<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียบขาด!ปปง.ยึดทรัพย์ 88 ล้าน &#039;อดีตบิ๊กพม.&#039; โกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์,ณรงค์ คงคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 61 - พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ(ปปง.) เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. ตรวจสอบ ธุรกรรมและทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)นั้น ได้ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกแล้วพบว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ 3 ราย ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะ การทำงานเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดทั่วทุกภาค และมี การจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหาร กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น และแปลงเงินไปเป็นทรัพย์สินในรูปแบบอื่นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ ซึ่งจากการสืบสวนข้อมูลทางการเงินและ ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องพบว่า มีการได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นจานวนมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่ เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายพุฒิพัฒน์ นายณรงค์ และนายธีรพงษ์ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลดังกล่าว ประมาณ 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งปปง. จะได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญา ความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว หากใครมีพฤติการณ์ในการรับหรือโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตก็อาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษ จำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง กล่าวโดยสรุปแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัด ทรัพย์สินแล้ว ตัวผู้กระทำความผิดเอง ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินี ที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทาความผิดทุกคนก็ยัง อาจต้องถูกลงโทษจาคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ณรงค์ คงคา, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, พม., พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208aac18baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ผุดหลักสูตรต้านโกง! ฮือฮาครอบคลุมตร.-ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.คลอด 5 หลักสูตรการศึกษาต้านโกง คลุมทหาร-ตำรวจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง ศธ.จัดเป็นวิชาเสริม มุ่งปลูกฝังตั้งแต่เด็ก โปรดเกล้าฯ 3 บิ๊ก พม.พันงาบเงินคนจนพ้นตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของรัฐสภาแห่งใหม่มีราคาแพงเกินไปว่า อย่าไปให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องไมค์หรือนาฬิกาเลย เพราะมีขั้นตอนอยู่แล้ว วันนี้ยังไม่มีใครผิดใครถูก เพราะเป็นการเสนอขึ้นมาตามหลักการเดิมที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยมีการออกแบบมาอย่างสวยหรู ซึ่งตนเองทำอะไรไม่ได้เพราะออกแบบไปแล้ว และเขาตั้งไว้ว่าจะต้องเป็นรัฐสภาที่สวยงาม ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ดังนั้นจึงอาจทำให้มีราคาแพงเพราะเป็นของดี แต่ต้องมาดูว่ามีความจำเป็นแค่ไหน อย่างไร รวมถึงเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะฉะนั้นระยะแรกควรจะเป็นแค่ไหน อย่างไร ในอนาคตจะสามารถพัฒนาต่อได้หรือไม่ จึงให้เขาไปทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็อย่าเพิ่งไปพูดจาให้ร้ายกันไปมาเลย มันเสียหาย คนทำงานก็จะหมดกำลังใจ ต้องดูว่าการออกแบบเป็นอย่างไร วันนี้แก้ไขอะไรยังไม่ได้เลย เพราะนักออกแบบ บรรดาสถาปนิก สถาปัตย์ต่างๆ เขาบอกว่าความมุ่งหมายเขาเป็นแบบนี้ และอนุมัติมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ควรดำเนินการไปอย่างนี้ แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมก็ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม นี่คือการแก้ปัญหาของผม อย่าเพิ่งไปพูดว่าใครผิดใครถูกเลย ถ้ามีการทุจริตเมื่อไหร่ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อนั้น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบหลักการเกี่ยวกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบผ่านสถาบันการศึกษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี 5 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายวิชาเพิ่มเติม การป้องกันการทุจริต 2.หลักสูตรอุดมศึกษา วัยใสใจสะอาด 3.หลักสูตรตามแนวทางรับราชการกลุ่มทหารและตำรวจ 4.หลักสูตรวิทยากรป.ป.ช.บุคลากรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ สร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ 5.หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต โดยแต่ละหลักสูตรประกอบด้วยเนื้อหา 4 ชุดวิชา คือ 1.การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3.Strong : จิตพอเพียงต้านทุจริต และ 4.พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ สั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า การทุจริตมีหลายรูปแบบ และไม่อยากให้มองว่าเรื่องการทุจริตเป็นเรื่องคอร์รัปชันอย่างเดียว เพราะแม้แต่เรื่องการขึ้นราคาสินค้า การแซงคิว หรือการขับรถไปแทรก ถือเป็นการทุจริตสิทธิ์คนอื่น นายกฯ ยังสั่งให้รายงานเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาดูรายละเอียดให้ครบทุกด้าน และจัดเวลาเป็นหน่วยกิตเสริม&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้พูดถึงหลักสูตรการต่อต้านการโกง ที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาฯ เน้นย้ำ สอนให้นักเรียนนักศึกษารู้ว่าการโกงไม่ใช่แค่เรื่องการทุจริตหรือคอร์รัปชันเท่านั้น และต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่งแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 107 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบข้อ 85 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 จำนวน 3 ราย ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวง 2.นายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวง 3.นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2561 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการทั้ง 3 รายดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2561 โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระราชโองการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการพลเรือน, ครม., ณรงค์ คงคำ, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, ป.ป.ช., พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b0421272e4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;3 บิ๊ก พม.&#039;พันโกงคนจนพ้นเก้าอี้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.2561 &amp;ndash; ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 &amp;nbsp;ตอนพิเศษ 115 &amp;nbsp;ง &amp;nbsp;เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่งแล้ว โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการไว้ก่อน จึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 107 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบข้อ 85 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 จำนวน 3 ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ตำแหน่งปลัดกระทรวง 2.นายณรงค์ คงคำ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3.นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว&amp;nbsp;บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการทั้ง 3 รายดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระราชโองการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ คงคำ, ธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวง, ผู้ตรวจราชการกระทรวง, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, รองปลัดกระทรวง, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abba64ed21c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
