<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อชาติกระทุ้งคสช.ยุติอำนาจ! ของขวัญวันแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ตั้งคำถามว่า เลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน ผลการเลือกตั้งไม่ทราบ เศรษฐกิจฐานรากมีแต่ทรุด ไม่ใช่เพียงเสียงประชาชนยืนยัน แต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกทรุด โตต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ ผลพวงส่งออกหดตัวคาดติดลบถึง -3.6 คาดว่าจะติดลบถึงไตรมาส 2 แบงก์ชาติเล็งรื้อประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ หนี้สินต่อครัวเรือนของแรงงานในระบบที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนจากผลการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่ผู้นำประเทศกำลังดีใจกับผลการจัดอันดับที่บอกว่าประเทศไทยความทุกข์น้อย เพราะวัดจากอัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานในระบบ ไม่ได้นับรวมแรงงานในภาคเกษตรอีก 10 ล้านคนที่ไม่เข้าระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เศรษฐกิจฐานรากไปไม่ได้จริงๆ ข้อมูลผลสำรวจล่าสุดเนื่องในวันแรงงานของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวข้อ สถานภาพแรงงานไทย : กรณีศึกษาผู้มีรายได้ ต่ำกว่า 15,000 บาท พบว่า ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 10,000-15,000 บาท ในจำนวนนี้ร้อยละ 86.2 ไม่มีเงินออม ทำให้แรงงานร้อยละ 95 มีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่อยู่อาศัย และยานพาหนะ โดยเฉลี่ยจำนวนหนี้สินต่อครัวเรือนประมาณ 158,000 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อน และในกลุ่มแรงงานภาคเกษตร 10 ล้านคน ก็ไม่แตกต่างจากแรงงานในระบบที่ไม่มีเงินออม อยู่ในภาวะหนักกว่าอีกเพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมา 5 ปี พูดง่ายๆ คือไม่มีรายได้มา 5 ปี เก็บของเก่ากินจนไม่มีจะให้กินแล้ว หนี้สินครัวเรือนเพิ่มในระดับไปต่อกันไม่ได้แล้ว คือไม่สามารถไปกู้ยืมใครได้แล้ว เพราะทุกคนไม่มีเสมอหน้ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใครที่สัญญาว่าจะมาคืนความสุข ขอเวลาอีกไม่นาน นี่ผ่านมา 5 ปี ประชาชนมีแต่ความทุกข์เข้าขั้นขาดแคลนไม่มีจะกิน ผมขอมาทวงสัญญาแทนประชาชนที่เป็นแรงงานภาคเกษตรที่ลงไปพบปะมา ว่า รัฐบาลทหารพอเสียทีเวลา 5 ปี ที่นั่งทับอำนาจมันนานเกินไป นานจนประชาชนหาความสุขไม่ได้แล้ว ทุกครัวเรือนจะอดตาย และความอดทนจะสิ้นสุดแล้ว ถ้า คสช. จริงใจอยากคืนความสุขให้ประชาชนจริงดังที่เคยสัญญาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ประกาศยุติความอยากมีอำนาจต่อเป็นของขวัญวันแรงงานให้พี่น้องร่วมชาติในวันแรงงานปีนี้เถอะ พี่น้องแรงงานทั้งในระบบและแรงงานภาคเกษตรกรรมจะได้มีความหวังกับอนาคตข้างหน้า มิใช่รอวันอดตายให้รัฐบาลทหารนั่งทับอำนาจไว้สนองความต้องการตนเอง&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ธีระพงษ์ เผ่ากา, ยุติอำนาจ, วันแรงงาน, เพื่อชาติ, เศรษฐกิจทรุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc936518905c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานถนัด!เพื่อชาติอัด&#039;บิ๊กตู่&#039;เล่นลิ้นกวนประสาทดูถูกประชาชน เห็นเป็นศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ถามว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ตอบผู้สื่อข่าวว่าค่าไฟแพงเพราะประเทศขาดรายได้ ถ้าคิดว่าค่าไฟแพงก็ไปจุดเทียนไขใช้แทนเอา เป็นคำตอบที่เหมาะสมกับภาวะผู้นำประเทศที่อาสาจะมารับใช้ประชาชนไหม การตอบแบบนี้คือการตอบแบบเล่นลิ้น ดูถูกดูแคลนผู้สื่อข่าวและประชาชน เห็นประชาชนที่เดือดร้อนเป็นศัตรู &amp;nbsp;การอยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็คืออยากมีอำนาจบริหารประเทศ ซึ่งต้องพร้อมและพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน เมื่อรู้ว่าประเทศไม่มีรายได้ต้องหาวิธีที่ทำให้เกิดรายได้ โดยไม่ใช่การมาขูดรีดจากประชาชนที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในสภาพรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นแทนที่จะตอบคำถามกรณีเพิ่มค่า FT ไฟฟ้าด้วยการเล่นลิ้นกวนประสาทและดูถูกประชาชน ควรจะตอบว่ากำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ประเทศมีรายได้ ด้วยการพยายามเสนอขายสินค้าเกษตรและบริการจากการท่องเที่ยวเพื่อให้ประเทศมีรายได้ขึ้น หรือว่าที่ไม่ได้ตอบเช่นนี้ เพราะรู้ศักยภาพตนเองว่าไม่สามารถหารายได้ด้วยวิธีการอื่นได้ นอกจากขูดรีดภาษีจากประชาชนที่แทบจะไม่มีรายได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, ธีระพงษ์ เผ่ากา, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองโฆษกพรรคเพือชาติ, เล่นลิ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c132a089ad4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวายุบพรรค!เพื่อชาติปัดพัลวัน&#039;จตุพร&#039;ครอบงำอ้างแค่รับจ้างหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.62 - นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ทำหน้าที่รับจ้างหาเสียงให้พรรคเพื่อชาติ ไม่ได้มากำกับหรือครอบงำพรรค ไม่เคยเข้าประชุมกรรมการบริหารพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ตนเป็นกรรมการบริหารพรรคยืนยันได้ ส่วนเรื่องการสรรหาผู้สมัครตามข่าว ทางหัวหน้าพรรคได้ชี้แจงไปแล้วว่าทางพรรคมีคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจัดผู้ลงสมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่านายจตุพรเป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียง ไม่เคยครอบงำหรือกำกับพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังแสดงตัวเป็นเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทยมากกว่านายจตุพรเสียอีก เห็นได้จากเมื่อ 2 วันนี้ ยังมาระดมให้ประชาชนช่วยบริจาคให้พรรค เพื่อให้พรรคอยู่ได้&amp;quot;นายธีระพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม ยื่นคำร้องขอให้กกต.พิจารณายุบพรรคพรรคเพื่อชาติฐานปล่อยให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่มีตำแหน่งใดๆในพรรคเพื่อชาติ เข้ามาครอบงำพรรคโดยการหาเสียงได้ระบุว่านโยบายต่างๆของพรรคมาจากนายจตุพรเพื่อทำให้คนที่รับฟังการหาเสียงของนายจตุพรเข้าใจว่าพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคของนายจตุพร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32562</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธีระพงษ์ เผ่ากา, พรรคเพื่อชาติ, ยุบพรรค, ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c7767441d76d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิชามารโค้งสุดท้าย ทบ.โต้เอกสารเก๊ช่วยพปชร./ธนาธรโวยคลิปปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยันเอกสารลับ ทภ.1 ปฏิบัติการไอโอช่วย พปชร.ของปลอม &amp;quot;โฆษก กห.-ทบ.ย้ำไม่ใช่เอกสารราชการ วอน ปชช.ใช้ดุลพินิจรับข้อมูล &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ไฟเขียวให้แจ้ง ปอท. เพจหนุน คสช.ชี้ความผิดปกติ 5 จุด &amp;quot;สมชัย&amp;quot; เตรียมร้อง กกต.ให้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; โต้คลิปเจรจากับ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เป็นเท็จ หลายพรรคแฉโค้งสุดท้ายซื้อเสียงหนัก ปชป.ปูดพัทลุงปูพรมซื้อหัวละ 500-1 พันบาท ทุ่ม 3 เขต 90ล้าน กกต.มติเอิกฉันท์ พปชร.เสนอชื่อ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เผย 3 พรรคใหญ่จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพจ CSI La ได้เผยแพร่เอกสารลับเพื่อขออนุมัติ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้หน่วยขึ้นตรงทั้งหมดทำ IO (ปฏิบัติการด้านข่าวสาร) สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า &amp;quot;เอกสารปลอม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารดังกล่าวระบุ การสรุปผลการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสารการเลือกตั้งปี 2562 ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส) กองทัพภาคที่ 1, 2, 3 และ 4 โดยให้สรุปผลการประเมินการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบที่มีพื้นที่ช่วงชิงระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เจ้ากรมข่าวทหารบกขอให้ฝ่าย กกล.