<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; เสียดายงบกลาง 1.6 หมื่นล้านแก้โควิด น่าจะนำไปใช้ด้านสวัสดิการ-ความเสมอภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.64 - นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ทะลุ 2 หมื่นรายในวันนี้ว่า เป็นยอดผู้ติดเชื้อที่น่าตกใจ แต่ไม่แปลกใจที่วิกฤติการแพร่ระบาดมาถึงจุดนี้ วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 643,5222 ราย และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่ยอดจะกลายเป็นหลักล้าน หากการบริหารจัดงานการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังอยู่ในมือรัฐบาลนำโดย ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่น่าตกใจอย่างมากคือไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา เพราะมีทั้งงบจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านในปีที่แล้ว และ พ.ร.ก.อีก 5 แสนล้านในปีนี้ เป้าหมายในการกู้ก็วางไว้ชัดคือนำมาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ทั้งรับมือ ป้องกัน เยียวยา และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่พรรคก้าวไกลพบว่า ขณะนี้กระทั่งงบ 300 ล้านที่ต้องให้กระทรวงสาธารณสุขในการแก้ปัญหากลับมีการเบิกจ่ายน้อยและล่าช้ามาก จนทำให้ไม่มีความพร้อมไม่ว่าเตียงกำลังคน หรือระบบสนับสนุน พยาบาลและแพทย์ กำลังอ่อนแรง ที่ทุกๆวันมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเพราะไม่สามารถเข้าถึงการรักษาจำนวนมาก บ้างก็ต้องนอนป่วยที่บ้านที่ไกลมือแพทย์ ทั้งที่ความจริงเรามีงบประมาณ ที่น่าจะเอาไปจัดการและสรรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาได้มากกว่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวัจน์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีประชาชนแจ้งมาทางเพจของตนหลายราย ในฐานะผู้แทนราษฏรได้ช่วยประสานหาเตียงผู้ป่วย จึงพบว่าต้องมีการรอคิวเตียงผู้ป่วยนาน 4 - 7 วัน ส่วนตอนนี้เป็นเรื่องการทำ Home Isolate ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการทำ Home Isolate เพราะสามารถทำได้ในกรณีผู้ติดเชื้อไม่มีอาการหนัก แต่ไม่ใช่เพราะเตียงไม่พอในกรณีผู้ป่วยอาการรุนแรง ปัญหาจากการขาดระบบจัดการ เราจึงเห็นกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์ทำงานหนัก เหมือนอยู่ท่ามกลางอุโมงค์โดยที่ไม่รู้ว่าทางออกอยู่ตรงไหน แต่ในทางกลับงานเรามีงบประมาณในการช่วยเหลือ แต่กลับไม่ถูกเบิกจ่ายออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุด จากการพิจารณางบประมาณ 65 โดยสามัญสำนึก เมื่อมีจากงบที่ตัดจากหน่วยงานและโครงการต่างๆ ที่ยังไม่จำเป็น หลายคนคาดว่าเงินก้อนนี้จะถูกนำไปให้กับหน่วยงานด้านสวัสดิการ ด้านสุขภาพ ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา แต่กลับกลายเป็นการโยนงบที่มากถึง 1 หมื่น 6 พันล้านเข้าสู่การกระเป๋าสำรองที่อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา รูปแบบงบกลางที่จะเบิกจ่ายอะไรแต่ตรวจสอบได้ยาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวัจน์ กล่าวอีกว่า จากเงินกู้ 1 ล้านล้าน การโอนงบ 8 หมื่นกว่าล้านปีที่แล้ว มาสู่เงินกู้ 5 แสนล้านปีนี้ และล่าสุดอีก 1 หมื่น 6 พันล้านที่ไปอยู่ในกำมือของประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งพิสูจน์แล้วจากสถานการณ์ขณะนี้วิกฤตสุขภาพและเศรษฐกิจคือ ภาพสะท้อนอันชัดเจนถึงความไม่มีประสิทธิภาพของผู้นำรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากคุณทำงานเต็มที่ เบิกจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มีผิดพลาดบ้างประชาชนยังเข้าใจ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเวลานี้คือการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่ตอบโจทย์ และที่เลวร้ายที่สุดคือความไม่ใส่ใจ ธัญคิดว่า ขณะนี้ เรากำลังอยู่ในรัฐบาลที่ลอยตัวเหนือปัญหาที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางวิกฤตที่สุดเช่นกันของมนุษยชาติในเวลานี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b88597f922.