<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต. แจงคณะทูตเหตุใช้ พรก.ฉุกเฉิน ม็อบส่อรุนแรงกระทบสาธารณะ-ป่วนขบวนเสด็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกันบรรยายสรุปให้แก่คณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมในประเทศไทย รวมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ ทั้งนี้ มีคณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ 84 คน รวมถึงระดับเอกอัครราชทูต 37 คน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 16.00 น. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังบรรยายสรุปว่า ในการชี้แจง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้บรรยายให้คณะทูตทราบถึงสถานการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้มีกลไกในการนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา รวมถึงชี้แจงเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เริ่มมีเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ รวมถึงเหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่ส่งผลกระทบต่อขบวนเสด็จ ประกอบกับความเสี่ยงต่อสถานการณ์โควิด-19 จึงนำไปสู่การออกประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวอีกว่า สำหรับพ.ต.ท.กฤษณะ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกคำสั่ง หรือข้อกำหนด โดยยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ตามหลักสากล และดำเนินการอย่างมีขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก นอกจากนี้ นายอนุชา ยังได้อธิบายกระบวนการดำเนินการในขั้นต่อไปของรัฐบาล โดยจะรับฟังปัญหา และข้อเรียกร้องจากประชาชนทุกฝ่าย การสร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงชี้แจงว่ารัฐบาลเตรียมเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเป็นทางออก และลดความตึงเครียด ซึ่งสอดคล้องกับการเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะทูต ได้สอบถามถึงการคาดหวังของสภาจะเป็นอย่างไร ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อนำไปรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในสภา รวมถึงสอบถามเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า การดำเนินการของรัฐได้เคารพสิทธิของสื่อและผู้ชุมนุม ส่วนเรื่องการสลายการชุมนุม วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเกิดพัฒนาการของการชุมนุมที่รุนแรงขึ้น เกิดความเสี่ยงของการกระทบกระทั่งระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุม และผู้เห็นต่าง รวมถึงมีผลกระทบต่อขบวนเสด็จ จึงจำเป็นต้องดำเนินการสลายการชุมนุม&amp;quot; นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการชี้แจงเรื่องการปิดสื่อ 5 แห่ง มีการอธิบายให้ต่างชาติอย่างไร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้มีการปิดไปแค่เพียง 1 สำนัก ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของศาล ส่วนอีก 4 แห่ง ตนเองไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, คณะทูต, ธานี ทองภักดี, ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ebe760fd3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกอัครราชทูตไทยกรุงวอชิงตันเผยมีคนไทย500คนขอเดินทางกลับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:Royal Thai Embassy, Washington D.C.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เปิดเผยกับวีโอเอ ภาคภาษาไทย ถึงสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนไทยในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่คนไทยให้ความสนใจ กรณีมีรายงานคนไทยคนแรกเสียชีวิตหลังต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 นายธานี ให้มุมมองในประเด็นนี้ว่า ทางสถานทูตได้ประสานกับทางครอบครัวเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยในเวลานี้ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เพิ่มเติมว่า มีประชาชนแถบกรุงวอชิงตันและปริมณฑล ราว 400-500 คน ติดต่อขอข้อมูลและแสดงความประสงค์ที่จะเดินทางไปประเทศไทย หลังจากทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศมาตรการให้คนไทยยื่นหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลเพื่อเดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางสถานทูตได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดูแลและช่วยเหลือคนไทยในกรุงวอชิงตันและปริมณฑล ในการรับมือกับผลกระทบจากการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา คนไทยทั้งที่พำนักในกรุงวอชิงตันและมาท่องเที่ยว ต่างติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสามารถติดตามข่าวสารจากทางสถานทูตที่จะเกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ให้คนไทยในกรุงวอชิงตันได้รับทราบทั่วถึงด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณ&amp;nbsp;วีโอเอ ภาคภาษาไทย&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60709</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยกลับบ้าน, ทูตไทยวอชิงตัน, ธานี ทองภักดี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7974df6d657.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้าไทยเชิญทรัมป์และคิมมา ร่วมประชุมสุดยอดที่กรุงเทพฯ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นข่าวคิม จองอึนแห่งเกาหลีเหนือแอบส่งจดหมายถึงโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ให้มาเยือนเปียงยางแล้วก็มีความมั่นใจมากขึ้นว่า ถ้าทั้งสองจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง...น่าจะเป็นที่กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการที่ทรัมป์จะไปเยือนเมืองหลวงเกาหลีเหนือก่อนที่จะมีการตกลงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และการคว่ำบาตรระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องยากมากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ จะเชิญทั้งทรัมป์และคิมมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับคู่เจรจาในปลายปีนี้ย่อมจะดู &amp;quot;เนียน&amp;quot; กว่าทางด้านการทูตระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ คุณธานี ทองภักดี ท่านเอกอัครราชทูตไทยคนใหม่ประจำวอชิงตัน โดยวีโอเอภาคภาษาไทยวันก่อนแล้ว ก็ยิ่งเห็นว่าไทยเราน่าจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะท่านทูตธานีบอกนักข่าววีโอเอว่า ไทยเราได้เชิญโดนัลด์ ทรัมป์มาร่วมประชุมสุดยอดที่กรุงเทพฯ สิ้นปีนี้แล้ว และกำลัง &amp;quot;ลุ้น&amp;quot; ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะไปประชุมด้วยตนเองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงเห็นว่าหากไทยเราประกาศว่าจะเชิญทั้งทรัมป์และคิมมาร่วมประชุมสุดยอดในประเทศไทยสิ้นปีนี้ด้วย ก็น่าจะสร้างกระแสทางด้านบวกไปทั่วโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ของท่านทูตธานีเกี่ยวกับประเด็นนี้ ท่านบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โอกาสในวาระการกลับมาเป็นประธานอาเซียนของไทยอีกครั้ง ทำให้ในการจัดการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก หรือ East Asia Summit ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนนี้ (พ.ศ.2562) จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ต้อนรับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังอยู่ระหว่างรอการยืนยันเพื่อเดินทางมาร่วมประชุมและเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...คือประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน เราจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำอาเซียน+35 ช่วงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน คือในวันที่ 4 พ.ย. เราจะเป็นผู้นำจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก หรือ East Asia Summit ในหลักการเราก็จะเชิญประธานาธิบดี (โดนัลด์) ทรัมป์เข้าร่วมด้วย ซึ่งเราก็รอฟังอยู่ ประธานาธิบดีทรัมป์จะไปเองหรือไม่..&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตันบอกวีโอเอไทยว่า &amp;quot;...ถ้าเผื่อท่าน (ปธน.ทรัมป์) ไปเองก็ดี เพราะจะถือโอกาสในการตอกย้ำเรื่องของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนเราก็จะมีโอกาสหารือในแบบทวิภาคีด้วย ว่าเราจะร่วมมือกันต่อไปอย่างไร เพื่อกระชับความร่วมมือในมิติการเมือง การค้า การลงทุน...โดยปกติแล้วเวลามีการประชุมลักษณะนี้ก็จะมีการประชุมหารือนอกรอบ ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการพบปะกับผู้นำต่างๆ ที่มาร่วมประชุม และใช้โอกาสจากการประชุมติดตามประเด็นต่างๆ ที่เคยคุยกันไว้หรือคั่งค้างไว้...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออกครั้งที่ผ่านๆ มา ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเดินทางไปร่วมประชุมที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เมื่อปี พ.ศ.2559 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะที่ในปี พ.ศ.2561 ที่จัดขึ้นที่สิงคโปร์ ผู้นำสหรัฐฯ มอบหมายให้นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีเดินทางเข้าร่วมแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณธานียืนยันถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ที่ทั้ง 2 ประเทศยังคงเตรียมสานต่อแนวทางความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คือถ้ามองในมิติการเมือง ความมั่นคง การทหารนั้น ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาโดยตลอด ผมคิดว่าในระยะที่ผ่านมา เราก็มีความหลากหลายซึ่งก็ดำเนินไปด้วยดี ในขณะเดียวกันในมิติเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สหรัฐฯ ก็ยังคงค้าขายกับประเทศไทย ยังคงเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยไม่อันดับ 1 ก็อันดับ 2 มาตลอด สำหรับปีนี้ (พ.ศ.2562) ในช่วง 7 เดือนแรกก็เป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ก็คือจีน...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไม่ลืมว่าสหรัฐฯ นั้นเป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับต้นๆ ของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ผมคิดว่าในมิติเศรษฐกิจ ถ้าหากมองถึงศักยภาพ โอกาส และลู่ทาง ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่เราสามารถร่วมมือกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนของสหรัฐฯ ในไทย หรือการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ &amp;nbsp;เอง ตอนนี้ก็มีหลายบริษัทไทยที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมาลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งก็จะสามารถสร้างงานและนำไปสู่ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้นเพื่อประโยชน์ร่วมกัน...&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกอัครราชทูตไทยย้ำว่า กลไกในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่สหรัฐฯ ยังคงมีส่วนในกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถเป็นจุดเชื่อมไปสู่โอกาสที่กว้างมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ความร่วมมือทางเศรษฐกิจมันไม่ใช่ว่าเขาได้ เราไม่ได้ หรือเราได้ เขาไม่ได้ มันเป็นความร่วมมือกันที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์เช่นเดียว หรือไม่ใช่เป็นแบบ Zero sum game ดังนั้นจึงมีหลายๆ ด้านที่เราสามารถร่วมมือกับสหรัฐฯ ได้ อย่างที่ผมได้เรียนไว้ เรื่องของไทยแลนด์ 4.0 ดิจิทัล อีโคโนมี เรื่องของพลังงานที่ยั่งยืน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทูตย้ำว่า &amp;quot;สิ่งเหล่านี้เราสามารถร่วมมือแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ หรือร่วมมือกับสหรัฐฯ ไปประเทศที่ 3 ในลักษณะคล้ายๆ ไตรภาคีก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะมีลักษณะสมมุติเหมือนก้อนเค้ก คือในที่สุดแล้วก้อนเค้กในที่สุดจะขยายตัวด้วย ใหญ่ขึ้นด้วย &amp;nbsp;ดังนั้นสัดส่วนของเรา เค้กก็จะใหญ่ขึ้น สัดส่วนหรือสิ่งที่เราจะได้มาก็จะใหญ่ขึ้นตามนั้น แต่เราก็ต้องดูว่า โอกาสของเราอยู่ที่ไหน โอกาสของเราจะมีด้านใดบ้าง ที่จะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากการทูตเชิงรุกของไทยเราสามารถทำให้ทรัมป์กับคิมมาเจอกันที่กรุงเทพฯ...สถานภาพของไทยในเวทีระหว่างประเทศจะสูงขึ้นด้วยความโดดเด่นทันที!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ธานี ทองภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
