<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ถอนCPTPPจากครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ส่งการบ้านตามมติ กนศ. ให้ ครม.พิจารณาไฟเขียวไทยเคาะประตูขอเจรจาเข้าร่วมวง CPTPP แล้ว ยันหาก ครม.เห็นชอบ จะเป็นก้าวแรกที่จะเข้าไปพูดคุย มีสิทธิเจรจาต่อรอง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ทุบโต๊ะสาธารณสุขค้านเต็มสูบ เพราะทำลายความมั่นคงด้านสาธารณสุขไทย &amp;quot;บิ๊ก ปชป.&amp;quot; ก็ไม่เอา ชี้กระทบในวงกว้าง &amp;nbsp;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เผยขอถอนเรื่องออกจากวาระการประชุม ครม.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 เมษายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้นำเสนอผลการศึกษาและผลการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ของไทย เสนอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามมติที่ประชุมคณะคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว และต้องติดตามว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันที่ 28 เม.ย.หรือไม่ เพราะต้องรอบรรจุวาระเข้า ครม.ตามกระบวนการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การทำหนังสือถึง ครม.ของกระทรวงพาณิชย์ เป็นเพียงขอพิจารณาให้ไทยเข้าร่วมความตกลง CPTPP เป็นการเคาะประตูไปเจรจากับสมาชิก CPTPP ซึ่งเป็นเพียงก๊อกแรก หรือขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น และหาก ครม.เห็นชอบ ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอนคือ ไทยจะต้องมีหนังสือถึงนิวซีแลนด์ ในฐานะประเทศผู้รักษาความตกลงฯ เพื่อขอเจรจาเข้าร่วม หลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะเจรจา ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่เจรจาต่อรองเงื่อนไข ข้อยกเว้น และระยะเวลาในการปรับตัวของไทย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด และในระหว่างการเจรจา จะต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้าร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความเห็น และความคืบหน้าต่างๆ ซึ่งในท้ายที่สุด การตัดสินใจว่าไทยจะยอมรับผลการเจรจาและเข้าร่วมความตกลง CPTPP หรือไม่ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีหลักว่า ในภาพรวมถ้าได้มากกว่าเสีย ก็เข้าร่วม ถ้าไม่คุ้ม ก็ต้องมาหารือในระดับนโยบายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอรมนกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่มีผู้กังวลในเรื่องการเข้าถึงยา ความตกลง CPTPP ได้มีการถอดเรื่องการขยายขอบเขตและอายุคุ้มครองสิทธิบัตรยา ตลอดจนการผูกขาดข้อมูลผลการทดสอบยาออกไปแล้วตั้งแต่สหรัฐถอนตัวออกจากการเจรจาความตกลง CPTPP จึงไม่มีข้อบทนี้ และสมาชิก CPTPP ไม่มีข้อผูกพันเรื่องนี้ และความตกลงข้อ 18.41 และ 18.6 กำหนดให้สมาชิกสามารถบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (CL) และใช้มาตรการเพื่อดูแลเรื่องสาธารณสุข เพื่อดูแลเรื่องการเข้าถึงยาของประชาชนได้ ตามความตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก (WTO) ในทุกกรณี รวมถึงการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ไม่ใช่เพื่อการค้า (public noncommercial use) อีกทั้งจะไม่สุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องในประเด็นการใช้ CL เพราะข้อบทการลงทุนข้อที่ 9.8 เรื่องการเวนคืน (expropriation) ย่อหน้าที่ 5 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า จะไม่นำมาใช้กับมาตรการ CL รวมทั้งมีข้อบทเรื่องการระงับข้อพิพาทข้อ 28.3.1 (C) ไม่ได้รวมเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนหนึ่งของข้อบทในขอบเขตการระงับข้อพิพาทระหว่างสมาชิก CPTPP
ผลกระทบพืชพันธุ์เกษตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่และการเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ได้ให้ทางเลือกแก่สมาชิก CPTPP สามารถออกกฎหมาย กำหนดเป็นข้อยกเว้นให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในพื้นที่เพาะปลูกของตนได้ อีกทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากผลผลิตและผลิตภัณฑ์ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของพันธุ์หากซื้อมาถูกกฎหมาย จึงแก้ปัญหาที่เกษตรกรมีข้อกังวลว่าจะไม่สามารถเก็บพันธุ์พืชไว้ปลูกต่อได้เมื่อเข้าเป็นสมาชิก UPOV รวมทั้งยังคงสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืชในกลุ่มพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์ป่าของพืชทุกชนิด รวมทั้งสมุนไพร