<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;สวนศบค. ตัวเลขติดเชื้อจริงยังร่วม 2 หมื่น หากรวม ATK เข้าไปด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ก.ย.64- รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Thira Woratanarat ถึง สถานการณ์ทั่วโลก 14 กันยายน 2564 ว่า สายๆ จะทะลุ 226 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 396,979 คน รวมแล้วตอนนี้ 225,991,319 คน ตายเพิ่มอีก 6,470 คน ยอดตายรวม 4,651,352 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา สหราชอาณาจักร ตุรกี อินเดีย และอิหร่าน &amp;nbsp; อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 78,028 คน รวม 42,059,244 คน ตายเพิ่ม 602 คน ยอดเสียชีวิตรวม 679,481 คน อัตราตาย 1.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 24,479 คน รวม 33,288,021 คน ตายเพิ่ม 468 คน ยอดเสียชีวิตรวม 443,375 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 6,645 คน รวม 21,006,424 คน ตายเพิ่ม 184 คน ยอดเสียชีวิตรวม 587,066 คน อัตราตาย 2.8%
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 30,825 คน ยอดรวม 7,256,559 คน ตายเพิ่ม 61 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,261 คน อัตราตาย 1.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 18,178 คน รวม 7,158,248 คน ตายเพิ่ม 719 ๆคน ยอดเสียชีวิตรวม 193,468 คน อัตราตาย 2.7%&amp;nbsp;
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 93.98 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และะเวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ของไทยเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนติดเชื้อใหม่ที่ทางการรายงานเมื่อวานนี้ 12,572 คนนั้น ยังคงสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากรวม ATK อีก 6,436 คน จะทำให้พุ่งไปเป็น 19,008 คน แซงมาเลเซียและรัสเซีย ขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลก
...กล่องทราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังคงเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจน จำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่เคยเน้นย้ำหลายครั้งว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อการระบาดนั้นมาจาก 2 เรื่องคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง การนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งปัจจัยนี้หากมีระบบการตรวจคัดกรองโรคและกักตัวอย่างเข้มข้นและตามหลักวิชาการแพทย์ ก็จะลดความเสี่ยงไปได้มาก เรื่องการได้รับหรือไม่ได้รับวัคซีนมานั้นไม่ค่อยเกิดประโยชน์ต่อการควบคุมการระบาดมากนัก เพราะฉีดมาก็ยังติดเชื้อแล้วนำพาเชื้อเข้ามาได้ หรือแม้แต่เข้ามาในพื้นที่แล้วมีพฤติกรรมเสี่ยงก็สามารถติดเชื้อแล้วแพร่ไปต่อคนอื่นได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสอง การเกิดกิจการ กิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่มากขึ้น จำนวนคนมากขึ้น พบปะติดต่อ ค้าขาย บริการ มากขึ้น ใกล้ชิดคลุกคลี ใช้เวลาร่วมกันนานขึ้น ปัจจัยนี้แหละคือปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เกิดการระบาดหนักขึ้น โดยทำให้การติดเชื้อที่มีแฝงอยู่ในพื้นที่ทวีความรุนแรงนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ จำเป็นต้องจัดการควบคุม โดยการลดการเคลื่อนไหวให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และปูพรมตรวจเพื่อแยกคนติดเชื้อแล้วนำเข้าสู่ระบบดูแลรักษา และแยกคนสัมผัสความเสี่ยงมาสังเกตอาการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ คงพอจะสรุปได้ว่า มีความจำเป็นที่จะต้องคุมและตัดวงจรการระบาด ขยายศักยภาพระบบการตรวจคัดกรองโรคให้ครอบคลุม เข้าถึงได้ง่าย และควรปรับนโยบายกล่องทราย ลดเป้าหมายเชิงจำนวนคนลง พร้อมทั้งปรับรูปแบบการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ กิจการ กิจกรรมต่างๆ ให้เน้นความปลอดภัย นอกจากนี้หน่วยงานในพื้นที่ควรจัดหาปัจจัยพื้นฐานที่ต้องใช้ป้องกันตัวในชีวิตประจำวันแจกจ่ายให้แก่ประชาชนอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ เช่น หน้ากากอนามัยพร้อมหน้ากากผ้า เจลแอลกอฮอล์/สเปรย์แอลกอฮอล์ ที่วัดอุณหภูมิ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน คงต้องป้องกันตัวกันเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b1aa39fb23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ ประเมินสัปดาห์หน้าไทยจะมีผู้ติดเชื้อโควิดสะสม ทะลุ  1 ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุข้อความว่า&amp;nbsp;
สถานการณ์ทั่วโลก 15 สิงหาคม 2564...
