<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.เปิดแผนลงทุนทางด่วนเชื่อมสุวรรณภูมิ  3 หมื่นล้าน รองรับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เปิดแผนลงทุนทางด่วน 3 หมื่นล้านบาทเชื่อมสุวรรณภูมิ &amp;nbsp;หวังรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวของสนามบิน &amp;nbsp;คาดใช้เวลาศึกษา1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.มีแผนลงทุนพัฒนาทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่หนานแน่นมากยิ่งขึ้นตามแนวเส้นทางดังกล่าวตลอดจนรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีผู้โดยสารมากกว่าปีละ 50 ล้านคน โครงการดังกล่าวมีระยะทางราว 13 ก.ม. เป็นรูปแบบทางยกระดับขนาด 3 ช่องจราจร แยกทิศทางไป-กลับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ทล.ได้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ควบคู่ไปกับการจัดทำร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)เพื่อหาตัวที่ปรึกษาเข้ามาออกแบบรายละเอียดโครงการต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี ก่อนดำเนินการถอดแบบและประกวดราคาโครงการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถสิทธิ์ สวัสดิ์พานิช ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ทล. กล่าวว่า ขณะนี้ทล.อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมด้านอีไอเอ คาดว่าจะเสนอสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)ภายใน 1-2 เดือนนี้ สำรับรูปแบบการก่อสร้างนั้นจะเป็นทางยกระดับแยกทิศทางสองฝั่งขนานไปกับมอเตอร์เวย์สาย 7 โดยจุดเริ่มต้นโครงการนั้นจะเชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชบริเวณศรีนครินทร์เพื่อให้การจราจรสามารถวิ่งบนทางยกระดับไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้เลยโดยไม่ต้องลงมาปะปนกับการจราจรบนท้องถนนข้างล่าง เนื่องจากปัจจุบันมอเตอร์เวย์ช่วงดังกล่าวไปจนถึงสนามบินสุวรรณภูมินั้นมีปริมาณจราจรหนานแน่นอย่างมากโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนและช่วงเทศกาล ดังนั้นโครงการนี้จะไม่เพียงช่วยแก้รถติดแต่ยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตให้มีความสะดวกรวดเร็วได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถสิทธิ์ กล่าวต่อว่าหลังจากศึกษาและออกแบบรายละเอียดเสร็จแล้วคาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ในปี 2563 ซึ่งตามแผนก่อสร้างนั้นจะเป็นการก่อสร้างตอม่อเสาทางยกระดับบริเวณร่องถนนระหว่างมอเตอร์เวย์และทางคู่ขนานซึ่งเป็นพื้นที่ทั่วไปไม่มีบ้านเรือนประชาชน ทว่าต้องเร่งศึกษาแนวทางจัดทำระบบระบายน้ำและการรื้อย้ายท่อน้ำใต้ดินใหม่บริเวณที่ต้องลงเสาตอม่อ อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวจะมีการเวนคืนพื้นที่เพียงบางส่วนแต่ไม่กระทบกับบ้านเรือนของประชากร สำหรับจุดที่จะเวนคืนนั้นจะเป็นพื้นที่บริเวณทางเลี้ยวเข้าสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ก่อตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17280</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทล., ทางด่วนเชื่อมสุวรรณภูมิ, ทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-สนามบินสุวรรณภูมิ, ธานินทร์ สมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71861da3e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชงแผนพัฒนาถนนเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.ชงแผนพัฒนาถนนเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ช่วง ชุมพร-พังงา ด้านเอกชนแนะต่อขยายริเวียร่ารับท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจรเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ในครั้งนี้ทล.จะเสนอรายงานความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 4 เป็น 4 ช่องจราจร สายชุมพร-ระนอง ระยะทาง 102 กม. วงเงินราว 4.2 พันล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้ามากกว่า 60% แล้วคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องจราจรต่อเนื่องช่วงระนอง-พังงา-ภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดจนเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งภายในประเทศเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญ โดยได้รับงบประมาณปี 2562 เพื่อนำมาศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ระยะทาง 25 กม.ต่ออกไปจากอ.กะเปอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างก็ตามยอมรับการทำอีไอเอในเส้นทางดังกล่าวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ผ่านป่าชุ่มน้ำและพื้นที่อุทยานจำนวนมากจึงต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางมากที่สุดในทางกลับกันก็ต้องกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดด้วย นอกจากนี้แขวงทางหลวงชุมพรยังต้องการเสนอแผนพัฒนาทางหลวงสาย 4006 ช่วง ต.ราชกูด จ.ระนอง-อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ระยะทางราว 69 กม.ซึ่งเป็นอีกเส้นทางที่ผ่านพื้นที่สีเขียวเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามแผนแม่บทนั้นทล.มีแผนปรับปรุงเส้นทางสาย 4 (เพชรเกษม) เป็น 4 ช่องจราจร สายราชกรูด-ตะกั่วป่า ระยะทาง 110 กม.โดยกรมทางหลวง(ทล.)