชป.กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลใจ เพราะการทำงานของ รปช.ไม่ได้ตั้งตนเป็นศัตรูหรือคู่แข่งกับใคร เราพร้อมทำงานกับทุกพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ส่วนที่มีการประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ แต่ รปช.ยังยืนหยัดที่จะพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญนี้ ส่วนการนิรโทษกรรม ยืนยันตั้งแต่ก่อนเคลื่อนไหวจนกระทั่งโดนคดีหลายๆ คดี ทั้งคดีอาญาและแพ่ง ว่าไม่นิรโทษฯ ให้ใครทั้งสิ้น เราเต็มใจเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนไม่ดิ้นรนหนีคดีหรือนิรโทษฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวว่า เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในนามแกนนำ กปปส.จังหวัดจันทบุรี ที่มีการเปิดตัวตั้งพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และยังนับถือส่วนตัวต่อนายสุเทพ โดยยังมีสถานะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ยังไม่ได้ลาออกแต่อย่างใด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ จะอยู่กับพรรคเดิมหรือย้ายสังกัดพรรคใหม่ นายธวัชชัยกล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ลำบาก แต่ต้องทำ โดยเลือกจะมาช่วยงานนายสุเทพ โดยจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม รปช. และอาสาขอเป็นหัวหน้าทีมผู้สมัครใน 2 จังหวัดคือจันทบุรีและตราด โดยยังมีแกนนำ กปปส. จ.ตราดและทีมงานเดิมมาช่วยงานการเมืองครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวแสดงความยินดีกับการเปิดตัวพรรค รปช.ว่า ถือว่าเป็นทางเลือกให้กับประชาชน และยอมรับว่าคงมีผลกระทบกับพรรค ปชป.บ้างในเรื่องฐานเสียงที่เป็นฐานเดียวกัน แต่ถ้าดูแนวทางที่นายเอนก ประกาศว่าจะไม่มีการดูดอดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่น และจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายในทางการเมือง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้อง แต่ถ้ามีการดูดอดีต ส.ส. ก็จะเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกที่ผิด เพราะควรจะให้แต่ละพรรคทำกิจกรรม ไม่ใช่ไปตกปลาในบ่อเพื่อนเหมือนการเมืองแบบเก่า เมื่อจะทำพรรคการเมืองก็ต้องสร้างสมาชิกของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายสุเทพต้องขอโทษประชาชนก่อนหรือไม่ที่เป็นผู้นำในการชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้ประเทศเสียหาย และเสียโอกาสจากการก่อจลาจลหรือไม่ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการตั้งพรรคครั้งนี้ของนายสุเทพ จะเป็นไปเพื่อเตรียมการการเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ตั้งพรรคเพื่อป่วนประเทศ หรือเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง เคยประกาศจะไม่เล่นการเมือง ก็กลับมาเล่น ประกาศไม่ตั้งพรรคการเมือง ในที่สุดก็มาตั้ง เคยประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่าไม่เคยประกาศ สร้างวาทกรรมไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งถ้าไม่ปฏิรูป แล้ววันนี้ที่จะมาเลือกตั้ง การปฏิรูปเสร็จสิ้นแล้วหรือ อะไรคือผลสัมฤทธิ์หรือตัวชี้วัดว่าการปฏิรูปที่มีความก้าวหน้ามีอยู่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายสุเทพในการเปิดตัวพรรคของตัวเองอย่างเป็นทางการ แม้ในอดีตนายสุเทพไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และมีการนำมวลชนไปขัดขวางการเลือกตั้ง จากนั้นจนถึงวันนี้ ระยะเวลาผ่านมากว่า 4 ปี นายสุเทพคงตาสว่างขึ้น เพราะการปฏิรูปที่นายสุเทพเคยวาดฝันไว้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน ส่วนที่เคยระบุไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว วันนี้นายสุเทพกลับมาเปิดตัวพรรคการเมืองของตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง แสดงให้ว่าการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งที่เคยกล่าวอ้างไว้ เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อนำไปสู่อะไรบางอย่างเท่านั้นเอง และกลับมากลืนน้ำลายตัวเอง สิ่งที่กังวลคือ วันนั้นเชิญชวนคนมาปูทางให้เกิดการยึดอำนาจ วันนี้จะเชิญชวนคนให้มาปูทางสืบทอดอำนาจอีก ทั้งที่ 4 ปีที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าล้มเหลว