ทะลุ 207 ล้านไปแล้ว ส่วนไทยเรานั้นจำนวนติดเชื้อใหม่ก็ยังติดอันดับท็อปเทนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 563,363 คน รวมแล้วตอนนี้ 207,473,595 คน ตายเพิ่มอีก 8,598 คน ยอดตายรวม 4,366,048 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อินเดีย บราซิล อิหร่าน และสหราชอาณาจักร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 70,722 คน รวม 37,435,422 คน ตายเพิ่ม 257 คน ยอดเสียชีวิตรวม 637,438 คน อัตราตาย 1.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 36,127 คน รวม 32,191,954 คน ตายเพิ่ม 491 คน ยอดเสียชีวิตรวม 431,253 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 31,142 คน รวม 20,350,142 คน ตายเพิ่ม 919 คน ยอดเสียชีวิตรวม 568,833 คน อัตราตาย 2.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 22,144 คน รวม 6,579,212 คน ตายเพิ่ม 819 คน ยอดเสียชีวิตรวม 169,683 คน อัตราตาย 2.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 24,427 คน ยอดรวม 6,449,863 คน ตายเพิ่ม 51 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,612 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 86.26 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
อิสราเอลนั้นกำลังเผชิญการระบาดระลอก 4 ติดเพิ่มกว่า 5,000 คนต่อวัน สูงกว่าระลอกแรก 8 เท่า แต่จำนวนการเสียชีวิตพอๆ กับระลอกแรก น่าจะเป็นผลจากวัคซีนที่สามารถลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวียดนาม เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ไต้หวัน และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วิเคราะห์สถานการณ์ไทยเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าอีกราว 4-5 วัน จะมียอดติดเชื้อสะสมแซงอิสราเอลขึ้นเป็นอันดับที่ 34 ของโลก
และจะมียอดติดเชื้อเกิน 1,000,000 คนในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงหาคมปีนี้ ต่างจากสิงหาคมปีที่แล้วราวฟ้ากับเหว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงหาคมปี 2020 ไม่มีคนเสียชีวิตเพิ่มเลย ในขณะที่ปี 2021 เพียงครึ่งเดือน เสียชีวิตไปแล้วกว่าสองพันคน
เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากนโยบายและมาตรการในการจัดการควบคุมป้องกันโรคที่ต่างกัน และจากนโยบายและมาตรการจัดการเรื่องวัคซีน ที่ทำให้ต่างจากผลลัพธ์ที่เห็นในประเทศอื่นๆ ที่ควบคุมการระบาดได้ดีและใช้วัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงจำเป็นที่ประชาชนจะต้องเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะจากวงนโยบายและวงวิชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องความเจ็บป่วย ชีวิตที่สูญเสีย ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และต่อเศรษฐกิจและสังคมมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตบท้ายวันสุดสัปดาห์ด้วยการอัพเดตความรู้จากงานวิจัยที่น่าสนใจจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง &amp;quot;ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หากมีระดับเม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์น้อยกว่า 250 ตัวต่อซีซี อาจมีระดับภูมิคุ้มกันในน้ำเลือด (แอนติบอดี้) หลังฉีดวัคซีน mRNA เข็มแรกต่ำกว่าคนปกติได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Nault L และคณะได้ทำการศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี 106 คน เปรียบเทียบกับบุคลากรทางการแพทย์ 20 คนที่ไม่ได้ติดเชื้อ ที่มอนทรีอัล ประเทศแคนาดา โดยตรวจระดับแอนติบอดี้ตอนเริ่มต้น และหลังฉีดวัคซีนเข็มแรกไป 3-4 สัปดาห์ ทั้งนี้คนที่สูงอายุ จะมีแนวโน้มที่มีระดับแอนติบอดี้ต่ำลงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษานี้คงจำเป็นต้องมีการติดตามผลจากการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ว่าจะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มากขึ้นได้เพียงใด นานเท่าใด จะต้องมีเข็มกระตุ้นหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องไม่ประมาท โดยควรมีการป้องกันตัวหลังฉีดวัคซีนอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ล็อคดาวน์จิ๊บๆ แบบซ้ำๆ จะทำให้คนรู้สึกโดดเดี่ยวและขาดสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Yamamoto T และคณะ ศึกษาในประชากรที่ญี่ปุ่นจำนวน 7,893 คน ติดตามข้อมูลในเดือนพฤษภาคม 2020 และกุมภาพันธ์ 2021 พบว่าการล็อคดาวน์แบบอ่อนๆ แต่ทำซ้ำๆ ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาเรื่องความรู้สึกโดดเดี่ยว และขาดสังคมของประชากรมากขึ้น และพบว่าการล็อคดาวน์ส่งผลต่ออาการทางจิตเวช เช่น ซึมเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เสี่ยง อาทิ กลุ่มคนอายุ 18-49 ปี ประชากรเพศหญิง ประชากรที่ยากจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการศึกษาดังกล่าว มีประโยชน์สำหรับแต่ละประเทศรวมถึงไทยเรา ทำให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น หากตัดสินใจแบบเหนียมๆ เจ็บแต่ไม่มีทางจบ ยืดเยื้อเรื้อรังยาวนาน จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก ในขณะที่บางประเทศอย่างนิวซีแลนด์ จะตัดสินใจล็อคดาวน์อย่างจริงจังและรวดเร็ว ปูพรมตรวจ แยกกักตัวและนำเข้าสู่ระบบดูแลรักษา แต่จบได้ระยะสั้น จึงเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างจากที่เราเป็นอยู่
