<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่เคลียร์! &#039;ส.ว.ธานี&#039; แถลงย้ำ กมธ.สนช.ไม่ใช่จุดเปลี่ยนอัยการสั่งไม่ฟ้อง ปัดตอบสื่อจี้ถามฟอกขาวบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฏหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส อยู่วิทยา) ขอความเป็นธรรมจากกมธ.กฏหมาย จนทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสั่งไม่ฟ้องคดี ว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในสื่อคลาดคลื่อนไปบางประการ คือ ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนตามคำสั่งอัยการสูงสุดที่มีคำสั่งให้สอบเพิ่มเติม ตามคำร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ซึ่งพนักงานอัยการมิได้นำประจักษ์พยานที่สอบเพิ่มเติมมาพิจารณา โดยมีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว และเมื่อนายวรยุทธเห็นว่าไม่ได้รับความป็นธรรม จึงได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 4 พ.ค.59 ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกมธ.ได้สอบหา และศึกษาโดยชิญประจักษ์พยานที่ได้ให้การไว้แต่เดิมมาประชุมชี้แจงต่อคณะกมธ. ไม่ได้มีประจักษ์พยานใหม่เพิ่มเติมจากที่ให้การไว้เดิมแต่อย่างใด ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.59 คณะกมธ.มีมติรวบรวมผลการสอบหา และการศึกษาข้อเท็จจริงส่งให้กับพนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวอีกว่า ต่อมาพนักงานอัยการได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 แจ้งผลการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกรณีการร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ &amp;nbsp;ว่า อัยการสูงสุดได้พิจารณารายงานผลการศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการฯแล้วมีคำสั่งให้ยุติเรื่องขอความเป็นธรรม และอ้างว่าได้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องขอความเป็นธรรมทราบแล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อได้รับแจ้งผลการพิจารณาของอัยการสูงสุดให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ต่อไปอีก และนายวรยุทธ &amp;nbsp;ก็ไม่ได้ติดต่อให้คณะกรรมาธิการดำเนินการอีกแต่อย่างใด เพราะทราบผลการพิจารณาแล้ว และผู้ร้องจะดำเนินการหรือร้องให้สอบพยานเพิ่มเติมใด ๆ หลังจากนี้อีกคณะกรรมาธิการไม่ได้รู้เห็นหรือเข้าไปเกี่ยวเข้องอีกแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวต่อว่า การที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการฯมิได้มีอิทธิพลที่จะส่งผลให้อัยการสูงสุดเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ซึ่งโดยบทบาทอำนาจหน้าที่ของสนช. ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่นิติบัญญัติ มิได้มีอำนาจไปบงการหรือสั่งการฝ่ายบริหารหรือองค์กรต่างๆ แต่อย่างใด มีอำนาจแค่ศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงแล้วรวบรวมรายงานส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;สำนักอัยการสูงสุด และคณะกรรมการตามคำสั่งแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลชนพยายามขอความชัดเจนและสอบถามรายละเอียดถึงการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการฯหลายประเด็น ทั้งกรณีความสัมพันธ์ของทนายประจำตระกูลอยู่วิทยา และดร.สายประสิทธิ์ &amp;nbsp;เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ การนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยาเสพติดโคเคนที่อยู่ในร่างกายของนายวรยุทธ เป็นต้น แต่นายธานี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยระบุสั้นๆว่า ขอให้รอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการทั้ง 3 ชุด น่าจะได้ข้อเท็จจริงที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย สนช., ธานี อ่อนละเอียด, บอส อยู่วิทยา, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2159c3e8c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;จับพิรุธ5ประเด็น! แย้ง&#039;ธานี&#039;แก้ต่างคดีบอส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *ข้อโต้แย้งต่อสนช.