<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์&#039;ลั่นเปลี่ยนอุดมการณ์ปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ห้าวประกาศเปลี่ยนอุดมการณ์ ปชป. ชูประชาธิปไตยสวัสดิการ ไม่เอาเสรี ปชต. ชี้ล้าสมัยทำรวยกระจุกจนกระจาย &amp;quot;ถาวร&amp;quot; สับเรตติ้งตกไม่ก้าวหน้า ถึงเวลาเลิกอนุรักษนิยม &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ซัดอ่อนหัดพูดมั่ว แยกไม่ออกระบอบปกครองกับระบบเศรษฐกิจ ยัน &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; แม่ทัพดีที่สุดเวลานี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2 พร้อมด้วยสมาชิก &amp;#39;กลุ่มเพื่อนหมอวรงค์&amp;#39; อาทิ นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง ร่วมกันแถลงจุดยืนการทำงานและแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศในอนาคต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนจะดำเนินการในแนวทางประชาธิปไตยสวัสดิการ โดยไม่เห็นด้วยกับเสรีประชาธิปไตย เพราะนำไปสู่การผูกขาด รวยกระจุก จนกระจาย โดยวางนโยบายไว้ 2 ข้อ คือ การบริหารจัดการภายในพรรค หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์คือ การคัดเลือกผู้สมัครจะให้สิทธิ ส.ส.เก่า แต่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครที่ต้องการแข่งขัน เช่น จังหวัดชุมพร เราเคารพสิทธิ ส.ส.เก่า แต่ถ้ามีผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีศักยภาพจะใช้ระบบไพรมารีโหวตให้สมาชิกในพื้นที่ตัดสิน ซึ่งไม่ได้มีการล้างอดีต ส.ส.ที่ไม่หนุนตนอย่างที่มีบางคนเข้าใจ แต่จะให้สมาชิกพรรคเป็นคนตัดสิน บนหลักการว่าพื้นที่ไหนที่มีการลดจำนวน ส.ส. หรือมีการแข่งขัน เช่น พังงา มี ส.ส.แข่งกันถ้าตกลงกันได้ก็จบ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะให้สมาชิกพรรคตัดสิน นอกจากนี้กระจายอำนาจไปยังประธานสาขาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันใดที่ตนมีอำนาจในรัฐบาลมีสิ่งที่จะดำเนินการให้เห็นผลภายในสามเดือน คือ ปัญหาปากท้องประชาชนให้คนจน เกษตรกรมีเงินในกระเป๋า ซึ่งจะเป็นต้นทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทั้งปาล์ม ยางพารา และข้าว จะมีการเพิ่มสวัสดิการด้วยการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วย รวมทั้งจะมีการกระจายอำนาจด้วยการให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศความเป็นมหานครให้กับ 10 หัวเมือง เช่น พิษณุโลก เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น โดยขอประกาศนำประเทศไทยแข่งกับสิงคโปร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์กล่าวว่า จุดยืนทางการเมือง 4 ประการคือ 1.ไม่จับมือกับพรรคการเมืองที่ถือว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติ 2.จะร่วมมือและทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ 3.ต่อต้านพรรคการเมืองที่ใช้อำนาจไม่ชอบ ใช้เสียงข้างมากเพื่อประโยชน์ส่วนตน และ 4.พรรคประชาธิปัตย์จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นพรรคการเมืองใดมีพฤติกรรมจาบจ้วงถือว่าเป็นศัตรูกับพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเป็นคนไม่ยึดติด หากได้เป็นหัวหน้าพรรค แม้ชนะเลือกตั้ง แต่ถ้าผลงานออกมาไม่ดี ถูกวิจารณ์ &amp;nbsp;คะแนนนิยมตกต่ำ ผมก็ไม่อยู่ ต้องเปิดโอกาสให้คนใหม่มาทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้หมายถึงการลาออกจากหัวหน้าพรรคทันทีหากผลงานไม่ดี เพราะมีวาระ 4 ปี ผมเพิ่งเข้ามาลองไปถามคนที่อยู่มา 13 ปีจะดีกว่า