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณโทนี่&#039; จุก! ส.ส.LGBT สวนปมจดทะเบียนสมรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ระบุถึงกรณีที่เฟซบุ๊กเพจ &amp;ldquo;Care คิดเคลื่อนไทย&amp;rdquo; โพสต์วาทะของนายทักษิณ ชินวัตร ในประเด็นความหลากหลายทางเพศ โดยมีใจความระบุว่า &amp;ldquo;พี่โทนี่กล่าวถึงเรื่อง เมืองไทยกับการเปิดรับความหลากหลายทางเพศ&amp;rdquo; โดยมีการอ้างคำพูดสำคัญว่า &amp;ldquo;ผมเชื่อว่า คนเราจะมีความสุขแบบไหนก็เป็นเรื่องของเขา เขาจะเป็นอย่างไร โทษนะ อย่าไปเสือกกับเขา ส่วนเรื่องจะจดทะเบียนสมรสอะไร ก็เป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ส่วนเรื่องที่เขาจะแสดงออกยังไง ต้องให้เป็นเรื่องของเขา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยธัญวัจน์ กล่าวว่า ตนฐานะผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล รู้สึกยินดีที่มีการพูดถึงการสมรสเท่าเทียมมากขึ้น พร้อมชี้แจงว่า &amp;nbsp;ตนได้ยื่น &amp;ldquo;ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลแพ่งและพาณิชย์&amp;rdquo; หรือ สมรสเท่าเทียม เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่18 มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ PRIDE MONTH จนถึงวันนี้ครบรอบ 1 ปีพอดี หากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมา กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศยังไม่ได้รับความเสมอภาคและเป็นสิ่งทีสังคมกำลังพูดถึงมากในระยะเวลาที่ผ่านมา และเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นตามมาตรา 77 เป็นจำนวนมากถึง 54,444 คน มากที่สุดเมื่อเทียบกับการแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ และมากทีสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย รวมถึง #สมรสเท่าเทียม ที่ติดอันดับ 1 ในช่วงเวลาที่มีการรับฟังเมื่อปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่รอได้ และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศยังไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในช่วงเวลาเดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายนี้ จึงอยากเรียนเชิญคุณทักษิณว่า อยากให้ท่านช่วยสนับสนุนการสมรสเท่าเทียม และในโอกาสในเดือน PRIDE นี้ อยากให้ทุกพรรคการเมืองนั้นเห็นชอบและผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าโดยตรงในการผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวให้สัมฤทธิ์ผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เวลาผ่านมา ดิฉันในฐานะผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอด มีโอกาสได้เข้าพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกฯต่างพรรค พบหลายทั้งพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาลเพื่อยื่นร่างกฎหมายดังกล่าว และอธิบายถึงสาระสำคัญ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความเสมอภาคของความหลากหลายทางเพศจะเกิดขึ้นจริงและแน่นอนว่าหากสภาผู้แทนราษฎรเห็นความสำคัญถึงความเท่าเทียมจริงๆ ไม่ใช่เพียงนำมาเป็นกระแสในการสร้างความนิยมทางการเมืองก็ต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ &amp;nbsp;อีกประการหนึ่งที่อยากเรียนไปยังคุณทักษิณว่า การจดทะเบียนสมรส