<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีออกแบบ&#039;ผ้าบาติก&#039;ในมุมมองใหม่ใส่ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ้าบาติก หรือผ้าปาเต๊ะ มาจากภูมิปัญญาที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา นราธิวาส เป็นแหล่งผลิตผ้าบาติกแหล่งใหญ่ ด้วยกรรมวิธีการทำที่เรียกว่า &amp;quot;แฮนด์เมด&amp;quot; เริ่มจากการพิมพ์เทียนและย้อมผ้าออกมาเป็นผลงานสีสันสดใส ส่วนลวดลายก็เป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของ &amp;quot;คนเล&amp;quot; ที่อาศัยริมทะเล ทำอาชีพประมง ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินชายทะเลได้อย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยเทรนด์แฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้คน ทำให้ชาวบ้านที่ทำผ้าบาติกต้องปรับตัว มีการนำนักออกแบบหรือดีไซเนอร์เข้ามาช่วยพัฒนาลวดลายบนผ้าบาติกให้ร่วมสมัยมากขึ้น และมีหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาช่วยอีกแรง โดยจัดทำโครงการผ้าไทยร่วมสมัยพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และ 4 อำเภอของสงขลา (จะนะ, เทพา, นาทวี และสะบ้าย้อย) จนมีการพัฒนาผ้าบาติก และมีผลงานผ้าบาติกต่อเนื่องถึงปัจจุบันกว่า 200 ผลงาน ทั้งในส่วนของเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เท่านั้นไม่พอ วธ.ยังได้ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) จัดโครงการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกาย &amp;ldquo;ผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้&amp;rdquo; (Contemporary Southern Batik) ภายใต้แนวคิด Batik City เปิดเวทีให้กับนิสิตนักศึกษาได้มีโอกาสในการนำผ้าไทยมาใช้ในการออกแบบเครื่องแต่งกาย สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-22 มีนาคม 2564 ที่ www.ocsc.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี วธ. กล่าวว่า จากความสำเร็จของโครงการผ้าไทยร่วมสมัยชายแดนใต้ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง ที่มีองค์ความรู้และฝีมือศิลปวัฒนธรรมชุมชนในการสร้างสรรค์ผ้าบาติกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ ด้วยการนำดีไซเนอร์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนในการพัฒนาลวดลายผ้า และการนำนักออกแบบผลิตภัณฑ์ไปร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้า โดยสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและจัด Workshop ให้คนในพื้นที่ได้ลงมือผลิตชิ้นงานเองมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประกวดครั้งนี้เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้ภูมิปัญญายังคงดำรงอยู่ ในปีนี้จึงอยากที่จะขยายเวทีไปถึงนิสิตนักศึกษาที่เป็นคนรุ่นใหม่ในการนำเสนอไอเดียการดีไซน์ผ้าบาติก เพื่อตอบโจทย์การสวมใส่สำหรับคนหนุ่มสาวมากยิ่งขึ้น โดยมีแฟชั่นดีไซเนอร์ที่ลงไปพัฒนาลายผ้าร่วมกับชุมชน จะเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการตัดสิน อาทิ ศิริชัย ทหรานนท์, ธีระ ฉันทสวัสดิ์, เอก ทองประเสริฐ, หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล และบัญชา ชูดวง ก่อนที่ผลงานทั้งหมดจะได้รับการนำไปจัดแสดงนิทรรศการเพื่อแผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป&amp;rdquo; ปรเมศวร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี วธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านดีไซเนอร์ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ เจ้าของแบรนด์ T-ra บอกว่า จากการลงไปทำงานกับชาวบ้าน ถือว่าต้องใช้การเรียนรู้ทั้งตัวเราและชาวบ้าน ซึ่งการเข้าไปบอกให้เขาเปลี่ยนเลยอาจจะยาก ดังนั้นจะต้องให้เขาได้ลองทำ โดยตนก็ได้เพิ่มเทคนิคการบิดผ้าและย้อมสีลงไป มีการบอกเทรนด์สีที่กำลังนิยม ซึ่งก็ได้สีสันที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น และทำให้งานขายดีมากยิ่งขึ้น โดยที่วิธีการทำดั้งเดิมก็ยังคงอยู่ทั้งการเขียนสีหรือพิมพ์เทียน เพียงแต่เราเข้าไปเสริมหรือพัฒนาในส่วนของลวดลาย หรือสีให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่และใส่ได้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ในส่วนของการประกวดออกแบบผ้าติกจริงๆ นั้นไม่ได้ยาก แต่อยู่ที่ว่าเราจะแปรความสวยงามของผ้าให้ออกมาเป็นเสื้อผ้าได้อย่างไร เราต้องเน้นการใส่ใช้งานได้จริงๆ ไม่ใช่การออกแบบสวยแต่ไม่สามารถใส่ได้จริง ส่วนสีสันที่ฉูดฉาดก็ต้องลงตัวด้วยเช่นกัน และคณะกรรมการทุกคนก็จะดูดีเทลทั้งการตัดเย็บ ปัก ทอ ความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอมุมมองใหม่ๆ หรือการนำผ้าอื่นๆ มาผสมผสาน ก็ขอให้ผ้าบาติกยังคงเอกลักษณ์ไว้&amp;rdquo; เจ้าของแบรนด์ T-ra กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และ เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ชื่อดัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอก ทองประเสริฐ เจ้าของแบรนด์ Ek Thongprasert เสริมว่า ผ้าบาติกของทางภาคใต้นั้น แม้อาจจะไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเมื่อเทียบกับผ้าไหมจากภาคอีสาน แต่อย่างไรก็ดี ผ้าบาติกนั้นมีศักยภาพที่น่าจับตาในการพัฒนาเข้าสู่ตลาด ด้วยราคาและคุณลักษณะที่ร่วมสมัย และการดูแลที่ง่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน เพราะในส่วนของตนที่ได้ลงไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน ที่เน้นการใช้บล็อกซึ่งเป็นเทคนิคปาเต๊ะที่สืบทอดมาทางมาเลเซีย ทำให้ภาพลักษณ์ขยายวงกว้างในการสวมใส่มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ใส่ไปทะเล ทั้งนี้ แพตเทิร์นหรือลวดลายทั้งหมดนี้ที่ปรากฏอยู่บนผืนผ้า ก็มาจากลวดลายผ้าที่เขาใส่ในชีวิตประจำวัน เพียงแค่เราหยิบมาปรับลายและสีให้ร่วมสมัย ใส่ง่าย ซึ่งจริงๆ แล้วผ้าบาติกที่ภาคใต้จะเป็นผ้าคอตตอนส่วนใหญ่ ถ้ามีการผสมผ้าอื่นก็เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมและมุมมองใหม่ๆ ได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 7 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถส่งแฟ้มผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-22 มีนาคม 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2204-3753 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.ocsc.go.th.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ ฉันทสวัสดิ์, นสพ.ไทยโพสต์, สศร., เอก ทองประเสริฐ, แฟชั่นผ้าบาติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e27d5c51ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีไซเนอร์ชั้นนำสร้างมูลค่าผ้าบาติกแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 16 ม.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;สศร. &amp;nbsp;ร่วม กับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ดำเนินโครงการพัฒนาออกแบบลายผ้าร่วมสมัยไทยชายแดนใต้สู่สากล ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยเชิญนักออกแบบเครื่องแต่งกายชั้นนำของประเทศ ได้แก่ นายธีระ ฉันทสวัสดิ์ &amp;nbsp;และ นายเอก ทองประเสริฐ&amp;nbsp; ร่วมพัฒนาลวดลายผ้าบาติก ร่วมกับชุมชนชายแดนใต้ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาในการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตลอดจนแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้เป็นแกนหลักพัฒนาสร้างสรรค์ผ้าบาติก เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งนี้ เพื่อต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิต สร้างแรงบันดาลใจ และแนวคิดในการพัฒนาผืนผ้าชายแดนใต้มีความทันสมัยและน่าสนใจมาก ยิ่งขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส. สุวิมล วิมลกาญจนา ผอ.ศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สศร. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่แดนใต้ เก็บข้อมูลของชุมชนต่างๆ ก่อนการพัฒนา ประกอบด้วย ชุมชนใน จ.สงขลา ได้แก่ มีดีนาทับ นาหม่อมบาติก และจ.ยะลา ได้แก่ ศรียะลาบาติก และอาดือนันบาติก จ.ปัตตานี ได้แก่ บาติก เดอ นารา รายาบาติก และจ.นราธิวาส ได้แก่ ซาโลมา ปาเต๊ะ และบ้านบาโง พบว่า แต่ละชุมชน มีแนวคิดการผลิตตามวัฒนธรรมเดิมที่สืบทอดกันมา ไม่มีการคิดค้นลวดลายใหม่ &amp;nbsp;ทำให้ผ้ามีลวดลายคล้ายกัน และมีรูปแบบมีให้เลือกน้อย เห็นได้บ่อย คือ ลายรูปปลา &amp;nbsp;ลายดอกไม้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปะการัง หิน ทะเล และส่วนใหญ่มีสีฉูดฉาด ส่งผลให้การจำหน่ายอยู่ในวงแค[&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมีการลงไปช่วยพัฒนาผ้าบาติก โดยการใช้นวัตกรรมใหม่ด้วยผ้าแอนตี้แบคทีเรีย&amp;nbsp; ซึ่งมีคุณสมบัติ &amp;nbsp;ในการต้านแบคทีเรียและป้องกันรังสียูวี ระบายความร้อนได้ดี ไม่อับชื้น และไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และกำลังเป็นที่นิยมในท้องตลาด&amp;nbsp;รวมถึงให้ความรู้ในการสร้างไอเดียการคิดค้นลวดลาย การปรับลดโทนสีผ้า ผลของการดำเนินงานคือ &amp;nbsp;12 ชุมชน &amp;nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนมิติมุมมอง และ แนวคิดใหม่ในการ เปิดรับนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และลวดลายผ้า