สาม &amp;quot;สายพันธุ์เดลต้าระบาดในเมือง Guangdong พบว่าแพร่เชื้อให้แก่กันในช่วงก่อนจะเกิดอาการถึง 73.9%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Kang M และคณะ จากจีน ศึกษาลักษณะการแพร่เชื้อติดเชื้อในผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 167 คน ระหว่างพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2021&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่ามีระยะเวลาฟักตัว (ช่วงเวลาที่ติดเชื้อจนถึงเริ่มมีอาการ) ประมาณ 5.8 วัน โดยเฉลี่ยแล้ว 73.9% (67.2-81.3%) ของผู้ติดเชื้อน่าจะเกิดจากการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อก่อนที่จะมีอาการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการศึกษานี้ตอกย้ำให้เราเห็นความสำคัญในการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการใส่หน้ากาก รักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ พบคนให้น้อยลงสั้นลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังใจ ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่าให้ติดเชื้อ หมั่นสังเกตอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัว หากมีอาการคล้ายหวัด ให้นึกถึงเรือ่งโควิด-19 เสมอ รีบแยกตัวออกจากคนในครอบครัว และหาทางตรวจคัดกรองโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก
ด้วยรักและห่วงใย
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113318</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thira Woratanarat, ธีระ วรธนารัตน์, ผู้ติดเชื้อ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606958568c035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ แนะรัฐปรับมาตรการคุมโควิดเข้มข้นขึ้น  กระตุ้นนโยบายรัดเข็มขัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า&amp;nbsp;
สถานการณ์ทั่วโลก 8 สิงหาคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายๆ จะทะลุ 203 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 562,041 คน รวมแล้วตอนนี้ 202,924,613 คน ตายเพิ่มอีก 8,551 คน ยอดตายรวม 4,298,292 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย และสหราชอาณาจักร
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 66,987 คน รวม 36,516,985 คน ตายเพิ่ม 319 คน ยอดเสียชีวิตรวม 632,986 คน อัตราตาย 1.7%&amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 39,070 คน รวม 31,933,553 คน ตายเพิ่ม 491 คน ยอดเสียชีวิตรวม 427,892 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 43,033 คน รวม 20,151,779 คน ตายเพิ่ม 945 คน ยอดเสียชีวิตรวม 562,752 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 22,320 คน รวม 6,424,884 คน ตายเพิ่ม 793 คน ยอดเสียชีวิตรวม 164,094 คน อัตราตาย 2.6%&amp;nbsp;
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 25,755 คน ยอดรวม 6,284,708 คน ตายเพิ่ม 32 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,190 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 82.85 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นระลอกห้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเพิ่มอีกถึง 15,645 คน สูงสุดเท่าที่เคยระบาดมา ยอดรวมทะลุล้านคนไปแล้ว
ฟิลิปปินส์ติดเชื้อทะลุกว่าหมื่นคนต่อวันไปแล้ว ส่วนเกาหลีใต้ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
กัมพูชา ลาว จีน และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนสิงคโปร์ และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับไทยเรา
เมื่อวานจำนวนติดเชื้อของเราสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก และมากเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชีย
จำนวนผู้เสียชีวิตเมื่อวาน 212 คน สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก และอันดับ 6 ของเอเชีย
ส่วนจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติตอนนี้ ไทยเรามีมากเป็นอันดับ 6 ของโลก อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเปรียบเทียบความเข้มข้นของมาตรการภาพรวมในการจัดการการระบาดของโควิด-19 แล้ว เราจะเห็นจาก Stringency index ในภาพจาก Ourworldindata ว่าขณะนี้ความเข้มข้นอยู่ในระดับพอๆ กับช่วงระลอกสองตอนปลายปีก่อนและต้นปีที่ผ่านมา และน้อยกว่าระลอกแรก ในขณะที่สถานการณ์ระบาดที่เผชิญอยู่ตอนนี้ ย่อมทราบกันเป็นอย่างดีว่าหนักหนาสาหัสเพียงใด&amp;nbsp;
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ผลลัพธ์ในการควบคุมโรคระบาดจึงออกมาดังที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยังดำเนินไปเช่นนี้ คงยากที่จะจัดการได้ และมีโอกาสยืดยาวไปเรื่อยๆ ประชาชนในประเทศจะยืนระยะไม่ไหว และจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมากมาย และจะเกิดความโกลาหลในสังคมได้ หากถึงจุดที่ทุกคนรับไม่ไหว ไม่ใช่แค่ระบบสาธารณสุข แต่จะกลายเป็นทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐจึงควรทบทวนนโยบายและมาตรการที่มีอยู่อย่างเร่งด่วน ยอมรับความจริงว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและวิชาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับเปลี่ยนนโยบายวัคซีนหลักของประเทศโดยมุ่งจัดหาและใช้วัคซีนประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับเปลี่ยนมาตรการ มุ่งเป้าตัดวงจรการระบาดระดับประเทศให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ Full national lockdown เป็นสิ่งจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรใช้เงินกู้ที่มีเพื่อประคับประคอง แต่ไม่ควรใช้เพื่อทุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจแบบครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรประกาศนโยบายรัดเข็มขัด ลดการนำเข้าสิ่งฟุ่มเฟือย