<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้องถิ่นเตรียมเฮ!กกต.ระบุเตรียมเลือกตั้งปลายเดือนมีนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563- นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น &amp;nbsp;ว่าขณะนี้ กกต.ได้มีการเตรียมงานและความพร้อมไปได้ไกลพอสมควรแล้ว &amp;nbsp;โดยระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นต่างๆขณะนี้ &amp;nbsp;เสร็จเกือบหมดแล้ว &amp;nbsp;คงเหลือเพียงเรื่องการแบ่งเขต &amp;nbsp;และ การแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp; ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค. แต่จะมีการเลือกตั้งประเภทใดเป็นเรื่องของรัฐบาลเป็นผู้กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58221</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเลือกตั้งท้องถิ่น, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, มีนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b350760685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กกต.&#039;สวนหมัด&#039;สมชัย&#039;ทีอยู่ในตำแหน่งไม่เห็นทำงานเร็วเหมือนตอนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องเงินกู้ของพรรคการเมือง &amp;nbsp;ว่าขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกรณีเงินกู้ 32 พรรค &amp;nbsp;ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ออกมาเรียกร้องเร่งดำเนินการพิจารณานั้น เราก็ต้องทำตามกระบวนการ &amp;nbsp;เพราะรายละเอียดในการดำเนินการ อดีต กกต.ไม่ได้มาร่วมรับผิดชอบกับเรา ถ้ามีปัญหาเราก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;ดังนั้นเราจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยความรับผิดชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาคนที่พูด ตอนที่อยู่ก็ไม่เห็นว่าทำเร็ว &amp;nbsp;และผมเองก็ไม่เคยจะไปโจมตีหน่วยงานเก่า เราทำทุกพรรคเท่าเทียมกันหมด &amp;nbsp;ไม่มีว่าจะเลือกที่รักมักที่ชัง &amp;nbsp;ขอยืนยันว่า กกต.ทั้ง &amp;nbsp;7 คน เรามีความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ทุกอย่างทำตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายธวัชชัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า &amp;nbsp;ส่วนระยะเวลาการดำเนินการของแต่ละพรรคที่เร็วช้าต่างกัน &amp;nbsp;ทำให้หลายคนสงสัย &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวว่า คนที่ไม่ทำไม่รู้ แต่คนที่ทำจะรู้ว่ามันช้าอย่างไร &amp;nbsp;มันเร็วอย่างไร &amp;nbsp;คนบางคนไม่มีหน้าที่ชอบมาแสดงความคิดเห็น &amp;nbsp; ส่วนคนมีหน้าที่เขาต้องละเอียด &amp;nbsp;เพราะคนที่พูดพูดได้ &amp;nbsp;เนื่องจากไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร &amp;nbsp;หากเกิดมีการฟ้องร้อง &amp;nbsp;คนรับผิดชอบคือคนที่ทำ &amp;nbsp;ดังนั้นเวลาทำต้องถามคนทำ &amp;nbsp;ไม่ใช่ไปฟังจากคนรอบข้าง รวมถึงการดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;กรณีนี้ทาง กกต.รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมาศึกษาดูว่ามีประเด็นใด &amp;nbsp;และจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง &amp;nbsp;เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง &amp;nbsp;นายธวัชชัย ย้ำว่า กกต.จะดูเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58220</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, สมชัย ศรีสุทธิยากร, เงินกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e55f84879c7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือ-หน้าห้อง &#039;5 กกต.&#039; &#039;สมคิด บุญถนอม&#039; ร่วมแจม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 เสือกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง หลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้ภารกิจหลักที่รออยู่คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;quot; ในต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมพร้อมของ 5 เสือ กกต.จึงต้องเริ่มต้นแล้วตั้งแต่ตอนนี้ เพราะมีเวลาค่อนข้างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการทำงาน เรื่องของ &amp;quot;ทีมงานหน้าห้อง-ทีมที่ปรึกษา&amp;quot; ในการทำงานของบุคคลสำคัญ-องค์กรต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรากฏว่า หลังจาก 5 เสือ กกต.เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา วันเดียวกัน กกต.ทั้ง 5 คน ก็เสนอรายชื่อที่ปรึกษา-ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวและเลขานุการ ที่จะมาเป็นทีมงานหน้าห้องให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ออกคำสั่ง แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และเลขานุการประจำประธานกรรมการ กกต. และกรรมการ กกต.ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ปรึกษา-ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว-เลขานุการของประธาน กกต.และ กกต.แต่ละคนมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มที่ &amp;ldquo;อิทธิพร บุญประคอง&amp;quot; ประธานกรรมการ กกต. มี อนุชา จันทร์สุริยา เป็นที่ปรึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุชาเคยเป็นที่ปรึกษา ประวิช รัตนเพียร อดีต กกต.ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟาก กกต.สายนักวิชาการ &amp;quot;สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์&amp;rdquo; ก็มีชื่อ นางธีราลักษณ์ รมยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิงเกอร์ ครอส เอ็นเตอร์ไพรส์ อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประจำคณะกรรมาธิการการเงินการคลังและการธนาคาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ไชยา พรหมมา อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มานั่งเป็นที่ปรึกษา โดยมี ชวลิต ชูขจร อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีดีกรีเนติบัณฑิตไทยมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงมีชื่อ อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยอีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ชวลิต อดีตปลัดเกษตรฯ ก่อนหน้านี้เพิ่งพ้นวิบากกรรม หลังเคยถูก ครม.ประยุทธ์สั่งเด้งฟ้าผ่าจากปลัดเกษตรฯ ไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกฯ เพราะมีชื่อถูก ป.ป.ช.สอบสวนกรณีทุจริตจำนำลำไยปี 47 ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร แต่สุดท้าย เมื่อปี 58 ป.ป.ช.มีมติ 5 ต่อ 4 ให้นายชวลิตพ้นข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย&amp;quot; กกต.สายอดีตมหาดไทย ก็มีชื่อของอดีตคนมหาดไทยมาเป็นทีมงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สยุมพร ลิ่มไทย อดีตผู้ว่าฯ เพชรบุรี สตูล ระยอง ที่เป็นเพื่อนสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ และล่าสุดเป็นอดีต สปช.มานั่งเป็นที่ปรึกษา โดยมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัวอีก 3 คน ที่ล้วนเป็นอดีตคนมหาดไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี นครพนม และปัจจุบันก็ยังมีชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะทำงาน รมว.มหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา-มท.1&amp;rdquo; อีกด้วย นอกจากนี้ยังตั้ง สมดี คชายั่งยืน อดีตผู้ว่าฯ ชุมพร และ ธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และอดีต ผวจ.ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ พร้อมกับ ธวัชชัย-กกต. มาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน กกต.สายศาล ก็น่าสนใจไม่น้อย เมื่อ &amp;ldquo;ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี&amp;quot; กกต. ตั้ง &amp;ldquo;พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม&amp;quot; อดีตจเรตำรวจ อดีต ผบช.ตำรวจภูธรภาค 5 น้องชาย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แกนนำ สนช. มาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ทีมงานหน้าห้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;quot;พล.ต.ท.สมคิด&amp;quot; ถือได้ว่าเป็นคนที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ฝ่ายตรงข้ามของพรรคเพื่อไทย-เสื้อแดงมาตลอด ตั้งแต่สมัยเป็น ผบช.ภาค 5 คุมพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย จนทำให้เสื้อแดงภาคเหนือตอนนั้นขยับลำบาก แต่ที่สำคัญก็คือ พล.ต.ท.สมคิด คือผู้ทำสำนวนการสอบสวนคดีทุจริตซื้อเสียงที่จังหวัดเชียงราย ที่มีการเอาผิด &amp;ldquo;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;quot; อดีตประธานสภาฯ จนนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจนทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขึ้นไปเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเห็นชื่อของ พล.ต.ท.สมคิด มาเป็นที่ปรึกษา กกต. คงทำให้ฝ่ายเพื่อไทยหนักใจไม่ใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายที่ &amp;ldquo;ปกรณ์ มหรรณพ&amp;quot; กกต.จากสายศาลฎีกา ก็ได้ตั้ง พล.ท.สมบัติ ปานกุล อดีต ตท.13 เป็นที่ปรึกษา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ก็ตั้ง &amp;ldquo;พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี&amp;rdquo; อดีต ส.ว.