รส.สนับสนุนการข่าวสารการปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอ และขอให้สนับสนุนการปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการกรมกิจการพลเรือนทหารบก ในการสร้างการรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ช่วงชิงเพื่อสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ หลังจากนั้นให้แต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบนำผลการปฏิบัติมาชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการหาเสียง การเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ มีทั้งข้อมูลที่เป็นเท็จ บิดเบือนไม่ใช่เป็นความจริง ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้ระบุแล้วว่าเป็นเอกสารปลอม ขอให้ประชาชนใช้ดุลพินิจในการรับทราบข้อมูล วันนี้มีความพยายามที่จะบิดเบือนให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และผู้ที่เผยแพร่ก็จะต้องได้รับผลของการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และก่อนหน้านี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการแจ้งความเอาผิดกับเพจดังกล่าวอยู่แล้ว จึงขอความร่วมมือให้เสนอข้อมูลความจริง สิ่งไหนที่เป็นการบิดเบือน อย่าดำเนินการอะไรเลย เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความแตกแยก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวเช่นกันว่า ไม่ใช่เอกสารจริงของทางราชการ เพราะมีหลายจุดในเอกสารไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนและรูปแบบข้อกำหนดของหนังสือราชการ ในระยะหลังมักพบว่ามีการเผยแพร่เอกสารที่มีลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่พบว่าต้องการให้มีผลกระทบเรื่องการเมือง หรือมีความพยายามที่จะลดระดับความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือองค์กร จนถึงขั้นมีการปลอมแปลงราชกิจจานุเบกษา ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร โดยปกติหากหน่วยงานความมั่นคงจะจัดการประชุมและประเมินสถานการณ์ต่างๆ นั้น ก็เพื่อดูแลความเรียบร้อยและภารกิจความมั่นคงเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้มอบหมายให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ฝ่ายกฎหมาย คสช. รับมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าว ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)&amp;nbsp;
จับผิดเอกสารปลอม 5 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจสนับสนุน คสช.ได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวและเปิดเผยว่า พบความผิดปกติ 5 จุด ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารราชการของกองทัพบก โดยมีการดัดแปลงบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด อาทิ จุดที่ 1 เอกสารดังกล่าวระบุว่าหนังสือราชการทำงานตั้งแต่ต.ค.-ก.พ. แต่เลขที่หนังสือเลขที่ 1 จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนปลอมแปลงคงไม่รู้เรื่องหนังสือราชการ, จุดที่ 2 รอยถ่ายเอกสารซ้ำตรงสี่เหลี่ยม &amp;ldquo;ที่รับหนังสือ&amp;rdquo; ซึ่งตามปกติการปั๊มรับหนังสือจะปั๊มไว้ที่ด้านหลังของหนังสือหน้าแรก, จุดที่ 3 ช่องที่รับหนังสือบนหน้าแรก, &amp;nbsp;จุดที่ 4 ถ้าเป็นข้าราชการทหารจะทราบว่าหนังสือฉบับเดียวกัน หน้าเดียวกัน ถ้าพิมพ์ยศชื่อ สกุล หรือตำแหน่งของหัวหน้าผิด เป็นเรื่องที่ผ่านยาก และจุดที่ 5 เอกสารดังกล่าวระบุประชุมวันที่ 18 ก.พ.62 เกี่ยวกับสรุปประเมินผลการเลือกตั้ง ทั้งที่ยังไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า 17 มี.ค.62 และวันเลือกตั้งจริง 24 มี.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่มีการบิดเบือนข้อมูลเพื่อพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง เรื่องนี้มีบก.ปอท.