ตระบัดสัตย์ครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่นายสุเทพตั้งพรรคการเมืองเข้ามาในระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนได้เลือก คสช.เอง ไหนๆ ก็จะเล่นการเมือง ก็ควรเปิดตัวให้ชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์เป็นลูกผู้ชาย เป็นชายชาติทหาร ต้องกล้าคิดกล้าทำ ขนาดรัฐประหารยังทำมาแล้ว ก็ควรเปิดตัวให้ชัดเจนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไปเลย เลิกเหนียมได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายสุเทพประกาศเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง รปช. ทั้งที่เคยพูดว่าจะไม่หวนกลับคืนการเมืองอีกก็ตาม แต่วันนี้ยอมตระบัดสัตย์ กลืนน้ำลายตัวเองมาเล่นการเมือง ในฐานะนักการเมือง ก็ยินดีต้อนรับอดีตนักการเมืองที่กลายมาเป็นนักการเมืองอีกครั้ง เข้าสู่สนามเลือกตั้งตามกติกาการเเข่งขัน หวังว่าครั้งนี้นายสุเทพจะตระบัดสัตย์ทั้งต่อตนเองและประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อนไทย และแกนนำคนเสื้อแดงสกลนคร กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับพรรค รปช. เตรียมลงสู่สนามเลือกตั้ง ขอให้นำนโยบายมาแข่งขันกันให้ประชาชนตัดสินใจ ขอให้ประสบความสำเร็จ แม้ในวันนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนตัวอยากเห็นนายสุเทพออกมาเป็นหัวหน้าพรรคเอง ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลัง เพราะคนสนใจการเมืองรู้อยู่แล้วพรรคนี้ใครสนับสนุนอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวเช่นกันว่า ขอแสดงความยินดีกับ รปช.และทุกพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อจะทำให้ประชาชนหลากหลายสาขาวิชาชีพมีทางเลือก พิจารณาตามนโยบายที่ตรงกับแนวทางอุดมการณ์ของตน รวมทั้งจะได้มีส่วนร่วมในการเข้าไปดำเนินกิจกรรมการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นตามโรดแมปหรือไม่ว่า ถ้าดูตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับแล้ว ใช้เวลาเต็มที่ตามที่กฎหมายกำหนด การเลือกตั้งทั่วไปอาจจะยาวไปถึงเดือนพฤษภาคมได้ แต่กฎหมายก็ไม่ได้บังคับว่าต้องใช้เวลาเต็มที่ตามที่กำหนดไว้ สามารถทำให้เร็วกว่าได้ แต่ทำให้ช้ากว่าไม่ได้ แต่เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องลากยาวไปถึงเดือนพฤษภาคม การจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งและพรรคการเมืองก็พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประสบการณ์การจัดการเลือกตั้งของไทย ก็ไม่เคยใช้เวลาถึง 150 วันเพื่อจัดการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเรามักใช้เวลาเลือกตั้งภายใน 45 วัน หรือ 60 วัน ถ้าคราวนี้จะเพิ่มวันขึ้นมาโดยข้ออ้างว่า กกต.และพรรคการเมืองมีกิจกรรมต้องทำมากกว่าเมื่อก่อนก็พอรับได้ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 150 วัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสม&amp;quot; นายองอาจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง คนติดตามข่าวสารการเมืองกับความตั้งใจเลือกพรรคการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,026 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 15 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา พบว่า คนที่ติดตามข่าวสารการเมืองทุกวัน หรือเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.9 ตั้งใจจะไปเลือกตั้งมากกว่ากลุ่มที่ติดตามข่าวสารการเมือง บางวันมีอยู่ร้อยละ 84.7 และกลุ่มที่ไม่ติดตามข่าวสารการเมืองเลย แต่ตั้งใจจะไปเลือกตั้ง มีอยู่ร้อยละ 73.3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองในใจหรือยัง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.2 ยังไม่มีพรรคการเมืองใดในใจ ในขณะที่ร้อยละ 18.8 มีพรรคการเมืองในใจแล้ว และเมื่อจำแนกออกตามความถี่ติดตามข่าวการเมือง พบว่า กลุ่มคนที่ไม่ติดตามข่าวการเมืองเลยส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 86.2 ระบุยังไม่มีพรรคการเมืองในใจมากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ติดตามข่าวสารบางวัน ร้อยละ 79.1 และกลุ่มที่ติดตามข่าวการเมืองทุกวันหรือเกือบทุกวัน ร้อยละ 84.2 ยังไม่มีพรรคการเมืองในใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ธวัชชัย อนามพงษ์, ธานี เทือกสุบรรณ, ประสาร มฤคพิทักษ์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, มหาวิทยาลัยรังสิต, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, สาธิต เซกัล, สุริยะใส กตะศิลา, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชน เทือกสุบรรณ, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f35a9888b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