และพันธุ์การค้าที่ไม่ได้รับการคุ้มครองไปปลูกต่อได้เหมือนเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ความตกลงฯ เปิดให้สมาชิกสามารถกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการแข่งขันในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ถ้ามูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ก็ไม่ต้องเปิดให้สมาชิก CPTPP เข้ามาแข่งขันทำให้สมาชิก CPTPP สามารถดูแลผู้ประกอบการในประเทศ และมีระยะเวลาปรับตัว เช่น เวียดนาม ขอเวลาปรับตัวถึง 25 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกประเด็นที่เป็นข้องกังวล ทั้งจากเกษตรกร ภาคประชาสังคม ทุกเสียงเราฟัง เราเอาไปใช้ในการเจรจา ประเด็นไหนรับได้ รับไม่ได้ ก็ต้องไปเจรจาต่อรอง เพื่อขอข้อยืดหยุ่น และข้อยกเว้นที่จะไม่รวมในเรื่องที่ไทยมีข้อกังวล หรือไม่พร้อมจะเปิดตลาด หรือไม่พร้อมจะปฏิบัติตามพันธกรณีไว้ในข้อผูกพันของไทย ดังเช่นที่ประเทศสมาชิก CPTPP มีการขอเวลาปรับตัว และขอข้อยกเว้นไว้&amp;rdquo; นางอรมนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เพื่อพิจารณาผลกระทบกรณีประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลและพิจารณากันหลายประเด็นที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาในประเทศ และการคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสมุนไพรในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายอนุทินได้สั่งการให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทำหนังสือชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากประเทศไทยตัดสินใจเป็นสมาชิกของ CPTPP &amp;nbsp;โดยให้มีการระบุให้ชัดว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก CPTPP&amp;nbsp;
ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และจะนำเสนอข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเต็มไปด้วยข้อห่วงใย และความกังวล ที่จะมีผลกระทบต่อระบบการผลิตยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะต้องนำมาใช้ดูแลรักษาชีวิตและสุขภาพของคนไทยให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28เม.ย.ทราบ แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาตัดสินใจอย่างไร แต่ข้อห่วงใยและความกังวลใจ ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องผลกระทบต่อการผลิตยา ซึ่งเป็นความมั่นคงด้านสาธารณสุขไทย น่าจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี&amp;rdquo; รายงานข่าวอ้างคำพูดนายอนุทิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งขณะนี้มีเพียง 11 ประเทศเท่านั้นที่เป็นสมาชิก และส่วนใหญ่ไม่ใช่เป็นประเทศที่เป็นตลาดส่งออก ที่สำคัญของเรา ประกอบกับมิติการค้าระหว่างประเทศ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 และหลังการระบาดจบลง ยังไม่มีข้อมูลว่าเหตุใดจึงต้องรีบเร่งพิจารณาในช่วงนี้ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอข้อเสนอขององค์การเภสัชกรรมที่ได้นำเสนอ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชนได้ยากขึ้น และทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ 3 ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.ด้านสิทธิบัตรและยา การใช้สิทธิบัตร CL มีขอบเขตลดลง สุ่มเสี่ยงถูกฟ้องกระทบการเข้ายาของประชาชน, ไทยไม่ได้ประโยชน์ด้านราคายาที่ลดลง, ไทยต้องนำเข้ายา และไม่สามารถพึ่งตนเองด้านยาได้เมื่อเกิดวิกฤติด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ด้านการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เกิดการผูกขาดสายพันธุ์พืชเป็น 20-25 ปี ห้ามเกษตรกรเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ และการต่อยอดค้นคว้าวิจัย กระทบต่อกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์ทั้งในเรื่องทรัพยากรจุลชีพและการคุ้มครองพืชท้องถิ่นในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ด้านจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ไทยไม่สามารถกำหนดมูลค่าและจะผ่อนผันได้หรือไม่ เนื่องจากไทยเข้าร่วมภายหลัง หลัง 11ประเทศตกลงกันไปหมดแล้ว อีกทั้งยังกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจขององค์การเภสัชกรรมไม่สามารถดำเนินการเชิงสังคมในการรองรับนโยบายด้านยา เวชภัณฑ์ และวัคซีนที่จำเป็นต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ เช่น การเกิดโรคระบาดโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความเห็นว่าประเทศไทยยังไม่ควรพิจารณาการเข้าร่วมกลุ่ม CPTPP ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างหลายภาคส่วน และขณะนี้วิกฤติโควิด-19 ลามไปทั่วโลก จึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะพิจารณาในเรื่องนี้
&amp;quot;ไอ้ก้านยาว&amp;quot;ก็ค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ อดีต รมช.เกษตรฯ เตือนว่าการเข้าร่วม CPTPP หากเกษตรกรนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรบางอย่างเพื่อให้รัฐบาลรับรู้ ในที่สุดรัฐบาลก็จะเข้าใจว่าทุกคนเห็นด้วยกับรัฐบาล และรีบไปเซ็นสัญญา และท้ายที่สุดอาชีพเกษตรล่มสลายแน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ จะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์แพงขึ้น และอาจถูกฟ้องร้องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากบรรดาบริษัทข้ามชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รัฐควรต้องมารับฟังเสียงจากภาคประชาชนให้มาก และเปิดให้สภาได้ถกเถียงกันในรายละเอียด ในสถานการณ์ชุลมุนเช่นนี้ รัฐอย่าฉวยโอกาสเพื่อที่จะได้ &amp;ldquo;อุ้มทุนหนา ฆ่าทุนน้อย&amp;rdquo; นายพิธากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้ดีถึงข้อดี-ข้อเสียที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศ อย่าเพียงคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถเจรจาการค้ากับต่างประเทศมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี เพราะปัญหาของการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วจะรีบแก้ไขโดยการเข้าร่วม CPTPP แบบไม่ลืมหูลืมตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาวะวิกฤติต่อไปนี้ การเปลี่ยนแปลงและความผันผวนจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ประเทศไทยต้องการผู้บริหารประเทศที่ต้องคิดเป็น บริหารเป็น ไม่ใช่ต้องถูกด่า ต้องถูกตำหนิก่อนถึงจะคิดดำเนินการ ถ้าหากรัฐบาลยังบริหารประเทศแบบขับเคลื่อนโดยการโดนด่านี้ ประเทศไทยจะไม่สามารถฝ่าวิกฤตการณ์นี้ไปได้ และประชาชนจะยิ่งลำบากกันอย่างมาก&amp;quot; นายพิชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ FTA Watch เชิญประชาชน &amp;ldquo;ร่วมชุมนุมออนไลน์&amp;rdquo; โดยการถ่ายภาพตนเองพร้อมข้อความขึ้นหน้า wall ใส่แฮชแท็กข้อความต่อไปนี้ &amp;nbsp; #NoCPTPP #อย่าฉวยโอกาส #วิกฤติโควิดต้องคิดใหม่ #ไม่เอาCPTPPการค้าล้าหลัง #เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อไม่ใช่อาชญากรรม #ความมั่นคงทางอาหาร #ความมั่นคงทางยา #คือความมั่นคงของสังคม #CPTPP #MobFromHome นัดประชาชนทุกคนให้ร่วมแชร์ ส่งไปยังทุกช่องทางสื่อสาร ตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ เพื่อต่อต้านการกระทำของคณะรัฐมนตรีเตรียมลงมติเข้าร่วมเป็นภาคี CPTPP ตามข้อเสนอของนายสมคิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวระบุว่า นายจุรินทร์ให้ทีมงานประสานกับทีมงานนายสมคิดเพื่อถอนวาระ ครม. ซึ่งนายสมคิด สั่งบรรจุตั้งแต่ต้น หลังจากนายจุรินทร์รับรายงานจากหลายฝ่ายที่กังวลเกี่ยวกับ CPTPP ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายจุรินทร์เห็นว่ายังมีข้อกังวลบางประเด็นของ CPTPP อาทิ การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ การเปิดตลาดให้กับสินค้าใช้แล้วที่นำมาปรับปรุงสภาพเป็นของใหม่และการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐ และข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดโควิดในปัจจุบัน อาจจะไม่เหมาะสมกับเวลา แม้ว่าจะไม่ใช่การเข้าไปเป็นสมาชิกก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แม้ว่าจะอธิบายว่าไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกที่มีข้อผูกพัน แต่ภาคประชาสังคมก็ไม่เข้าใจ และโดยเฉพาะภาคประชาสังคมเห็นว่าการเข้าร่วม CPTPP อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกต่อ การผูกขาดเมล็ดพันธุ์และกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อนโยบายปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์กรณีการเสนอเรื่อง CPTPP สู่การพิจารณาของที่ประชม ครม.ในวันอังคารว่า การเสนอเป็นไปตามมติของ กนศ. ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2563 ซึ่งเมื่อปรากฏว่ายังมีความเห็นแย้งกันอยู่ในระหว่างฝ่ายต่างๆ กระทรวงพาณิชย์จึงได้ถอนเรื่องที่เสนอออกไปแล้ว ทั้งนี้ ตนจะไม่เสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมอีก ตราบใดที่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64453</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPTPP, ทำลายความมั่นคงด้านสาธารณสุขไทย, ธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6d83b5c123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