ดำเนินตรวจสอบอยู่แล้ว กลุ่มที่ออกมาป่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะเป็นผลเสียกับกลุ่มตนเอง &amp;nbsp;เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จ.สมุทรสาคร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เรื่องจริง ไม่จริง ไม่ทราบ แต่การที่มีเอกสารดังกล่าวเผยแพร่ผ่านทางสื่อต่างๆ คงไม่ควรจบเพียงแค่คำปฏิเสธง่ายๆ ของบิ๊กป้อมว่าเป็นของปลอมแล้วจบกัน กกต.ควรตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าว โดยใช้อำนาจเรียกบุคคลที่มีชื่อในเอกสารดังกล่าวมาให้ข้อเท็จจริง และเรียกตรวจสอบเอกสารรับส่งหนังสือของหน่วยราชการที่ระบุในเอกสารเพื่อให้เกิดความถูกต้องว่าไม่มีการใช้หน่วยราชการหรือทรัพย์สินของทางราชการเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค เพื่อให้ กกต.มีต้นเรื่องของการดำเนินการ ในวันที่ 21 มี.ค.2562 เวลา 14.30 น. ผมจะเอาเอกสารไปยื่นที่ สนง.กกต. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ถึงแม้ยังไม่มีคนร้องมา &amp;nbsp;เมื่อเอกสารปรากฏก็ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย เข้าใจว่าทางกองทัพบกก็คงตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่เช่นเดียวกัน ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตามมติ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ชี้แจงถึงกรณีที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เผยแพร่คลิปเสียงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. สนทนาร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งมีเนื้อหาในเชิงการต่อรองที่นั่ง ส.ส. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงการประเมินจำนวน ส.ส.ที่จะได้ว่ามาจากการหลอกลวงคนรุ่นใหม่ว่า ของปลอมแน่นอน ขอย้ำว่านายธนาธรไม่ได้พูดคุยกับนายทักษิณเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พ่อของนายธนาธรป่วย ซึ่งนายทักษิณได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย ส่วนจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ รอความชัดเจนและท่าทีของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวก่อน
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;โต้คลิปเจรจาทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายธนาธร ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เนชั่น ผ่านรายการเก็บตกจากเนชั่นภาคเที่ยงว่า ไม่ว่าตนหรือใครฟัง ดูจากคลิปแล้ว ก็น่าจะเห็นได้ว่าเป็นเท็จอยู่แล้ว ไม่คิดว่าสื่อมวลชนที่มีคุณภาพจะเอาคลิปแบบนี้มาออกรายการ แสดงให้เห็นว่ามาตรฐานจริยธรรมของเนชั่นตกต่ำลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในรายการได้สอบถามว่าส่วนตัวได้พูดคุยกับนายทักษิณหรือไม่ นายธนาธรบอกว่า &amp;quot;ผมได้พูดเรื่องนี้ออกอากาศไปหลายครั้งแล้ว และสื่อที่มีคุณภาพไม่ควรผลักภาระในการพิสูจน์ให้กับผู้กล่าวหา เหตุการณ์แบบนี้ควรออกมาขอโทษ ขอเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อผมและประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสารนี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกแถลงการณ์ว่า &amp;nbsp;รัฐบาล คสช.กำลังใช้อำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 ที่ให้อำนาจฝ่ายทหารเข้าตรวจค้นบ้านพัก คุกคามบุคคลโดยไม่ต้องมีหมายศาล เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งของฝ่ายตน เนื่องจากได้รับรายงานว่าช่วงเวลานี้มีการนำกำลังทหารเข้าตรวจค้นบ้านพักของสมาชิกสภาจังหวัด และหัวคะแนนของผู้สมัคร พท.ในบางจังหวัด เสมือนการจับกุมอาชญากร และมีการเตรียมการจะดำเนินการในเขตเป้าหมายอีกหลายพื้นที่ เป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองในการสืบทอดอำนาจ จึงขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต. ต้องให้ความสำคัญและแสดงท่าทีหยุดยั้งต่อปัญหานี้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ(พ.ช.