&amp;quot; ว่า &amp;quot;ผมฟังนายธานี อ่อนละเอียด อดีต สนช. แถลงข่าวที่รัฐสภา เมื่อ 29 ก.ค. 2563 โดยใช้เวลาแถลงข่าวถึง 55.18 นาที กรณีนายวรวุทธ อยู่วิทยา ร้องขอความเป็นธรรมต่อ สนช. และนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ผมมีข้อโต้แย้งต่อคำแถลงของอดีตสนช. ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ที่ท่านอ้างว่า พยานที่พนักงานสอบสวนได้สอบไว้ คือ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ให้การว่า รถของนายวรวุทธ อยู่วิทยา ขับรถด้วยความเร็ว 177กม./ชม. แต่ผู้ต้องหาโต้แย้งว่าตนเองขับไม่เกิน 80 กม./ชม.เมื่อมีข้อโต้แย้ง สนช.จึงต้องนำพยานที่เป็นกลางมาให้ความเห็น
ผมขอโต้แย้งว่า 1.พยานที่ สนช.นำมา ไม่น่าจะถือว่าเป็นพยานที่เป็นคนกลาง เพราะ&amp;quot;คนกลาง&amp;quot;ต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่กรณีนี้น่าจะเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาประสงค์อ้างคำให้การของพยานปากนี้ สนช.จึงส่งคำให้การของพยานปากนี้ไปให้อัยการ พยานปากนี้จึงถือว่าเป็นพยานของฝ่ายผู้ต้องหา ไม่ใช่พยานที่เป็นคนกลางอย่างที่ท่านอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หากสนช.หรือ อัยการ เห็นว่าความเร็วของเฟอร์รารี่ อยู่ที่ 76 กม./ชม. แทนที่จะเป็น 177กม./ชม.ก็ควรให้ดร.สธน ได้มีโอกาสชี้แจง หรือ โต้แย้ง เพราะดร.สธน ผมถือว่าเป็นพยานที่&amp;quot;เป็นกลาง&amp;quot; กล่าวคือ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่เป็นพยานที่พนักงานสอบสวนเชิญมาให้ความเห็น แต่แปลกที่ ตอนแรกพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเชื่อพยานปากนี้ แต่ต่อมากลับไม่เชื่อพยานปากนี้ขึ้นมาเฉยๆ โดยมิได้ให้เหตุผลว่า เหตุใดจึงกลับใจไม่เชื่อพยานปากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ท่านอดีต สนช.แถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ (พ.ต.ต.ธนสิทธิ) ที่เคยให้การไว้ว่า นายวรวุทธ อยู่วิทยา ขับรถ 177 กม./ชม. หลังจากนั้น 4 ปี มาให้การใหม่โดยทำรายงานต่อหน้าผู้บังคับบัญชาว่า ได้คำนวณใหม่แล้ว ได้ความเร็วเพียง 79.23 กม./ชม. น่าสงสัยว่า การแก้ไขคำให้การทำไมจึงทำต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ปกติ ผู้เชี่ยวชาญจะทำความเห็นโดยอิสระ แต่กรณีนี้ เมื่อจะกลับคำให้การเดิม ได้ทำต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ในความเห็นผม ถือว่าน่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พ.ต.ต.ธนสิทธิ ให้การว่า คำนวณความเร็วผิดเป็นเพราะวัดระยะที่เกิดเหตุผิดพลาด จึงไปวัดใหม่ ผมขอโต้แย้งว่า การวัดจุดเกิดเหตุ ภายหลังหลายปีจะเอาอะไรเป็นจุดหมาย เนื่องจากเศษวัสดุที่เกิดจากการชน รอยเลือด และรถที่ชนกันได้ถูกเคลื่อนย้ายไปหลายปีแล้ว แล้วจะไปวัดอะไรประการสำคัญ หากดูข่าวย้อนหลัง ตะเห็นว่า ได้มีการวัดที่เกิดเหตุไว้อย่างละเอียดในวันเกิดเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รายนามคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ของ สนช. มี ผบ.ตร.และอดีต ผบ.ตร.อีก 2 คน เป็นกรรมาธิการ และมีอดีตอัยการสูงสุดเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย กรรมาธิการนี้ มีความขัดแย้งมีส่วนได้เสียในหน้าที่ของตนเอง เมื่อ ผบ.ตร.เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย และมีมติให้ขอความเป็นธรรม ให้ผู้ต้องหาที่หน่วยงานของตนสั่งฟ้องจึงดูแปลก เมื่ออดีตอัยการสูงสุดอยู่ด้วย และ กมธ.มีมติให้ขอความความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เรื่องจึงดูแปลก อัยการจึงกลับมติเดิมจากฟ้องเป็นไม่ฟ้อง รองผบ.ตร.ก็กลับมติเป็นไม่ทำความเห็นแย้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้จึงถูกกล่าวหาว่า&amp;quot;ฟอกขาว&amp;quot; ให้ผู้ต้องหา เมื่อท่านมีส่วนได้เสีย ท่านจึงไม่ควรรับเรื่องนี้มาพิจารณาตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะต้องการความโปร่งใส ให้คนในประเทศนี้มีความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมว่า วันใดวันหนึ่งหากเขาจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาสามารถมั่นใจได้ว่า ความจนไม่เป็นอุปสรรคในการไขว่คว้าหาความยุติธรรม&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, คดีบอส, ธานี อ่อนละเอียด, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f236a978e31d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.