ไม่ใช่อีกสเต็ปหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่คือสเต็ปปัจจุบันที่พรรคก้าวไกลกำลังทำและให้ความสำคัญเสมอมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106658</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ความหลากหลายทางเพศ, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cab822c2310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูธัญ&#039;ก้าวไกล โต้ บอล เชิญยิ้ม อย่าอคติคนเป็นเอดส์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 2564 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี นายชัชชัย จำเนียรกุล (บอล เชิญยิ้ม) ตลกชื่อดัง ที่ออกมาสื่อสารต่อประชาชน ว่าไวรัสโควิด -19 ไม่น่ากลัวเท่าผู้ติดเชื้อ Aids และ HIV นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ กล่าวว่า กรณีนี้เกิดจากอคติที่เกิดขึ้นของสังคมต่อผู้อยู่ร่วมเชื่อ HIV นั้นเกิดจากการสื่อสารเกี่ยวกับประเด็นเชื้อ HIV ที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่องในยุคแรกของการค้นพบโรคดังกล่าว ที่สังคมส่วนใหญ่เข้าใจแบบภาพรวมคือ &amp;ldquo;ผู้ป่วยเอดส์&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่นำเสนอภาพผู้ป่วย และเนื้อหาโดยขาดความเข้าใจเชิงสังคมทำให้อคติของคนในสังคมนั้นฝังลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เช่นเดียวกับกรณี คุณบอล เชิญยิ้ม นักแสดงตลกที่ออกมาพูดถึงบุคคลที่เป็น &amp;ldquo;เอดส์&amp;rdquo; ก็เป็นผลพวงของการสื่อสารที่สร้างอคติต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อ และในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีคนจำนวนมากที่ยังขาดความเข้าใจต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อและส่งผลทางตรงต่อ เศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ กล่าวต่อไปว่า เชื้อ HIV นั้นติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ได้ติดต่อทางลมหายใจ หรือการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยในปัจจุบันนั้นทางการแพทย์ก็มียาต้านไวรัสที่สามารถควบคุมเชื้อดังกล่าวได้ให้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ต่ำจนสามารถมีเพศสัมพันธ์และตั้งครรภ์ได้ และในความเป็นจริงของผู้อยู่ร่วมเชื้อนั้น หากมีการใช้ยาต้านไวรัสก็มีชีวิตที่ยืนยาวแทบเหมือนอายุคนทั่วไป สามารถทำงาน คิดงาน สร้างสรรค์งาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้เหมือนกับคนทั่วไป แต่น่าเสียดายที่อคติทางสังคมกับก่อปัญหาทำให้ผู้อยู่ร่วมเชื้อในปัจจุบันถูกรังเกียจเดียดฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายบริษัทเอกชน และ หน่วยงานรัฐ ที่มีการตรวจเลือดประจำปี และผู้อยู่ร่วมเชื้อที่มีศักยภาพในการทำงานต้องถูกให้ออกจากงาน ทั้งที่การตรวจเลือดเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่กลับถูกละเมิด ส่งผลให้ผู้อยู่ร่วมเชื้อเกิดปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคม เกิดปัญหาเศรษฐกิจ และ จิตใจถูกซ้ำเติม แทนที่จะมีความสุข อยู่ร่วมในสังคม ทำงานเต็มศักยภาพของตนเอง แต่ทุกอย่างส่งผลในทางกลับกันจาก &amp;ldquo;อคติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ว่าหน่วยงานรัฐ หรือ บริษัทเอกชน ไม่มีความจำเป็นต้องทราบว่าเรามีพนักงานเป็นผู้อยู่ร่วมเชื้อหรือไม่ เพราะในการใช้ชีวิตไม่ได้ส่งผลด้านใดดับสังคม เพราะเราทานอาหาร พูดคุย ทำงาน ด้วยกันได้ เหตุใดจึงต้องละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในการตรวจเลือดในสถานทำงาน เรารู้หรือไม่รู้นั้น ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อเรา แต่สิ่งเหล่านี้ ส่งผลทางลบต่อผู้อยู่ร่วมเชื้อ&amp;rdquo; ธัญวัจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนคิดว่าสื่อมวลชนมีความสำคัญที่จะร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมให้เกิดความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน เลิกการตีตรา เพราะผู้อยู่ร่วมเชื้อก็เป็นมนุษย์ในสังคมเหมือนเราทุกคนที่ต้องการทำงาน ต้องการเพื่อน และ ต้องการความรัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100641</URL_LINK>
