<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้นหลัง28ส.ค.ยึดที่ดินบ้านแพรวาขายทอดตลาดเยียวยาญาติเหยื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 -&amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน 9 ราย ตามคำพิพากษาในคดีแพรวา&amp;nbsp;9 ศพ ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้แต่งตั้งตนเป็นผู้ประสานงานระหว่างศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นทนายความของผู้เสียหายทั้งหมดกับกลุ่มจำเลยทั้ง 4 ราย ซึ่งตามขั้นตอนต้องรอจนถึงวันที่ 28 ส.ค. หากฝ่ายจำเลยไม่สามารถขายที่ดินจำนวน 21 แปลงได้ ทางศูนย์นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จะนำรายการทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบไปยื่นคำขอให้กรมบังคับคดียึดอายัดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า โดยตั้งเป้าจะเปิดประมูลขายและนำเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือ 180 วัน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ยังไม่มีฝ่ายใดติดต่อเข้ามายังกระทรวงยุติธรรม จึงถือว่าหน้าที่ของกระทรวงจะเริ่มตันนับหนึ่ง หลังวันที่ 28 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายที่ดิน, ค่าเสียหาย, ธวัชชัย ไทยเขียว, แพรวา9ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นแม่แพรวาขายที่ชดใช้เหยื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ถกทีมทนายช่วยเหยื่อแพรวา เปิดไทม์ไลน์ภายใน 28 สิงหา. ถ้าจำเลยไม่ชดใช้ค่าเสียหายก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดี ยันโอนย้ายทรัพย์ไปไหนก็จะตามยึดคืนทั้งหมด กลุ่มผู้เสียหายไม่ยอมรับเงิน 5 แสนที่ราชสกุล &amp;quot;เทพหัสดิน&amp;quot; บริจาค หนุ่มกรรชัยเผย 24 ก.ค.ชัดเจนซื้อขายที่สามร้อยยอดได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ที่ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมทนายฝ่ายโจทก์ ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือเพื่อหาทางออกในคดีแพรวา 9 ศพ และเร่งรัดให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมกับศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้หารือร่วมกันเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว พบว่าจำเลยได้มีการตกลงเยียวยาผู้เสียหายบางส่วนไปก่อนมีคำพิพากษาศาลฎีกา ทำให้ปัจจุบันเหลือผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ จำนวน 25 ราย และมีจำเลย จำนวน 4 ราย ตามคำศาลฎีกา เมื่อวันที่ 8 พ.ค.62 และได้มีการส่งคำบังคับให้จำเลยทั้ง 4 รายรับทราบแล้ว โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์รวมเป็นเงินประมาณ 21.9 ล้านบาท และให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1-3 จำนวน 2.8 ล้านบาท รวมค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันชำระประมาณ 25 ล้านบาท ซึ่งจะต้องชำระพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.53 (วันเกิดเหตุ) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อคำนวณเงินค่าเสียหายจนถึงปัจจุบัน จำเลยทั้ง 4 จะต้องชำระหนี้รวมเป็นเงินประมาณ 41 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ศาลฎีกามีคำสั่งและส่งคำบังคับให้จำเลยทั้ง 4 คนตามภูมิลำเนาของจำเลย ซึ่งจำเลยที่ 2 และ 4 มีการปิดหมายคำสั่งเมื่อวันที่ 6 ก.ค.62 ส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 มีการปิดหมายคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ก.ค.62 หลังจากปิดหมายแล้ว นับไปอีก 15 วัน จะครบกำหนดที่หมายบังคับคดีมีผลในวันที่ 28 ก.ค.62 &amp;nbsp;โดยจำเลยจะต้องเริ่มดูแลชดใช้เงินเยียวยาให้โจทก์ภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ หากจำเลยไม่ชดใช้เงินค่าเสียหายให้โจทก์ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่ทนายโจทก์ขอศาลออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้มีอำนาจสืบทรัพย์ เมื่อได้ทรัพย์แล้วจะตั้งเรื่องให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์เพื่อประกาศขายทอดตลาด ในเบื้องต้นเราจะดำเนินการตามกรอบระยะเวลา โดยรอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ก่อน หากไม่เป็นไปตามนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการสืบทรัพย์บังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระบวนการบังคับคดี ซึ่งโจทก์ได้มอบให้ศูนย์นิติศาสตร์ฯ เป็นผู้แทนในการดำเนินการ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเป็นค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีผ่านกองทุนยุติธรรม พร้อมทั้งได้ตั้งนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ประสานงานกลางระหว่างโจทก์และกระทรวง ด้านสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหายที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ เพื่อยื่นคำขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม และช่วยติดตามแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ให้ผู้เสียหายได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากจำเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ ก็จะมีการยื่นขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ซึ่งกรมบังคับคดีจะสามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จำเลยได้ดำเนินการขายที่ดินเพื่อนำเงินมาชำระค่าเสียหาย กระทรวงไม่สามารถดำเนินการอะไรที่อยู่นอกเหนือกฎหมายได้ หากขายเองได้ราคาสูงก็จะเป็นประโยชน์&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรศุทธิ์กล่าวว่า หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากทนายจำเลย ซึ่งในส่วนของโจทก์ก็ไม่ต้องการเจรจา แต่ต้องการเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีตามกฎหมาย ส่วนเงิน 5 แสนบาทที่ราชสกุลเทพหัสดินจะบริจาคให้ พวกโจทก์ไม่ต้องการ แต่ถ้าญาติจำเลยต้องการบริจาคจริงๆ ก็ต้องทำเอกสารระบุให้ชัดเจนว่าบริจาคเพื่ออะไร โดยต้องไม่ใช่การไกล่เกลี่ยหรือการชำระหนี้แทนจำเลย ทั้งนี้ หากคดีเข้าสู่ขั้นตอนการฟ้องล้มละลาย ทีมทนายโจทก์จะตรวจสอบว่าระหว่างการดำเนินคดี 9 ปี ทรัพย์ของพวกจำเลยถูกโอนย้ายไปไว้ที่ไหนบ้าง และจะขอให้เพิกถอนทรัพย์นั้นกลับมาเป็นของจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต รมว.ยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากฝายจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำสั่งศาล ก็สามารถขอให้เพิกถอนการรอลงอาญานั้น นายวีระศักดิ์ ทัพขวา ทีมทนายความโจทก์ กล่าวว่า ตามกระบวนการคดีอาญาได้จบลงไปแล้ว ศาลพิพากษาให้รอลงอาญา และสั่งให้จำเลยเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ โดยบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งจำเลยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลจบลงแล้ว จึงไม่สามารถขอให้เพิกถอนการรอลงอาญาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง สมาชิกวุฒิสภาและอดีต รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมามอบดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมสอบถามความคืบหน้าความช่วยเหลือเหยื่อคดีแพรวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายการข่าว &amp;quot;เที่ยงวันทันเหตุการณ์&amp;quot; ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม พิธีกร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเศรษฐีใจบุญคนหนึ่งติดต่อขอซื้อที่ดินเป็นแปลงที่สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของนางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดา น.ส.แพรวา และเตรียมจะจ่ายเงินวันที่ 24 ก.ค. คาดว่าสัปดาห์หน้าผู้เสียหายจะได้รับเงินทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรชัย กำเนิดพลอย, ธวัชชัย ไทยเขียว, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d370a87be326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งหมายถึง&#039;พ่อแพรวา&#039; รอสืบทรัพย์สินก่อนยึด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ปัดคำขอ &amp;quot;แม่แพรวา&amp;quot; ใช้เงินกองทุนยุติธรรมจ่ายชดใช้ญาติเหยื่อ 9 ศพไปก่อน ชี้ทำไม่ได้ผิดกฎหมาย &amp;quot;รองปลัด ยธ.&amp;quot; เผยส่งหมายบังคับคดีให้ &amp;quot;พ่อแพรวา&amp;quot; แล้ว &amp;quot;กรมบังคับคดี&amp;quot; รอขั้นตอนสืบทรัพย์และตั้งเรื่อง ขอบังคับคดีก่อนยึดทรัพย์ได้ &amp;quot;แม่ ดร.ศาสตรา&amp;quot; บอกเงินช่วยค่าใช้จ่าย 5 แสนจากตระกูล &amp;quot;เทพหัสดินฯ&amp;quot; ยังไม่มีใครติดต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าในการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในคดี น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือบัวบูชา หรือรวินภิรมย์ ที่ขับรถยนต์ชนกับรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย เเละบาดเจ็บอีก 5 ราย ตั้งแต่ปี 2553
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวยุติธรรม (รมว.ยธ.) กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม กระบวนการเพิ่งเริ่มต้น โดยเป็นการรับช่วงหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ขั้นตอนหลังจากนี้จะสืบทรัพย์หรือติดตามทรัพย์เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่แม่ของ น.ส.แพรวาขอให้กระทรวงนำเงินจากกองทุนยุติธรรมไปจ่ายชดเชยให้ผู้เสียหายก่อน และจะนำเงินมาชดใช้คืนในภายหลังนั้น เท่าที่ตรวจดูข้อกฎหมายไม่สามารถทำได้ และเราคงไม่ไปฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะจะกลายเป็นปัญหาซ้ำซ้อนตามมาอีก ขั้นตอนหลังจากนี้จะรีบดำเนินการบังคับคดีให้เร็วที่สุด และขอฝากไปยังผู้เสียหายหรือโจทก์ในคดีซึ่งมีจำนวนมากว่ากระทรวงพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยแนะนำให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด&amp;quot; รมว.ยธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีว่าได้ส่งหมายบังคับคดีไปยัง พ.อ.รัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา บิดา น.ส.แพรวาแล้ว ขั้นตอนตามกฎหมายหลังจากนี้จะเข้ากระบวนการบังคับคดี ส่วนจำเลยที่นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปให้ น.ส แพรวาใช้ยังไม่ทราบว่าได้รับหมายบังคับคดีแล้วหรือไม่ เนื่องจากยังไม่แจ้งเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประกาศขายที่ดินจำนวน 22 ไร่ 30 โฉนดเพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับครอบครัวและญาติผู้เสียหายทั้ง 9 รายนั้น ขอแนะนำให้ครอบครัวของ น.ส.แพรวาตั้งทนายความขึ้นมาเพื่อนัดแนะและหารือกับทั้งโจทก์และจำเลย พร้อมนำหลักทรัพย์หรือโฉนดที่ดินที่ไม่ติดภาระจำยอมหรือติดธุรกรรมใดๆ มายื่นให้กรมบังคับคดีเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดี ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการขายทอดตลาดเร็วขึ้น&amp;rdquo; โฆษก ยธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักข่าวไทยได้สัมภาษณ์นางอรัญญา ทองน้ำตะโก รองอธิบดีกรมบังคับคดี รักษาราชการเเทนอธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า หมายบังคับคดียังไม่มาจากศาล กรมจึงยังไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ ซึ่งตามกระบวนการต้องรอให้หมายบังคับคดีมาจากศาลก่อน หากหมายมาจากศาลเเละส่งมาที่กรม หรือที่สำนักงานบังคับคดีเเพ่งกรุงเทพมหานคร 1 แล้ว ตัวโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องสืบทรัพย์เเละตั้งเรื่องขอบังคับคดี หลังจากนั้นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีถึงจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอรัญญากล่าวว่า ที่จำเลยออกมาเเจงทรัพย์สินว่ามีโฉนดที่ดิน ตัวโจทก์หากรู้ว่าจำเลยมีโฉนด ก็ต้องไปคัดเอกสารมาจากสำนักงานที่ดิน โดยต้องมีเลขที่โฉนด สำเนาโฉนดเเละนำมาที่สำนักงานบังคับคดี กรมก็จะยึดทรัพย์ให้ พอหลังจากยึดทรัพย์ให้เเล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะเเจ้งการยึดไปที่สำนักงานที่ดินเเละจำเลย ซึ่งกระบวนการหลังจากการยึด เมื่อเเจ้งการยึดชอบไปแล้ว ก็จะดำเนินการประกาศขาย หากมีผู้ซื้อทรัพย์เเละชำระเงินเเล้ว การทำบัญชีเเสดงรายการรับจ่ายก็จะจ่ายให้กับโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ได้รับไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ย้ำว่าเรื่องที่อ้างว่ามีที่ดิน โจทก์ต้องเป็นคนมาเเถลงกับกรมบังคับคดี เพราะฉะนั้นถ้าจำเลยมีโฉนด ตัวโจทก์สามารถบันทึกไว้ ถ้าจำเลยเอาไปให้โจทก์ โจทก์ก็นำส่งต่อที่กรมบังคับคดีก็ยึดให้ได้ เพราะสำคัญคือหน้าที่ของโจทก์ต้องเป็นตัวเเถลงทรัพย์สินเเละชี้ทรัพย์สินนั้น กรมบังคับคดีถึงบังคับให้ได้ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดต้องเกิดขึ้นหลังหมายบังคับคดีมาแล้ว&amp;rdquo; รองอธิบดีกรมบังคับคดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรมบังคับคดีได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงขั้นตอนการบังคับคดี โดยระบุว่า ในคดีแพ่งซึ่งผู้เสียหายได้ฟ้องเรียกให้ชำระค่าเสียหาย หากโจทก์ผู้ชนะคดีไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและประสงค์จะบังคับคดี ต้องดำเนินการโดยยื่นขอให้ศาลออกคำบังคับและออกหมายบังคับคดี เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีและส่งมาที่กรมบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีแล้ว