<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำคุก &#039;ธาริต-3 พงส.ดีเอสไอ&#039; 2 ปี คดีแจ้งข้อหา &#039;มาร์ค-เทือก&#039; ฆ่าประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63&amp;nbsp;- เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 - 13 ธ.ค. 2555 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ. ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกฯ ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริง โดย นปช.ก่อความไม่สงบ ก่อการร้าย โจทก์ได้มอบนโยบายชัดเจนว่าให้สลายการชุมนุมโดยหลีกเลี่ยงความสูญเสีย เพื่อระงับความเสียหายของบ้านเมือง โจทก์ไม่ต้องรับผิด เมื่อการชุมนุมยุติลง ดีเอสไอก็ได้สอบสวนดำเนินคดีแกนนำและชายชุดดำข้อหาก่อการร้ายด้วย ต่อมานายธาริต จำเลยที่ 1 ยอมตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จำเลยทั้งสี่จึงร่วมกันแจ้งข้อหาสั่งฆ่าประชาชน กลั่นแกล้งโจทก์สนองความต้องการของรัฐบาล ซึ่งดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะโจทก์เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องเป็นการวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2561 ยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โดยเห็นว่าพยานที่โจทก์ที่นำสืบมานั้น ไม่เห็นว่าจำเลยที่ 1 จงใจกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไรในการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งทำในรูปของคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ มีจำเลยที่ 2-4 และอัยการเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน โดยแต่งตั้งขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง คณะกรรมการไม่มีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ จำเลยทั้งสี่เป็นพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกับอัยการที่ร่วมสอบ จึงไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้อง ส่วนหลักฐานอื่นเป็นเพียงพยานแวดล้อมและความเห็นทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ และกลุ่มพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จำเลยทั้งสี่ ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ก่อนหน้าที่จะมีความเห็นควรแจ้งข้อหาโจทก์ที่ 1-2 ในความผิดฐานฆ่าเล็งเห็นผลจากเหตุการสลายการชุมนุมปี 2553 จำเลยทั้งสี่เคยมีความเห็นว่าการชุมนุม นปช.เป็นความผิดกฎหมาย จึงแจ้งข้อหาก่อการร้าย แสดงว่าจำเลยที่ 1-4 เห็นว่าโจทก์ที่ 1-2 กระทำไปตามหน้าที่ แม้ภายหลังการไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง ศาลอาญาจะชี้ว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าการกระทำของโจทก์ทั้งสองเป็นความผิด จากการพิจารณาพฤติการณ์ประกอบกัน ฟังได้ว่า การที่จำเลยทั้งสี่มีความเห็นต่างจากเดิม เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสอง เพื่อเอาใจรัฐบาล มีผลในการต่ออายุตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ การที่จำเลยทั้งสี่สืบสวนสอบสวนโจทก์ทั้งสอง พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลทั้งที่เป็นอำนาจ ป.ป.ช. การกระทำจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสอง การกระทำเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดตามมาตรา 200 วรรคสอง จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี คำเบิกความเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้นายธาริตกับพวกก็เตรียมยื่นประกันตัวสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58927</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดีเอสไอ, ธาริต, มาร์ค, สลายบม็อบเสื้อแดง, สุเทพ, อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e607023126e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาจำคุก&#039;ธาริต&#039;1ปีไม่รอลงอาญา!คดีย้ายผบ.สำนักคดีทรัพย์สินฯไม่เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.3873/2555 ที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาราชการปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 2555 &amp;ndash; 8 ต.ค. 2555 ต่อเนื่องกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จำเลยที่ 1 ขณะนั้น ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ และจำเลยที่ 2 ในฐานะรองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการทำหนังสือโยกย้ายโจทก์ ซึ่งขณะนั้นเป็น ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ ดีเอสไอ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งเดิม อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีมูลให้ยกฟ้อง แต่ภายหลังโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ให้จำคุก 2 ปี และให้ยกฟ้องนายชาญเชาว์ จำเลยที่ 2 ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองรับราชการมาหลายปี เคยทำคุณงามความดีต่อบ้านเมือง ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายธาริต ซึ่งถูกจำคุก 1 ปี ในคดีหมิ่นประมาทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างโรงพัก 396 แห่ง ส่วนนายชาญเชาว์เดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่านายธาริต จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องโจทก์จริง จึงพิพากษาแก้ ให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายืน ยกฟ้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จำคุกธาริต, ธาริต, อดีตอธิบดีดีเอสไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d08178bfaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้อง &#039;ธาริต-เครือมติชน&#039; หมิ่น &#039;สุเทพ&#039; กรณีสร้างโรงพักตำรวจ 396 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1940/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), บริษัท&amp;nbsp;มติชน จำกัด, นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ นสพ.มติชน, บริษัท&amp;nbsp;ข่าวสด จำกัด และนายสุริวงศ์ เอื้อปฏิภาณ บรรณาธิการ นสพ.ข่าวสด เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ. &amp;ndash; 5 มี.