<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ฟังหมอ!&#039;ภูมิใจไทย&#039;ท้า&#039;ไทยสร้างไทย&#039;งัดเอกสารทางการมาโชว์ว่าสหรัฐบริจาควัคซีนให้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

27ก.ย.64- กรณีที่นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและข้อมูล พรรคไทยสร้างไทยตอบโต้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กรณีปมข่าววัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 ช่วยเหลือ จากสหรัฐฯ โดยนายเทพฤทธิ์ ยืนยันว่า ทางสหรัฐฯมีการประสานขอบริจาควัคซีนให้ไทยแล้ว แต่ไทยไม่ตอบรับ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ของสังคม ล่าสุด นายศุภชัย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวานนี้ตนก็เตือนด้วยความหวังดี เห็นว่าอยู่ในแวดวงทางการเมืองด้วยกัน ก็อยากให้ทำงานกันอย่างสร้างสรรค์เป็นที่พึ่งของประชาชน อุตส่าห์สร้างพรรคใหม่ขึ้นมา ก็ไม่อยากให้ถูกโจมตีว่าให้ข่าวเท็จ ให้ข่าวคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เข้าใจว่า ถึงขั้นบินตรงไปสหรัฐฯ กลับมาก็ต้องมีเรื่องที่ทำให้สังคมไทยหวือหวา ยิ่งได้คะแนนทางการเมือง ก็ยิ่งดี แต่ก่อนจะให้ข่าว หรือจะโพสต์ข้อมูล ก็น่าจะรอให้ข้อมูลมันชัวร์ก่อน ไม่ใช่ว่า สื่อสารออกไปแล้ว กลับกลายเป็นโดนหมอโต้ โดนกระทรวงการต่างประเทศโต้ นี่น่าจะเป็นบทเรียนให้ทีมสื่อสารพรรคนั้นได้เรียนรู้ว่าทุกวันนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริง มันทำได้รวดเร็ว ถ้าข้อมูลที่ปล่อยออกมานั้นไม่จริง ไม่นานอีกฝ่ายก็ต้องปกป้องตัวเอง ด้วยการชี้แจงกลับ แล้ววานนี้ พรรคไทยสร้างไทย ก็ยังไม่จบ นายเทพฤทธิ์ไปแปลคำพูด ของ ส.ว.สหรัฐฯขึ้นมาอีกผมไม่ติดใจ และไม่ก้าวล่วงถึงนักการเมืองท่านนั้นด้วย แต่หากพรรคไทยสร้างไทยอยากให้เรื่องนี้ กระจ่างว่าสหรัฐฯ ยื่นความประสงค์มาจริง ก็ต้องเอาเอกสารที่เป็นทางการมายืนยัน อย่างที่เคยบอกไปว่า มันต้องมี diplomatic note เพราะครั้งที่แล้ว ก็มีเอกสารตัวนี้ ฝั่งไทยจึงจะดำเนินการต่อไปได้ เรื่องนี้จบง่ายมาก ขอแค่พรรคไทยสร้างไทยไปหาเอกสารที่เป็นทางการมาโชว์ ว่าสหรัฐฯ ทำเรื่องขอบริจาควัคซีนมาแล้วจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศุภชัย กล่าวว่า ประเด็นคือ พรรคไทยสร้างไทย ที่พูดอย่างมั่นใจ เอาเข้าจริง ก็ไม่มีหลักฐานที่ว่า พอฝ่ายที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงสาธารณสุข ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ยังไม่มีการประสานเข้ามา ก็ไปพูดจาแก้เก้อหาว่าไทยเป็นรัฐราชการ ปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม ซึ่งเป็นการตอบไม่ตรงกับที่เขาถาม ก็ในเมื่อฝ่ายข้าราชการ เขาอธิบายว่า มันไม่มีการประสานเข้ามา คุณก็งัดเอกสารขึันมาโชว์เลย ไม่ใช่ไปวิจารณ์ว่าเขาเป็นรัฐราชการ ห่วยอย่างนั้น อย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้น ฝ่ายพรรคไทยสร้างไทย ยังเอาข่าวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมมาผสมโรงอีกทั้งที่นี่มันจะปลายเดือนกันยายนแล้ว เข้าใจว่า หาเอกสารการขอสนับสนุนวัคซีน ที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ ก็เลยเอาข่าวเก่ามามั่ว ให้ประชาชนหลงเชื่อ ผมจะเรียนอธิบายกับสาธารณชนว่า ข่าวที่นายเทพฤทธิ์ยกมาอ้าง คือ เจตจำนงของสหรัฐฯ ในการบริจาควัคซีนไทยเพิ่มเติม ซึ่งตนและคนไทย ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่นั่นคือ ในเชิงของการข่าว แต่ในเชิงกระบวนการนั้น ยังไม่มีการประสานเข้ามาอย่างเป็นทางการซึ่งได้รับคำยืนยันแล้วทั้งจากนายแพทย์โอภาส การกวินพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมขออ่านคำให้สัมภาษณ์ของหมอโอภาส คุณหมอบอกว่า หลังจากสหรัฐฯบริจาคลอตแรก 1.5 ล้านโด๊สยังไม่ได้มีการแจ้งว่าจะบริจาคเพิ่มเติมในช่องทางใดๆ ให้กับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศแม้กระทั่งกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นกระแสข่าว ที่บอกว่าประเทศไทยปฏิเสธหรือไม่ตอบสนองต่อการบริจาควัคซีนนั้นเป็นเรื่องไม่จริง และตนจะอ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายธานี ที่บอกว่า&amp;nbsp; สถานเอกอัครราชทูตณ กรุงวอชิงตัน ได้รายงานว่า ในขณะนี้ ฝ่ายสหรัฐ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการภายในโดยยังไม่ได้กำหนดการส่งมอบวัคซีน และสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยราชการไทยใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คือข้อมูลจริงๆ แต่ที่พรรคไทยสร้างไทย มาพูดช่วงหลังๆ นั้น มันออกแนวแถแก้เขิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ผมจะไม่ตอบโต้อีกต่อไป เพราะถ้ามานั่งตามข่าวกันดีๆ ฝ่ายที่มีอำนาจรับผิดชอบ และมีความน่าเชื่อถือ เป็นคนอยู่หน้างาน ได้ชี้แจงจนครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว หมอเขาพูดชัดมาก แถมยังมีอ้างอิงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน มันเคลียร์ที่สุดแล้ว มันก็น่าจะจบ แต่ มันก็ขึ้นอยู่กับสังคมแล้วว่าจะเชื่อหมอ ที่เขาดูแลเรื่องโดยตรง จะเชื่อหน่วยงานที่เขาประสานเรื่องโดยตรง หรือคุณจะ เชื่อคนอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d563031dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิงคโปร์&#039; ส่งแอสตราฯ 1.2 แสนโดส พร้อมชุดตรวจโควิดถึงไทย 25 ก.ย.นี้ ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เปิดเผยว่า การแลกเปลี่ยนวัคซีน (vaccine swap)&amp;nbsp;ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว และวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 122,400 โดส จะมาถึงไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของทั้งสองประเทศ บนหลักการว่าไทยจะส่งมอบวัคซีนคืนแก่สิงคโปร์ในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวต่อว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ สิงคโปร์ยังได้มอบชุดตรวจ&amp;nbsp;Antigen Rapid Test&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2 แสนชุด และก้านเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงจมูก (nasopharyngeal swab)&amp;nbsp;จำนวน 5 แสนชุดแก่ไทย โดยวัคซีนและเวชภัณฑ์ทางการเเพทย์ดังกล่าว มีกำหนดขนส่งถึงไทยในวันเสาร์ที่ 25 ก.ย. 2564 โดยจะมีการส่งมอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเจรจาแลกเปลี่ยนวัคซีนกับสิงคโปร์ เป็นอีกบทบาทเชิงรุกของกระทรวงการต่างประเทศ ในการแสวงหาวัคซีนจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้บรรลุความตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีนในลักษณะดังกล่าวกับภูฏาน ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 150,000 โดส เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;rdquo; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, วัคซีนแอสตราเซเนกา, แลกเปลี่ยนวัคซีน, ไทย-สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614af56e561cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 06:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 06:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039;เสียใจแหม่มสวิสตายที่ภูเก็ต เร่งจับตัวผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64-นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศต่อกรณีนางนิโคล โซเวน ไวสครอป อายุ 57 ปี ชาวสวิสเซอร์แลนด์ เสียชีวิต ที่ลำธารน้ำตกโตนอ่าวยน จ.ภูเก็ต ว่า วันที่ 5 ส.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์ด่วนแจ้งข่าวนี้แก่เอกอัครราชทูตสวิสประจำประเทศไทยด้วยตนเอง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านหัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศที่จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้โทรศัพท์ถึงเอกอัครราชทูตสวิสประจำประเทศไทยเพื่อแสดงความเสียใจ และย้ำว่าจะเร่งผลชันสูตร และจับกุมผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ จะประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตสวิสประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ คาดว่าผลการชันสูตรจะออกภายในเช้าของวันที่ 6 ส.ค.&amp;quot;นายธานี&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, นายดอน ปรมัตถ์วินัย, แหม่มสวิสตายที่ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c6ea9f2b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับข่าวปลอม! &#039;บัวแก้ว&#039; ยันลาวไม่ฉีดวัคซีนให้ 7 คนไทยข้ามแดนเก็บเห็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกรณีคนไทย 7 ราย ถูกจับกุมตัว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เนื่องจากรุกล้ำแนวชายแดนไทย-สปป. ลาว เข้าไปเก็บของป่า (เห็ด) ในบริเวณพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ อ.