โจทก์ผู้ชนะคดีต้องสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ และมาตั้งเรื่องโดยแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับกับทรัพย์สินดังกล่าวให้ ซึ่งต้องดำเนินการภายในระยะเวลาบังคับคดี 10 ปีนับแต่ศาลมีคำพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์สินหรือการอายัดสิทธิเรียกร้องต่างๆ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ อันเป็นกระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย ซึ่งคู่ความสามารถติดต่อเพื่อดำเนินการหรือขอคำแนะนำได้ที่สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากคู่กรณีมีความประสงค์ที่จะทำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี สามารถดำเนินการได้ โดยแสดงความประสงค์ขอให้ทำการไกล่เกลี่ย ณ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ณ สำนักงานบังคับคดี หากมีคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลแพ่ง ซึ่งอยู่เขตพื้นที่ของสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 1 กรมบังคับคดีได้จัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้การช่วยเหลือประชาชน หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่กรมบังคับคดี โทร. 0-2881-4999 หรือสายด่วน 1111 กด 79 และสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 1 โทร. 0-2012-4200 ต่อ 301&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี มารดาของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง อดีตนักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. 1 ใน 9 ที่เสียชีวิต กล่าวหลังมีข่าวคู่กรณีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ว่า รู้สึกดีใจ และได้ทราบข่าวจากเพื่อนมาว่ามีการขายที่ดินได้แล้วทั้งที่ดินและบ้านรวมประมาณ 100 ล้านบาท โดยถ้าหากมีการนำเงินมาชดใช้ให้ ก็จะนำเงินไปใช้หนี้สินค้างเก่า และเก็บไว้กินตอนแก่รักษาตัวเอง นอกจากนี้จะนำไปปลูกบ้านอยู่อาศัย เพราะที่อยู่ปัจจุบันอาศัยบ้านเขาอยู่ แต่ขอให้ได้เงินก่อนแล้วค่อยพูดกัน ไม่อยากคาดหวังมาก เพราะของมันไม่ได้กันง่ายๆ รอมาถึง 9 ปีแล้ว ลูกเราไปเมืองนอกก็ 10 ปีแล้ว นี่ 9 ปีก็ต้องรอต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องที่มีการตั้งเงินกองทุนจำนวน 5 แสนบาทนั้นได้ให้กับใครไว้ เห็นโชว์จำนวนเงิน 5 แสนบาท ซึ่งจะให้กับใครนั้นฉันยังไม่รู้ หรือเขาจะเอาไปให้กับทนายความที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือเปล่า เห็นแต่โชว์อย่างเดียวว่าตระกูลเขาช่วยค่ารถค่าเรือ ไม่เกี่ยวกับเงินค่าเยียวยา รู้มาอย่างนี้ และยังไม่รู้ว่าอยู่กับใครเงินจำนวนนี้&amp;rdquo; นางถวิลระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวิล เช้าเที่ยง, ธวัชชัย ไทยเขียว, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31d939d71ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธวัชชัย&#039; ชี้ไม่มีกม.รองรับให้กองทุนยุติธรรมออกเงินให้จำเลย แม้เอาโฉนดค้ำประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือเหยื่อคดีแพรวาโดยระบุว่า&amp;nbsp;ชื่นชมยินดีต่อแม่น้องแพรวาและครอบครัวที่ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;กรณีคุณแม่น้องแพรวาได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่า ไม่มีเจตนาดึงเรื่องให้ยืดเยื้อและไม่ต้องการให้เสียเวลาไปนั่งสืบทรัพย์ให้เสียเวลา พร้อมจ่าย แต่ไม่มีเงินสดในมือ แต่มีหลักทรัพย์เป็นที่ดินเพียงพอกับมูลหนี้ตามคำพิพากษา จึงขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเยียวยาผู้เสียหายไปก่อน โดยยอมเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน ด้วยการเอาโฉนดเหล่านี้ไปค้ำประกันแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวว่า จากการศึกษาข้อกฎหมาย ขณะนี้พบว่า ไม่มีกฎหมายรองรับให้กองทุนยุติธรรมสามารถออกเงินให้จำเลยไปก่อน โดยเอาหลักทรัพย์มาค้ำประกันได้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าศึกษาและถอดบทเรียนในอนาคต&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามอยากจะขอชื่นชมและขอบคุณคุณแม่ของน้องแพรวาที่เปิดประตูแห่งแสงสว่างในการออกมาแสดงความรับผิดชอบครั้งนี้ อย่างน้อยก็ลดความอึดอัดคับข้องของฝ่ายผู้เสียหายและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงที่สังคมยังไม่รับรู้ก็คือ ที่ดินของคนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีมูลค่าเลยครับ เพราะผู้จะซื้อจะคิดไปว่าอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยจำเลยในการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและถูกเรียกคืน จึงขายไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันคดีได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมยินดีเป็นโซ่ข้อกลางในการรับโฉนดที่ดินมาวางที่กระทรวงยุติธรรมในระหว่างการเจรจาทั้งสองฝ่ายทั้งที่ไม่มีอำนาจในการเก็บหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจของคู่กรณี หรือช่วยประสานงานสถาบันการเงินให้ปล่อยเงินกู้ให้ หรือคุณแม่น้องแพรวาอาจยินยอมเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดแทนที่กรมบังคับคดีแทนที่ตนเองจะเป็นผู้ขายก็ได้ เพราะจากประสบการณ์เคยเห็นมีที่ดินบางแปลงขายโดยกรมบังคับคดีได้มากกว่าเจ้าทรัพย์นำไปขายเองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 6&amp;nbsp;เดือน และไม่ต้องไปเสียค่านายหน้าให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอชื่นชมยินดีอีกครั้งนะครับที่คุณแม่และครอบครัวที่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกร่วมกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, กระทรวงยุติธรรม, คดีแพรวา, ธวัชชัย ไทยเขียว, แพรวา 9 ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศักดิ์สั่งด่วนยธ. ช่วยเหยื่อแพรวา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; สั่งด่วนถึงยุติธรรม เร่งช่วยเหลือเหยื่อแพรวา 9 ศพ ล่าสุดกองทุนยุติธรรม-บังคับคดี พร้อมอำนวยความสะดวก รองปลัด ยธ.แนะจำเลยเข้าไกล่เกลี่ยหนี้ เพิกเฉยโดนบังคับคดี ขายทอดตลาดทรัพย์ชำระหนี้ ไม่พอจ่ายโดนฟ้องล้มละลาย แม่ ดร.เป็ด เผยทุกวันนี้ยังต้องร้อยมาลัยเลี้ยงชีพ วอนผู้ก่อเหตุเห็นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมเข้าช่วยเหลือและอำนายความสะดวกในการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายกรณี &amp;ldquo;แพรวา 9 ศพ&amp;rdquo; หรือคดีอุบัติเหตุรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนกับรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนของผู้เสียหายที่มีฐานะยากจน กระทรวงยุติธรรมจะให้กองทุนยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเป็นค่าทนายความและการสืบทรัพย์ ขณะที่กรมบังคับคดีพร้อมอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการบังคับคดีเช่นกัน โดยผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี แล้วนำหมายบังคับคดีไปตั้งเรื่องที่กรมบังคับคดี เพื่อให้มีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นขั้นตอนการบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะสั่งอายัดทรัพย์ที่สืบพบแล้วนำออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนตามความเสียหาย หากทรัพย์ที่นำออกขายทอดตลาดไม่เพียงพอต่อการชดใช้ค่าเสียหาย หรือมีมูลหนี้มากกว่า 1 ล้านบาท จะยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศหรือทำธุรกรรมทางการเงินได้เป็นเวลา 3 ปี แม้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยจะสบาย หรือ &amp;quot;ลั้ลลา&amp;quot; เพราะภาระความรับผิดก็ยังไม่หมดลง มูลหนี้ยังคงมีอยู่ จำเลยยังต้องทำงานชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะครบตามคำพิพากษา หรือจนกว่าคดีจะขาดอายุความในการสืบทรัพย์เป็นระยะเวลา 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้เสียหายหรือโจทก์มีอาการมึนงง เดินไม่เป็น กรณีลูกหนี้ซึ่งไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษา ทั้งนี้ เมื่อครบเวลา 30 วันหลังศาลมีคำพิพากษา หากลูกหนี้หรือจำเลยทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำหน้ามึน ผู้เสียหายจะต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เมื่อได้หมายบังคับคดีมาแล้ว จึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ยากที่สุด เพราะศักยภาพบุคคลทั่วไปนั้นยากต่อการเข้าถึงข้อมูล ต้องจ้างทนายความ คนจน คนด้อยโอกาสสามารถขอเงินค่าจ้างทนายความสืบทรัพย์ได้จากกองทุนยุติธรรมได้&amp;rdquo; รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้จำเลยควรเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ สามารถขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด หรือศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว รายงานความคืบหน้าคดี &amp;quot;แพรวาชน 9 ศพ&amp;quot; ว่า ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำหน้าที่เป็นทนายทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งจนคดีถึงที่สุด สำหรับท่านที่สนใจและติดตามคดีที่ใช้เวลาถึง 9 ปี โดยสรุปคือศาลฎีกาพิพากษาในคดีอาญาว่าผู้ขับขี่รถฮอนด้า ซีวิค มีความผิดฐานขับรถโดยประมาททำให้มีผู้เสียชีวิต และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เรื่องนี้กลับมาสู่ความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง เนื่องจากทางฝ่ายจำเลยยังไม่มีการชดใช้เยียวยาความเสียหายตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้ช่วยเหลือติดตามในเรื่องนี้ต่อไปครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของคดีอาญา ผศ.ดร.ปริญญาระบุว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เป็นเวลา 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ประกอบกับความประพฤติทั่วไปของจำเลยยังไม่มีข้อเสียหาย เป็นการกระทำผิดครั้งแรก รู้สำนึกในการกระทำความผิด และได้บรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายบางส่วนแล้ว จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นคนดีสักครั้ง ให้รอลงโทษเป็นเวลา 3 ปี คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 3 ปี กำหนดเงื่อนไขให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน ให้ทำงานบริการสังคมดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ภายใน 2 ปี และห้ามขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนข้อหาอื่นศาลพิพากษายกฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง ทาง &amp;quot;แพรวา&amp;quot; ได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ ให้รอลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 4 ปี กับให้ทำงานบริการสังคมดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุปีละ 48 ชั่วโมง ส่วนโทษอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านคดีแพ่ง &amp;nbsp;บัดนี้ คดีได้ถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297-308/2562 โดยศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในแต่ละคดี ซึ่งรวมค่าสินไหมทดแทนที่ศาลฎีกากำหนดให้ทุกคดีแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,261,164 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น ซึ่งศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี มารดา ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งในผู้เสียชีวิต 9 ศพ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ คู่กรณีแค่มาร่วมงานศพเพียงวันเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่ออะไรอีกเลย แม้ว่าศาลจะตัดสินแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อมา ตอนนี้รู้สึกอึดอัดมากเพราะอายุก็มากแล้ว ทางคู่กรณีจะเอายังไงก็ได้ ขอให้มาพูดคุยกัน ไม่ได้ไปเรียกร้องเขามากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางถวิลกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทางญาติๆ ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้รวมกลุ่มกัน และตอนนี้ก็รอให้ทางคู่กรณีติดต่อมา และรอทางทนายด้วย&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับทางทนายแล้วว่าถ้าไม่มาเยียวยาก็ต้องให้มีการบังคับคดี เพื่อดูว่าเขามีทรัพย์สินอะไรบ้าง โดยทำตามขั้นตอนของศาล ซึ่งยังไม่รู้ว่านานแค่ไหน และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงที่ลูกเรียนจบมา (จบปริญญาเอกจากอังกฤษ) ก็อยากให้แม่เลิกร้อยพวงมาลัยขาย แต่แม่ยังทำไหวก็ขอทำไปก่อน ถ้าเลิกร้อยพวงมาลัยในวันที่ลูกขอให้เลิก วันนี้คงลำบากกว่านี้ เพราะวันนี้ไม่มีลูกมาคอยเลี้ยงดูแล้ว และพี่น้องก็ตายหมดแล้ว เหลือเพียงแค่หลานสาวคนเดียวที่มาช่วยกันร้อยพวงมาลัยขาย แบ่งข้าวกินกันไป ก็อยากให้แพรวาได้เห็นใจบ้าง เพราะเวลาก็เนิ่นนานมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุชน 9 ศพ นางสาวแพรวาได้เปลี่ยนชื่อใหม่ จากแพรวา เป็นอรชร บัวบูชา และรวินภิรมย์ และล่าสุด น.ส.