สรรหา ซึ่งเคยไปเป็นพยานฝ่ายอัยการที่ศาลฎีกาฯ ในคดี จำนำข้าว-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้วในฐานะเป็นอดีตประธานอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการระบายข้าวของวุฒิสภา จนต่อมายิ่งลักษณ์ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี นอกจากนี้ยังมีชื่อ ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรี อดีต สปช. มานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยอีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกได้ว่ารายชื่อที่ปรึกษา-หน้าห้อง ของ กกต.หลายคนล้วนไม่ธรรมดา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เงินเดือน ที่ปรึกษา ประธาน กกต.และ กกต.จะได้เดือนละ 6 หมื่นบาท ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้ 4 หมื่นบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ชวลิต ชูขจร, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, ธีราลักษณ์ รมยานนท์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อนุชา จันทร์สุริยา, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c2486cc56b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครคอพาดเขียง! &#039;อิทธิพร&#039;ปธ.กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิสิทธิ์ไฟเขียวฟ้อง &amp;ldquo;นคร มาชิน&amp;rdquo; แล้ว &amp;nbsp; พร้อมสั่งทีมกฎหมายจัด พ.ร.บ.คอมพ์อีกดอก เพราะโทษแรงกว่าหมิ่นประมาท &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; มาแปลก ขอเป็นพระอิฐพระปูนไม่ตอบโต้การเมืองกับใคร เตือนนักเลือกตั้งอย่าหว่านประชานิยมเพราะมี กม.ควบคุม 5 ว่าที่ กกต.เคาะครั้งเดียวแล้วเลือก &amp;ldquo;อิทธิพร บุญประคอง&amp;rdquo; นั่งประธาน เหตุอายุน้อยสุดจะได้อยู่ครบวาระ 7 ปี อึ้ง! ตรรกะไพร่หมื่นล้านบอก คสช.ฟ้องเท่ากับรับว่าทำจริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงกรณีนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ได้โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงพรรคว่ามีส่วนร่วมในการล้มล้างรัฐบาลนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าพรรคได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับนายนครแล้ว เพราะเป็นเรื่องเท็จ ทำให้พรรคเสียหาย ส่วนที่นายนครระบุว่ามีหลักฐานพร้อมไปเปิดในชั้นศาลนั้น ก็ขอให้เปิดเผยเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมกฎหมายพรรคจะดูความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจากการฟ้องหมิ่นประมาทด้วย เพราะมีโทษรุนแรงกว่าการทำผิดฐานหมิ่นประมาท แต่การทำผิดตามกฎหมายนี้ไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลได้ จึงต้องแจ้งความเพื่อเอาผิดต่อไป ซึ่งนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรคจะแถลงรายละเอียดในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 10.00 น.ที่พรรค&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องนี้ โดยระบุว่า ไม่อยากจะตอบ เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล ฉะนั้นใครพูด ใครโพสต์อะไรก็ไปว่ากันเอง ไม่ใช่คนของรัฐบาล เขาจะพูดอะไรก็ไปฟังกันเอง ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ก็เผยแพร่ไป ถ้าคิดว่าไม่มีประโยชน์ ก็อย่าไปเผยแพร่ให้เขา หลายอย่างในโซเชียลมีเดียพิธีกรหลายคนก็ไปเอาข้อมูลในโซเชียลฯ มาเปิดประเด็นข่าว ซึ่งคิดว่าบางอย่างไม่เป็นประโยชน์ อย่าไปสนใจมันก็จบและเงียบไป แต่บางคนเอาไปว่ากันไปมา ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือใครก็ตาม ไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจสูงสุดหรือบุคคลที่เป็นนายคน มันไม่ใช่ ทั้งหมดคือการแบกความรับผิดชอบ แบกจิตสำนึกที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน นั่นคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นหัวโขนที่พวกเราสวมไว้ในการเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล และเมื่อเราถอดหัวโขนออกเมื่อไหร่ เราก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ดังนั้นเราต้องรู้ว่าเราเดือดร้อนในเรื่องอะไร เกษตรกรว่าอย่างไร เราต้องดูแลคนยากจนในอาชีพอื่นๆ อย่างไร เพราะเรายังมีบุคคลอีกหลายอาชีพ ไม่ใช่เกษตรกรเพียงอย่างเดียว แม้วันนี้เราจะใช้งบประมาณลงไปจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ก็ต้องดูแลกันต่อไป และยังมีในส่วนของอาชีพอิสระอื่นอีก&amp;nbsp;