กล้าใช้วิธีการผลิตรูปแบบ &amp;nbsp;คิดแหวกออกจากกรอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จนได้รับเสียงตอบรับจากการเปิดตลาดผ้าแดนใต้ได้กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ออสเตรีย มาเลเซีย เป็นอย่างดี ทำให้ผ้ามีคุณค่าเพิ่มราคาได้สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการแดนใต้มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10-30% นอกจากนี้ ยังพบว่า ผลพลอยได้ที่มีค่าสำคัญยิ่งของโครงการนี้คือ ได้ช่วยเหลือคนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งบางคนเหลือตัวคนเดียว ได้ปรับสภาพจิตใจ จากผู้ซึมเศร้า หมดหวัง ให้กลับมามีกำลังใจ มีความสุข&amp;nbsp; เห็นคุณค่าของชีวิต&amp;nbsp; สร้างอาชีพ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สศร. กำลังประสานงาน กับ เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ชื่อดัง shopee thailand&amp;nbsp; เพื่อเปิดช่องทางนำสินค้าจากผ้าบาติกและผลิตภัณฑ์ชายแดนใต้ เข้ามาจำหน่าย ซึ่งขณะนี้ชาวต่างชาติ&amp;nbsp; ต่างให้ความสนใจจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งจะประสานกับ โรงพยาบาล ธัญญารักษณ์ จ. ปัตตานี ชวนผู้ประกอบการ ชุมชนชาวแดนใต้ร่วมผลิตหน้ากากผ้า ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โควิด -19 ด้วย &amp;quot; น.ส.สุวิมล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ ฉันทสวัสดิ์, พัฒนาผ้าบาติกชายแดนใต้, สศร., เอก ทองประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6effa803b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอลเลคชั่นจากเส้นใยธรรมชาติ  เพิ่มความนุ่มสบายคู่กับสดสวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกษาจนเข้าใจถึงความงามของสีและเส้นใยจากธรรมชาติ ก่อนใช้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นนานนับสิบปี ดึงจุดเด่นของธรรมชาติรอบตัว คือ ความเรียบง่าย มาเป็นแรงบันดาลใจใช้รังสรรค์งานในสไตล์ Minimal ผสานกับ Easy Casual แฝงด้วยกลิ่นอาย Modern Living จนกลายเป็น &amp;ldquo;DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018&amp;rdquo; คอลเลคชั่นเสื้อผ้าน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;DoiTung Lifestyle&amp;rdquo; ได้อย่างเรียบ เก๋ และน่ารัก โดย จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล และ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ สองดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย ตั้งใจทำร่วมกับดอยตุง เพื่อให้ผู้ชื่นชอบแฟชั่นได้สัมผัสกับความเบาสบายจากธรรมชาติและความงามของผ้าไทยได้ในทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคอลเลคชั่นนี้ &amp;ldquo;DoiTung Nature to Wear ได้รับการออกแบบให้เพิ่มคุณค่าในการสวมใส่ เพราะผ้าทอมือจากใยฝ้ายและลินิน รวมถึงผ้าทอมือใยกัญชงย้อมสีธรรมชาติดอยตุง ที่ทางจิรัฏฐ์และธีระนำมาใช้เป็นการคัดสีย้อมจากวัตถุดิบเหลือใช้และวัตถุดิบในพื้นที่ ได้แก่ เปลือกหัวหอม ถ่านแมคคาเดเมีย กากกาแฟ ชาน้ำมัน เพกา ครั่ง ไม้ฝาง คราม และหัวโป ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนใกล้ป่า ในพื้นที่ดอยตุง ยังเป็นการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นรวมถึงภูมิปัญญาไทย และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในแบบขยะเป็นศูนย์ หรือ Zero Waste ที่สำคัญลวดลายและรูปแบบที่ปรากฏบนเสื้อผ้า และ Accessory ในคอลเลคชั่น DoiTung Nature to Wear ยังเล่าขานเรื่องราวของชนเผ่าที่อยู่รอบพื้นที่ดอยตุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมสัมผัสแฟชั่นจากธรรมชาติผ่านมุมมองของจิรัฏฐ์และธีระ ในคอลเลคชั่น DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018 ได้แล้ววันนี้ ที่โซนไทย ไทย (Thai Thai) ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาชิดลม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2561 และที่ร้านดอยตุง ไลฟ์สไตล์ ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pg/DoiTungClub และ Line ID: @doitung_lifestyle.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9928</URL_LINK>
                <HASHTAG>DoiTung Lifestyle, DoiTung Nature to Wear, DoiTung Nature to Wear Spring/Summer 2018, Easy Casual, Minimal, Modern Living, คุณภาพชีวิต, จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล, ธีระ ฉันทสวัสดิ์, สตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06bfb446a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
