<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ห่วง &#039;ประยุทธ์&#039; ตัดงบการศึกษาทำไทยล้าหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2564 น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กทม. ประธานอนุกรรมการนโยบายด้านสวัสดิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2565 มีวงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ถึง 1.85 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.66% ซึ่งแสดงความเสื่อมถอยของประเทศ โดยมีการตัดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการถึง 2.45 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 6.75% ซึ่งนับว่าถูกตัดงบสูงมาก ทั้งที่การศึกษาเป็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้เด็กไทยมีความเฉลียวฉลาดมากขึ้นเพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นได้ในอนาคต แต่พลเอกประยุทธ์ กลับตัดงบการศึกษาอย่างมาก ยิ่งตอกย้ำความไม่สามารถแยกแยะความสำคัญในเรื่องต่างๆได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำ อยู่อันดับท้ายๆ ของกลุ่มประเทศในอาเซียนมาตลอด ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยจัดอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยไทยตามหลังเวียดนาม ขณะที่ระดับอุดมศึกษาอยู่อันดับ 8 ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่าเราตามหลังกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก แต่พลเอกประยุทธ์ กลับไม่เคยแก้ไขแถมยังจะมาตัดงบประมาณอีก ซึ่งจะยิ่งทำให้คุณภาพของการศึกษาไทยตกต่ำลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจำกันได้สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้มีโครงการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนป. 1 ทุกคน ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อที่จะปรับปรุงและปฏิรูปการศึกษา อีกทั้งยังเตรียมพร้อมเด็กนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิตอล โดยพรรคเพื่อไทยได้มีวิสัยทัศน์ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วตอนร่วมกันคิดโครงการนี้ ว่าเศรษฐกิจดิจิตอลของโลก จะมีขนาดใหญ่โตมากขึ้นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจดิจิตอลได้ขยายตัวและโตอย่างมากตามที่พรรคเพื่อไทยคาดการณ์ไว้ คนที่รวยที่สุด และบริษัทที่รวยที่สุดในโลกต่างก็มาจากเศรษฐกิจดิจิตอลกันทั้งนั้น เช่น นายเจฟฟ์ เบโซส์ ของอเมซอน นายอีลอน มัสก์ของเทสลา นายมาร์ค ซัคเคอเบิร์ก ของ เฟซบุ๊ค นายแจ๊ก หม่า ของอาลีบาบา นายโพนี่ หม่า ของเทนเซ็นต์ เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีการปฏิวัติและไม่มีการยกเลิกโครงการดังกล่าว ป่านนี้การพัฒนาการศึกษาไทย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลของไทย คงไปได้ไกลกว่านี้มาก ประเทศไทยคงมีบริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นกันหลายบริษัทแล้ว แต่ตอนนี้กลับไม่มีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากเสนอให้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้ากับอนาคตของโลก และเข้ากับทิศทางการสร้างงานของโลก นักศึกษาจบมาจะต้องมีงานทำและต้องมีรายได้มากๆ เพื่อยกระดับคนชั้นกลาง อย่าให้เป็นเหมือนปัจจุบันที่นักศึกษาจบแล้วไม่มีงานทำ ตกงานกันเป็นแสนเป็นล้านคนแล้ว อีกทั้งรัฐบาลก็ต้องทำให้ประเทศมีอนาคตและน่าอยู่ ไม่ใช่สร้างความรู้สึกให้คนรุ่นใหม่อยากย้ายออกไปอยู่ต่างประเทศกัน เหมือนที่มี แฮชแท็ก #ย้ายประเทศกันเถอะ ที่มีคนเข้าร่วมกว่าล้านคนแล้ว ซึ่งถ้าหากคนเก่งคนฉลาดอยากไปอยู่ประเทศอื่นจริง จะทำให้เกิดสมองไหล ประเทศไทยจะพัฒนาต่อได้ยาก จึงอยากขอเตือนพลเอกประยุทธ์ ในเรื่องเหล่านี้ และอยากให้มีการพัฒนาระบบการศึกษาอย่างจริงจัง โดยพรรคเพื่อไทยได้มีแผนในการพัฒนาและการสร้างงานรองรับการศึกษาอย่างครบวงจรแล้ว โดยงบการศึกษาและการบริหารการศึกษาที่ผิดพลาดมาตลอดนี้ จะต้องถูกอภิปรายในญัตติงบประมาณปี 65 ที่เข้าสภาเร็วนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104647</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 65, ตัดงบการศึกษา, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b31734a910f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.