ได้ทำการศึกษา และออกแบบแล้วอยู่ระหว่างการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาอนุมัติงบประมาณ เพื่อทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ต่อไป โดยงบประมาณลงทุนช่วงระนอง-พังงา อยู่ที่ราว 2.5 พันล้านบาท ส่วนทางหลวงหมายเลข 4006 ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาอีไอเอ คือ โครงการพัฒนาถนนสายระนอง-หลังสวน ทางหลวงหมาย เลข 4006 วงเงิน 2.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าสภาอุตสากรรมจ.ชุมพรและภาคเอกชนในพื้นที่ได้เตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณาอนุมัติงบประมาณโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการปรับปรุงถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านหนองเรือ-พันวาล อ.ท่าแซะ วงเงิน 100 ล้านบาท 2.โครงการก่อสร้างถนนสายวัดราชบูรณะ (พุทธมณฑลจังหวัดชุมพร) เชื่อมต่อสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ชุมพร อ.หลังสวน วงเงิน 150 ล้านบาท หน่วยงานที่เสนอคือ แขวงทางหลวงชนบทชุมพร 3.โครงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ภายในเขตเทศบาลเมืองชุมพร วงเงิน 200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีการเสนอให้ต่อขยายเส้นทางท่องเที่ยวไทยแลนด์ริเวียร่าออกไปเพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเมืองรอง อาทิ ช่วงชุมพร-สงขลา และเส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดฝั่งอ่าวไทย ช่วงเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15833</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ชุมพร-พังงา, ถนนเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน, ธานินทร์ สมบูรณ์, ไทยแลนด์ริเวียร่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71861da3e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.อ้างไม่คุ้นกม.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ปรับเป้าเบิกจ่ายงบปี 61 เหลือ 80%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.ปรับเป้าเบิกจ่ายงบปี 61 เหลือ 80% จากเดิม 95% อ้างไม่คุ้นชิน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ เหลือเงินเร่งจัดสรรภายใน 2 เดือน 1.9 หมื่นล้านบาท พร้อมสรุปตัวเลขเบิกจ่ายงบปี 62 แล้ว รวม 119,000 ล. เร่งทำทีโออาร์เปิดประมูล ก.ย. -ต.ค.ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณ 2561 นั้น ขณะนี้สามารถเบิกจ่ายได้เพียง 65,562 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของงบประมาณทั้งหมด 105,746 ล้านบาท นับว่าเป็นปีที่มียอดเบิกจ่าย งบประมาณน้อยกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่คุ้นชิน กับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัด ซื้อจัดจ้างแบบใหม่ ดังนั้น ทล.จึงขอปรับเป้าเบิกจ่ายปีนี้จากเดิม 95% เหลือ 80% ของงบประ มาณทั้งหมด ดังนั้น ในช่วง 2 เดือนนี้ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 61 จะต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอีก 19,034 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ การเบิกจ่ายงบก้อนใหญ่จำนวน 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่กาญจนบุรี คาดว่าจะสามารถเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือนนี้ หากได้รับอนุมัติจะดำเนินการเบิกจ่ายได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาแผนงานก่อ สร้างเส้นทางดังกล่าวได้ล่าช้าจากเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน&amp;quot; นายธานินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานินทร์กล่าวว่า ขณะนี้ได้สรุปยอดรวมตัวเลขงบประมาณปี 2562 แล้ว ได้รับอนุมัติรวม 119,000 ล้านบาท ประกอบด้วยงบลงทุนโครง สร้างพื้นฐานเร่งด่วนตามแผนโครงการเร่งลงทุนระยะเร่งด่วน (แอคชั่นแพลน) งบลงทุนพัฒนาโรงข่ายมอเตอร์เวย์ งบลงทุนถนนสายใหม่และงบซ่อมบำรุงรักษาถนนสายเดิม เป็นต้น หลัง จากนี้ ทล.จะเร่งจดทำร่างเอกสาร เงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อเปิดประมูลโครงการภายในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ก่อนเร่ง ลงนามสัญญาเอกชนให้ได้ทั้งหมด ภายในไตรมาสแรกของปีงบประ มาณหรือช่วง ต.ค.-ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โครงการขนาดใหญ่วงเงินระหว่าง 800-1,000 ล้านบาทขึ้นไป มีทั้งสิ้น 70 โครงการ อาทิ แผนลงทุนพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), ธานินทร์ สมบูรณ์, พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างแบบใหม่, ลดเป้าเบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa33dc15761.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงสั่งเฝ้าระวังเส้นทางไปภูทับเบิกดินทรุดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง เร่งตรวจสอบทางหลวงหมายเลข 2331 จ.