และรณรงค์ใช้ทรัพยากรภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังกายกำลังใจปกป้องตนเองและครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; แนะแผนสยบโควิด! เร่งตัดวงจรระบาดโควิด ล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ 4 สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 31 กรกฎาคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายๆ จะทะลุ 198 ล้าน ติดเพิ่มกว่าหกแสนคนอย่างต่อเนื่อง ระดับใกล้เคียงกับช่วงต้นเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 629,008 คน รวมแล้วตอนนี้ 197,951,747 คน ตายเพิ่มอีก 9,138 คน ยอดตายรวม 4,223,147 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา สถานการณ์ไม่ดี มีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากจากสายพันธุ์เดลต้า จนต้องรณรงค์ให้มีการสวมหน้ากาก เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 90,400 คน รวม 35,677,736 คน ตายเพิ่ม 412 คน ยอดเสียชีวิตรวม 628,929 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อินเดีย ติดเพิ่ม 41,499 คน รวม 31,612,794 คน ตายเพิ่ม 598 คน ยอดเสียชีวิตรวม 423,842 คน อัตราตาย 1.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 40,904 คน รวม 19,880,273 คน ตายเพิ่ม 886 คน ยอดเสียชีวิตรวม 555,512 คน อัตราตาย 2.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,564 คน รวม 6,242,066 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 157,771 คน อัตราตาย 2.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 24,309 คน ยอดรวม 6,103,548 คน ตายเพิ่ม 60 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,824 คน อัตราตาย 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่าสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สูงถึงร้อยละ 82.5% ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นเร็วจนเกือบเท่ากับยุโรปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นนั้นทะลุหมื่นไปเรียบร้อยแล้ว (10,697 คน) ระลอกห้านี้หนักสุดเท่าที่เคยระบาดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักที่ติดกันหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วิเคราะห์สถานการณ์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรทำคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง &amp;quot;มุ่งตัดวงจรการระบาดอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว&amp;quot; เพราะหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ประชาชนจำนวนมากอาจยืนระยะในการดำรงชีวิตไม่ไหว ควรพิจารณาดำเนินการทำ Full national lockdown 4 สัปดาห์ พร้อมปูพรมตรวจ และเยียวยาช่วยเหลือ ประคับประคองเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิง แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;ใช้วัคซีนที่ได้รับบริจาคมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสากล&amp;quot; สิ่งที่ควรพิจารณาทำคือ การให้วัคซีน Pfizer 2 เข็มให้ครบโดส แก่บุคลากรด่านหน้าทุกคน และกลุ่มเสี่ยงตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่คนที่ได้ Astrazeneca มาแล้วเข็มแรก หากอายุน้อยกว่า 60 ปี ควรพิจารณาให้ Pfizer เป็นเข็มที่สอง แต่หากอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถให้ Astrazeneca เป็นเข็มที่สองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ควรพิจารณาทบทวนเรื่อง home isolation เนื่องจากพื้นที่ระบาดรุนแรงมีมาก และ demand &amp;gt; supply ทำให้บริการได้ไม่ทั่วถึง และอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อภายในที่อยู่อาศัยไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเตรียมความพร้อม และปรับ&amp;quot;วัดและโรงเรียน&amp;quot; ทั่วประเทศเป็นที่พักคอย สำหรับให้ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการมาอยู่ โดยขอความช่วยเหลือจากพระภิกษุและคุณครู มาเป็นผู้ช่วยกำกับดูแล ประสานงานในภาพรวมของแต่ละที่ โดยมีบุคลากรทางสาธารณสุขให้คำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ควรแนะนำให้กิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ขันน็อตเรื่องมาตรการความปลอดภัยให้เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากบทเรียนจากต่างประเทศในอดีตชี้ให้เห็นว่าหากระบาดหนักและยาวนาน อาจเกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เตรียมตัว เตรียมงาน เตรียมของที่จำเป็นเผื่อเวลาเจ็บป่วยไม่สบาย เตรียมสถานที่ภายในบ้าน และมีกำลังใจในการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มุ่งเป้าอย่าให้ตัวเองและครอบครัวติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครที่ยังต้องไปทำงาน อาจต้องช่วยกันทบทวนระบบงานกันอีกครั้ง ทำอย่างไรให้ใช้เวลาให้น้อยลงกว่าเดิม เจอคนน้อยกว่าเดิม มีคนในที่ทำงานแต่ละวันน้อยลงไปกว่าเดิม และคัดกรองตรวจสอบไถ่ถามเรื่องอาการไม่สบายและความเสี่ยงต่างๆ ให้เข้มข้นกว่าเดิม รวมถึงหากทำการตรวจคัดกรองโรคด้วยวิธีต่างๆ ที่เหมาะสมกับกิจการอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อในที่ทำงานไปได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นกำลังใจให้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c3f33e4785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ แนะปรับมาตรการคุมโควิดเข้มข้น ล็อกดาวน์สนิท 4 สัปดาห์ เร่งปูพรมตรวจ ไม่งั้นเอาไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;Thira Woratanarat&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้..