อิ่ม โพสต์จดหมายคุณครู โวยรัฐบาลประยุทธ์ โยนภาระให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64 - นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หรือ &amp;quot;อิ่ม&amp;quot; ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย โพสต์จดหมาย และแชทข้อความไลน์ &amp;nbsp;พร้อมข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ @aim_theerarat ระบุว่า &amp;quot;จดหมายคือความในใจของคุณครู จากไลน์คือผู้ปกครองที่ต้องสนองนโยบายรัฐ #เรียนออนไลน์ รัฐบาลประยุทธ์ โยนภาระให้ประชาชน ไม่เคยจัดหาอุปกรณ์การเรียนรู้ออนไลน์ให้ แต่กลับชี้นิ้วสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องทำอย่างที่ตนต้องการ ผู้บริหารที่ดีต้องไม่ทำแบบนี้ #การศึกษาไทย ขอบคุณเจ้าของ จม.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe87ea6bb24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 สส.เพื่อไทย ลงพื้นที่ดูม็อบ 3 นิ้ว ยันชุมนุมโดยสงบ จนท.อย่าสลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 63 &amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. บริเวณธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ คณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกมธ.การปกครองสภาผู้แทนราษฎร นำโดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส. อุบลราชธานี เพื่อไทย ลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นการดำเนินงานในฐานะคณะทำงานติดตามการชุมนุม ซึ่งเท่าที่ดูรูปแบบการชุมนุมวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีท่าทีว่าผู้ชุมนุมจะมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ก็ขอให้เจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเหมือนการสลายการชุมนุมครั้งก่อนๆ.&lt;/p&gt;


	อดีตคนเดือนตุลา ชี้ชัด การปฏิรูปสถาบัน ไม่ใช่การยืนด่ากลางถนนด้วยถ้อยคำหยาบคาย
	ผมรับผิดชอบเอง &amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ลั่นนับตั้งแต่วันนี้จะไม่มีคำว่าแผ่ว ไม่มีคำว่าถอยอีกแล้ว
	&amp;#39;ครูใหญ่&amp;#39; แกนนำ 3 นิ้วโดนแล้ว!ตำรวจบุกรวบคาโรงแรม
	&amp;#39;อั๋ว จุฑาทิพย์&amp;#39; กร้าวโดน 112 แค่นี้หยุดพวกเราไม่ได้ ทุกอย่างพังทลายหมดแล้ว
	4 สส.ก้าวไกล ร่วมม็อบ 3 นิ้วหน้า SCB อ้างหัวหน้าสั่งให้มาสังเกตการณ์
	&amp;#39;เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; ไม่หวั่นมาตรา 112 บอกจะเดินสู่เส้นชัยอย่างสงบ งาม เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
	อย่าคิดว่าจะเอาอยู่ &amp;#39;อานนท์&amp;#39; โว 3 นิ้วจะไปม็อบหน้า สนง.ทรัพย์สินฯวันไหนก็ได้
	บิ๊กเบิ้ม! ส.ศิวรักษ์ ขึ้นเวทีม็อบ 3 นิ้ว ซัด &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ชั่วร้ายมาก
	&amp;#39;ไมค์&amp;#39; ปราศรัยลั่นคุกเมืองนอก อาหารดีกว่าคุกไทย ปลุกอย่าเข้าเซเว่น หากมีรัฐประหาร!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85056</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, ม็อบ25พฤศจิกายน, เพื่อไทย, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe5f4eae2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์:ได้ยินเสียงทุกอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตอบ &amp;quot;อานันท์&amp;quot; รับฟังข้อเสนอผู้ชุมนุมมาตลอด ย้ำต้องยึดกฎหมายและ รธน. ไม่มีใครอยากทำปฏิวัติ ลั่นเรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องสืบสาน รักษา และต่อยอด​ไม่ใช่ทำลายทุกอย่าง &amp;quot;องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่&amp;quot; เรียงหน้าโต้ &amp;quot;อานันท์&amp;quot; ชี้ข้อเสนอม็อบทะลุเพดาน นายกฯ ลาออกก็ไม่จบ เหน็บหวังตำแหน่งนายกฯ จะหล่นใส่เหมือนในอดีต &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฟันธงคำว่าสมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย ศึกษาแล้วไม่มีใครเอามาทำ เลขาฯ สถาบันพระปกเกล้าเรียกนักวิชาการถกออกแบบ กก.