เพชรบูรณ์ เส้นทางไปภูทับเบิก หลังทรุดตัวเพิ่มขึ้น พร้อมขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงเส้นทาง สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.61-นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุน้ำกัดเซาะผิวทางทรุดตัวบนทางหลวงหมายเลข 2331 ตอน โจ๊ะโหว &amp;ndash; อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระหว่าง กม.9+300 &amp;ndash; 10+650 (เป็นช่วงๆ) นั้นขณะนี้แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ดำเนินการซ่อมแซมผิวทางเบื้องต้นแล้วแต่ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่องและพบว่าได้ &amp;nbsp;มีการทรุดตัวของถนนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง &amp;nbsp;ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสภาพผิวทางอย่างละเอียดและเตรียมออกแบบในการซ่อมแซมให้ผิวทางกลับสู่สภาพเดิมพร้อมใช้งานต่อไป พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและรถบรรทุกขนาดใหญ่โปรดหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางขึ้นภูทับเบิก(จาก ทล.2372) โดยให้ใช้ทล. 12 ไป ทล.2013 บ้านแยง &amp;ndash; นครไทย แทน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวงทั่วประเทศ ประจำวันที่ 1 ส.ค. 61 พบว่าทางหลวงมีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ทั้งสิ้น 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ทางหลวงหมายเลข 2259 เสลภูมิ &amp;ndash; คำโพนสูง ท้องที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ช่วงกม.ที่ 9 &amp;ndash; 11 ระดับน้ำสูง 40 &amp;ndash; 60 &amp;nbsp;ซม. (เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างสะพาน) เส้นทางเลี่ยงให้ใช้ทล.2046 และ ทล.2116 แทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ธานินทร์ สมบูรณ์, ภูทับเบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b6181d7e1db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ได้ฤกษ์เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่ามแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง เปิดใช้อุโมงค์ฟ้าฮ่าม&amp;nbsp; หวังแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ลดเวลาเดินทาง ช่วยในการขนส่งสินค้าการเกษตรและสินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp; รวมทั้งเป็นเส้นทางในการเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆของจ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;
9มิ.ย.61- นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังพิธีเปิด&amp;nbsp; ทางลอดฟ้าฮ่าม และ ขัวสรีเวียงพิงค์ ณ บริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 (สามแยกแม่โจ้) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอาคม&amp;nbsp; เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม&amp;nbsp; เป็นประธานว่า ทางหลวงหมายเลข 11 ตอน อินทร์บุรี-เชียงใหม่ เป็นทางหลวงแผ่นดินสายหลักเชื่อมการคมนาคมระหว่างจังหวัดภาคกลางกับภาคเหนือด้านตะวันออกและภาคเหนือด้านตะวันตก&amp;nbsp; ซึ่งการก่อสร้างเส้นทางสู่ภาคเหนือได้ก่อสร้างช่วงเชียงใหม่-ลำปางเป็นช่วงแรก มีขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 ช่องจราจร ต่อมาได้รับการขยายให้มีขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ นับเป็นทางหลวงสายหลักในการเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับเส้นทางดังกล่าวมีความสำคัญในการเดินทางของประชาชน ใช้ในการขนส่งสินค้าการเกษตรและสินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp; รวมทั้งเป็นเส้นทางในการเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆของจังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นถนนวงแหวนรอบในของเมืองเชียงใหม่&amp;nbsp; ซึ่งกรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางลอดที่บริเวณจุดตัดกับทางหลวงอื่นๆในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่แล้วหลายแห่ง ซึ่งทางลอดฟ้าฮ่ามนี้ถือเป็นทางลอดอีกแห่งหนึ่งที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้าง ตั้งอยู่ในบริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 (สามแยกแม่โจ้) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ใกล้แหล่งชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงทำให้ปริมาณการจราจรติดขัดตลอดแนวทุกทิศทาง โดยเฉพาะในเวลาชั่วโมงเร่งด่วน หรือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและสิ้นเปลืองทางด้านเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับโครงการดังกล่าวก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ ในวงเงิน ค่าก่อสร้าง 1,172,771,000 บาท บาท)โดยได้รับการเสนอชื่อทางลอดว่า ฟ้าฮ่าม และ ชื่อสะพานข้ามแม่น้ำปิง คือ ขัวสรีเวียงพิงค์ (ขัว-สะ-หรี-เวียง-พิง) เพื่อเป็นของขวัญให้กับประชาชนผู้ใช้ทางในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp; โดยสามารถลดระยะเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp; ตลอดจนแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp; ให้ประชาชนมีความสะดวก รวดเร็ว และ ปลอดภัยในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ประปา ไฟฟ้า ได้ร่วมกันปรับทัศนียภาพบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำปิงให้ดูโดดเด่นคู่เมืองเชียงใหม่อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11013</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กระทรวงคมนาคม, จ.