แพรวาได้แต่งงานกับอดีตอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะสมาชิกตระกูล เทพหัสดิน ณ อยุธยา กล่าวว่า ต้นตระกูลเป็นนามสกุลพระราชทาน ที่ผ่านมาบรรพบุรุษหลายคนได้ทำคุณงามความดีรับใช้ให้ชาติบ้านเมืองมามากมาย กรณีคนในสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ก่อเหตุดังกล่าว เป็นการกระทำส่วนตัว โดยไม่เกี่ยวกับนามสกุล การที่นำเหตุที่เกิดขึ้นของคนคนเดียวในตระกูลไปย่ำยีให้เกี่ยวข้องกับนามสกุลนั้นไม่ยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยคนคนเดียว แต่เอานามสกุลไปวิพากษ์วิจารณ์ และโยงไปถึงต้นตระกูล อีกทั้งมีการพาดพิงไปถึง พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรอง ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นบิดาของผม ท่านประกอบคุณงามความดี เป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทยมากมาย อย่านำไปโยงเกี่ยว หากใคร สื่อ หรือโซเชียลมีเดียกล่าวพาดพิงเรื่องนามสกุลจนทำให้เสียหาย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ โดยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดในทุกกรณี&amp;rdquo; พล.อ.วิชญ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง, ถวิล เช้าเที่ยง, ธวัชชัย ไทยเขียว, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพรวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f1d358e44f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ประเดิมรมว.ยุติธรรม สั่งด่วนช่วยเหยื่อ&#039;แพรวา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.62 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์&amp;nbsp; เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมเข้าช่วยเหลือและอำนายความสะดวกในการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายกรณี &amp;ldquo;แพรวา 9 ศพ&amp;rdquo; หรือคดีอุบัติเหตุรถยนต์ฮอนด้าซีวิค เฉี่ยวชนกับรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนของผู้เสียหายที่มีฐานะยากจน กระทรวงยุติธรรมจะให้กองทุนยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเป็นค่าทนายความและการสืบทรัพย์&amp;nbsp; ขณะที่กรมบังคับคดีพร้อมอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการบังคับคดีเช่นกัน โดยผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแล้วนำหมายบังคับคดีไปตั้งเรื่องที่กรมบังคับคดี เพื่อให้มีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า เมื่อเริ่มต้นขั้นตอนการบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะสั่งอายัดทรัพย์ที่สืบพบแล้วนำออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนตามความเสียหาย หากทรัพย์ที่นำออกขายทอดตลาดไม่เพียงพอต่อการชดใช้ค่าเสียหาย หรือมีมูลหนี้มากกว่า 1 ล้านบาท จะยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศหรือทำธุรกรรมทางการเงินได้เป็นเวลา 3 ปี แม้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยจะสบายหรือลั้นลา&amp;nbsp; เพราะภาระความรับผิดก็ยังไม่หมดลง มูลหนี้ยังคงมีอยู่ จำเลยยังต้องทำงานชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะครบตามคำพิพากษา หรือจนกว่าคดีจะขาดอายุความในการสืบทรัพย์เป็นระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้เสียหายหรือโจทก์มีอาการมึนงง เดินไม่เป็นกรณีลูกหนี้ซึ่งไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษา ทั้งนี้เมื่อครบเวลา 30 วันหลังศาลมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากลูกหนี้หรือจำเลยทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำหน้ามึน ผู้เสียหายจะต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เมื่อได้หมายบังคับคดีมาแล้ว จึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ยากที่สุด เพราะศักยภาพบุคคลทั่วไปนั้นยากต่อการเข้าถึงข้อมูล ต้องจ้างทนายความ คนจนคนด้อยโอกาสสามารถขอเงินค่าจ้างทนายความสืบทรัพย์ได้จากกองทุนยุติธรรมได้&amp;rdquo; รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้จำเลยควรเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด&amp;nbsp; ส่วนผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์&amp;nbsp; สามารถขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด หรือศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ไทยเขียว, ยุติํธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, แพรวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1a44fedb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปลัดจี้เอาผิด พ่อซื้อบิ๊กไบค์ให้ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดยุติธรรมเหลือทน พ่อแม่รังแกฉัน ซื้อบิ๊กไบค์ 1 พันซีซีให้ลูกอายุ 