<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธอส.โชว์ 9เดือนปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.66 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และรายได้ของประชาชน แต่ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ &amp;ldquo;ทำให้คนไทยมีบ้าน&amp;rdquo; ยังคงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ในการยกระดับคุณภาพชีวิต และความมั่นคงในด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้จำนวน 166,173 ล้านบาท 117,802 บัญชี เพิ่มขึ้น 6.53% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 คิดเป็น 77.06% ของเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ปี 2564 ที่ 215,641 ล้านบาท &amp;nbsp;ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2564 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,408,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% จาก ณ สิ้นปี 2563 สินทรัพย์รวม 1,455,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.42% เงินฝากรวม 1,231,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.03% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 63,723 ล้านบาท คิดเป็น 4.52% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาด (สิ้นปี 2563 ธอส.มี NPL อยู่ที่ 3.75%) โดยมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพื่อความมั่นคงและเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบจาก COVID-19 ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ 108,201 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 169.80% โดยยังคงมีกำไรสุทธิตามตัวชี้วัดของธนาคารที่ 8,966 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง โดย ณ เดือนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ 15.36% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดที่ 8.50% ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่องยังคงเกิดจากความต้องการของประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำของ ธอส.และมีปัจจัยเสริมจากการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ ทำให้ต้นทุนในการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนต่ำลง รวมทั้งนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ออกมาช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ ธอส. ยังคงเป็นผู้นำในตลาดด้วยการครอง &amp;nbsp;ส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างกว่า 31.4% และมั่นใจว่า ณ สิ้นปี 2564 การปล่อยสินเชื่อใหม่จะเป็นไปตามเป้าหมาย 215,641 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานของธนาคารยังคงเป็นไปตามเป้าหมายได้นั้น เกิดจากการทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Marketing) ซึ่งธนาคารได้ทำ GHB Data Analytics นำฐานข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีเพื่อทำนายหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจใช้บริการผลิตภัณฑ์ของธนาคารทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ล่าสุดยังได้ขยายกรอบวงเงินผลิตภัณฑ์สินเชื่อ โครงการบ้าน ธอส. เพื่อคุณ ปี 2564 เพิ่มขึ้นอีก 20,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิม 50,000 ล้านบาท รวมเป็น 70,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในช่วง COVID-19 ซึ่งปัจจุบันมียอดอนุมัติ 47,045 &amp;nbsp;ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย ปีแรกเพียง 2.75% ต่อปี ให้กู้รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาท/เดือน และไม่เคยมีประวัติการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. หรือ สถาบันการเงินอื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาล โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 อัตราดอกเบี้ยต่ำ 1.99% ต่อปี นาน 4 ปีแรก เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี ) ให้กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นมา ล่าสุด ณ วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 12.00 น. มีลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการแล้ว 58,955 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 70,746 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยมีลูกค้าที่เอกสารพร้อมและยื่นกู้ที่สาขาของธนาคารแล้ว 1,976 ราย วงเงินสินเชื่อ 1,688 ล้านบาท ซึ่งธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวน 1,388 ราย วงเงินสินเชื่อ 1,129 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 ซึ่ง ธอส. ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 21 เดือน รวม 20 มาตรการ มีจำนวนลูกค้าเข้ามาตรการรวมสูงสุดเป็นจำนวนถึง 968,555 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 842,056 ล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 87.5 % สามารถปรับตัวและกลับมาผ่อนชำระตามปกติได้แล้ว ปัจจุบันยังมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างการรับความช่วยเหลือตามมาตรการจำนวน 120,965 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 120,337 ล้านบาท ล่าสุดธนาคารได้ประกาศขยายระยะเวลาความช่วยเหลือลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการตาม &amp;ldquo;โครงการ ธอส. รวมไทยสร้างชาติ&amp;rdquo; จำนวน 8 มาตรการ โดยเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ตั้งแต่วันที่ 8 &amp;ndash; 29 ตุลาคม 2564 ผ่าน Application : GHB ALL หรือ GHB Buddy บน Application Line เพื่อขอรับการขยายระยะเวลาความช่วยเหลือต่อไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ล่าสุด ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 12.00 น. มีลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอขยายความช่วยเหลือแล้ว 41,369 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 44,526 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชิตใหม่(New Normal) ธอส. จึงได้ปรับแผนยุทธศาสตร์ธนาคารให้ก้าวไปสู่การเป็น Digital Bank อย่างเต็มรูปแบบเร็วขึ้นในปี 2565 โดยการพัฒนาบริการใหม่บน Application : GHB ALL อย่างต่อเนื่อง เช่น บริการล่าสุดสำหรับกรณีลูกค้าที่เคยสมัคร และลงทะเบียน GHB ALL ไว้แล้ว หากเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ สามารถยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตัวเองเพื่อใช้งาน GHB ALL ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทางไปสาขาธนาคาร เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2564 ล่าสุดมีลูกค้าทำธุรกรรมผ่าน GHB ALL ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สูงถึง 1,019,402 รายการ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ถึง 34.21% โดยมีจำนวนผู้สมัครใช้งาน Application : GHB ALL แล้วเป็นจำนวน 1,142,257 ราย และปัจจุบันธนาคารยังมีแผนการพัฒนาและปรับปรุง Application : GHB ALL ให้ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันที่รองรับบริการใหม่ ๆ อาทิ การยื่นขอสินเชื่อ Live Chat กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร การซื้อ-ไถ่ถอนสลาก &amp;nbsp; ออมทรัพย์แบบดิจิทัล และการลงนามสัญญาแบบ e-Signature เป็นต้น โดยคาดว่าการพัฒนาจะแล้วเสร็จและเปิดให้ลูกค้าใช้งานได้ภายในเดือนเมษายน 2565 ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ธอส. ได้เริ่มเปิดใช้งานระบบ GHB PDPA ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างครบวงจร อาทิ ระบบ Consent และ Cookie Management เพื่อรองรับการขอความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในทุกช่องทางหลักของธนาคาร และระบบ Data Subject Right Management รองรับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเตรียมเพิ่มวงเงินสลากออมทรัพย์ชุดเกล็ดดาว หน่วยละ 5,000 บาท อีกจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่ต้องการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนดีและมีโอกาสถูกรางวัลสูง ล่าสุด ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 มียอดจำหน่ายแล้ว 8.8 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 44,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารยังเตรียมนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากบางส่วนไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับราคาซื้อ-ขายต่อหน่วย ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ตามเงื่อนไขของโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 รวมถึงนำเงินจากการจำหน่ายสลากเกือบทั้งหมดไปปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง เป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากการซื้อบ้านมือหนึ่ง และประชาชนที่ต้องการขายบ้านได้บรรลุความต้องการของตัวเอง ด้วยการจัดทำโครงการ G H Bank Marketplace หรือ ตลาดนัดบ้านมือสอง ธอส. โดยผู้ที่ต้องการขายบ้านสามารถฝาก ธอส. ขายได้ฟรี!! ไม่เสียค่าธรรมเนียมนานถึง 6 เดือน โดยใช้ช่องทางออนไลน์ของ ธอส. ที่เจาะกลุ่มผู้สนใจซื้อบ้านมือสองโดยเฉพาะ คือเว็บไซต์ www.ghbhomecenter.com หรือ Application : GH Bank Smart NPA &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการที่ ธอส. ได้บริหารจัดการโดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดคุณค่าทั้งในเชิงธุรกิจและเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ประกาศให้ ธอส. ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ &amp;ldquo;ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภทรางวัลเกียรติคุณ ในกลุ่มองค์กรรัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นรางวัลนวัตกรรมอันทรงเกียรติสูงสุดของประเทศไทย และ ธอส. เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมโดยแท้จริงเพื่อเป็น &amp;ldquo;ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธอส, ผลประกอบการ 9 เดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616c0bfa97dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! ธอส. ขยายเวลาช่วยลูกค้าเดิมที่อยู่ในมาตรการ COVID-19 ถึง 31 ธ.ค. 64  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ต.ค. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 ตามนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันผ่านมาตรการต่าง ๆ รวม 20 มาตรการ และจนถึง ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวนลูกค้าเข้ามาตรการช่วยเหลือของธนาคารรวมสูงสุดเป็นจำนวนถึง 977,736 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 853,271 ล้านบาท ปัจจุบันส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ และกลับมาผ่อนชำระตามปกติ คงเหลือลูกค้าที่ยังอยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการรวมจำนวน 189,686 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 190,834 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 ธนาคารจึงได้ขยายระยะเวลาความช่วยเหลือให้กับลูกค้าเดิมที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการใน &amp;ldquo;โครงการ ธอส. รวมไทย สร้างชาติ&amp;rdquo; ต่อไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายละเอียดของมาตรการที่ขยายระยะเวลาความช่วยเหลือจำนวน 8 มาตรการ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 9, 10, 11 และ 11 New Entry : แบ่งจ่ายเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดเงินต้น ตัดดอกเบี้ย) เหลือ 25% หรือ 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน โดยทั้ง 4 มาตรการ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ สถานะ NPL และลูกหนี้สถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจ หรือการค้า เนื่องจาก COVID-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามสัญญาเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 13 : พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เป็น NPL ไม่อยู่ขั้นตอนของกฎหมาย และไม่อยู่ระหว่างทำข้อตกลงประนอมหนี้) และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจ หรือการค้า เนื่องจาก COVID-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามสัญญาเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 14 : พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ที่สถานะ NPL และลูกหนี้ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ และต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจ หรือการค้า เนื่องจาก COVID-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ หรือ ตามคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 15 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ระหว่างการประนอมหนี้หรือสถานะกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 16 พักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะ NPL (ค้างชำระเงินงวดติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน) หรืออยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าเดิมที่อยู่ใน 8 มาตรการข้างต้นและต้องการขยายระยะเวลาความช่วยเหลือไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ผ่าน Application : GHB ALL หรือ GHB Buddy บน Application Line พร้อมกับ Upload หลักฐานยืนยันว่าได้รับผลกระทบทางรายได้ให้ธนาคารพิจารณา ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ส่วนกรณีที่ลูกค้าไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการได้ที่ www.ghbank.co.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th, Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ &amp;nbsp;Application : GHB ALL
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยลูกค้า, ธอส, เดือดร้อนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_61603199894cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจัดระเบียบสื่อมวลชนเสี่ยงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2564 กระทรวงการคลังได้รับทราบว่า สื่อมวลชนสายเศรษฐกิจประจำกระทรวงการคลังจำนวนหนึ่งอยู่ในข่ายความเสี่ยงติดเชื้อ Covid-19

