<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมศักดิ์สั่งทบทวน พักโทษเสี่ยเบนซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; เผย &amp;quot;คดีเสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ดคร่า นศ.ปริญญาโท 2 ศพ&amp;quot; เข้าเกณฑ์พักโทษ 1 ใน 4 หลังจำคุกแล้ว 1 ใน 3 แจงหากญาติผู้ตายยังติดใจต้องพิจารณาให้รอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กันยายนนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรมราชทัณฑ์เตรียมพักโทษผู้ต้องขังที่เข้าข่ายที่ได้รับการพักโทษ โดยจำนวนนั้นมีรายชื่อนายเจนภพ วีรพร จำเลยในคดีขับรถเบนซ์ชนรถฟอร์ด ทำให้สองนักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต ปรากฏในโลกโซเชียลว่า ได้รับรายงานจากกรมราชทัณฑ์ว่า น.ช.เจนภพ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดี เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในความผิดฐาน ความผิดต่อชีวิต กำหนดโทษ 4 ปี และได้รับพระราชทานอภัยโทษปี 2563 ลดโทษ 1 ใน 4 ปัจจุบัน น.ช.เจนภพเหลือกำหนดโทษ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.62 หลังจากได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ปี 3 เดือน 28 วัน (นับถึง 2 ก.ย.63)​ จึงทำให้เหลือโทษจำต่อไป 1 ปี 8 เดือน 7 วัน โดยจะพ้นโทษ 8 พ.ค.65 ซึ่งทำให้เข้าเกณฑ์พักการลงโทษชั้นดี วันที่ 1 ต.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับนักโทษเด็ดขาดชายรายนี้จะเข้าเกณฑ์พักการลงโทษชั้นดี วันที่ 1 ต.ค.64 และทางเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ทำหนังสือขอข้อมูลการสืบเสาะข้อเท็จจริงไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 9 เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ โดยจะสามารถขอเอกสารสืบเสาะข้อเท็จจริงล่วงหน้าได้ 1 ปี ทั้งนี้ ก่อนเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษได้มอบหมายให้สำนักงานคุมประพฤติไปสอบถามญาติของผู้ตายในคดีนี้ทั้ง 2 คนแล้ว ว่ายังติดใจเอาความหรือไม่ อย่างไร และได้รับการชดใช้เยียวยาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ญาติผู้ตายในคดีนี้ระบุว่ายังติดใจเอาความ และไม่ยินยอมให้ น.ช.เจนภพได้รับปล่อยตัวพักการลงโทษ ผมเข้าใจว่าเหตุที่เป็นประเด็นข่าว เพราะเมื่อไปถามญาติเขาแล้ว เลยมีข่าวว่า น.ช.เจนภพจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษ&amp;quot; รมว.ยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยืนยันว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษจะต้องคำนึงถึงผลกระทบของการกระทำผิดต่อผู้เสียหายและสังคม รวมถึงการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียหายหรือผู้ตายด้วย อย่างไรก็ตาม หากญาติผู้ตายหรือผู้เสียหายยังติดใจเอาความ ก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบว่าสมควรได้รับการพักการลงโทษหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ขับรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเค สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 กรุงเทพฯ จนเกิดไฟไหม้ ทำให้นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย สองนักศึกษาปริญญาโท ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำคุกจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย โดยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ ถาวร, ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจนภพ วีรพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50dc8652699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืน-จำคุก4ปี เสี่ยเบนซ์ชน2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฎีกาจำคุกเสี่ยเบนซ์ 4 ปีไม่รอลงอาญา คดีเสพยาขับเบนซ์ชนฟอร์ดทำให้ 2 นศ.ปริญญาโทเสียชีวิตคาซาก ศาลชี้แม้จะชดใช้ค่าเสียหาย บวชให้ผู้ตาย ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษสถานเบา น้องผู้ตายเชื่อจะเป็นบรรทัดฐานของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ และนายไพบูลย์ ถาวร นายทิวากร ฮ้อแสงชัย กับพวกรวม 4 คน เป็นโจทก์ร่วม ได้ยื่นฟ้องนายเจนภพ วีรพร เสี่ยรถเบนซ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากเหตุขับรถพุ่งชนรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 จำเลยได้ขับรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเค สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ทะเบียน ฆย 6911 จนเกิดไฟไหม้ ทำให้นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และ 4 ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่มโทษจำคุกจำเลย ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษ ตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และ 4 อุทธรณ์ ลงโทษจำคุกจำเลย ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้บางส่วน คงเหลือโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจำเลยได้ยื่นศาลฎีกาขอให้ศาลลงโทษสถานเบา และรอการกำหนดโทษจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ร่วมทั้ง 4 คน เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเลยต้องรับผิดชอบให้แก่โจทก์ร่วมทั้ง 4 ตามกฎหมายในทางแพ่งอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยอ้างว่าจบการศึกษาจากต่างประเทศ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัท มีคุณงามความดีช่วยเหลือผู้อื่น หลังเกิดเหตุได้บวชอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตายทั้ง 2 เป็นเวลา 2 เดือน 3 สัปดาห์ ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยสถานเบา หรือรอการลงโทษให้จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปีนั้น นับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์ของรูปคดีแล้ว และเป็นคุณแก่จำเลยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นโจทก์ร่วมได้ขอให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่รอการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า หลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลย ได้ใช้กฎหมายที่มีบทลงโทษหนักที่สุดแก่จำเลยและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขทั้งบทและโทษที่ลงแก่จำเลย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน คงจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของ น.