ธานี&#039; แจงยิบ กมธ.กฎหมาย สนช. ไม่มีอำนาจชี้นำอัยการสั่งไม่ฟ้อง &#039;บอส อยู่วิทยา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธานี&amp;quot;&amp;nbsp;ยันอำนาจกมธ.แค่ &amp;quot;สอบหาข้อเท็จจริง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัดชงอัยการส่งเรื่องกลับตำรวจทำสำนวนใหม่ วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว&amp;nbsp;&amp;quot;บอส&amp;quot;&amp;nbsp;ขับแค่&amp;nbsp;76 กม./ชม. ระบุเจ้าพนักงานทำรายงานใหม่-ผู้เชี่ยวชาญคำนวณตรงกันเป๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. นายธานี&amp;nbsp;อ่อนละเอียด&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ&amp;nbsp;สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)&amp;nbsp;แถลงชี้แจงกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อกมธ.ในคดีขับรถยนต์ชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ โดยประมาทถึงแก่ความตาย ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค.59&amp;nbsp;นายธนิต บัวเขียว&amp;nbsp;ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้มายื่นขอความเป็นธรรม ในประเด็นว่า คำสั่งของรองอัยการสูงสุดที่ยุติเรื่องขอความเป็นธรรม โดยไม่นำเอาข้อเท็จจริงในส่วนของคำให้การของพยานผู้เชี่ยวชาญและรายงานการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาสั่งคดี นั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;จึงใช้ช่องทางมาร้องต่อกมธ.ขอให้สอบถามข้อเท็จจริงจากพยานบุคคลและตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเร็วรถในขณะเกิดเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางกมธ.จึงได้ส่งเรื่องไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สนช. เพื่อตรวจสอบตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวอีกว่า ต่อมาศูนย์ดังกล่าวได้รับเรื่องและพิจารณาเห็นว่าอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของกมธ.กฎหมายฯ และไม่เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกมธ.ชุดอื่น จึงส่งเรื่องกลับมาให้พิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ ทางกมธ.จึงมีมติรับเรื่องไปสอบหาข้อเท็จจริง โดยเชิญบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง 8 คน คืออดีตรองอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีอัยการ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ พยาน 2 ปาก และพยานแวดล้อม 2 ปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ทำหนังสือถึงอธิบการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจ้อมเกล้า พระนครเหนือ ให้ส่งผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสภาพความเสียหายและคำนวณความเร็วของรถ โดยได้ส่ง รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มาทำการตรวจสอบ และส่งผลการตรวจสอบกลับมายังกมธ. จากนั้นได้รวบรวมผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งไปยังอัยการสูงสุด และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าการดำเนินการของกมธ.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2557 ม.13 วรรคสองและข้อบังคับการประชุมสนช.&amp;nbsp;ที่ให้สนช.ทำหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน และส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งถือเป็นช่องทางหนึ่งให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&amp;rdquo; นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในรายงานของคณะกรรมาธิการมีความเห็นอย่างไร นายธานี กล่าวว่า ตามอำนาจของกมธ.ไม่สามารถชี้ผิดชี้ถูก เพราะเราไม่ใช่อัยการ ป.ป.ช. หรือกกต.ที่จะวินิจฉัยได้ เรามีหน้าที่แค่เสนอผลการศึกษา คำชี้แจงของผู้มาขี้แจง การศึกษาเรื่องการคำนวณความเร็วรถของผู้เชี่ยวชาญ โดยนำเสนอไปยังหน่วยงานทีเกี่ยวข้องให้พิจารณาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าผลการศึกษาเรื่องความเร็วไม่ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช่หรือไม่ นายธานี กล่าวว่า เรื่องนี้แบบออกเป็นสองประเด็น คือ เมื่อคนในองค์กรถึงแก่กรรมก็ต้องเร่งดำเนินการ และได้มีการสอบเพิ่มเติมหลังจากมีการร้องกับสนช. ทางอัยการสูงสุดได้สั่งให้สอบเรื่องความเร็วว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เจ้าพนักงานจึงไปทำรายงานต่อหน้าผู้บังคับบัญชาระดับนายพลจากความเร็วเดิม 177 กม./ชม. ซึ่งคลาดเคลื่อนจากเป็นจริงคือ 76 กม./ชม. ก่อนที่จะมาชี้แจงอีกครั้งกับกมธ. ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของดร.สายประสิทธิ์ ที่เป็นคนไทยคนเดียวที่เป็นสมาชิกเอเชี่ยน เอ็นแคป ในรายงานของกมธ.ที่เสนอไปให้อัยการ คือ 79 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเหตุใดไม่นำข้อมูลของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ซึ่งยืนยันว่าความเร็วรถเกิน 100 กม./ชม. มาตรวจสอบ นายธานี กล่าวว่า ไม่มีคนยื่นคำร้องมา แต่ทางกมธ.ได้เชิญสารวัตรช่างเครื่องยนต์ ยศ พ.ต.ท. ซึ่งทำคดีมาจำนวนมาก มาให้ความเห็นด้วย ซึ่งยืนยันว่าจากสภาพความเสียหาย ความเร็วไม่น่าจะเกิน 80 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิทยาศาสตร์น่าเชื่อถือที่สุด พยานบุคคลยังกลับไปกลับมา ถ้าสงสัยสื่อก็ต้องไปหาความรู้ หาแหล่งอ้างอิงซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการให้ความรู้กับประชาชนว่าวิธีการสืบหาข้อเท็จจริง โดยที่ว่าเราไม่ได้ว่าจินตนาการ คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่การกระทำความผิดไม่เลือกวัย ไม่เลือกความจน ความรวย ทุกคนมีโอกาสทำความผิดกันหมด แต่ข้อเท็จจริงถ้าพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์มันต้องเป็นอย่างนั้น แล้วศาลจะเชื่อถือข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่าบุคคล&amp;quot;&amp;nbsp;นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงพยานใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวทั้งที่คดีดังกล่าวผ่านมา 7 ปี นายธานี กล่าวว่า พยานที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อเห็นว่าเรื่องเริ่มไปกันใหญ่จึงได้ออกมา อย่าจินตนาการแบบนี้ ขอร้อง อย่านำเปลือกหรือข้อเท็จจริงที่ยังไม่ยุติมาอ้าง ซึ่งอีก 7 วันทางอัยการก็จะรวบรวมหลักฐาน พยาน เพื่อชี้แจงแล้ว หลังจากนั้นก็ค่อยตรวจสอบว่ามีเหตุผลหรือไม่ อัยการและตำรวจมีหน้าพิจารณามูลเหตุว่าเพียงพอฟ้องหรือไม่ และอัยการเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่ตามอำเภอใจ หรืออัยการก็ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ หรือไม่ใช่พนักงานส่งอาหารที่มาอย่างไรก็ส่งไปอย่างนั้น เขามีดุลยพินิจในการวินิจฉัย ถ้าใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจก็จะติดตัวเขาไปจนตาย ตรงนี้ฝากสื่อให้ความรู้แก่ประชาชนบ้าง ขอให้สื่อใจเย็นและให้สติปัญญากับประชาชน อย่าเร่งเร้า ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานรนรานไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี ยืนยันว่า คณะกมธ.มีหน้าที่ตรวจสอบแต่ไม่มีอำนาจในการสั่งหรือก้าวก่าย และพนักงานอัยการจะนำผลการศึกษาของกมธ.ไปใช้สั่งสำนวนไม่ได้ แต่หากอัยการสงสัยก็จะสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนในประเด็นนั้นๆเพิ่มเติม และไม่มีการตัดสินชี้ถูกชี้ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าทำไมกมธ.ถึงเรียกพยาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปาก ซึ่งอัยการตีตกพยานดังกล่าวตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;แล้ว นายธานี กล่าวว่า มีการกล่าวอ้างชื่อในคำร้องของนายวรยุทธว่าการไม่ฟังพยาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปากนี้ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฏหมายและไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความประจำตัวของตระกูลอยู่วิทยา และอดีต ส.