สิรินธร จ. อุบลราชธานี ตรงข้ามกับเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป. ลาว ว่า หลังคนไทยกลุ่มดังกล่าวถูกจับกุม ทางการ สปป. ลาวได้ประสานงานกับตำรวจชายแดน อ.โขงเจียม เพื่อตรวจสอบชื่อผู้ถูกจับกุมทั้ง 7 ราย เมื่อทราบเรื่อง สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งรับผิดชอบเขตอาณาดังกล่าว ได้ประสานงานกับแขวงจำปาสักเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกจับกุม และได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คนไทยทั้ง7คร อยู่ที่ศูนย์กักตัวหลัก 21 ของแขวงจำปาสัก โดยแผนกการต่างประเทศของแขวงจำปาสักได้มีหนังสือแจ้งการจับกุมคนไทยทั้ง 7 รายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะกักตัวคนไทยทั้ง 7 ราย เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของ สปป.ลาว ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมาย และส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากกรณีที่เป็นข่าวว่า สปป. ลาว ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่คนไทยทั้ง 7 รายนั้น จากการตรวจสอบกับฝ่าย สปป. ลาว ปรากฎว่า ยังไม่มีการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้คนไทยทั้ง 7 ราย ตามที่ปรากฏแต่อย่างใด ทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ จะประสานงานกับแขวงจำปาสักในการให้ความช่วยเหลือ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไทยทั้ง 7 รายสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้โดยเร็ว&amp;quot; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ฉีดวัคซีน, ธานี แสงรัตน์, วัคซีนไฟเซอร์, เก็บเห็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_610919ee602b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ย้ายประเทศเป็นสิทธิเสรีภาพปชช. &#039;กต.&#039; พร้อมอำนวยความสะดวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 64 &amp;nbsp;- นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีสถานทูตต่างประเทศบางแห่งเชิญชวนคนไทยย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ว่า คณะผู้แทนทางการทูตมีหน้าที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต้องเคารพกฎหมายของประเทศผู้รับตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ค.ศ.1961 &amp;nbsp;ดังนั้น หากมีหลักฐานปรากฏชัดว่าสถานทูตใดดำเนินการไม่เหมาะสม หรือทำผิดกฎหมายไทย กระทรวงการต่างประเทศจะทำความเข้าใจกับสถานทูตนั้นๆ เพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง &amp;nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตมารับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย และแนวปฏิบัติสำคัญอย่างสม่ำเสมอ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย และการขอสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรมของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อไม่กี่ปีก่อน ช่วงที่สถานการณ์การเมืองร้อนแรง มีคดีความเกี่ยวกับการเมืองหรือผู้ชุมนุมมากมาย เป็นที่สนใจของสถานทูตต่างประเทศที่ชอบไปสังเกตการณ์ จนบางครั้งถูกตีความไปว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตที่เกี่ยวข้องมาทำความเข้าใจและย้ำให้ระมัดระวังมากขึ้น พร้อมทั้งให้แจ้งกระทรวงการต่างประเทศก่อนทุกครั้ง หากจะไปสังเกตการณ์หรือไปปรากฏตัวในสถานที่ที่อาจเป็นประเด็นขึ้นมาอีก ซึ่งได้รับความเข้าใจและถือปฏิบัติ แต่เราไม่ได้ไปป่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้ เพราะมีการยึดปฏิบัติและเคารพตามครรลองที่ตกลงกันไว้แล้ว&amp;rdquo; นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า การโยกย้ายถิ่นฐานเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน หลายประเทศก็มีนโยบายเปิดรับคนต่างชาติไปตั้งถิ่นฐาน โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกัน หลายประเทศเปิดรับผู้มีความรู้ความสามารถเพื่อเตรียมรับการเป็นสังคมผู้สูงวัย โลกยุคปัจจุบันอาจจะทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ยึดติดกับการเป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ไม่ว่าคนไทยจะย้ายไปอยู่ที่ใด