ส.ธัญฐภัทร์ กล่าวว่า ครอบครัวฮ้อแสงชัยขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทุกฝ่าย พี่สาวผู้เป็นที่รักยังอยู่ในความทรงจำของทุกคนในครอบครัวเสมอ ขณะมีชีวิตอยู่พี่สาวได้ช่วยเหลืองานด้านสังคมและศาสนามาโดยตลอด และเชื่อว่าผลของคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่ดีให้แก่สังคมส่วนรวมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิวากร ฮ้อแสงชัย, ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจนภพ วีรพร, ไพบูลย์ ถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed7975f1d2c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มโทษเสี่ยเบนซ์ 4ปี-ชนนิสิต2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษทายาทธุรกิจพันล้านเป็นจำคุก 4 ปีไม่รอลงอาญา คดีซิ่งเบนซ์ชน 2 นิสิตปริญญาโทจนถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ 2 ศพเมื่อปี 59 พ่อแม่ผู้ตายระบุต้องการทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ อ.1528/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2443/2560 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายเจนภพ วีรพร จำเลย ในคดีนายเจนภพขับรถเบนซ์ชนรถฟอร์ด เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ถูกไฟคลอกเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2559 สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และไม่รอลงอาญา ต่อมาฝ่าย โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นครอบครัวของ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษจำเลย และในวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย นายเจนภพ วีรพร โดยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิ่มโทษตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกนายเจนภพ วีรพร ฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ด้วยการลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ชุบไธสง ในฐานะทนายของนายทิวากร ฮ้อแสงชัย และนางกมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นบิดามารดาของ &amp;quot;น้องเบนซ์&amp;quot; นางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตาย ระบุว่า ต้องการทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ขับรถเบนซ์ ซีเอสแอล สีดำ พุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า บนถนนพหลโยธินขาออก ช่วงใกล้แยกวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้รถฟอร์ดเกิดไฟลุกไหม้รุนแรง คลอกนายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท คณะพุทธศาสน์ สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนนายเจนภพได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเจนภพ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคโซติค ออโตโมทีฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้ารถหรู ขณะที่ธุรกิจครอบครัวคือ &amp;ldquo;เลนโซ่กรุ๊ป&amp;rdquo; อันมีบริษัทน้อยใหญ่ในเครือมากมายนับสิบแห่ง ทั้งธุรกิจเคมีภัณฑ์ขนาดใหญ่ ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจค้าอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ อาทิ ตู้โทรศัพท์สาขาอัตโนมัติ เครื่องโทรสาร ล้อแม็ก มีรายได้รวมกันหลายพันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างกว้างขวางถึงการทำคดีของตำรวจที่ล่าช้า และไม่มีการตรวจสารเสพติดหรือการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดอุบัติเหตุทันที กระทั่งมีการโอนย้ายคดีจาก สภ.พระอินทร์ราชา ไปอยู่ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานัดฟังคำพิพากษา โดยพนักงานอัยการและโจทก์ร่วมยื่นฟ้องนายเจนภพ วีรพร จำเลยใน 7 ข้อหา คือ 1.ขับรถโดยประมาทอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายที่กำหนด 3.ขับรถในขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ 6.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และ 7.เป็นผู้ขับฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบและตรวจสอบผู้ขับรถตามกฎหมาย โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขณะที่จำเลยยอมรับสารภาพเพียง 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถโดยประมาท 2.ขับรถด้วยความเร็ว และ 3.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนอีก 4 ข้อหาจำเลยให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีโทษจำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา และเพิกถอนใบขับขี่ตลอดชีวิต ส่วนความผิดในข้อหาเมาแล้วขับ รวมถึงเสพยาเสพติด ศาลตัดสินยกฟ้อง เพราะเหตุว่ามีข้อสงสัยชั้นพนักงานสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35350</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย, ทิวากร ฮ้อแสงชัย, ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย, วิเชียร ชุบไธสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจนภพ วีรพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2d6e90c1d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