ว. เคยร่วมทำงานกับ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ในกมธ.การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ปี&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นผู้ดำเนินการยื่นเรื่องต่อกมธ.กฏหมาย สนช. ปี&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ซึ่งพล.ร.อ.ศิษฐวัชร เป็นประธาน นายธานี กล่าวว่า เท่าที่ทราบ นายธนิต บัวเขียว คือทนายความที่รับมอบอำนาจให้มายื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว ส่วนจะเป็นตัวแทนนายสมัครหรือไม่ ไม่ทราบ ตั้งแต่ตนเป็นกมธ.ยืนยันไม่เคยเจอนายสมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายธานี ยังระบุอีกว่า กรณีพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีต ผบช.น. และ อดีต สนช. ออกมาเปิดเผยว่าในชั้นกมธ.ได้ตีตกเรื่องนี้ไปแล้วนั้น เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะสนช.มีงานเยอะ พล.ต.ท.ศานิตย์จึงอาจสับสนได้ และย้ำว่ากมธ.ไม่เคยชี้ขาด พร้อมยืนยันว่าไม่มีการทำความเห็นให้อัยการส่งสำนวนไปยังตำรวจเพื่อทบทวนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี ยอมรับว่าผลการศึกษาเรื่องความเร็วของกมธ. ตรงข้ามกับหลักฐานเมื่อปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่สงสัยของตนและกมธ.เช่นกัน แต่ก็ไม่มีผู้มาร้องเรียนหลังเจ้าพนักงานทำรายงานต่อหน้าผู้บังคับบัญชา และตัวผู้เชี่ยวชาญที่มาศึกษาก็มีความรู้ความสามารถทำคดีมาหลายคดี มีต้นทุนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสภาพของรถที่หลายคนสันนิษฐานว่ายับเยินมากกว่าความเร็วที่&amp;nbsp;76กม./ชม. นายธานี ชี้แจงว่า จากรายงานให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องมวลของรถเฟอร์รารี่ที่หนัก และรถมอเตอร์ไซค์มีมวลรถที่เบา ส่วนหากวิ่งด้วยความเร็วดังกล่าวแล้วทำไมนายวรยุทธถึงมองไม่เห็น ลากร่างผู้เสียชีวิตถึง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตรนั้น อาจมีรถกระบะมาบังจึงมองไม่เห็นคนที่ถูกชน และมีการสันนิษฐานเป็นสองประเด็นคือ รถเบรกแล้วแต่ไม่มีรอยเพราะด้วยประสิทธิภาพของรถหรู หรือมีความเป็นไปได้ว่าไม่เบรก ส่วนเรื่องยาเสพติดในตัวนายวรยุทธไม่มีการร้องเรื่องนี้เข้ามา ดังนั้น กมธ.จึงไม่ได้มีการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่ามีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เสียหายหรือไม่ นายธานี กล่าวว่า ผู้เสียหายไม่ได้ร้องมาที่สนช. และจากบันทึกของตำรวจนายวรยุทธได้มีการเยียวยาให้กับครอบครัวผู้ตายไปแล้ว อีกทั้งญาติก็ไม่ได้ร้องว่าไม่ได้รับเงินเยียวยา ถามว่าจะให้สอบประเด็นอะไร เท่าที่ดูข่าวเขาก็ได้รับค่าเสียหายไปแล้วจริงและไม่ติดใจ ที่สำคัญทางญาติก็ไม่ได้นั่งรถไปกับผู้เสียชีวิตและเห็นเหตุการณ์ หากไม่เรียกมาจะถือว่ากมธ.ผิด อย่าอคติกับกมธ.ว่าช่วยนายวรยุทธ เพราะไม่รู้จะช่วยไปทำไม ยืนยันว่ากมธ.ให้ความช่วยเหลือทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากจะเตือนสติสังคมว่าไปย้อนดูว่ามีกี่สื่อ กี่ฉบับที่เมื่อศาลพิพากษาแล้ว หรือยกฟ้อง แล้วมีคนตกเป็นจำเลยตามที่สื่อเสนอ แล้วสื่อไปขอโทษด้วยจิตวิญญาณของวิชาชีพ เขาเสียหายขนาดไหน อยากจะเตือนสติไว้บ้างว่าเราเองขายข่าวได้เป็นประเด็น แต่ต้องมีสติ ให้สังคมได้พัฒนา หยิบเอาประเด็นมาเป็นจินตนาการแบบนั้นแบบนี้ เมื่อเขาพิสูจน์ได้ ก็เงียบไป ไม่เห็นมีสื่อไหนถือดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมา ขอเถอะ ขอให้มีสติให้สังคมพัฒนาขึ้น ปฏิรูปสื่อสักที&amp;rdquo; นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามทิ้งทายว่าเรื่องนี้มีการโยงไปถึงพล.ร.อ.ศิษฐวัชร ซึ่งเป็นน้องชายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นการจินตนาการใช่หรือไม่ นายธานี กล่าวว่า คงอย่างนั้น อย่าไปผูกโยงว่า คนตระกูลนี้ผิดไปหมด มันไม่ใช่ ถ้าเขาไม่ทำตามอำนาจหน้าที่ ก็อย่าเหมารวม เพราะมันไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย สนช., ธานี อ่อนละเอียด, บอส อยู่วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2159c3e8c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