กระทรวงการคลังขอยืนยันว่าทันทีที่ได้ทราบข่าว และได้รับการยืนยันถึงความเสี่ยงข้างต้น ผู้บริหารกระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจและมีความห่วงใยในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้มีการสั่งการและดำเนินการอย่างเร่งด่วน (วันอังคารที่ 6 เมษายน 2564) ดังนี้

1. แจ้งให้บุคลากรของกระทรวงการคลัง ที่มีความเสี่ยง ดำเนินการตรวจหาเชื้อโดยเร่งด่วน และเข้ารับการกักตัวเพื่อเฝ้ารอดูอาการ 14 วันตามมาตรฐานทางสาธารณสุข

2. ประสานกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะผู้จัดกิจกรรม เพื่อยืนยันรายละเอียดของสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจประจำกระทรวงการคลังที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้าน (work from&amp;nbsp; home) เป็นเวลา&amp;nbsp; 14 วัน เพื่อเฝ้ารอดูอาการ

3. ทำความสะอาดและฉีดฆ่าเชื้อบริเวณห้องพักสื่อมวลชนประจำกระทรวงการคลัง ห้องแถลงข่าว&amp;nbsp; บริเวณห้องทำงานผู้บริหารกระทรวงการคลัง สำนักงาน และบริเวณอื่นๆ ที่เป็นจุดเสี่ยง

4. ประสานหน่วยงานในสังกัดที่ได้มีการติดต่อกับสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจประจำกระทรวงการคลังที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ให้เฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะได้มีการติดตามเรื่องดังกล่าว และเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนผู้มาติดต่อราชการ บุคลากรของกระทรวงการคลัง และสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจประจำกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด อาทิ การฉีดพ่นฆ่าเชื้อให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้นในความถี่ที่มากยิ่งขึ้น และประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างรัดกุม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าการบริการประชาชน และการบริหารงานต่างๆ ของกระทรวงการคลัง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปลอดภัยสูงสุด
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, งานเลี้ยงพบปะสื่อมวลชน, ธอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605334cca7dae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 22:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด&#039;แสตมป์&#039;ลามผู้บริหารธอส.-สื่อมวลชน 66 ราย เตรียมตรวจหาเชื้อ-กักตัว14วัน พร้อมปิดบริการ 3 สาขา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 เมษายน 2564 จากกรณีที่ นายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือ &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; ประกาศว่า ได้รับแจ้งเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 ว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาดูคอนเสิร์ตที่ตนเองแสดง ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โดยคอนเสิร์ตดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2564 จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 พร้อมกับทีมงานทันทีในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 และล่าสุด &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; ได้รับผลการตรวจเรียบร้อยแล้ว โดยปรากฏว่า &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; ตรวจพบเชื้อโควิด-19 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขอเรียนว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 (ก่อนที่&amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo;จะได้รับแจ้งข่าว) นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงานธนาคารและสื่อมวลชน รวม 66 คน ได้เข้าชมการแสดงดนตรีของ &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยการแสดงดนตรีดังกล่าวเป็นกิจกรรมภายในระหว่างธนาคารกับสื่อมวลชนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด และทันทีที่ได้รับการยืนยันว่า &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ (วันอังคารที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 18.34 น.) ธนาคารจึงได้ดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พนักงานธนาคารและสื่อมวลชนทุกคนที่เข้าร่วมรับชมการแสดงดนตรี จะไปตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ที่โรงพยาบาล พร้อมติดตามผลการตรวจอย่างใกล้ชิด และกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 &amp;nbsp;วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานใหญ่ ในจุดที่กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร และพนักงานธนาคารที่เข้าร่วมรับชมการแสดงดนตรีเข้ามาปฏิบัติงานเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564(ก่อนที่ &amp;ldquo;แสตมป์&amp;rdquo; จะได้รับแจ้งข่าว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปิดสาขาตราด สาขาจันทบุรี และสาขาสมุทรสาคร เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน 2564 เพื่อฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากมีพนักงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ของสาขาตราดและสาขาจันทบุรี เข้ารับชมการแสดงดนตรีที่เกาะช้าง และเข้าไปปฏิบัติงานที่สาขาเมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564 และ กรรมการผู้จัดการ ธอส. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสาขาสมุทรสาคร เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รายงานกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบ&amp;nbsp;
จึงเรียนมาเพื่อทราบและหากมีความคืบหน้าหรือผลการตรวจจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;#39;แสตมป์&amp;#39; ติดเชื้อโควิด-19 ขอโทษทุกคนที่ใกล้ชิดพร้อมเผยไทม์ไลน์ละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธอส, นายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข, แสตมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_60652b63cfec0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