                <HASHTAG>HIV, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, บอล เชิญยิ้ม, พรรคก้าวไกล, เอดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084fb7391b84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ผู้จัดฉากจูบกลางสภา จวกซูโม่กิ๊กเล่นมุกตลกสะท้อนอคติทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงจากกรณีที่พิธีกรชื่อดัง เกียรติ กิจเจริญ หรือซูโม่กิ๊ก พูดในรายการ​รายการหนึ่งเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซูโม่กิ๊กพูดคุยกับแขกรับเชิญและปล่อยมุกตลกสะท้อนอคติทางเพศของผู้พูดที่มองว่ากลุ่มคนหลากหลายทางเพศคือพวกที่ไม่รู้จะไปทางไหนดี แม้แขกรับเชิญตอบแบบสร้างสรรค์และสนับสนุน ซูโม่กิ๊กก็ยังเล่นมุกต่อ สนับสนุน &amp;ldquo;เอาให้สุด&amp;rdquo; ไปเลย จนแขกรับเชิญหน้าเจื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ กล่าวต่อไปว่า การเหยียดเพศที่เกิดขึ้นจากซูโม่กิ๊กเป็นเหมือนส่วนหนึ่งสังคมที่ยังมองกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยอคติและเป็นตัวตลก แต่คำถามที่ใหญ่มากไปกว่านั้น ทีมงาน โปรดิวเซอร์รายการ ผู้ตัดต่อรายการ ไม่มีใครท้วงติงเลยหรือ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นการออกอากาศของรายการก็ต้องผ่านบริษัทผู้ผลิต อีกทั้งการตรวจของช่อง แล้วคนทำงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมีความเห็นอย่างไรกับมุกตลกเหยียดเพศแบบนี่ที่ออกสู่สื่อมวลชน แล้วอะไรควรเป็นมุกตลก และไม่ควรเป็นมุกตลก ตนอยากฝากบอกคุณซูโม่กิ๊กว่า เราจะไม่นำเรื่องอัตลักษณ์ของคนมาเป็นมุกตลกคะ เพราะนั่นคือความเป็นเขาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น เรื่องเพศ รูปร่าง สภาพร่างกาย ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ อายุ เป็นต้น มุกตลกควรเป็นมุกที่ตลกจากเหตุการณ์ที่เขียนบทขึ้นให้เกิดภาวะขบขันที่เป็นสไตล์ของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นนักแสดงหรือพิธีกรตลกไม่ง่ายคะ ต้องอาศัยศิลปะและความสามารถเฉพาะตัวมาก ไม่ใช่เอาคนอื่นมาเป็นตัวตลก&amp;nbsp;ให้ตัวเองเป็นพิธีกรตลกที่มีงานทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยอมรับว่าวันนี้หลายรายการในวงการสื่อมวลชนให้ความสำคัญในประเด็นอ่อนไหวต่อลักษณะบุคคลมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่รายการทั้งหมดที่ให้ความสำคัญ เพราะพื้นฐานคือความเข้าใจคุณค่าของมนุษย์ที่อยู่ในสังคมร่วมกัน ที่เป็นเหมือนเรื่องเข้าใจง่าย แต่บางคนก็ยังเข้าใจยาก พอเถอะ เล่นตลกใช้มุกสังขารเพราะเสียงหัวเราะที่ได้มามันคือความแบ่งแยก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97966</URL_LINK>