บิ๊กตู่ขอเป็นพระอิฐพระปูน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราอย่าตกไปเป็นเครื่องมือของใคร วันนี้ขอร้องว่าให้ระมัดระวังในเรื่องของกฎหมาย รวมทั้งพระราชบัญญัติการเงินการคลังและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณต่างๆ ที่มีการออกมา ก็เพื่อเป็นการป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณที่ซ้ำซ้อน ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวออกมา รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนดตามสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกร ต้องอยู่ภายในกรอบของวงเงินที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ถ้าเกินก็ต้องหยุด ไปทำส่วนอื่นเพื่อทดแทนที่จะได้ไม่เกินสัดส่วนต่างๆเหล่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ก็ฝากเตือนฝ่ายการเมืองด้วย ช่วงนี้ผมจะไม่มีการตอบโต้ทางการเมืองกับใครทั้งสิ้น ที่เหลือจะเป็นเรื่องของการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และเรื่องนี้คิดว่าสามารถขอความร่วมมือจากสื่อได้ ทั้งในการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ หรือเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับผมมาถามผม มันก็จะไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะถ้าผมเผลอตอบไป หรืออาจไม่ตั้งใจตอบ หรือตอบในลักษณะที่อาจหงุดหงิดไปบ้าง มันก็เป็นการเปิดประเด็นมา โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราก็ต้องเรียนรู้เหมือนกันทั้งสองฝ่าย ทั้งคนถามและคนตอบ ก็ขอฝากสื่อไว้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการมีความเห็นว่าพรรคควรนำเสนอนโยบายในการนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างไรว่า พรรครับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไปและสมาชิกพรรค รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดทำรับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆ โดยนโยบายต้องนำไปแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งการทำนโยบายที่สมบูรณ์นั้น ต้องประชุมปรึกษาหารือ การเดินทางไปรับฟังประชาชนในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งการรับฟังความเห็นออนไลน์ ซึ่งน่าเสียดายว่าขณะนี้มีข้อจำกัดที่พรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมือง อีกทั้งข้อจำกัดการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปยังคงอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคำถามจากหลายฝ่ายว่าเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ได้ขับเคลื่อนจัดทำนโยบายเพื่อให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะประชาชนคงอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งหน้า เสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ คำว่าเป็นธรรมคือทุกฝ่ายแข่งขันอย่างเท่าเทียม อยู่ภายใต้กฎ กติกาเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการปลดล็อกให้ทุกพรรคทำกิจกรรมต่างๆ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ&amp;rdquo;นายนพดลกล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวในการเลือกประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ได้มีการประชุมว่าที่ กกต. 5 คนที่ผ่านความเห็นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายอิทธิพร บุญประคอง, นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และนายปกรณ์ มหรรณพ เพื่อคัดเลือกกันเอง โดยผู้ที่จะได้รับการเห็นชอบให้เป็นประธาน กกต.ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบ 3 เสียงขึ้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมเสนอชื่อนายอิทธิพรเป็นประธาน กกต. และได้ลงคะแนนลับ ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงข้างมากให้นายอิทธิพรเป็นว่าที่ประธาน กกต. ซึ่งเป็นการลงมติเลือกเพียงครั้งเดียว และภายหลังเลิกประชุม นายอิทธิพรปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวสั้นๆ ว่า จะขอให้ข่าวภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน กกต.แล้ว
ได้เพราะอายุน้อยสุด
ขณะที่นายธวัชชัยกล่าวว่า เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ที่ประชุม ส่วนรายละเอียดนั้นให้ไปสอบถามจากนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนัฑกล่าวว่า กระบวนการเลือกกันเองของว่าที่ กกต.นั้น เป็นไปโดยการลงคะแนนลับ โดยให้สิทธิ์ว่าที่ กกต.ทุกคนเขียนรายชื่อบุคคลที่ต้องการให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต.ลงบนบัตร และไม่จำกัดสิทธิที่จะออกเสียงเพื่อเลือกตนเองเป็นประธาน กกต. ซึ่งหลังจากรับทราบว่านายอิทธิพรได้รับเลือกเป็นประธาน กกต.แล้ว ว่าที่ กกต.ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการทำงานร่วมกันจากนี้อีก 7 ปี รวมถึงการจัดการเลือกตั้งที่ต้องรับบทบาทหลังจากนี้&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เมื่อรับทราบผลลงมติดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำลายบัตรออกเสียงแล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป จะทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในวันที่ 31 ก.ค. เพื่อนำรายชื่อประธาน กกต. และ กกต.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป ส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้งจากนี้ จะเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต.ที่ต้องดูแล หลังจากขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเสร็จสิ้นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุผลที่นายอิทธิพรได้รับเลือก เนื่องจากมีอายุเพียง 62 ปี สามารถดำรงตำแหน่งประธาน กกต.จนครบวาระ 7 ปี โดยเมื่อเทียบกับว่าที่ กกต.คนอื่น เช่น นายฉัตรไชย อายุ 65 ปี หรือนายธวัชชัย อายุ 66 ปี ที่เป็นแคนดิเดตก่อนหน้านี้ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จนครบ 7 ปีรวดเดียวได้ ต้องพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี &amp;nbsp;(บก.ปอท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมทีมกฎหมาย เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ปอท. หลังถูก คสช.แจ้งความเอาผิดหลังจากนายธนาธร และผู้ดำเนินรายการ 2 คน ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กเพจอนาคตใหม่ และเพจของนายธนาธร พาดพิง คสช.ว่ามีการดูด ส.ส.โดยใช้คดีความที่ติดตัว ส.ส.มาเป็นเครื่องต่อรอง รวมทั้งการเชิญชวนให้คนที่ติดตามเพจมาร่วมลงชื่อรื้อกระบวนการยุติธรรม
ชี้ คสช.ฟ้องแสดงว่าทำจริง!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเข้าให้การสอบสวนเป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง นายธนาธรกล่าวว่า เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน เนื่องจากแจ้งความเอาผิดกับผู้ดูแลเพจในเฟซบุ๊กทั้งสองเพจ ซึ่งก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะคิดไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งต้องมีการแจ้งความจาก คสช. ส่วนที่พูดเกี่ยวกับการดูด ส.ส. ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ได้รับทราบมาจาก ส.ส.หลายคนที่ถูกทาบทาม และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทราบกันโดยทั่วไป ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาหรือใส่ความ คสช. ซึ่งการที่ คสช.ออกมาแจ้งความ ก็เท่ากับยอมรับว่าได้กระทำจริง และมองว่าพรรคเป็นศัตรู&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่กลัว เพราะเป็นเรื่องปกติของนักการเมืองที่ต้องโดนโจมตีจากฝั่งตรงข้าม และหลังจากนี้ก็จะยังคงไลฟ์สดตามปกติ เพราะไม่ได้มีทำผิดกฎหมายชุมนุมเกิน 5 คน และจะไม่มีการปรับเนื้อหาในรายการ&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ ครม.สัญจรถี่ยิบในช่วงนี้ว่า คสช.กำลังเริ่มกิจกรรมเตรียมการเลือกตั้งในขณะที่พรรคการเมืองอื่นทำไม่ได้ ไปลงตลาดแจกใบปลิว เปิดเวทีปราศรัยก็ทำไม่ได้ คสช.อยากจะปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ก็ให้ดูการเลือกตั้งของกัมพูชา ที่พรรครัฐบาลได้ที่นั่งครบทั้งหมด ถ้า คสช.อยากทำแบบนั้นก็ทำเลย คสช.อย่ามาใส่เสื้อคลุมที่เป็นประชาธิปไตย แต่ในเนื้อแท้เป็นเผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ คสช.เผยว่า ได้เข้ามาแจ้งความกับ ปอท.ตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคดีดังกล่าวนายธนาธรมีการพาดพิงถึง คสช. ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม และเป็นการกล่าวหา คสช. นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการโจมตีกระบวนการยุติธรรมด้วย โดยคดีดังกล่าวจะให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายธนาธรและพวกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอท. กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนนายธนาธรและพวก ในฐานะพยาน แต่นายธนาธรและพวกไม่ประสงค์ให้การใด ทั้งนี้ การแจ้งความของ คสช.ได้แจ้งความให้เอาผิดผู้ดูแลเพจทั้งสองเพจในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก ยุยง และเป็นภัยต่อความมั่นคง และหลังจากนี้ หากพบว่านายธนาธรมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดในข้อหาอื่นใด ก็อาจแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลังได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, นคร มาฉิม, นพดล ปัทมะ, พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b606e1b4fe8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!สนช.โหวตเลือก&#039;7เสือกกต.