ค. 2556 นายธาริต จำเลยที่ 1 แถลงข่าวกล่าวหาโจทก์ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีว่า ทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพัก จากรายภาครวมเป็นรายเดียว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อันเป็นข้อความเท็จ ทำให้โจทก์เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้องก่อนชั้นพิจารณาคดี ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2559 ให้ศาลชั้นต้นประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งห้าเดินทางมาศาล ขณะที่โจทก์มีผู้รับมอบอำนาจจากนายสุเทพมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะนั้นโจทก์ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;เป็นสื่อมวลชน&amp;nbsp;เจ้าของหนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสด&amp;nbsp;ตีพิมพ์ข่าวสารเผยแพร่จัดจำหน่ายทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งในโครงการก่อสร้างโรงพัก&amp;nbsp;396 แห่งทางสำนักงบประมาณเคยมีความเห็นว่าการคำนวนทำสัญญาการก่อสร้างโรงพักทดแทน&amp;nbsp;396 แห่ง&amp;nbsp;เป็นภาระผูกพันงบประมาณรัฐบาล&amp;nbsp;ควรมีการทบทวนการลงทุนภาครัฐ สำนักงบประมาณมีหนังสือทำความเห็นถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.)&amp;nbsp;ในการทำสัญญาก่อสร้างที่บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประมูลรับเหมาก่อสร้างในโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ ที่นายสุเทพโจทก์ได้พิจารณาเห็นชอบรับเหมาโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่อมาได้มีบริษัทเอกชนที่เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ประมูลรับเหมา&amp;nbsp;ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการรับเหมาทำสัญญาเกี่ยวกับบริษัทพีซีซี&amp;nbsp;ต่อผู้รักษาการปลัดกระทรวงการคลังในขณะนั้น อีกทั้ง&amp;nbsp;ครม.ได้พิจารณาเห็นชอบให้ สตช.ปฏิบัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอ แต่ สตช.ไม่ได้ดำเนินการตามที่ ครม.กำหนดไว้ การก่อสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ยากแก่การบริหารงาน จึงไม่เป็นการปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งโจทก์ได้มีการเปลี่ยนสัญญาแก้ไขการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง เป็นสัญญาเดียวจากที่สำนักงบประมาณเคยทำความเห็นเสนอ ครม.เป็นรายภาค ซึ่งต่อมาบริษัทพีซีซี ก็ก่อสร้างโรงพักทดแทนไม่แล้วเสร็จตามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น&amp;nbsp;ได้ยื่นเรื่องต่อนายธาริต จำเลยที่ 1 ในฐานะอธิบดีดีเอสไอให้ตรวจสอบการก่อสร้างโรงพักทดแทนดังกล่าว โดยนายธาริตจำเลยที่ 1 ได้รับเรื่องไว้ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำความเห็น แล้วส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและวินิจฉัย หลัง ป.ป.ช.รับไว้ไต่สวน จำเลยที่ 1 นายธาริตได้แถลงข่าวให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าว ต่อสื่อมวลชนที่เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;2-5 ซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า การกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นต้องเป็นการนำความอันเป็นเท็จใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ให้ได้รับการถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริตหรือการกระทำตามหน้าที่ หรือติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ การก่อสร้างโรงพักทดแทน&amp;nbsp;396 แห่งนั้นในทางนำสืบได้ความว่า ครม.ให้ สตช.รับความเห็นของสำนักงบประมาณไปดำเนินการ แต่ไม่ปรากฏว่า สตช.ดำเนินการตามมติ ครม. เเละระเบียบสำนักนายกฯ จึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การก่อสร้างไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน อีกทั้งทางนำสืบโจทก์ยังเบิกความรับว่าให้ สตช.รวมทำสัญญาเดียวกันและให้ยกเลิกการประมูลราคาแยกรายภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นว่าเมื่อการที่นายสุเทพ&amp;nbsp;โจทก์มีคำสั่งรวมสัญญาเดียวกันและยกเลิกสัญญารายภาคนั้น&amp;nbsp;การกระทำจึงมีเหตุเชื่อว่าโจทก์ไม่ได้ทำตามมติ ครม.และระเบียบสำนักนายกฯ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใส่ความโจทก์ ซึ่งจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นั้นมองว่าการกระทำของโจทก์อาจเป็นการกระทำความผิดฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของดีเอสไอ&amp;nbsp;การแถลงข่าวของจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จึงเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่จะแถลงข่าว&amp;nbsp;เนื่องจากโครงการก่อสร้างโรงพักเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจถือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;เป็นสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวไปตามที่จำเลยที่ 1 แถลง เป็นการติชมโดยสุจริตด้วยความเป็นธรรม เป็นสิ่งที่บุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของวิญญูชนพึงกระทำ โดยที่จำเลยที่ 2-5&amp;nbsp;ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนที่จะกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการแถลงข่าวในช่วงใกล้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 กับพวกต้องการทำลายฐานคะแนนเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แข่งขันกับพรรคเพื่อไทยนั้น&amp;nbsp;เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ส่วนที่อ้างว่าศาลเคยประทับรับฟ้องจำเลยที่ 1&amp;nbsp;ในคดีหมิ่นประมาทอีกสำนวนจากเรื่องการก่อสร้างโรงพักเช่นกันนั้น&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีย่อมมีความแตกต่างกัน การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่การใส่ความ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ ส่วนจำเลยที่ 2-5 นำไปตีพิมพ์ข่าวเสนอข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 1 แถลงข่าว เป็นการกระทำโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของวิญญชนพึงกระทำ จำเลยทั้งห้าจึงไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังฟังคำพิพากษา นายธาริตได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงพัก396แห่ง, ธาริต, ยกฟ้อง, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อดีตอธิบดีดีเอสไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc5d02971fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธาริต&#039; ปฏิเสธอายัดบัญชีแกนนำกปปส.มิชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดพร้อมสอบคำให้การจำเลยและกำหนดวันนัดพิจารณา คดีหมายเลขดำ อท.101-103 และ อท.214 /2559 รวม 4 สำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน ที่ &amp;quot;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot; อดีตเลขาธิการ กปปส. , &amp;nbsp;นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตโฆษก กปปส. , &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม.แนวร่วม กปปส. ,นายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเคยร่วม กปปส. และ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก อดีตแนวร่วม พธม.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อายุ 60 ปี อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่นายธาริต ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอ แล้วระหว่างนั้นในปี 2556 ได้ทำการอายัดบัญชีของแกนนำ กปปส. ในกรณีถูกกล่าวหากระทำผิดอาญาคดีชุมนุมทางการเมืองโดยมิชอบ ไม่ตรวจสอบแต่ละบัญชีให้รอบคอบว่าเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์เห็นว่าเป็นการอายัดบัญชีแบบเหวี่ยงแห โดยคดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ &amp;nbsp;มีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2561 ให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าคดีมีมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายสุเทพ โจทก์ เดินทางมาศาลพร้อมนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ เพื่อร่วมกระบวนพิจารณา ส่วนนายธาริต จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมสอบคำให้การจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปรากฏว่านายธาริต จำเลย ให้การปฏิเสธในการต่อสู้คดี ศาลจึงกำหนดนัดตรวจหลักฐานคดีในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสวัสดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อสอบคำให้การจำเลยแล้ว ศาลก็กำหนดให้โจทก์-จำเลย นำสืบพยานรวม 15 นัด เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน พ.ย.นี้ โดยเริ่มสืบพยานโจทก์นัดแรก วันที่ 31 ก.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลนัดจำเลยมาสอบคำให้การในคดีที่ตนเป็นโจทก์ร่วมกับแกนนำ กปปส. ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ สมัยเป็นอธิบดีดีเอสไอ ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายในการอายัดบัญชีเงินของ กปปส. ที่กำลังชุมนุมต่อสู้คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองไว้ อายัดบัญชีพวกตนในฐานะแกนนำอย่างเหวี่ยงแหทุกคน โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าบัญชีมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่อย่างไร และลุแก่อำนาจออกหมายเรียกพวกตนในข้อหาเป็นกบฏ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นยังไม่มีคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่าพวกตนเป็นกบฏ ทำให้เสียหาย ทั้งๆ ที่พวกตนต่อสู้ด้วยความสงบปราศจากอาวุธ ทำหน้าที่ของประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สำหรับการดำเนินคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ออกแบบไว้ในกระบวนการยุติธรรมนั้น ใช้วิธีการไต่สวนถือว่าทันสมัย สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4316</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปช., กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ, ธาริต, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อายัดบัญชีเงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d08178bfaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก &#039;ธาริต&#039; 3 เดือน ปรับ 5,000 ยื่นบัญชีทรัพย์สินป็นเท็จ-ปกปิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค. 61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.177/2560 ที่ ป.ป.ช.เป็นผู้ร้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้คัดค้านกรณีแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่นายธาริตและนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส ไม่แสดงรายการทรัพย์สินเป็นเงินฝากธนาคาร 4 บัญชี เงินลงทุนในหุ้นบริษัท 2 แห่ง สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 2 แปลง และเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี ในชื่อของนายปิยฤกษ์ อรรถกานต์รัตน์ หลานของนางวรรษมล ที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองดังกล่าว เป็นการปกปิดไม่แสดงรายการทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรสกรณีทุก 3 ปี ที่อยู่ในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายธาริตมีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะมีมติเอกฉันท์ พิพากษาว่านายธาริตจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งต่อ ป.ป.ช.ทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง จึงห้ามมิให้นายธาริตดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 3 เม.ย. 2560 อันเป็นวันที่นายธาริตพ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. ม.41 วรรคหนึ่ง และ ม.119 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท นายธาริตให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ให้รอลงอาญา 2 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1334</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธาริต, บัญชีทรัพย์สิน, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180119/image_mid_5a619a0acbea1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