สมานฉันท์ยอมรับกดดันทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ด้วยความเคาพเป็นการส่วนตัว นายอานันท์เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ตนก็รับฟังข้อเสนอมาโดยตลอด ทั้งทางสื่อโซเชียลและจากคำพูดที่ออกมา ตนได้ยินทุกอย่าง ขอให้เข้าใจซึ่งกันและกันด้วย โดยการเปิดรัฐสภาประชุมสมัยวิสามัญที่ผ่านมา ตนก็รับฟังความคิดเห็นเรื่องความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่แล้ว ถือว่าจบ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็เป็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่ามีประเด็นไหนที่เป็นไปได้ และประเด็นไหนที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งต้องยึดหลักการกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้อยู่ถึงปัจจุบัน ส่วนวันหน้าจะแก้ไขอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสนอให้ทำการปฏิวัติแล้วตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปถามคนพูด เราไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้ ต้องระมัดระวังสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปเรื่อยๆ ตนไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิวัติหรือไม่มี เพียงแต่ไม่มีใครอยากทำ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีก็ตอบไปแล้วว่าไม่ทำปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติเป็นการซื้อเวลา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นี่คือกลไกของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เมื่อเราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องเคารพ ระบบรัฐสภา และคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ อยากให้ไปทบทวนตรงนี้ว่าควรเป็นอย่างไรต่อไป ยังมีอีก 2 พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้เข้าร่วม ตนถามว่าแล้วจะเข้าร่วมประชุมรัฐสภาทำไม ในเมื่อเป็น ส.ส.ที่เป็นผู้แทนสะท้อนความคิดเห็นจากประชาชนทุกคนและทุกฝ่าย ไม่ใช่นำความคิดเห็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเสนอกดดันและเร่งรัด ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง นี่หรือประชาธิปไตยไทย เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่ ตนคงพูดได้แค่นี้ ไม่มีความคิดเห็นใดเพิ่มเติม ต้องดูที่เจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน เวลา 16.00 น. ที่ถนนข้าวสาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;สวัสดีข้าวสาร&amp;rdquo; เพื่อเปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของรัฐบาล โดยทันทีที่​ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงได้เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีประชาชนบางส่วนให้กำลังใจ รวมถึงนายกฯ ได้ทักทายนักศึกษาที่มาเดินภายในงาน โดยได้เข้าไปสอบถามว่าเรียนที่ไหน พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;ช่วยๆ กันนะ&amp;quot; จากนั้นได้ ชมการแสดงดนตรีสดจากวงคันทรีที่ขอมอบบทเพลง &amp;quot;You are my &amp;nbsp;sunshine&amp;quot; ให้กับนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น​ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้มีหลายส่วนมาร่วมกัน ทั้งในส่วนของรัฐบาล พรรคการเมือง และตัวแทนหลายภาคส่วน ซึ่งทุกคนคือคนไทย มีอะไรดีๆ เรามาร่วมกันได้ จึงขอขอบคุณที่ร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิดนี้ ที่เราต้องมองหาศักยภาพมาขับเคลื่อนก่อน เหมือนถนนข้าวสาร รวมทั้งเรามีมาตรการผ่อนคลายเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้จะพูดอะไร มันตื้นตัน​ พอมาเจอสิ่งดีๆ ผมมีความสุข มีความสุขได้พบปะพวกเรา ได้ส่งรอยยิ้มให้กัน​ นี่คือประเทศไทย นี่คือศักยภาพของประเทศไทย มีรอยยิ้ม มีอาหารอร่อยและ ธรรมชาติที่สวยงาม เราอย่าทำลายสามสิ่งนี้ เราแตกแยกกันไม่ได้แตกต่างกันได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อย่าตัดทอนประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญเราต้องสร้างสตอรี เรื่องราว ซึ่งเรามีประวัติศาสตร์ โดยเอาสิ่งดีๆ ให้จดจำ เรามีประวัติศาสตร์เป็นเล่มๆ แต่ก็พยายามตัดทอนออกไป​ ผมว่ามันไม่ใช่ ต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไปในสิ่งที่ดีๆ ส่วนสิ่งที่ไม่ดีอย่าทำ เพื่อเดินหน้ากันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเกิดที่นี่และตายไปตามวัฏจักรชีวิต เกิดและตายกันแบบนี้ และมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งสถาบันไม่ใช่แค่วันนี้ แต่สถาบันมียาวนานจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น​ต้องสืบสาน รักษา และต่อยอด​ ไม่ใช่ทำลายทุกอย่าง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นภายหลังเปิดงานเสร็จ​ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ​ โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกนให้ &amp;quot;นายกฯ สู้ๆ&amp;quot; ตลอดเส้นทาง​ ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอบใจพร้อมชูนิ้วโป้งมือให้เป็นการขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน ให้รัฐบาลควรฟังเสียงกลุ่มผู้ชุมนุมน่าจะเป็นทางออกหนึ่งของประเทศในขณะนี้หรือไม่ ว่าก็ดีแล้ว ถ้าตั้ง กก.สมานฉันท์ทุกอย่างควรไปสู่ที่ตรงนั้น และสามารถรับเอาความคิดเห็นของใครต่อใครมา แล้วมาคิดดูว่าจะหาทางออกอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าเขายังไม่ปฏิเสธการเข้าร่วม เพราะเขาเองยังไม่เห็นรูปแบบว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ทุกคนยังไม่รู้ว่าหน้าตาของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นอย่างไร อย่าว่าแต่ฝ่ายค้านเลย ฝ่ายไหนก็ยังไม่เห็นรูปแบบ เพราะฉะนั้นคงจะลังเลอยู่ เท่าที่ฟังในการประชุมรัฐสภา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีความเห็นตรงกันให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูในเรื่องเหล่านี้ เอาปัญหาขึ้นมาพูด ทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้น เพียงแต่ว่าถ้าใช้เวลานานเกินไปมันก็ซื้อ ถ้าใช้เวลาไม่นานมันก็ไม่ได้ซื้อ แต่อย่าไปหวังว่าทุกอย่างจะจบที่คณะกรรมการชุดนี้แล้วเลิก แฮปปี้แล้ว มันคงไม่ใช่แบบนั้นแน่ การเสนอทางออกอาจจะเป็นหลายทางก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า นายกฯ มีความตั้งใจและจริงใจที่จะเดินหน้าแก้ไขบ้านเมืองให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น นายอานันท์เองก็เคยเป็นถึงอดีตนายกฯ มาก่อน ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีในการทำงานในตำแหน่งนายกฯ รวมถึงกฎกติกาของบ้านเมือง และที่ผ่านมานายกฯ รับฟังเสียงประชาชนทุกคน แต่เสียงของผู้ชุมนุมนั้นไม่เป็นไปตามกฎกติกา เพราะการที่นายกฯ จะลาออก นายอานันท์ช่วยบอกว่าจะให้ใครมาทำงานเสียสละทุ่มเทดังเช่น พล.อ.ประยุทธ์ หรือนายอานันท์อยากเข้ามาเป็นเองในรอบที่สองหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดนายอานันท์ถึงต้องออกมาพูดในลักษณะนี้ หรืออาจเป็นเพราะหวังว่าหากนายกฯ ลาออกจริง ตำแหน่งนายกฯ จะหล่นใส่ท่านอานันท์เหมือนในอดีต ท่านยังหลงใหลอยากกลับมาสู่อำนาจแบบเดิมเช่นนั้นหรือไม่&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินเสียงของผู้ชุมนุมและติดตามรับฟังมาโดยตลอด มีการถอยให้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกประเทศ หรือการสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จากข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ของผู้ชุมนุม จะพบว่ามีบางข้อเสนอที่ทะลุเพดาน โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ที่ไม่สามารถกระทำให้ได้ โดยเป้าหมายที่แท้จริงของผู้ชุมนุมไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่สูงกว่าเหนือกว่านายกฯ ดังนั้น การลาออกของนายกฯ จึงไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะการชุมนุมเรียกร้องจะยังคงมีต่อไป เพราะยังไม่สำเร็จตามเป้าหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านอานันท์เป็นอดีตนายกฯ น่าจะมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันได้ดีกว่านี้ และมาช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ ไม่ควรโยนปัญหาไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่กล่าวถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;อานันท์&amp;quot;ได้ยินเสียงม็อบด่าไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เห็นต่างจากท่านนายกฯ อานันท์ ท่านพูดอยู่บริบทเดียว นั่นคือเด็กมองว่านายกฯ เป็นตัวปัญหา เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เลยไม่มั่นใจว่าเสียงม็อบที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก ท่านได้ยิน แต่ท่านได้เห็นเสียงที่ม็อบพูดหรือกระทำเรื่องอื่นอีกหรือไม่ เช่น ท่านได้ยินเสียงม็อบด่าพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ ท่านเห็นม็อบล้อมรถขบวนเสด็จฯ ของพระราชินีและพระองค์ทีหรือไม่ ท่านเห็นม็อบชูนิ้วกลางใส่ขบวนเสด็จฯ หรือไม่ เห็นม็อบเชิญชวนไปคุกคามพระมหากษัตริย์ที่ธรรมศาสตร์หรือไม่ เห็นม็อบกุเรื่องใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัวที่สถานทูตเยอรมนีไหม เห็นม็อบโบกธงชาติอุยกูร์ ทิเบต ไต้หวัน และฮ่องกงไหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านคิดอย่างไรผมต้องขอโทษท่านด้วย และขออนุญาตเห็นต่างจากท่านครับ เพราะถ้าไม่นำเสนอ เกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีนำเรื่องที่ท่านพูดไปขยายผลเพื่อหวังผลประโยชน์ หลังจากนั้นก็จะรุกคืบเรื่องอื่นๆ จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยากแก่การควบคุม&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวปฏิวัติในช่วงนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดชัดเจนไปแล้วในช่วงระหว่างประชุมรัฐสภาสมัยประชุมวิสามัญที่ผ่านมา ในการสนับสนุนที่จะให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มาจากหลายฝ่ายทั้ง ส.ส., ส.ว., รัฐบาล, ฝ่ายค้าน และผู้ที่มีความคิดเห็นต่างกันจากหลายกลุ่มที่นำมาซึ่งการเจรจาหาทางออกของประเทศ มาสรุปกันว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไปทางไหน อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาสถาบันพระปกเกล้ามีส่วนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเคยมีข้อเสนอแนะที่ดีในเรื่องต่างๆ แต่ไม่ใช่แค่สถาบันพระปกเกล้าอย่างเดียว ยังมีอีกหลายองค์กรที่จะมาช่วยกันออกความคิดเห็น ขณะนี้มีทูตานุทูตและองค์กรระหว่างประเทศก็มีคำถามเข้ามาเช่นเดียวกัน ให้สนับสนุนให้มีการเจรจา นายกฯ เองต้องการให้เกิดบรรยากาศของการพูดคุยกัน ไม่อยากให้กลุ่มต่างๆ ที่มีความเห็นต่างกันมาเผชิญหน้ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝากสถาบันพระปกเกล้าให้เร่งพิจารณาหาข้อสรุปส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปให้ทันสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เร็วและแรงมากขึ้นทุกวัน ส่วนที่วิตกกังวลว่าเป็นการซื้อเวลานั้น ก็พอจะเข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เสนอโดยรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลมาซื้อเวลาแต่อย่างใด การมีเวทีให้พูดคุยกันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าไม่มี เชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ข้อเสนอของท่านอานันท์เป็นเรื่องที่ควรจะต้องรับฟังและนำไปไตร่ตรองให้ถ่องแท้ โบราณเคยกล่าวว่า จิ้งจกทักก็ยังต้องหยุด แต่นี้เป็นการเตือนสติในลักษณะการให้ข้อคิดที่สำคัญในยามบ้านเมืองมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ผู้ถูกเตือนก็พึงรับฟังเป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรปล่อยให้ลิ่วล้อหรือกองเชียร์ออกมาตอบโต้การแสดงความเห็นของนายอานันท์ ที่ไม่มีส่วนได้เสียทางการเมือง มีแต่เจตนาดีและความหวังดีต่อประเทศชาติเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงแนวทางการตั้ง กก.สมานฉันท์ว่า สนับสนุนและเห็นว่าเวทีของรัฐสภานั้นจะคลี่คลายปัญหาได้ แต่การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมนั้น อาจทำให้การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ทำได้ยากขึ้น คนที่จะเข้าร่วมต้องพิจารณาด้วยความอดทน มีเหตุผล และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก มากกว่ายึดความต้องการในทางการเมือง การพูดคุยที่จะเกิดขึ้น สนับสนุนให้ใช้การถ้อยทีถ้อยอาศัย และลดราวาศอกกัน ไม่ใช่คุยกันบนฐานข้อเรียกร้องของม็อบเยาวชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีกลุ่มม็อบออกมาชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่าโดนกดทับมานาน โดนอำนาจนิยมมานาน โดยเฉพาะน้องนิสิตนักศึกษาที่มองไม่เห็นอนาคตตัวเอง เขาคงออกมาสู้จนกว่าจะเห็นอนาคตตัวเอง &amp;nbsp;อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า ที่บอกว่าถอยกันคนละก้าว เพราะสถานการณ์ในขณะนี้เปรียบเหมือนกาต้มน้ำที่กำลังเดือด และไม่มีรูระบายให้อากาศมันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นคงไม่มีความจำเป็นที่จะให้ประเทศไทยจะต้องไปอยู่ในลักษณะนั้น ต้องถอยคนละก้าวกันจริงๆ
สมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า เป็นเพียงการยอมรับแบบเสียไม่ได้ ทั้งนี้ ประชาชนหวั่นใจว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดูเหมือนคณะกรรมการปรองดอง แห่งชาติหลายชุดที่มีการตั้งมาก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะใช้ชุดคณะกรรมการดังกล่าวซื้อเวลาและหวังหลอกประชาชนว่ารัฐบาลตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า บทเรียนตั้ง คกก.สมานฉันท์นั้น ตลอดเวลากว่า 10 ปีมานี้ คำว่าสมานฉันท์เป็นคำล้มละลาย คำว่าปรองดอง แปลความว่าเป็นเรื่องหลอกลวงกัน เพราะไม่เคยมีอยู่จริง ปัญหาของชาติที่ผ่านมา การตั้ง คกก.สมานฉันท์กี่ยุคสมัยนั้น ไม่เคยนำมาแก้ไขปัญหาชาติได้แม้แต่เพียงครั้งเดียว หากการตั้ง คกก.สมานฉันท์มีผลรูปธรรมแล้ว ประเทศนี้สมานฉันท์กันมานานแล้ว แต่ตลอดเวลาประเทศไทยกลับอยู่ในวังวน อยู่กับการตั้งกรรมการสมานฉันท์ เมื่อศึกษาครบถ้วนแล้วไม่มีใครเอามาทำแม้แต่รายเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า เชื่อว่าจะเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เพราะหากมีการประมวลข้อเสนอแนะจากพรรคฝ่ายค้านที่มีการนำเสนอในการอภิปรายในสภาจากการเปิดประชุมสมัยวิสามัญที่ผ่านมา เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อออกแบบโครงสร้างและรูปแบบวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ว่า สถาบันพระปกเกล้าในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับของประธานรัฐสภา มีหน้าที่หาคำตอบให้กับสภาเท่านั้น ไม่ได้เป็นฝ่ายดำเนินการเองทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างคิดค้นโครงสร้างที่เหมาะสม โดยเฉพาะโครงสร้างกรรมการปรองดองในอดีต และข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายหาทางออกร่วมกันของรัฐสภาเมื่อ 26-27 ต.ค.ที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะรวบรวมเสนอต่อประธานรัฐสภาอย่างเร็วสุด 2 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะเสนอให้เห็นว่าโครงสร้างแต่ละโครงสร้างมีข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง รวมถึงข้อห่วงใยของสถาบัน แต่ยอมรับว่ายังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการไปถึงจุดไหนอย่างไร ดังนั้นสถาบันออกแบบได้เพียงโครงสร้างและวิธีการทำงานในเชิงหลักการวิชาการเท่านั้น รวมถึงรวบรวมประสบการณ์จากต่างประเทศมานำเสนอด้วย ส่วนโครงสร้างกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบใดบ้าง เป็นเรื่องที่ประธานรัฐสภาต้องกลับไปหารือผู้เกี่ยวข้อง สถาบันพระปกเกล้ามีหน้าที่เสนอทางเลือกต่างๆ ให้เท่านั้น&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่นายชวนเสนอให้มีทุกฝ่ายเข้าร่วมเป็น กก.ปรองดอง นายวุฒิสารเห็นว่า โดยหลักการแล้วสถานการณ์ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้รับฟังกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เงื่อนไขสำคัญของการออกแบบโครงสร้างคือ ทำแล้วต้องให้มีความเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง สถาบันพระปกเกล้ามีความพยายาม ตั้งใจดำเนินการตามที่จะได้รับมอบหมายให้รอบคอบที่สุด ไม่ใช่หน่วยงานที่ไปซื้อเวลา ยอมรับว่ามีความกดดัน แต่คิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคมที่จะต้องทำให้เกิดอนาคตที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ ให้ความขัดแย้งถือเป็นเรื่องปกติ และทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทน สติ ระงับตัวเองไม่ให้สร้างความรุนแรง เพื่อปกป้องไม่ซ้ำรอยเหมือนในอดีต ยอมรับว่าคือการสร้างความมั่นใจกับทุกฝ่ายว่าจะให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไร. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82324</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พนิต วิกิตเศรษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, วุฒิสาร ตันไชย, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุชา บูรพชัยศรี, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c259ab118c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