13 ขี่จนเกิดเหตุเฉี่ยวชนบาดเจ็บระนาว จี้ตำรวจเอาผิดฐานส่งเสริมให้เยาวชนกระทำผิด ย้ำไม่ได้ซ้ำเติม แต่ควรให้บทเรียนสังคม ด้านผู้เป็นพ่ออ้างตกลงกันแล้วให้ลูกรับความเสี่ยง โอ่เคยแข่งมาแล้ว ได้รางวัลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ กรณีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ คาวาซากิ ZX10RR ของเยาวชนอายุ 13 ปี ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ดรีม ก่อนลื่นไถลไปชนกับรถยนต์อีซูซุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเยาวชนอายุ 13 ปี ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาหัก เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 6 ก.ค.62 ในจังหวัดเชียงใหม่ ว่า เยาวชนวัย 13 ปี ซึ่งขับรถบิ๊กไบค์ชนผู้อื่นบาดเจ็บ ต้องรับโทษทางอาญาในคดีที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำใบอนุญาตขับขี่ นอกจากนี้ตำรวจมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหากับพ่อและแม่ในฐานะผู้ปกครองของเยาวชนรายดังกล่าว เข้าข่ายเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ต้องรับโทษ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีนี้ผมไม่ได้ซ้ำเติม แต่อยากให้สังคมตระหนักรู้ว่า การตามใจลูกด้วยการซื้อรถยนต์บิ๊กไบค์ให้ขับขี่ ทั้งที่เด็กยังไม่มีใบขับขี่ เท่ากับพ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด พ่อแม่จึงย่อมสมควรได้รับโทษด้วย เพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนแก่สังคม และจะทำให้กลุ่มพ่อแม่รังแกฉันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะได้ให้ความระมัดระวังมากขึ้น&amp;rdquo; รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวิทย์ เทพาขันธ์ อายุ 54 ปี บิดาของเด็กชาย อายุ 13 ปี ผู้บาดบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุลูกชายกำลังขี่บิ๊กไบค์จากสวนจะกลับบ้าน หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนมาแจ้งว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ จึงรีบไปดูทันที พบว่าลูกชายยังมีสติดี และเจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยในที่เกิดเหตุลูกชายเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า มีรถจักรยานยนต์ขี่ออกมาจากข้างทางตัดหน้า ซึ่งพยายามหลบหลีกแล้วแต่ไม่พ้นจนเกิดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวิทย์กล่าวว่า อาการของลูกชาย เวลานี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ โดยได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าซ้ายหัก และกระดูกเท้าซ้ายเปิดเป็นแผลฉกรรจ์ ซึ่งได้รับการผ่าตัดตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และวันที่ 8 ก.ค. จะต้องรับการผ่าตัดรักษาอีกครั้งหนึ่ง ขอยืนยันว่าลูกชายไม่ได้ขาขาดตามที่เป็นข่าวในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด และน่าจะรักษาจนกลับมาหายเป็นปกติได้ ขณะที่สภาพจิตใจของลูกยังดี เข้มแข็ง และยิ้มแย้มได้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงรักษาตัวจนกว่าจะหายนั้น น่าจะต้องหยุดเรียนไป 1 ภาคเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อกระแสวิจารณ์ตำหนิผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กอายุแค่ 13 ปีขี่บิ๊กไบค์ 1000 ซีซี ซึ่งน่าจะเป็นอันตรายนั้น นายสุวิทย์กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจและขอโทษที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นแล้วทำให้หลายคนอาจจะไม่สบายใจ ซึ่งทุกคนสามารถสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพียงแต่ขอวิงวอนให้อยู่ในขอบเขตและคำนึงถึงสภาพจิตใจของลูกชายตนเองบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าก่อนที่จะยินยอมให้ลูกชายขับขี่และซื้อรถให้นั้น ได้มีการทำความเข้าใจตกลงกันแล้วให้ลูกชายปฏิบัติตามกฎและยอมรับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้มีการเข้าคอร์สเรียนการขับขี่รถบิ๊กไบค์ทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นสูง จนมีความชำนาญในการขับขี่พอสมควร รวมทั้งเคยลงแข่งมาแล้วหลายสนามและได้รางวัลด้วย โดยใช้รถคันที่เกิดเหตุลงแข่ง&amp;quot; นายสุวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ไทยเขียว, สุวิทย์ เทพาขันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2345f24ca03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