สถานการณ์ทั่วโลก 25 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุ 194 ล้านคนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 481,720 คน รวมแล้วตอนนี้ 194,362,296 คน ตายเพิ่มอีก 7,916 คน ยอดตายรวม 4,167,659 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อินโดนีเซีย อินเดีย บราซิล อเมริกา และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 35,519 คน รวม 35,182,105 คน ตายเพิ่ม 138 คน ยอดเสียชีวิตรวม 626,700 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 40,284 คน รวม 31,371,486 คน ตายเพิ่ม 542 คน ยอดเสียชีวิตรวม 420,585 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 38,091 คน รวม 19,670,534 คน ตายเพิ่ม 1,080 คน ยอดเสียชีวิตรวม 549,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,947 คน รวม 6,102,469 คน ตายเพิ่ม 799 คน ยอดเสียชีวิตรวม 153,095 คน อัตราตาย 2.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 25,624 คน ยอดรวม 5,978,695 คน ตายเพิ่ม 25 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,616 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางประเทศเริ่มเห็นกราฟการระบาดที่เซ็ตตัวเป็นขาขึ้นของการระบาดระลอกใหม่อย่างชัดเจน เช่น อิตาลี ล่าสุดติดเพิ่มกว่าห้าพันคน คาดว่าจะมีเวลาในการควบคุมจริงจังอีกราว 2-3 สัปดาห์ หากหยุดไม่ได้จะทวีความรุนแรงขึ้นเข้าสู่การระบาดเต็มตัว ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังเผชิญการระบาดที่หนักหน่วงมาก ล่าสุดติดเพิ่มถึง 9,256 คน เป็นขาขึ้นที่เร็วมาก จำนวนติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในเวลาเพียง 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วิเคราะห์สถานการณ์โลกจากข้อมูล Worldometer เช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 7% และมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จำนวนที่เพิ่มชัดเจนนั้นเกิดขึ้นในทวีปยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรา จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 33% และตายเพิ่มขึ้นถึง 26% โดยมียอดติดเชื้อเพิ่มรายสัปดาห์เป็นอันดับ 6 และยอดเสียชีวิตรายสัปดาห์เป็นอันดับ 7 ของเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่จำนวนการติดเชื้อเพิ่มของไทยเมื่อวานนี้ สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก และที่น่าวิตกมากคือ จำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติมากถึง 4,099 คน เป็นอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ตามหลังเพียงอินเดียและอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มาตรการที่เรามีตอนนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะกดการระบาดที่รุนแรงแบบที่เผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังจะเห็นได้จากจำนวนการติดเชื้อต่อวันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่เข้าสู่ระบบการดูแลรักษา ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่พักคอย รพ.สนาม หรือรพ.จริง ที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนที่หายป่วยราว 5-7 พันคนต่อวัน ซึ่งไม่มีทางที่จะจัดหาทรัพยากรสถานที่ คน เงิน ของ มาสนับสนุนได้ทันและเพียงพอ หากเป็นเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จำนวนจังหวัดที่มีเคสติดเชื้อใหม่ในแต่ละวัน เกิน 100 ราย มีถึง 38 จังหวัด และตั้งแต่ 51-100 ราย มีอีก 14 จังหวัด รวมแล้ว 52 จังหวัด นั่นคือมากถึง 67.5% หรือสองในสามของประเทศ
ดังนั้นโอกาสที่การระบาดจะแพร่กระจายทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ย่อมมีสูง มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ 13 จังหวัดจึงยากที่จะหยุดยั้งการระบาดของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่ควรเตรียมรับมือจากบทเรียนต่างประเทศที่เผชิญมาก่อนเราคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง การระบาดในโรงพยาบาลจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน รวมถึงผู้ป่วยและประชาชนที่มารับการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การระบาดในชุมชน และที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบทั้งบ้าน คอนโด หอพัก อพาร์ตเมนท์ แฟลต ฯลฯ จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องวนลูปไปเรื่อยๆ ทั้งในเมืองและชนบท ช้าเร็วขึ้นกับรูปแบบการใช้ชีวิตของประชากรในพื้นที่ ความเข้มข้นของมาตรการในการป้องกันของระดับบุคคลและชุมชน และศักยภาพในการปูพรมตรวจคัดกรองโรคว่าจะทำได้มากและทันต่อความเร็วในการแพร่ของเชื้อหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม จำนวนการเสียชีวิตจะเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ สี่ ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจจะมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องจำนวนคน/ครอบครัวที่ต้องพึ่งพิงและต้องการความช่วยเหลือในการดำรงชีวิตประจำวันจะมากขึ้น อาชญากรรม การทำร้ายตัวเอง/ฆ่าตัวตาย รวมถึงระบบการผลิตสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่อาจทำให้เกิดความขาดแคลนและมีอุปสรรคในการเข้าถึง หากการระบาดหนักและยาวนานโดยไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากเรียนให้ทางศบค.ทบทวนมาตรการโดยด่วน และวางแผนรับมือปัญหาที่อาจต้องเผชิญในอนาคตดังที่กล่าวมา เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันเวลาและมีประสิทธิภาพ