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับตาประชุมสภาฝักถั่ว เคาะมติเลือก 7 อรหันต์ กกต. คาดมีตัดไฟแต่ต้นลม โหวตคว่ำชื่อ &amp;ldquo;สมชาย ชาญณรงค์กุล&amp;rdquo; แน่เพราะมีคดีค้างในศาลทุจริต &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า&amp;rdquo; ลุ้นหนักเหตุความเป็นกลางทางการเมือง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำตอนนี้ยังไม่เดินเข้าถนนการเมือง เทือกรอปลดล็อกเดินสาย 77 จังหวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ 43/2561 เพื่อพิจารณา เรื่องว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 222 มาตรา 217 ประกอบมาตรา 204 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ที่มี พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ประธาน กมธ. ได้สรุปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.กล่าวว่า ตามขั้นตอนจะประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของ กมธ. ส่วนข่าวที่ออกมาว่าอาจมีผู้ผ่านการสรรหาหนึ่งคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจไม่ได้รับการเห็นชอบจาก สนช.นั้น ไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะ กมธ.ยังไม่มีการแถลงต่อที่ประชุม สนช. และทั้งหมดก็เป็นดุลพินิจของสมาชิก สนช.ในการตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่น่าจะมีประเด็นถึงขนาดนั้น ยืนยันว่าไม่มีใบสั่ง เป็นแต่เพียงข่าวที่ออกไปเท่านั้น เพราะคิดว่าสมาชิก สนช.มีดุลพินิจตัดสินใจได้เองบนพื้นฐานของความเหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า สนช.จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระเพื่อคัดกรองบุคคลที่ดีมาทำหน้าที่ใน กกต.&amp;rdquo; นายสุรชัยกล่าวตอบในประเด็นว่าจะเกิดกรณีล้มกระดานอีกครั้งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า หาก สนช.ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน จะสามารทำหน้าที่ กกต.ได้ทันทีหรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจาก 5 คน ก็สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก สนช.แจ้งว่า ขณะนี้เสียง สนช.ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นตรงกันว่า อาจไม่เห็นด้วยรับรองรายชื่อนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนสหกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สนช.หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่า หากได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร แม้ศาลและ ป.ป.ช.ยังไม่มีชี้ขาดถึงที่สุด แต่เกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ กกต.ไปแล้วมาถูกชี้มูลความผิดในภายหลัง จะเกิดความยุ่งยากตามมา และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ก็ระบุให้มี กกต. 5 คนขึ้นไป ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมี กกต.ครบ 7 คน&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า ยังมีกรณีนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด อยู่ในข่ายก้ำกึ่ง เนื่องจากมีปัญหาถูกร้องเรียนเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่ง สนช.ยังเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนใกล้เคียงกัน ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อที่เหลืออีก 5 คนแน่ๆ คือ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย, นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะไม่มีปัญหาการร้องเรียน ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สนช.เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สนช. 246 คนที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือ 123 เสียงขึ้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 1 ใน 4 รายชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ถูกฟ้องร้องคดีในศาลทุจริตว่า ไม่ทราบเรื่อง เห็นแต่จากข่าวในหนังสือพิมพ์ และถ้าได้ไม่ครบนั้น มีเท่าไหร่ก็ทำงานได้ แต่ที่จะทำงานไม่ได้คือไม่มีทั้ง 7 คน เพราะต้องกลับมาหา 4 คนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับเยาวชนโครงการ &amp;ldquo;เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น&amp;rdquo; ครั้งที่ 2 &amp;nbsp;จำนวน 70 คน โดยกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า เราจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า ยืนยันว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้ง การที่เข้ามาในวันนี้ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน โดยหลายอย่างแก้ไขไปบ้างแล้วใน 4 ปี ถือว่าทำงานอย่างหนัก เพราะต้องทำให้ไทยพัฒนาก้าวทันโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ดาราที่ทุกคนจะมานั่งจ้องดูการแสดงทุกอย่าง