<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไอแบงก์เฮ! ครม.ไฟเขียวใส่เงินเพิ่มทุน 1.61 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอแบงก์เฮ! ครม. ไฟเขียวใช้เงินกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพิ่มทุน 1.61 หมื่นล้านบาท พร้อมปลดล็อก &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; เข้าถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดที่ 99.71% ก่อนลุยกระจายหุ้น-หาพันธมิตรทางธุรกิจ ฟุ้งปรับโครงสร้างหนี้ ยกเครื่องแผนธุรกิจ อุ้มปีนี้กวาดกำไร 828 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการใช้เงินกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อการเพิ่มทุนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) หรือไอแบงก์ จำนวน 1.61 หมื่นล้านบาท ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อให้ส่วนของทุนไม่ติดลบ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 2557 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จำนวน 2 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มทุนให้ ธอท. ไว้แล้ว ทำให้ธนาคารมีวงเงินที่ใช้ในการเพิ่มทุนทั้งสิ้น 1.81 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาทางการเงินของ ธอท. ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารก็ได้ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในการปรับโครงสร้างทางการเงิน ปรับโครงสร้างธุรกิจและสรรหาพันธมิตรร่วมลงทุน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการอนุมัติวงเงินเพิ่มทุนไว้แล้ว 2 พันล้านบาท และวันนี้ก็อนุมัติเพิ่มอีก 1.61 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 1.81 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร กล่าวอีกว่า คณะกรรมการกองทุนฯ มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรให้ ธอท. เร่งสรรหาพันธมิตรควบคู่กับการเพิ่มทุน และให้มีการวัดผลการดำเนินงานหลังการเพิ่มทุน ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความสามารถในการหารายได้และการทำกำไร 2. ประสิทธิภาพการดำเนินงาน 3. ความเสี่ยงของคุณภาพสินเชื่อ และ 4. สัดว่วนหนี้เมื่อเทียบกับทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบให้มีการกำหนดสัดส่วน ระยะเวลาการถือหุ้น ธอท. ของกระทรวงการคลังด้วย โดยภายหลังการเพิ่มทุนตามจำนวนดังกล่าวแล้ว จะทำให้กระทรวงการคลังถือหุ้นใน ธอท. สูงสุดที่ 99.71% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จากปัจจุบันถือหุ้นอยู่ที่ 49% โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะดำเนินการลดสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวเมื่อสามารถกระจายหุ้น ธอท. หรือ ธอท. สามารถสรรหาพันธมิตรเข้าร่วมลงทุนได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2561 ธนาคารได้จัดทำแผนการขับเคลื่อนองค์กรระยะยาวและแผนปฏิบัติการปี 2561 เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินงานสำหรับรองรับการแก้ไขปัญหาตามมติ คนร.โดยในส่วนการขยายสินเชื่อคุณภาพสูงเพื่อสร้างสมดุลระหว่างสินเชื่อและเงินฝาก มีเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ 8 พันล้านบาท พร้อมทั้งการลดค่าใช้จ่ายทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมถึงการแก้ไขหนี้ด้อยคุณภาพ (NPF) และสกัดกั้นสินเชื่อที่มีปัญหาด้านคุณภาพ ไปจนถึงการเพิ่มศักยภาพด้านธุรกิจ การบริหารทรัพยากรบุคคล ด้วยการทบทวนโครงสร้างองค์กร บริหารกรอบอัตรากำลังและพัฒนาบุคคลากร โดย ธอท. ประเมินว่าหากได้รับการเพิ่มทุนภายในปีนี้ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจ และแก้ปัญหาหนี้เสีย จะทำให้ ธอท. กลับมามีผลประกอบการดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีกำไรที่ 828 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) จะขึ้นมาอยู่ในระดับปกติที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดที่ 8.5% ภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้เสนอคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับ ธอท. ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ. 2558 พร้อมทั้งได้กำหนดเงื่อนไขการเพิ่มทุนตามสภาพคล่องของกองทุน โดยกองทุนจะดำเนินการโอนเงินให้กระทรวงการคลังนำไปเพิ่มทุนให้กับ ธอท. เมื่อกระทรวงการคลัง โดย สคร. มีหนังสือถึงกองทุนฯ ซึ่ง สคร. ต้องนำหนังสือดังกล่าวให้กองทุนฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวันที่จะใช้เงินเพิ่มทุนในแต่ละครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบการใช้เงินกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ดำเนินโครงการพัฒนาฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์มือ 2 จำนวน 31.1 ล้านบาท ระยะเวลา 60 เดือน โดยให้มีการประเมินผลโครงการทุก ๆ 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ, ครม., ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธอท., เพิ่มทุนไอแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b606fe53f193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ไอแบงก์” ฟุ้งไตรมาสแรกฟันกำไร 650 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร กรรมการและรักษาการผู้จัดการ ธอท. ร่วมกันชี้แจงว่า ประเมินว่าในไตรมาส 1 ปี 2561 ธนาคารจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 650 ล้านบาท สะท้อนถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาภายในอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม จากเดิมที่คาดว่าในปี 2561 ธนาคารจะมีกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 30 ล้านบาท ก่อนจะมีการปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเป็น 450 ล้านบาท รวมทั้งคาดว่าภายในเดือน มี.ค. นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้รัฐบาลเพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จจะทำให้ธนาคาร มีความเข้มแข็งทางการเงินและสามารถฟื้นฟูกิจการได้อย่างเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ธอท., วิทัย รัตนากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a937494252cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