Full national lockdown 4 สัปดาห์ และปูพรมตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชะลอนโยบายเปิดเกาะ เปิดท่องเที่ยว เปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปลี่ยนนโยบายวัคซีน เร่งหา mRNA vaccines และ Protein subunit vaccine มาใช้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ&amp;nbsp;ยุติการฉีดไขว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างการรอจัดหาวัคซีนหลัก ควรพิจารณาใช้ Sinopharm สำหรับคนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และ Astrazeneca สำหรับคนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ Rapid antigen test ในยามระบาดรุนแรงแบบที่เราเจออยู่นี้ สิ่งที่ต้องระวังคือ &amp;quot;ผลลบปลอม&amp;quot; แปลว่าคนติดเชื้ออาจตรวจแล้วได้ผลลบ ดังนั้นจึงต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ในขณะที่ผลบวกปลอมนั้น โอกาสเกิดน้อยกว่า เพราะชุดตรวจที่ได้มาตรฐานมักมีความจำเพาะสูงพอๆ กับ RT-PCR แต่หากต้องแอดมิทเข้าในรพ. ก็ควรตรวจซ้ำด้วย RT-PCR&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ
อ้างอิง
1. Science. 07 May 2021:372(6542); 571-572.
2. CMAJ. March 29, 2021:193(13); E447.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111006</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมโควิด, ธีระ วรธนารัตน์, ปรับมาตรการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอธีระ&#039;หวั่นระบบการตรวจคัดกรองโรค&#039;Rapid antigen test&#039;อาจเกิดผลกระทบหลายเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
ทะลุ 193 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว ภาพรวมของโลกมีทั้งจำนวนติดเชื้อและจำนวนเสียชีวิตในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 537,918 คน รวมแล้วตอนนี้ 193,342,517 คน ตายเพิ่มอีก 8,451 คน ยอดตายรวม 4,150,472 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา บราซิล อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย
อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 54,344 คน รวม 35,204,382 คน ตายเพิ่ม 349 คน ยอดเสียชีวิตรวม 626,156 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 34,865 คน รวม 31,291,704 คน ตายเพิ่ม 481 คน ยอดเสียชีวิตรวม 419,502 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 49,603 คน รวม 19,524,092 คน ตายเพิ่มถึง 1,444 คน ยอดเสียชีวิตรวม 547,134 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 24,471 คน รวม 6,054,711 คน ตายเพิ่ม 796 คน ยอดเสียชีวิตรวม 151,501 คน อัตราตาย 2.5%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,909 คน ยอดรวม 5,933,510 คน ตายเพิ่ม 11 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,565 คน อัตราตาย 1.9%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
คาดว่าสเปนอาจแซงอิตาลีขึ้นมาเป็นอันดับ 10 ในอีกราว 2-3 วัน เนื่องจากช่วงนี้กลับมาติดเชื้อเพิ่มหลายหมื่นคนต่อวันอย่างต่อเนื่อง
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน อิรักกำลังเผชิญระลอกสามที่หนักกว่าเดิม ในขณะที่อิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...วิเคราะห์สถานการณ์โลก
จำนวนติดเชื้อต่อวันเมื่อวานนี้ มาจากทวีปเอเชีย 37.63%, ทวีปยุโรป 26.6%, ทวีปอเมริกาเหนือ 15.54%, ทวีปอเมริกาใต้ 14.9%, ที่เหลือมาจากทวีปแอฟริกาและโอเชียเนีย 5.29%
จะเห็นได้ว่าตอนนี้รุนแรงชัดเจนในเอเชียและยุโรป ส่วนอเมริกานั้นตอนนี้มีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็ว เพราะระบาดหนักในกลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มักอยู่แถบมลรัฐทางใต้ ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนเฉลี่ยต่ำกว่าพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับสถานการณ์ของไทย
ตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีจำนวนการติดเชื้อต่อวันของเมื่อวานสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย
หากพิจารณาสถานะปัจจุบัน จะพบว่า มาตรการล็อคเฉพาะกลุ่มจังหวัดนั้นมีโอกาสได้ผลน้อยสำหรับสถานการณ์ระบาดรุนแรง กระจายไปทั่วประเทศ ดังที่เห็นได้จากจำนวนจังหวัดสีแดง สีส้ม สีเหลือง ขยายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากที่ทบทวนบทเรียนของต่างประเทศที่ผ่านมา ยังไม่เห็นประเทศใดที่จะดำเนินมาตรการนี้แล้วจะเพียงพอในการจัดการการระบาดได้ มักต้องลงท้ายด้วยการทำ Full national lockdown ซึ่งหากทำในระยะที่ช้าเกินไป ก็จะต้องทำการล็อคยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ระบบการตรวจคัดกรองโรคของเราตอนนี้ ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะนำวิธี Rapid antigen test มาใช้ แต่แนวทางการปฏิบัตินั้นดูจะยังมีปัญหา และอาจก่อให้เกิดผลกระทบได้หลายเรื่อง เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง โอกาสเกิดผลลบปลอม เพราะความไวต่ำกว่าวิธีมาตรฐาน RT-PCR ซึ่งอาจทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่แต่ตรวจแล้วได้ผลลบเข้าใจผิดหรือปฏิบัติตัวโดยไม่ระวัง จนอาจแพร่ให้คนใกล้ชิดได้ จึงต้องระวังมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การออกแนวทางปฏิบัติล่าสุด ที่ให้คนตรวจ Rapid antigen test แล้วได้ผลบวก แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ให้กักตัวที่บ้านไปเลย โดยไม่ต้องไปตรวจด้วย RT-PCR ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การที่ตรวจเองแล้วได้ผลบวก จะทำการแจ้งเข้าสู่ระบบการนับจำนวนผู้ติดเชื้อเพื่อรายงานประจำวันของประเทศหรือไม่? ทำอย่างไรไม่ให้ตกหล่น? มิฉะนั้นจะเกิดปัญหา under report คือจำนวนติดเชื้อที่รายงานแบบทางการนั้นจะต่ำกว่าความเป็นจริง
ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า โอกาสเกิดผลบวกปลอมนั้นแม้เกิดได้ แต่น้อย เนื่องจากหากดูข้อมูลต่างประเทศ ชุดตรวจ Rapid antigen test ที่ได้มาตรฐานมักยังมีความจำเพาะสูงใกล้เคียงกับวิธี RT-PCR โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้อย่างถูกต้องและใช้ในยามที่มีการระบาดมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม จากข้อสองนั้น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกประการคือ หากไม่สามารถรวมเข้าสู่ระบบรายงานประจำวันได้ เคสติดเชื้อเหล่านั้น ซึ่งจะมีจำนวนไม่น้อยที่อาจเปลี่ยนเป็นมีอาการรุนแรง และก็จะจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาในที่สุด และจะมาโดยคาดการณ์จังหวะเวลาและจำนวนไม่ได้ เพราะไม่ทราบจำนวนตั้งต้น หากเป็นเช่นที่กล่าวมา นั่นหมายถึงแนวปฏิบัติที่แนะนำให้ทำนั้นเป็นเพียงกระบวนการที่เพิ่มขึ้นมา เผื่อหน่วงเวลาเข้าสู่ระบบ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบ ทั้งต่อผู้ติดเชื้อ ครอบครัว สังคม และบุคลากรทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุข
ความท้าทายจึงอยู่ที่ การหาทางทำให้เกิดความสะดวกในการรายงานผลการตรวจของประชาชนเข้าสู่จำนวนการติดเชื้อประจำวันที่รายงานให้ได้อย่างครบถ้วน โดยจะจำแนกตามวิธีการตรวจให้เห็นอย่างชัดเจน
สำหรับเรื่องระบบการดูแลรักษา ประเมินในแง่มุมใด ก็ยังพบว่าไม่มีทางที่จะสร้างเพิ่มเพื่อรองรับปริมาณการระบาดหนักขนาดนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่ศบค.ควรพิจารณาทำ ยังยืนยันเช่นเดิมคือ
1. ชะลอนโยบายเปิดเกาะ เปิดประเทศ
2. ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและวิชาการ
3. Full national lockdown 4 สัปดาห์ โดยต้องเตรียมระบบสนับสนุนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างรอบคอบ
4. ปูพรมตรวจ โดยจัดทั้งบริการตรวจที่รพ.อย่างเต็มศักยภาพ บริการจุดตรวจนอกสถานที่ บริการตรวจโดยรถเคลื่อนที่ บริการตรวจแบบ knock the door and do the test และการตรวจด้วย Rapid antigen test ด้วยตนเองโดยมีจุดแจกจ่ายชุดตรวจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมระบบรายงานผลหรือรวบรวมผลการตรวจไม่ให้ตกหล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝากความหวังไว้กับการฉีดวัคซีน เพื่อจะตัดวงจรการระบาดนั้น ไม่ใช่หนทางที่จะฝากความหวังไว้ได้ในระยะสั้น และมักต้องใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการมาตรฐานสากล จึงจะมีโอกาสสำเร็จ
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดวงจรการระบาดด้วยมาตรการทางสาธารณสุขที่ถูกต้องและต้องทำให้ทันเวลา
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ มุ่งเป้าอย่าให้เราติดเชื้อ
ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110787</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rapid Antigen Test, ธีระ วรธนารัตน์, มาตรการล็อกดาวน์, สถานการณ์ผู้ป่วยโควิดรายวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;แนะล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ หลังคนไทยติดเชื้อเพิ่ม 26% ตายเพิ่ม 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ถึงสถานการณ์ทั่วโลก 20 กรกฎาคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกามียอดสะสมทะลุ 35 ล้าน พรุ่งนี้รัสเซียจะเกิน 6 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 408,503 คน รวมแล้วตอนนี้ 191,678,045 คน ตายเพิ่มอีก 6,706 คน ยอดตายรวม 4,112,402 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย อินเดีย อิหร่าน และรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 19,016 คน รวม 35,009,500 คน ตายเพิ่ม 94 คน ยอดเสียชีวิตรวม 624,943 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 29,424 คน รวม 31,173,019 คน ตายเพิ่ม 372 คน ยอดเสียชีวิตรวม 414,513 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 15,271 คน รวม 19,391,845 คน ตายเพิ่มถึง 615 คน ยอดเสียชีวิตรวม 542,877 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 24,633 คน รวม 5,982,766 คน ตายเพิ่ม 719 คน ยอดเสียชีวิตรวม 149,138 คน อัตราตาย 2.5%&amp;nbsp;
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,151 คน ยอดรวม 5,871,881 คน ตายเพิ่ม 20 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,492 คน อัตราตาย 1.9%
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรมียอดติดเชื้อใหม่ต่อวันนั้นมากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง คงต้องจับตาดูว่าหลังจากปลดล็อคดาวน์ไปเมื่อวานนี้แล้วจะทำให้การระบาดหนักขึ้นหรือไม่ ตามหลักการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว คงมีโอกาสสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี สเปน เนเธอร์แลนด์ อิตาลี โปรตุเกส กรีซ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น เมียนมาร์ เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ในขณะที่อิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่น ทั้งนี้ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่ของอิหร่านสูงถึง 25,441 คน อยู่ในระดับใกล้เคียงกับยอดสูงสุดของระลอกสามที่ผ่านมาช่วงกลางเมษายนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชา สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ ติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์การระบาดของไทยตอนนี้ถือว่าหนักหน่วงมาก เพราะจำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวัน หากดูของเมื่อวานนี้ก็จะพบว่าสูงเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย และมีจำนวน active case มากเป็นอันดับ 6 แต่มีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงเป็นอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเหลียวมองเพื่อนบ้านรอบไทยเรา ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา สิงคโปร์ จะพบว่า แม้ประเทศต่างๆ จะระบาดมากเช่นกัน แต่ของเรานั้นหนักที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ไทยเรามีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มรายสัปดาห์ สูงขึ้น 26% และจำนวนการเสียชีวิตเพิ่มรายสัปดาห์สูงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานะเช่นนี้ มาตรการที่จะตัดวงจรการระบาดจึงจำเป็นอย่างยิ่งยวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องทำคือ การทำ Full national lockdown 4 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการปูพรมตรวจ โดยมีหลายวิธีการร่วมกันทั้งการตั้งจุดให้บริการตรวจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ บริการตรวจโดยรถเคลื่อนที่ และการ knock the door and do the test รวมถึงการประกาศชะลอการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ การวางระบบสนับสนุนการดำรงชีพ อาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ที่พักพิง การสื่อสาร และพลังงาน ให้พร้อมเพียงพอที่ทุกคนจะอยู่ได้ และทำการแจ้งระยะเวลาและความคืบหน้าให้กับประชาชนผ่านสื่อทุกช่องทางอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกใช้มาตรการจากเบาไปหนักนั้น โอกาสได้ผลน้อยมากสำหรับสถานการณ์ระบาดที่รุนแรงและกระจายไปทั่วทุกจังหวัดแบบที่เรากำลังเผชิญอยู่ และจะยิ่งทำให้ต่อความยาวสาวความยืด ทรัพยากรของทั้งประเทศและของแต่ละครอบครัวจะยิ่งลดน้อยถอยลง ส่งผลต่อความสามารถในการยืนระยะต่อสู้กับโรคระบาดเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากทำช้าเกินไป ประชาชนจำนวนมากจะไม่ไหว และจะไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการที่จะประกาศใช้ในอนาคตได้ จะมีโอกาสเกิดความโกลาหลขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากเรียนให้ทางรัฐบาลและศบค.ได้โปรดทบทวนมาตรการ และเร่งเตรียมการให้พร้อมเถิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอเน้นย้ำเรื่องใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า ใส่ให้ปิดจมูกและปิดปากเสมอ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c3f33e4785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