และไม่ขอตอบว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรคแต่แพ้เลือกตั้งจะออกจากตำแหน่งหรือไม่&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายถาวรกล่าวว่า สาเหตุที่ความนิยมประชาธิปัตย์ลดลง เป็นเพราะมีภาพลักษณ์ไม่ก้าวหน้า ไม่มีอะไรใหม่ ประกอบกับผลโพลล่าสุดพบว่าผู้นำประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมลดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับผู้นำพรรคอื่น พวกตนจึงกล้าเปลี่ยนเพื่อประชาชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นพรรคอนุรักษนิยม ดังนั้นการกำหนดจุดยืนและแนวนโยบายของพรรคต้องตรงกับสถานการณ์ การที่พรรควางแนวทางเสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเคยได้ผลในการต่อสู้กับเผด็จการ ใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะการเมืองในปัจจุบันไม่ได้แบ่งขั้วสุดโต่งเป็นซ้ายหรือขวาอย่างในอดีต ขณะเดียวกันแนวทางเสรีนิยมทำให้เกิดปรากฏการณ์ &amp;quot;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;quot; อีกทั้งประชาชนต้องการประชาธิปไตยที่กินได้จับต้องได้ เสรีนิยมจึงล้าสมัยไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางกลุ่มจะต่อต้านแนวคิดมาร์กซิสต์ ที่พรรคการเมืองบางพรรคยึดแนวทางนี้เป็นวิธีสุดโต่งที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอ้างเรื่องชนชั้น ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยคนกลุ่มที่มีแนวคิดแบบนี้จะเป็นศัตรูกับเรา ซึ่งจะไม่ยอมให้แก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง กล่าวถึงกรณี อดีต ส.ส.ภาคตะวันออกบางส่วนลาออกไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ว่า ระบบการบริหารพรรคที่ผ่านมาดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่ง ส.ส.ที่มีความสามารถในการทำงานถูกละเลย ไม่ถูกเสริมให้มีความก้าวหน้าหรือแสดงความสามารถเท่าที่ควร ทำให้เกิดความอึดอัดและความห่างเหินเหมือนเจ้านายกับลูกน้อง ไม่เหมือนเพื่อนร่วมงาน ทำให้ระบบบริหารภายในมีปัญหา จึงอยากเห็นผู้นำของพรรคไปสัมผัสกับประชาชนโดยตรง รวดเร็ว ทันใจ นอกจากนี้ สิ่งที่หนักใจมากที่สุดสำหรับภาคกลางและภาคตะวันออกคือเรื่องเลือดไหลไม่หยุด ที่ผ่านมาเราบอกว่าเขาหนีไป ถูกดูดไป แต่ไม่เคยมองตัวเองว่าปฏิบัติกับพวกเขาอย่างไรในการบริหารงานที่ผ่านมา จึงต้องโทษตัวเองด้วย และต้องไม่ไล่ส่งเขาไป แต่ต้องไปเอาเขากลับมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง ในหัวเรื่อง &amp;ldquo;ทำคลอดเชื่อหมอวรงค์ การเมืองเชื่อผม&amp;rdquo; ว่า วันนี้ นพ.วรงค์พูดหลายเรื่องไปไกลถึงขนาดจะเปลี่ยนอุดมการณ์ของพรรค จึงขอชี้แจงในฐานะคนรักชอบกัน เรื่องนโยบายสวัสดิการ ซึ่งในระยะหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเป็นคนพูดเรื่องนี้บ่อยมาก โดยใช้คำว่าสังคมสวัสดิการ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยึดนโยบายสังคมสวัสดิการมาตลอดในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เช่น นโยบายเบี้ยยังชีพสูงอายุ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย สวัสดิการผู้ใช้แรงงาน, นโยบายเรียนฟรี, นโยบายด้านสุขภาพ, นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ ฯลฯ การที่หมอวรงค์ออกมาพูดเรื่องนี้อาจทำให้คนเข้าใจผิดในนโยบายของพรรคในเรื่องสวัสดิการสังคม &amp;nbsp;พรรคเราทำมากกว่าพรรคอื่นเสียอีก ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย เน้นการให้ความเคารพในเสียงข้างมากผ่านการเลือกตั้งที่เที่ยงตรง ถ่วงดุลอำนาจ โปร่งใสและตรวจสอบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปลี่ยนอุดมการณ์ไปสู่ระบอบอื่นซึ่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิด หรือความอ่อนประสบการณ์ เช่น ระบอบประชาธิปไตยสวัสดิการจะค่อยๆ กัดกร่อนความเข้มแข็งทางอุดมการณ์ของพรรคลง ผู้ที่จะเป็นผู้นำพรรคจึงต้องเข้าใจถึงแก่นของเรื่องนี้ คำว่าสวัสดิการมิใช่เรื่องของระบอบการปกครอง แต่เป็นเรื่องนโยบาย ระบอบคอมมิวนิสต์ ก็มีสวัสดิการ ระบอบเผด็จการก็มีสวัสดิการ ระบอบประชาธิปไตยก็มีสวัสดิการ การทำให้สังคมกลายเป็น &amp;quot;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;quot; เป็นเรื่องระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือเศรษฐกิจเสรีนิยมมากกว่า ไม่ใช่ระบอบการปกครองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย ถ้าเราแยกไม่ออกระหว่างระบอบการปกครองกับระบบเศรษฐกิจเราก็มั่วไปได้ทุกวัน พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็อาจโวยวายว่า เราจะเปลี่ยนอุดมการณ์เป็นเผด็จการสวัสดิการก็ยุ่งเลย&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม่ทัพที่ดีที่สุดวันนี้ของประชาธิปัตย์เวลานี้คือ&amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; แม้ที่ผ่านมาเรายังรบไม่ชนะ แต่ยังรักษากองทัพไว้ไม่ให้ล่มสลาย แม่ทัพตนไม่ข่มขู่จะฆ่าทหาร จะปลดทหาร หากไม่ยอมเป็นพวก แต่อาศัยความร่วมมือความสมัครใจของทหารในการร่วมรบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค, นายธารา ปิตุเตชะ และนายบัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต ส.ส.ระยอง ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อกราบไหว้และปิดทองรูปหล่อพระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสริโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ เกจิชื่อดังใน ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พร้อมเข้านมัสการขอพรจากพระครูวิจิตรธรรมาภิรัต (อาจารย์เชย) เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ จากนั้นได้เดินข้ามสะพานคลองใหญ่ บริเวณด้านหลังวัด ไปยังบริเวณอาคารโคมแดง เพื่อพบกับประชาชนในพื้นที่กว่า 600 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ในครั้งนี้ เพื่อขอคะแนนเสียงและขอโอกาสจากชาวระยองในการสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง และหากชนะการเลือกหัวหน้าพรรค ก็พร้อมจะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นรัฐบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 แถลงว่า พร้อมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคของทุกคน และพร้อมที่จะนำพรรคสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยจุดยืนนโยบายวิสัยทัศน์ใหม่ที่ชัดเจน เคยทำ และทำได้จริง โดยเฉพาะแนวทางการเมืองสีขาวและกฎเหล็ก 5 ข้อจะพลิกโฉมหน้าพรรคประชาธิปัตย์แบบ 360 องศา และสร้างจุดเปลี่ยนการเมืองไทยแบบฉับพลันที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Disruptive politics ทั้งนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีคือสร้างความสามัคคีก่อน ตนพร้อมเป็นโซ่ข้อกลางเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพของประชาธิปัตย์ตามคอนเซ็ปต์ครอบครัวเดียวกัน พร้อมกับปฏิรูปพรรคและเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, ธารา ปิตุเตชะ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, บัญญัติ เจตนจันทร์, ประชาธิปัตย์, วิชัย ล้ำสุทธิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1ca9d2c3b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