เชียงใหม่, ธานินทร์ สมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1bae8449503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สร้างมอเตอร์เวย์สาย7 พัทยา – มาบตาพุด คืบ75%พร้อมให้บริการปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เผย มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 พัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด คืบหน้ากว่า 75 % ยืนยันทดสอบให้บริการได้ภายในปี 62 เปิด พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบปี63 หวังรองรับ อีอีซี&amp;nbsp;ปี60 -64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.61- นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด &amp;nbsp; ว่า โดยปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด มีความก้าวหน้ากว่า75%(ณ เดือนพฤษภาคม 2561) &amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 61 ขณะที่งานก่อสร้างระบบบริหารจัดเก็บค่าผ่านและซ่อมบำรุง (O&amp;amp;M) คาดว่าจะสามารถลงนาม สัญญากับเอกชนได้เร็วๆ นี้ ก่อนเริ่มทดสอบระบบในปี 62 และเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 63 สอดคล้องกับแผนงานพัฒนาเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ปี60 -64 ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความพิเศษโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7กรมฯได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบโดยติดตั้งเครื่องวัดความขรุขระของผิวด้วยเลเซอร์ (Laser Profilometer) ซึ่งใช้วัดดัชนีความเรียบขรุขระสากล (International Roughness Index, IRI) หากเป็นถนนคอนกรีตต้องมีค่าต่ำกว่า 2.5 และถนนแอสฟัลต์ต้องมีค่าต่ำกว่า 2.0 จึงตรวจรับงาน อันเป็นไปตามมาตรฐานสากล และคำแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาค เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางหลวงหมายเลข 7 สายพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด มีจุดเริ่มต้นที่ กม. 2+300 เชื่อมกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ผ่านอำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สิ้นสุดที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง บริเวณ กม. 34+400 ระยะทางรวม 32 กม &amp;nbsp; ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 14,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากกองทุนเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษสำหรับงานก่อสร้างในส่วนงานโยธา แบ่งออกเป็น 13 สัญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10870</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทล., ธานินทร์ สมบูรณ์, ภาคตะวันออก, มอเตอร์เวย์พัทยา – มาบตาพุด, มอเตอร์เวย์หมายเลข7, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b3beb4d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงลุ้นเปิดประมูลมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ปลายปี61</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เล็งเปิดประมูลมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ปลายปี61 คาดว่าจะเริ่มเชิญชวนเอกชนช่วงปลายปีนี้ ก่อนเปิดประมูลโครงการในเดือน ก.พ. 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กม. วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแผนปฏิบัติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วน หลังจากที่ ที่ประชุมคณะกรรมการ PPP ครั้งที่ 2/2561 ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งรัดโครงการภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ นั้น ขณะนี้กรมทางหลวงได้ส่งโครงการไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมจะส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)แล้วโดยจะต้องรอส่งเรื่องเข้าคณะกรมการ(บอร์ด)PPP ภายใน60วัน หรือ เร็วกว่านั้น ส่วนทีโออาร์ของโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างร่างซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จซึ่งจะมีเพียง1สัญญา เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐบาลส่วนขั้นตอนการประกวดราคาโครงการนั้นคาดว่าจะเริ่มเชิญชวนเอกชนช่วงปลายปีนี้ ก่อนเปิดประมูลโครงการในเดือน ก.พ. 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นจากจุดเชื่อมมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่บริเวณต่างระดับนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ผ่านจังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จนมาบรรจบกับถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 188 ในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 ด่าน ได้แก่ ด่านนครชัยศรี ตลาดจินดา บางแพ ราชบุรี วัดเพลง ปากท่อ 1 ปากท่อ 2 เขาย้อย และท่ายาง ทางแยกต่างระดับ 8 แห่ง ประกอบด้วย นครชัยศรี ตลาดจินดา บางแพ ราชบุรี วัดเพลง ปากท่อ เขาย้อย และท่ายาง มีที่พักริมทางหลวง 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์บริการทางหลวงราชบุรี สถานที่บริการทางหลวงนครชัยศรี บ้านลาด บางแพ และเขาย้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แนวเส้นทางยังผ่านพื้นที่สำคัญ ทั้งนิคมอุตสาหกรรม แหล่งเกษตรกรรม และแหล่งท่องเที่ยว คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรเฉลี่ย 43,673 เที่ยวคัน/วัน ในปีแรกเปิดให้บริการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9859</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ทล., ธานินทร์ สมบูรณ์, พีพีพี, มอเตอร์เวย์, สายนครปฐม-ชะอำ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3aadf6ac53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
