<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวที&#039;ไทยไม่ทน&#039;แนะแนวทางเปิดประมูลดาวเทียมไทยคมให้โปร่งใสเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ย. 64 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเสวนา เรื่อง ทวงคืนสมบัติแผ่นดิน รัฐควรบริหารดาวเทียมไทยคมต่อไปอย่างไร? อภิปรายโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน , นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล&amp;nbsp; อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษาเศรษฐกิจไทยไม่ทน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนายเมธา มาสขาว&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ดำเนินรายการโดย นายณัทภัช อัคฮาด&amp;nbsp; คณะทำงาน ไทยไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เวทีวันนี้เพราะคิดว่าประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของประเทศต้องมีส่วนร่วมในการทวงคืนสมบัติชาติ และสมบัติของแผ่นดิน ต้องเอาทรัพย์สินกลับคืนมาที่ถูกฮุบไปโดยนักการเมืองและนายทุนก่อน หัวใจที่สำคัญในเรื่องของดาวเทียมคือมีความไม่ชอบมาพากลและความไม่โปร่งใสแอบแฝงหรือไม่&amp;nbsp; การที่ท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมอบดาวเทียมให้คืนมา ทำไม 7 ปีภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ถึงไม่ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp; เกิดจากการที่ท่านจงใจไม่เตรียมความพร้อม ในการรับผิดชอบนำดาวเทียมกลับคืนมาหรือท่านประมาท&amp;nbsp; เหตุใดรัฐบาลประยุทธ์จึงไม่จัดการกับคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้&amp;nbsp; และก่อนที่รัฐบาลจะรับมอบดาวเทียม 4 และ 6 ยังติดภารกิจเก็บเงินรัฐบาลอยู่ เนื่องจากดาวเทียมไทยคมวงที่ 4 ภายในประเทศแต่เป็นดาวเทียมดวงใหญ่แบบสุทธิ&amp;nbsp; และมีรายได้มากมายมหาศาลแต่ไม่ได้คืนให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าทีเรียกร้องสิทธิ์กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ท่านปฏิเสธบอกว่าถ้าไม่มีอำนาจอนุมัติในอวกาศ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการที่ทำอย่างต่อเนื่องและ มีการเปลี่ยนแปลง 2 ข้อคือการเพิ่มทุนซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ กับข้อเรียกร้องที่ควรจะต้อง นำกลับมาเป็นสมบัติชาตินี้ ต้องนำกลับมาให้ถูกต้อง การทำธุรกิจของบริษัท และการเอาผลประโยชน์สูงสุดต้องถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่านำสมบัติชาติไปใช้ประโยชน์แล้วไม่ทวงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมกล่าวหาต่อพลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องควบคุมกระทรวงดีอีเอส&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทำหน้าที่ของท่านหรือยัง อยากให้รัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ข้อมูลรายละเอียดตัวบันทึกนั้น ชัดเจนว่าทำให้ป้ายราคา 3 ป้ายที่อยู่กับดาวเทียมไทยคม 4 ถูกตัดทิ้งไป เพราะฉะนั้นเวลานี้ภาพชัดเจนว่า ถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครจะได้ประโยชน์นายทุนผู้ใดจะได้ประโยชน์&amp;nbsp; และกลายเป็นว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เป็นความผิด ก็จะหายไปด้วย ทั้งนี้ทราบว่า รมช.ศึกษาธิการและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทักท้วงคัดค้านในเรื่องนี้ หากจะเดินหน้าพิจารณาและลงมติเห็นชอบ&amp;nbsp; ก็จะขอถอนตัวออกจากวาระการพิจารณา จึงต้องยอมถอยออกมา​&amp;quot;นายอดุลย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำและกำหนดนโยบายคือให้ NT เลิกคิดที่จะทำตัวเป็นคนประกอบธุรกิจเอง แต่ควรจำกัดบทบาทตัวเองในฐานะผู้ถือทรัพย์สินและสิทธิ์ของรัฐเป็นหลัก&amp;nbsp; ซึ่ง NT ควรจะต้องดำเนินการ 2 ประการคือ เปิดห้องแล้วนำข้อมูลไปใส่ในห้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของดาวเทียม ในเชิงฮาร์ดแวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ในเชิงซอฟต์แวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบัญชีลูกค้าบริการธุรกิจ ที่มีอยู่ใส่เข้าไปในดาต้ารูม&amp;nbsp; จากนั้นเชิญชวนให้เอกชนรายใดที่สนใจ&amp;nbsp; เข้ามาเปิดดูข้อมูลในดาต้าโรม โดยคิดค่าทำเนียมระดับหนึ่ง เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเป็นคนที่มีความสนใจอย่างแท้จริง และเอกชนที่จะเข้ามาเปิดดูนั้นก็ควรที่จะเป็น เอกชนที่เป็นบริษัทของไทยหรือเอกชนต่างชาติ หรือจะเป็นจอยเวนเจอร์คือบริษัทร่วมทุนก็ได้ หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้มีการประมูลโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ที่ปรึกษาไทยไม่ทน กล่าวว่า&amp;nbsp; ธุรกิจนี้ควรแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่มีอยู่แล้วก็ให้เอกชนประมูล ว่าใครจะบริหารจัดการต่อไป โดยเสนอค่าจัดการให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ใครเสนอเปอร์เซ็นต์ต่ำสุด คนนั้นก็ได้ไป อีกส่วนหนึ่งจะเป็นธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อาจจะไม่มีแต่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาใหม่ ตรงนี้รัฐบาลก็กำหนดเป็นเงื่อนไขได้ว่า ออกมาเป็นลักษณะการได้ผลกำไร แล้วให้คะแนนเอกชนที่มาประมูล รายใดเสนอสัดส่วนให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูงที่สุด ลักษณะอย่างนี้จึงจะเป็นลักษณะของการบริหารจัดการที่ NTสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;แบบนี้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ส่วนกรณีไทยคมถ้าจะเข้ามาร่วมในการแข่งขันก็ทำได้&amp;nbsp; ที่ผมเสนอไปไทยคมก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่น เพราะมีข้อมูลและมีความรู้ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการได้เปรียบของไทยคมถูกต้องตามกฎหมายเป็นธรรม ลักษณะอย่างนี้การเปิดประมูลเพื่อที่จะให้รัฐกับเพื่อนบริษัทที่จะขับเคลื่อนบริหารในธุรกิจที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยจ่ายค่าทำเนียมต่ำสุด ขณะเดียวกันก็ให้บริษัทนั้น แบ่งผลกำไรให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูง วิธีนี้ได้ทำหนังสือเป็นจดหมายเปิดผนึกส่งไปให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว ให้ไปพิจารณาเพราะถ้าไม่เปิดให้มีการแข่งขัน แต่ท่านผูกตัวเองเข้าไปกับบริษัทไทยคม ชนิดแกะไม่ออก โดยไม่มีการแข่งกันอย่างนี้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายธีระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 52 คน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp; ว่า นพ.วรงค์คงไม่เข้าใจประเด็นนี้ ว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เข้าครอบครองใช้สิทธิ์ในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอเข้าที่ประชุม แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบโดยกำหนดว่า ให้กระทรวงไอซีที ไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของรัฐและที่สำคัญคือให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมออกจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อ มกราคม 2555 จึงไม่ทราบว่า มีการอนุมัติในเรื่องนี้หรือไม่ และดำเนินการที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยยึดหลักของประเทศชาติหรือไม่และมีการเดินการเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากบริษัทไทยคมอ้างว่าดาวเทียมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ แต่เป็นดาวเทียมที่ใช้สิทธิ์โดยใช้ใบอนุญาตแล้วแต่มีความเห็นว่าไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ด้านนายเมธา กล่าวว่า ปัญหาหลักปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องที่มีการพูดในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือการใช้ระบบคอร์รัปชัน ภายใต้การอบรมหลักสูตร ขององค์กรอิสระต่างๆที่เห็นกลุ่มนายทุนและนักการเมือง เข้าไปหาผลประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.)&amp;rdquo; ของศาลรัฐธณรมนูญ&amp;nbsp; ความจริงแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยมีหนังสือขอความร่วมมือ ไม่ให้องค์กรอิสระต่างๆจัดโครงการอบรมหลักสูตรเหล่านี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณของประชาชนโดยไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าในหลักสูตรเหล่านี้ มีทั้งอดีตนักการเมือง อดีตรัฐมนตรีรวมถึงนักธุรกิจการเมืองจำนวนมาก เข้าไปอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​เลขาครป.กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่ออบรมหลักสูตรเดียวกัน ต้องเกิดการเอื้ออาทรอาจจะเป็นข้อคอรหาที่เกิดขึ้น ในประเด็นเหล่านี้ เพราะอัยการสูงสุดและนักธุรกิจการเมืองคนสำคัญก็ยังเรียนหลักสูตรเดียวกัน ดังนั้นหลักสูตรเหล่านี้ควรยกเลิกได้แล้ว เพราะใช้งบประมาณของรัฐ ภาษีของประชาชนส่วนมาก แต่ไม่ได้อะไร&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งในหลักสูตรนั้นมีการใช้เงินของผู้เรียนกับผู้เรียนหลักสูตรเดียวกัน เป็นค่าเดินทางค่าเที่ยวค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้เกิดการทุจริตนโยบายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, ดาวเทียมไทยคม, ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614db6ca624b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สบน. &#039; โต้ &#039;ธีระชัย&#039; ยืนยันรัฐบาลกู้เงินภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;ตามที่คุณธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล ได้มีความสงสัยเกี่ยวกับการกู้เงินของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะและต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาล ผ่าน Facebook นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอชี้แจงว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือการระดมทุนหลัก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ให้เป็นแหล่งระดมทุนที่ยั่งยืน ควบคู่กับการกระจายการกู้เงินผ่านเครื่องมืออื่น ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน สัญญากู้ยืมเงิน พันธบัตรออมทรัพย์ และพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) เพื่อดูแลให้สภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้มีเพียงพอสำหรับการรองรับการกู้เงินจากทั้งภาครัฐและเอกชน และป้องกันไม่ให้ความต้องการกู้เงินที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการกู้เงินเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกตราสารหนี้ของรัฐบาลเป็นการดำเนินการภายใต้กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อ การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. 2550 โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลจะดำเนินการผ่านการประมูลตราสารหนี้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)โดยจะพิจารณาจากผู้ที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำที่สุดเป็นหลัก ซึ่งนักลงทุนที่เข้าร่วมการประมูล ได้แก่ ผู้ค้าหลักสำหรับธุรกรรมประเภทซื้อขายขาดของกระทรวงการคลัง(Primary Dealer) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกันชีวิต กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สำนักงานประกันสังคมสหกรณ์ ตลอดจนนักลงทุนต่างชาติ สำหรับการออกพันธบัตรออมทรัพย์จะดำเนินการผ่านการจำหน่ายโดยตรงให้กับนักลงทุนรายย่อย สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ นิติบุคคลอื่นที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร และประชาชนทั่วไปเพื่อส่งเสริมการออมของนักลงทุนรายย่อย และการออกตั๋วสัญญาใช้เงินและการทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์จะดำเนินการผ่านการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือวิธีการเสนอซื้อโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบริหารจัดการต้นทุนการกู้เงินสบน.ได้กำหนดกลยุทธ์การบริหารหนี้สาธารณะระยะปานกลาง (Medium Term Debt Strategy: MTDS) โดยครอบคลุมความเสี่ยง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอัตราแลกเปลี่ยน &amp;nbsp;ด้านอัตราดอกเบี้ย และด้านการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อบริหารต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลให้มีเสถียรภาพ มีความยืดหยุ่นตามภาวะตลาดการเงินที่ผันผวน ตลอดจนสามารถทำให้ Portfolio หนี้ของรัฐบาลไม่มีความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้และการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สบน. ได้ปรับกลยุทธ์การกู้เงินของรัฐบาลให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยนับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สบน. ได้เพิ่มสัดส่วนการออกตราสารหนี้ระยะสั้น ได้แก่ &amp;nbsp; ตั๋วเงินคลังอายุ 6 เดือน และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี ให้ความสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนและลดต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาล โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การระดมทุนของรัฐบาลกระจุกตัวอยู่ในพันธบัตรรัฐบาลเพียงเครื่องมือเดียวหรือกระจุกตัวในรุ่นอายุใดอายุหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้การระดมทุนของภาครัฐไปแย่งเงินลงทุนจากภาคเอกชน (Crowding-Out-Effect) และเสริมสร้างสภาพคล่องในตลาดการเงิน ดังนั้นภายหลังจากการดำเนินการตามกลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของหนี้รัฐบาลปรับลดลงจากร้อยละ 3.34 ในเดือนมกราคม 2562 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.46 ในเดือนพฤษภาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สบน.ขอย้ำว่า สบน. ได้วางแผนและดำเนินการกู้เงินโดยใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ความต้องการของนักลงทุน โดยคำนึงถึงต้นทุนที่เหมาะสมและความเสี่ยงที่ยอมรับได้เป็นสำคัญอีกทั้งได้วางแผนการบริหารจัดการหนี้สาธารณะในภาพรวม อาทิ การบริหารความเสี่ยง การปรับโครงสร้างหนี้ และการชำระหนี้ควบคู่กันไปด้วยดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สบน.ได้บริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสมและกรอบวินัยทางการคลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), รัฐบาลกู้เงินภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม, แพตริเซีย มงคลวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60868a6e810b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธีระชัยอึ้ง!รัฐบาลกล้าเดินหน้า&#039;เอราวัณ/บงกช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2562 - นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala ระบุว่า ไม่น่าเชื่อว่า รมว.พลังงานจะเดินหน้าเซ็นสัญญาเอราวัณ/บงกชในระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการณ์ ทั้งที่มีการละทิ้งสิทธิของรัฐในการร่วมลงทุน 25% อันทำให้รัฐเสียหาย และมีข้อผิดกฎหมายอื่นอีกหลายข้อ ซึ่ง คปพ.ได้มีหนังสือเตือนท่านนายกฯไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พลังงานคงต้องหวังว่า ลุงตู่จะกลับมากุมบังเหียนในรัฐบาลหน้า เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนั้น ดีลนี้จะต้องถูกตรวจสอบ และผู้ที่ดำเนินการใดที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ ก็ย่อมเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, รมว.พลังงาน, สัญญา, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เฟซบุ๊ก, เอราวัณ/บงกช, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c71ffe028029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิชัย” สวดรัฐบาล ไม่หนุนพลังงานทดแทน เอาแต่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิชัย&amp;rdquo; สวดรัฐบาล ไม่สนับสนุนพลังงานทดแทน แต่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน &amp;ldquo;ธีระชัย&amp;rdquo; แนะรัฐบาล 4 ข้อ แก้ปัญหาน้ำมันแพง &amp;ldquo;กรกสิวัฒน์&amp;rdquo; ชี้ ไทยจ่ายค่าแก๊สหุง ต้มเท่าราคานำเข้าจากซาอุฯ ทั้งที่ ผลิตในประเทศได้มากกว่า ร้อยละ 90&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดงานเสวนา เวทีตรวจสอบการประพฤติมิชอบ นโยบายรัฐเรื่องพลังงานน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ทุกภาคส่วน ในหัวข้อ &amp;ldquo;แก้ปัญหาพลังงานอย่างไรไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน&amp;rdquo; จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา 35 และเครือข่ายตรวจสอบ ภาคประชาชน โดยมีนาย ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง นายพิชัย นริพทพันธุ์ อดีต รมวพลังงาน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผอ.ศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร ม.รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า 4 ปี ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำอะไรบ้างเกี่ยวกับพลังงานแต่ สิ่งที่เห็น เช่น รัฐบาลนี้ออกนโยบายสนับสนุนไม่สนับสนุนพลังงานทดแทน แต่กลับจะเอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนกับกระแสโลกที่เขาไม่ใช้พลังงานถ่านหินกันแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่รัฐบาลจะดึงพลังงานของประเทศมาใช้ คุณจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชนได้ใช้พลังงานราคาถูกที่สุด ต้องมีประสิทธิภาพ และรัฐบาลไม่ขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชัย กล่าวว่า ตนขอแนะนำแนวทางการจัดการด้านพลังงานแก่รัฐบาล 4 ข้อ ได้แก่ 1.