<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีวราห์&#039;สั่งสอบ จ่อยิงนักเรียนม.4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; เต้น สั่งตั้งกรรมการสอบคดี 3 คนร้ายยิง นร.ม.4 เสียชีวิตที่ตรัง พบพนักงานสอบสวนบกพร่องร้ายแรงที่ไม่ให้พยานชี้ตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน เปิดช่องให้มีการวิ่งเต้นล้มคดี และทำให้สำนวนอ่อนในชั้นศาล พ่อแม่ผู้ตายร้อง มีการติดสินบนพยานไม่ให้เบิกความ ระบุตำรวจชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองท้องถิ่นเข้าแทรกแซง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนนี้ นายอนันต์ บูรณ์ชะนะ และนางสอง บูรณ์ชะนะ บิดามารดาของนายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ที่ถูกคนร้าย 3 คน ยิงเสียชีวิต ที่ จ.ตรัง เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า และมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสองกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน คือนายธีรยุทธิ์ สมสู่ อายุ 51 ปี, นายปัญญา บุญคง อายุ 44 ปี และนายยงค์ บัวนุ้ย อายุ 50 ปี ใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะลูกชายของตนอย่างเหี้ยมโหด ทั้งที่ลูกชายไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกับกลุ่มคนร้ายมาก่อน โดยในวันเกิดเหตุลูกชายไปเอาเบ็ดตกปลาที่บ้านของนายรัชพล กลับจิตร หรือละ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นคู่กรณีกับกลุ่มคนร้าย และถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้ติดตามจับตัวคนร้ายได้ 2 คน คือนายปัญญา และนายยงค์ ส่วนนายธีรยุทธิ์ มือปืนที่ก่อเหตุยิงลูกชาย ยังอยู่ระหว่างหลบหนี แต่เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหามาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการแจ้งให้ทางครอบครัวทราบ จนกระทั่งคนร้ายทั้งสองได้ประกันตัวไป ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดตำรวจจึงไม่มีการชี้แจงขั้นตอนต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่พยายามประสานเพื่อจะจ่ายเงินค่าเสียหายและต้องการให้จบคดี แต่ตนไม่ต้องการเช่นนั้น เพราะเงินไม่สามารถซื้อชีวิตลูกของตนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรัชพลเปิดเผยว่า เช้าวันเกิดเหตุ ได้ขี่จักรยานยนต์กลับจากขายน้ำยาง จากนั้นได้พบนางพวง ภรรยาของนายธีรยุทธิ์ ขับขี่จักรยานยนต์ปาดกันไปมากว่า 3 รอบ กระทั่งตนสามารถขับแซงมาถึงบ้านได้ ด้วยความโมโหตนจึงไปตัดไฟฟ้า ซึ่งบ้านของนายธีรยุทธิ์ได้ต่อไฟฟ้าจากบ้านของพ่อตน จนทำให้เกิดความขัดแย้ง กระทั่งฝ่ายผู้ต้องหากล่าวว่า ให้กลับเข้าต่อไฟก่อนเที่ยง ไม่เช่นนั้นจะตายโหง อีกสักพัก เพื่อนของนายธีรยุทธิ์ก็มาข่มขู่อีกครั้ง จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. พี่สาวได้โทร.ตามให้ตนมาคุยเพื่อไกล่เกลี่ยให้จบ จากนั้นก็ได้ตกลงกันเสร็จสิ้น กระทั่งเวลา 23.00 น. ตนและผู้ตายได้ขี่จักรยานยนต์ แต่กลับถูกกลุ่มผู้ต้องหาดักยิงจนตนได้รับบาดเจ็บและนายธีรวัฒน์เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัชกลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พี่เขยของตนได้เข้าไปเพื่อจะช่วยเหลือ แต่ถูกยิงขู่จนไม่กล้าช่วย นอกจากนี้ลูกชายของนายธีรยุทธิ์ยังมาข่มขู่ลูกสาวของตนซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนเดียวกัน ทำให้ลูกสาวกลัวไม่กล้าไปโรงเรียน จนต้องย้ายโรงเรียน นอกจากนี้ ฝ่ายคู่กรณียังมีการส่งคนมาเจรจาเสนอเงิน 1 ล้านบาทเพื่อล้มคดี โดยไม่ไปเบิกความ หรือให้การเท็จต่อศาลว่าไม่เห็นหน้าคนร้ายเพราะมืด แต่ตนไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวผู้ตายกล่าวว่า มาร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมโอนสำนวนจาก สภ.หนองตรุด ไปให้กองปราบปรามรับผิดชอบ และตรวจสอบตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาแทรกแซงคดี นอกจากนี้ขอให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มกันพยานปากสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้เรียกพนักงานสืบสวนคดีเข้ามาให้ข้อมูลด้วย กล่าวว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน ตำรวจจับกุมแล้ว 2 คน ต่อมาได้รับการประกันตัว ส่วนอีกคนอยู่ระหว่างหลบหนี จึงสั่งการให้ติดตามตัวให้ได้ภายใน 15 วัน พร้อมสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนร้อยเวรที่ทำคดีและผู้เกี่ยวขัอง กรณีที่ไม่สอบสวนและให้พยานชี้ตัวคนร้ายก่อนส่งฟ้อง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรณีไม่รับคดียิงรถที่กำลังจะส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ทั้งที่ถือว่าเป็นอีกคดีหนึ่ง อันเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าและทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงให้จเรตำรวจตั้งแฟ้มสืบสวนว่ามีนายตำรวจหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ที่ไม่ให้พยานชี้ตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน อันเป็นการเปิดช่องให้มีการวิ่งเต้นล้มคดี และทำให้สำนวนคดีอ่อนในชั้นศาล&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ, สอง บูรณ์ชะนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ บูรณ์ชะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf90e28901b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