ขอให้แจ้งชื่อที่อยู่ให้แก่สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น ๆ เพื่อให้สามารถดูแลชุมชนไทยได้ ตามนโยบาย &amp;ldquo;การทูตเพื่อประชาชน ทุกแห่งหนเราดูแล&amp;rdquo; เช่น ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และการช่วยเหลือคนไทยในสหรัฐฯ ที่ประสบปัญหาความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยก็มีคนต่างชาติ สื่อมวลชนและชุมชนนักธุรกิจต่างประเทศที่นิยมมาตั้งถิ่นฐานหรือทำงานจำนวนมาก เพราะปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่างๆ &amp;nbsp;ประเทศไทยจึงเป็นพหุสังคมที่มีความหลากหลายของวิถีชีวิต เศรษฐกิจและความเชื่ออย่างที่เห็นกันอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, ย้ายประเทศกันเถอะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065797a31496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039; ขึงขัง! ล่าข้ามประเทศ &#039;แก๊งล้มเจ้า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 64 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการดำเนินการต่อผู้ให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ตระหนักดีว่าสถาบันฯเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย หากมีผู้ล่วงละเมิดหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ แล้วหลบหนีไปต่างประเทศ ย่อมเป็นงานสำคัญเร่งด่วนที่จะติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย เช่น ขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไม่เคยนิ่งนอนใจตามที่มีการกล่าวหา แต่ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆของไทยมาอย่างต่อเนื่อง และติดตามความคืบหน้าโดยตลอด โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติสากล ในกระบวนการนี้ กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำส่งคำขอผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่เกี่ยวข้องตามคำขอของหน่วยงานรับผิดชอบหลัก เช่น การขอตัวผู้หลบหนีหมายจับตาม ป.อาญา มาตรา 112 ได้ดำเนินการไป 8 ราย แต่การจะได้ตัวคนเหล่านั้นมาดำเนินคดีได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลในประเทศนั้นๆ หากความผิดตามกฎหมายไทยไม่เป็นความผิดตามกฎหมายท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ รวมถึงข้อยกเว้นทางกฎหมายอื่น ศาลมักปฏิเสธคำขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปกป้องสถาบันฯ ไม่ได้มีแต่วิธีไล่จับพวกล้มเจ้า โดยปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น คนไทยทุกคนสามารถช่วยกันคนละไม้คนละมือเท่าที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย โดยการไม่ส่งต่อข้อมูลพาดพิงสถาบันฯ ที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่ก่อกวนให้เกิดความสับสนอลหม่านจนกระทบต่อการดำเนินการใดๆที่มีอยู่ เข้าทำนองมือไม่พาย ให้เสียขบวน ยิ่งเป็นผู้ที่มีบทบาททางการเมืองหรือในสังคมยิ่งต้องมีจิตสำนึกถึงหน้าที่ของตนต่อชาติบ้านเมือง และต้องตระหนักว่าการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ต้องเริ่มจากการมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเสียก่อน มิเช่นนั้นก็สุ่มเสี่ยงจะนำพาผู้อื่นให้เข้ารกเข้าพงแห่งความเข้าใจผิดไปเสียเปล่า ยิ่งกว่านั้นจะทำให้ตนเองเสียความน่าเชื่อถือไปด้วย&amp;rdquo; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวต่อว่า เมื่อมีสื่อมวลชนต่างประเทศนำเสนอข่าวเชิงลบเกี่ยวกับสถาบันฯ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะทำหนังสือถึงบรรณาธิการสำนักข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หรือพูดคุยกับผู้สื่อข่าวโดยตรง เพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสื่อแต่ละสำนักมีจุดยืนในการนำเสนอข่าวของตนเอง บางแห่งอำนาจการตัดสินใจอยู่กับบรรณาธิการประจำภูมิภาคหรือสำนักงานใหญ่ &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศก็ติดตามไปทำความเข้าใจอย่างไม่ลดละ ใช้ทุกกลไก เครือข่ายและทรัพยากรที่มี โดยเฉพาะสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ซึ่งบางครั้งก็ทำสำเร็จ บางครั้งก็ไม่เป็นผล แต่เราทำอย่างเต็มที่ทุกกรณี &amp;nbsp;อย่างน้อยก็แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนทุกครั้ง