                <HASHTAG>LGBTQ, ซูโม่กิ๊ก, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606402f0d18d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธัญวัจน์ &#039;ก้าวไกล ยกเวทีมิสแกรนด์ เป็นพื้นที่อิสระทางความคิดวิถีประชาธิปไตย พร้อมยกย่องนางงามเมียนมาร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 (นาย)ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงกรณีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดเวทีประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์ เนชั่นแนล 2020 &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงการตอบคำถามของผู้เข้าประกวด ทางผู้จัดงานได้เปิดโอกาสให้บรรดาตัวแทนนางงามผู้เข้าประกวดแต่ละประเทศได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างมีอิสระและเสรีภาพทางความคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ ระบุว่า ตราบใดที่โลกเรายังมีธุรกิจความสวยงามของผู้หญิง การประกวดนางงามก็ยังคงเป็นพื้นที่การตลาดที่สร้างมาตราฐานความงามให้กับโลกใบใหญ่ แน่นอนที่สุดการประกวดนางงามนั้นมีทั้งคนชื่นชอบชื่นชมกับความสวยงาม เฝ้าลุ้นผลการประกวด และในทางกลับกันก็มีคนที่ต่อต้านการประกวดเพราะมองว่าเป็นการกำหนดความงามของผู้หญิงที่ทำให้ผู้หญิงรักตัวเองน้อยลง ทั้งหมดนี้เป็นเสรีภาพทางความคิด ความเชื่อ แล้วแต่บุคคลว่าใครอยากชื่นชม ติงติงแง่มุมไหน ก็ทำได้หากไม่ได้ละเมิดสิทธิใคร โดยตนมองว่าบนเวทีการประกวดนางงามนั้น นอกจากความงามแล้วก็ยังมีพื้นที่ของความหวังเล็ก ๆ ที่ให้ผู้หญิงผู้เข้าประกวดได้ตอบคำถาม ที่แสดงถึงความคิด และในช่วงกว่า 10 ปีหลังนี้ในประเทศไทย การประกวดนางงามนั้นมีคำถามที่ท้าทายที่ให้ผู้หญิงได้พูดเรื่องการเมือง ซึ่งมีบางคนก็กล้าตอบ หรือ กล้า ๆ กลัว ๆ หรือ ตอบแบบเด็กดี ก็แล้วแต่ความกล้าของเหล่าสาวงามนั้นต้องการเปลี่ยนโลกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนางงามเมียนมาร์ในเวทีการประกวด Miss Grand International 2021 ล่าสุดเมื่อคืน ถึงแม้เธอไม่ได้สวมมงกุฎ แต่เธอได้มีพื้นที่ที่เธอสามารถแบ่งปันเรื่องราวอันเลวร้ายในประเทศของเธอในการรัฐประหาร ที่มีคนเสียชีวิตมากมายกว่าร้อยคน เธอเรียกร้องให้รัฐบาลทหารหยุดการกระทำดังกล่าว และใช้พื้นที่บนเวทีให้นานาชาติโปรดหันมองเหตุการณ์ในเมียนมาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในขณะที่ทุกคนอยู่บนถนนยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยฉันก็อยู่ที่นี่บนเวที เพื่อยืนหยัดและเรียกร้องในสิ่งเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือเสียงของประชาชนชาวเมียนมาร์ที่อยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุด ที่เรามีโอกาสได้ยินเสียงจากประชาชนชาวเมียนมาร์ที่กำลังเป็นทุกข์ผ่านการถ่ายทอดสดเมื่อคนบนเวที เธอได้ร้องเพลงทิ้งท้ายด้วยเสียงที่สั่นเครือในเพลง &amp;ldquo;Heal the World&amp;rdquo; ของ Micheal Jackson ซึ่งเป็นเก่าแต่ธัญเชื่อว่าเป็นเพลงที่น่าจดจำในใจของใครหลายคน ที่พูดถึงเรื่อง &amp;ldquo;สันติภาพ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; Heal The World / ดูแลรักษาโลกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Make It A Better Place / ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;For You And For Me / เพื่อเธอและฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;And The Entire Human Race / และมนุษยชาติทั้งมวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;There Are People Dying / มีผู้คนมากมายที่ล้มตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;If You Care Enough / ถ้าเธอใส่ใจเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;For The Living / ที่จะมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Make A Better Place / ทำให้เป็นที่ที่ดีกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;For You And For Me / เพื่อเธอและฉัน &amp;ldquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก ที่พูดถึง &amp;ldquo;ความรัก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความใส่ใจซึ่งกันและกัน&amp;rdquo; ที่อยู่ในใจของเราทุกคน