ผมพูดก็เครียดทุกที พูดในความจริงซึ่งทุกคนควรยอมรับว่านี่คือความจริงของไทย โดยเราต้องซื่อสัตย์ต่อคนและประเทศของเรา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงสถานการณ์การเมืองที่จะกลับมาวุ่นวายอีกครั้งหลังการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ไม่สนใจทั้งสิ้น การเมืองก็คือการเมือง บอกแล้วการเมืองก็ทำไป ถึงเวลาเมื่อไหร่ที่เขาปลดล็อกให้ก็ทำไป แต่ถ้ายังปลดล็อกไม่หมดแล้วไปทำความผิด ก็ต้องดำเนินคดี ก็จบแค่นั้น จะไปยากอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่านักการเมืองควรจะถอดบทเรียนจากความสามัคคีกรณีช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปแตะต้องเขาหรอก อย่าเอาไปแตะต้องกับเขา เพราะยังไม่ได้ไปสู่การเมือง ถามอีกว่านายกฯ ทานยาอะไรมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยาคลายความโมโห
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเดินมายืนให้สัมภาษณ์ ได้ยกนิ้วชี้มือขวาทาบไปที่ริมฝีปากเหมือนแสดงสัญลักษณ์ว่าจะไม่พูด แต่ในที่สุดก็มาหยุดยืนหน้าไมโครโฟนให้สัมภาษณ์ตามปกติด้วยสีหน้าที่อิดโรย
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความคืบหน้าในการหาสมาชิกว่า หลังจากประชุมกันวันที่ 3 มิ.ย. ก็มีความตั้งใจจะออกเดินทางให้ทั่วทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 80-90 วัน แต่เมื่อยังมีข้อกฎหมายและคำสั่ง คสช.ซึ่งยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนไหวทางการเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และเมื่อ คสช.อนุญาตให้จัดการชุมนุมทางการเมือง หรือประชุมทางการเมืองได้ ก็จะออกเดินทางไปเยี่ยมประชาชนตามจังหวัดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในระยะนี้ได้รวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์ และแนวคิดเดียวกันได้กว่า 400 คนแล้ว ซึ่งจะเป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งพรรค โดยตกลงกันว่าเราจะเสียสละเงินคนละ 5 หมื่นบาท เพื่อเป็นทุนประเดิม ในการจัดตั้งพรรค เอาคนที่มีอุดมการณ์จริงๆ มีความรักชาติ รักบ้านเมือง มีความปรารถนาที่จะเห็นพรรคการเมืองของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และคิดว่าภายในเดือนนี้เราจะรวบรวมได้เกินกว่า 500 คน&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13237</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 อรหันต์, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, วิษณุ เครืองาม, สภาฝักถั่ว, สมชาย ชาญณรงค์กุล, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b461e83c4552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสรรหาเคาะแล้ว 5 ว่าที่กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค&amp;nbsp;61- สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ได้เรียกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จำนวน 24 คน แสดงวิสัยทัศน์ จากนั้นเวลา 15.00 น. มีมติเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกกต. ตามมาตรา8 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. จำนวน 5 คน ดังนี้ 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 4.นายพีรศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์,&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี,&amp;nbsp;จ.ระนอง,&amp;nbsp;จ.ชุมพร และจ.นครศรีธรรมราช และ 5.นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(สปท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน ได้แก่&amp;nbsp;นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นรายเดิมที่สนช. เคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบในการเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. รอบที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะได้ส่งรายชื่อดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) เพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระ ให้ที่ประชุมสนช.พิจารณา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 พ.ค.นี้ จากนั้นจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ก่อนจะนำกลับมาให้ที่ประชุมสนช.อีกครั้ง เพื่อลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8436</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ว่าที่กกต., กกต., ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, พีรศักดิ์ หินเมืองเก่า, สมชาย ชาญณรงค์กุล, สรรหากกต., สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aea95b8e7061.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