และผลงานที่สำเร็จถือว่ามีไม่น้อย โดยมีสื่อที่ยอมถอดคลิปไม่เหมาะสมออกจากยูทูบมาแล้ว &amp;nbsp;บทความภาษาอังกฤษก็มีตีพิมพ์ลงสื่อหลักหลายฉบับทั่วโลก ซึ่งหากติดตามก็จะทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวด้วยว่า แม้จะยังไม่ได้ตัวผู้หลบหนีคดีกลับมาไทย แต่ฝ่ายไทยได้พูดคุยทำความเข้าใจกับทางการของหลายประเทศอยู่ตลอด ว่าสถาบันฯ มีความสำคัญสูงสุดสำหรับคนไทยและเกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ จึงขอความร่วมมือดูแลไม่ให้มีการกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของคนไทย ในขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศได้เร่งเสริมสร้างให้ต่างประเทศเข้าใจความสำคัญของสถาบันฯ ในสังคมไทย เนื่องจากมีผู้เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนอยู่เนืองๆ เราจำเป็นต้องชี้แจงให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยได้พบหารือบุคคลสำคัญอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมเสวนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ จัดทำสารคดี หนังสือ และบทความ เพื่อเผยแพร่เป็นภาษาต่างประเทศผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และออนไลน์ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์ด้านการพัฒนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, ธานี แสงรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065797a31496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กต.สั่งด่วน! ระงับ 3 ประเทศเข้าไทย สกัดโควิดอินเดียกลายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธานี แสงรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.64 - นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)&amp;nbsp; เปิดเผยหลังจากศบค.พบว่ามีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย B 1617.1 &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 (ศปก.ศบค.) ได้มีการหารือเกี่ยวกับการพบโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.617.1 ซึ่งถูกพบครั้งแรกที่ประเทศอินเดียในผู้เดินทางจากประเทศปากีสถาน &amp;nbsp;ที่ประชุมขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาระงับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (ซีโออี) ให้ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศที่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียจำนวนมาก &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าจะระงับการออกซีโออีให้ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศปากีสถาน &amp;nbsp;บังกลาเทศ และเนปาล ตั้งแต่วันนี้ (10 พ.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงที่ต้องระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียเข้าประเทศ และเป็นมาตรการสำหรับชาวต่างชาติทุกสัญชาติที่มาจาก 3 ประเทศดังกล่าว แต่ไม่ได้ห้ามคนไทย ดังนั้น คนไทยยังสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้&amp;quot;นายธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และสถานกงสุลใหญ่ในอินเดีย ระงับการออกเอกสาร COE ให้กับชาวอินเดีย ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการชั่วคราวในช่วงที่ต้องระวังเชื้อกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกที่อินเดียเข้าประเทศ หลังจาก ศบค. ได้แสดงความเป็นห่วงหลังพบสายพันธุ์ Indian various ครั้งแรกในประเทศไทยจากหญิงไทย อายุ 42 ตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์มีภูมิลำเนาก่อนหน้านี้อยู่ที่ปากีสถาน เดินทางมาถึงไทยตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2554 โดยมีการแวะพักเครื่องที่มุมไบ อินเดีย เดินทางมาพร้อมบุตรชาย 3 คนอายุ 4 ปี 6 ปีและ 8 ปี เมื่อเดินทางมาตามระบบก็ถูกจัดสรรให้อยู่ใน state quarantine โดยอาศัยร่มกับบุตรชายอายุ 4 ขวบ พบว่า 26 เมษายนมีการตรวจภูมิประเทศที่ 1 และบุตรอายุ 4 ปียืนยันติดเชื้อ และลูกชายอีก 2 คนเป็นผลลบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102426</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, ธานี แสงรัตน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065797a31496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