ที่เรามนุษย์ทุกคนมีต่อกันมากเพียงพอไหม ท่ามกลางความเลวร้ายและผู้คนล้มตายของคนทั่วโลก เราสามารถทำให้โลกใบนี้ดีกว่าเดิมได้ &amp;nbsp;ธัญวัจน์ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ประเทศไทยเราเองก็ต้องตระหนักถึง &amp;ldquo;สันติภาพ&amp;rdquo; ที่จะอยู่ร่วมกัน มีพื้นที่ให้ทุกคน ทุกความคิด แบ่งปัน และ ห่วงใย เราเริ่มได้จากตัวเราและไม่ยากกินไปที่เราจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เพราะเราทุกคนเป็นนางงามในแบบของตัวเองได้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;สันติภาพ&amp;rdquo; คือความงดงามที่แท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, ประกวดมิสแกรนด์ อินเตอร์ เนชั่นแนล 2020, มิสแกรนด์ อินเตอร์ เนชั่นแนล 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_60600e345b550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล โวยลั่นสังคมโหดร้าย &#039;อแมนด้า&#039; ถูกปลดพ้นทูตสุขภาพจิต สะท้อนคนคิดต่างไม่มีที่ยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64 -นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี น.ส.อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 แสดงจุดยืนทางการเมือง ส่งผลให้กรมสุขภาพจิตปลดออกจากตำแหน่งทูตด้านสุขภาพจิต ว่า การตัดสินใจในการปลดอแมนด้านั้น ตนเชื่อว่าผลที่กรมสุขภาพจิตได้รับน่าจะเป็นสิ่งตรงกันข้ามที่กรมสุขภาพจิตกังวล เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นว่า คนคิดต่างไม่มีที่ยืนในสังคม และแสดงถึงความใจแคบของผู้บริหารที่ออกแถลงการณ์แบบนี้ เพราะพื้นที่สำหรับคนคิดต่างนั้นควรได้รับการรับฟังและเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในทุกๆ ด้าน การปลดตำแหน่งไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแต่เป็นการซ้ำเติม ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าสังคมไทยมีหน้าตาและความโหดร้ายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขัดแย้ง เชื่อว่าประชาชนต้องการเห็นการทำงานของกรมสุขภาพจิตในด้านการสื่อสารให้ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองในครอบครัวที่มีความไม่เข้าใจกัน หรือแก้ปัญหา ให้คำปรึกษา ในครอบครัวที่มีความแตกต่างในด้านยุคสมัย หรือวิธีการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองในครอบครัว เพื่อเป้าหมายและส่งเสริมการยอมรับกันในความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่กรมสุขภาพจิตกลับทำสิ่งนี้เสียเองคือ การไม่ยอมรับกัน&amp;rdquo; นายธัญวัจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอฝากถึงอแมนด้า มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ว่า จงยึดมั่นในความยุติธรรม และไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว เพราะเรามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นด้านการเมือง และขอให้กำลังในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำอันใจแคบต่ออแมนด้า และตนว่าเมื่ออแมนด้าเดินทางไปประกวดนางงามจักรวาลที่ต่างประเทศ เธอคงได้แบ่งปันเรื่องราวทางการเมืองและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ ที่อาจจะทำให้กรมสุขภาพจิตต้องมานั่งปรึกษาแพทย์กันเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, ทูตด้านสุขภาพจิต, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020, อแมนด้า – ชาลิสา ออบดัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e102b34e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธัญวัจน์&#039; ตอบ &#039;ศรีสุวรรณ&#039; กฎหมายทำแท้งผ่านการกลั่นกรองจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชื่อรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้มีความหลากหลายทางเพศ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำคณะหมอสูตินารีเดินทางไปยื่นหนังสือร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อค้านกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ โดยให้เหตุผลถึงแม้ในทางกฎหมายทารกยังไม่สภาพบุคคล แต่ในทางการแพทย์ตัวอ่อนอายุเกิน 12 สัปดาห์ที่แขนขาครบแล้ว ประกอบด้วยเหตุผลมโนธรรมชั้นสูงของแพทย์ที่สร้างบาดแผลในจิตใจนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัญวัจน์ ระบุว่า เรียนนายศรีสุวรรณ จรรยา ด้วยความเคารพ กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภานั้นได้ผ่านการกลั่นกรองของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งแพทย์ นักกฎหมาย ภาคประชาชน และในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญที่ผ่านมาอย่างรอบด้านแล้ว ด้วยเหตุผล 2 ด้าน ที่เราต้องย้ำเตือนตนเองเสมอคือ สถานการณ์จริง และความปลอดภัย จึงเป็นเหตุที่ร่างคณะรัฐมนตรีมีการเพิ่มอนุมาตรา 5 หรือเหตุผลด้านสังคมและเศรษฐกิจที่หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรายังมีการพิจารณาจากองค์กรอนามัยโลกที่พูดถึงการยุติการตั้งครรภ์ โดยมองว่าในระยะ 22 สัปดาห์บวกลบคือช่วงเวลาแท้ง กับคลอดก่อนกำหนด ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการแพทย์ว่ามีความทันสมัยแค่ไหน และหากเราพิจารณาในหลายประเทศทั่วโลก การยุติการตั้งครรภ์ตามคำร้องขอนั้นหมายถึงสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพราะคำนึงเรื่องความปลอดภัยและก็มีอายุครรภ์ต่างกัน 8 - 24 สัปดาห์ และในหลายประเทศเรื่องยุติการตั้งครรภ์ก็เป็นบริการสุขภาพของผู้หญิง และมี 70 กว่าประเทศทั่วโลกไม่กำหนดอายุครรภ์ หรือตัวอย่างของ ไต้หวัน สิงคโปร์ อินเดีย ญี่ปุ่น ก็กำหนดอายุครรภ์ไว้ 24 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธัญวัจน์ ระบุอีกว่า ไม่ใช่ว่าคณะกรรมาธิการไม่พิจารณาเรื่องความเชื่อทางศาสนา หรือจริยธรรม เราถกเถียงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางในการทำงาน แต่ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องศาสนานั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เช่นเดียวกับที่หญิงต้องตัดสินใจการยุติการตั้งครรภ์ หากหญิงมีความเชื่อในแบบหนึ่งก็จะตัดสินใจแบบหนึ่งซึ่งเราต้องเคารพไม่ตีตรา เช่นเดียวกัน กฎหมายผ่านแล้วทางแพทยสภาก็ต้องไปออกระเบียบความสมัครใจของแพทย์ที่จะทำการยุติการตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่นายศรีสุวรรณมีความคิดเห็นต่างนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก สามารถกระทำได้ สามารถนำเสนอสู่สังคมได้ แต่ตนมองว่าแต่การค้านกฎหมายโดยไม่มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ก็เท่ากับว่าเราผลักผู้หญิงสู่การทำแท้งเถื่อนไม่ปลอดภัย ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา ถ้านายศรีสุวรรณจะหารือการจัดการของแพทยสภาในกรณีคุณหมอบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย และไม่ต้องการทำ ก็น่าจะออกแบบระเบียบให้เป็นไปตามความสมัครใจของแพทย์ อันนั้นน่าจะช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้หญิงก็ต้องมาพบแพทย์อยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าจะมาพบแพทย์ก่อนตอนเกิดปัญหา หรือมาพบตอนที่มดลูกทะลุ บาดเจ็บมาแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายทำแท้ง, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe30958a303f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