ถึงเวลาที่ท่านต้องกลับไปรื้อโครงสร้างธุรกิจน้ำมันใน 2 เรื่องได้แก่ 1.1 ราคาที่โรงกลั่นจะขายน้ำมันให้กับคนไทย โดยยึดเอาราคาส่งออกเป็นที่ตั้ง ซึ่งต้องแก้ไขอย่างด่วนที่สุด 1.2 ปัจจุบันมีบริษัทหนึ่งควบคุมการกลั่นน้ำมันถึงร้อยละ 70 ของกำลังการกลั่นทั้งหมดของประเทศ ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ค้าส่งน้ำมันอีกด้วย ซึ่งรัฐบาลต้องทำให้เกิดการแข่งขันเสรีอย่างแท้จริง 2.ขอให้ปรับเพดานราคาก๊าซหุงต้มกลับมาในอัตราที่พอเหมาะ 3.ทบทวนบทบาทกองทุนน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันกองทุนดังกล่าวเป็นม่านกำบังการขาดประสิทธิภาพ หรือ ตัวเลขกำไรที่สูงเกินเหตุ &amp;nbsp;4.ขณะนี้ได้มีการแปรรูป การปิโตรเลียมแห่งประเทศ (ปตท.)ไปแล้ว การที่จะนำกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีรัฐเป็นเจ้าของทั้งหมดคงเป็นไปได้ และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ควรต้องมีการตั้งคณะกรรมการ จากผู้เกี่ยวข้องในแต่ละกระทรวง เพื่อตรวจสอบว่า ปัจจุบัน บริษัท ปตท.ยังมีอภิสิทธิ์ หรือใช้สิธิอันเกิดจากอำนาจมหาชนของรัฐ อยู่ตรงไหน หรือไม่ อย่างไร เพื่อทำให้ ปตท.กลายเป็นบริษัทเอกชนอย่างแท้จริง พร้อมแข่งขันด้วยตัวเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า กรณีก๊าซหุงต้มนั้น อดีตที่ผ่านมาเมื่อน้ำมันขึ้นราคา ก๊าซหุ่งต้มไม่ขึ้นตาม ซึ่งแตกต่างกับปัจจุบันจนสร้างความเดือดร้อนไปทั่วอณูของสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งปัญหาที่ใหญ่ที่สุด และเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำ มาจากรัฐบาลนี้ โดยในวันที่ 15 ธ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ เข้าประชุมในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานแห่งชาติครั้งแรก ได้สั่งให้ยกเลิกราคากาซหุงต้มหน้าโรงกลั่น จากเดิมที่ 10 บาท ต่อ 1 ก.ก. ซึ่งเป็นราคาก่อนเสียภาษี ปัจจุบัน ราคาอยู่ที่ 17-20 บาท ต่อ 1 ก.ก. ทั้งที่แหล่งผลิตก๊าซหุงต้มในประเทศไทย ได้แก่ แหล่งเอราวัณ แหล่งบงกช แหล่งลานกระบือ ยังไม่หมดสัมปทานเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวต่อว่า ขณะที่สัดส่วนการผลิตก๊าซหุงต้ม จากโรงแยกก๊าซนั้น ประเทศไทยสามารถผลิต ได้ร้อยละ 60 ผลิตจากโรงกลั่นร้อยละ 35 และนำเข้าร้อยละ 5 แต่ปัจจุบัน กลับใช้ราคาก๊าซหุงต้มทั้งหมดเป็นราคาเดียวกัน นั่นคือราคานำเข้าจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่ก๊าซเหล่านี้ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทย จึงกลายเป็นคำถามว่า เราจะมีแหล่งผลิตก๊าซในประเทศทำไม ทั้งที่ประชาชนต้องจ่ายในราคานำเข้า เช่นเดียวกับโรงกลั่นก๊าซ สรุปคือ เราใช้ก๊าซหุงต้มเหมือนกับประเทศไทยไม่มีโรงกลั่น และไม่มีทรัพยากรเลย ขณะที่มติดังกล่าวเป็นเรื่องถูกกฎหมาย มีมติรับรองถูกต้องทุกประการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้เป็นเรื่องถุกกฎหมาย แต่ไม่มีความเป็นธรรม me.shประชาชนต้องเป็นคนจ่ายส่วนต่างนี้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ จีดีพี เพิ่มขึ้น แต่ผลที่ออกมากลับเป็นการรวยกระจุก-จนกระจาย ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ค่าการตลาดของก๊าซหุงต้ม ปกติจะอยู่ที่ 3 บาท ต่อกิโลกรัม ขณะที่ในเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการยังระบุที่ 3 บาท แต่เมื่อไปซื้อจริงปรากฎว่า ค่าการตลาดนั้นอยู่ที่ 7 บาท หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการ ปล่อยเสรีราคาที่ปลายทางใช่หรือไม่ แม้ที่ผ่านมาจะอ้างว่าการไม่แสดงราคาปลีกจะทำให้ผู้ประกอบการแข่งกันลดราคา แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน&amp;rdquo; ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายกฯประยุทธ์, พลังงานทดแทน, พิชัย นริพทพันธุ์, ราคาพลังงาน, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cefdc735a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