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทุกวัน พบวิชามาร และการที่พรรคที่คุณรู้ว่าใครให้เจ้าหน้าที่รัฐเอาเปรียบทุกรูปแบบในพื้นที่ ยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย ราคาค่าตัวประชาชนขึ้นหลักพันไปถึงสองพันแล้วในบางพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพล อังกินันทน์ ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา (ชพท.) และโฆษกพรรค ชทพ. กล่าวว่า เรียกร้องให้ กกต.ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการทุจริตการเลือกตั้ง และการแข่งขันในพื้นที่เลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เนื่องจากในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ในหลายพื้นที่มีหัวคะแนนของบางพรรคการเมืองเข้าไปจดชื่อพร้อมแจกเงินให้กับประชาชน และบางพื้นที่พบการปราศรัย รวมถึงหาเสียงโดยมีเจตนาใส่ร้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองอื่น ตนเคยแจ้งไปยัง กกต.ประจำจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้นำหลักฐานและพยานแจ้งเรื่อง ซึ่งไม่มีประชาชนคนใดจะกล้าเป็นพยานเพื่อให้ กกต. ได้ตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตั้งแต่ผมลงเลือกตั้งมา ครั้งนี้ต้องแข่งกับการใช้อำนาจเงินและอำนาจรัฐมากที่สุด แต่สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าเราจะได้ความเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้ง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือความต้องการของประชาชน ความเสี่ยงสูงสุดคือการไม่ยอมรับผล ซึ่งตราบใดที่ทุกคนเคารพในผลการเลือกตั้ง เชื่อว่าประเทศจะไม่มีปัญหา เดินไปข้างหน้าได้&amp;nbsp;
แฉพัทลุงทุ่มซื้อเสียง 90 ล.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า ปชป.โพสต์เฟซบุ๊กว่า การซื้อเสียงได้ระบาดเต็มพื้นที่จังหวัดพัทลุงแล้ว จบข่าว&amp;rdquo; โดยนายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า พฤติกรรมการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโกงการเลือกตั้งทำกันแบบโจ๋งครึ่ม มีการปูพรมจ่ายเงินให้ชาวบ้านเต็มทุกพื้นที่ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งของ จ.พัทลุงแล้ว โดยการข่าวที่ได้แจ้งมาว่าจะมีการซื้อเสียงช่วงโค้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง พรรคดังกล่าวตั้งเป้าไว้เขตเลือกตั้งละ 30 ล้านบาท รวม 3 เขต สูงถึง 90 ล้านบาท ซึ่งก็จับตาดู กระทั่งเช้าวันที่ 20 มี.ค.ก็มีชาวบ้านแจ้งมาว่ามีการปูพรมจ่ายเงินแล้วหัวละ 500 บาท บางพื้นที่สูงถึงหัวละ 1,000 บาท โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของ ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องบางส่วนก็ใส่เกียร์ว่างเหมือนมองไม่เห็น และผมเคยเรียกร้องให้ กกต.กลางส่งคนลงมาหาข่าวทางลับในพื้นที่แล้ว วันนี้ทำได้เพียงร้องบอกต่อสังคมผ่านสื่อมวลชน คงร้องเรียน กกต.กลางไม่ทันการณ์ เพราะกว่าจะส่งคนลงมาก็ไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นประธานการประชุมสัมมนาบทบาทของข้าราชการตำรวจในการเลือกตั้งส.ส. โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง (ผอ.ศลต.ตร.) พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง รวม 255 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงกรณีที่ จ.สมุทรสาคร ที่มีแม่ค้ากาบัตรคนเดียว 17 ใบว่า สตช.ได้ดำเนินการไปส่วนหนึ่ง ส่วน กกต.ก็เข้าไปตรวจสอบด้วยว่ามีเจตนาอะไร น่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ และกรณีข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลฯ นั้น ก็ขอให้โพสต์ความจริง เมื่อมีคนแจ้งมา เราก็ส่งคนไปตรวจสอบ ส่วนข้อบกพร่อง น้อมรับความผิดและนำไปแก้ไข ในวันที่ 24 มี.ค.ที่จะถึงนี้ บัตรเลือกตั้งของเขตไหนก็อยู่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น จะไม่เหมือนวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ปชป.เปิดเผยว่ามีการซื้อสิทธิถึงหัวละ 1,000 บาท พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ฝากไปยังประชาชน การเลือกตั้งจริงๆ แล้วทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม หากมีข้อมูลเก็บหลักฐานไว้หรือนำมาร้องเรียนกับ กกต.หรือตำรวจ ทุกคนต้องช่วยกัน เราไม่อยากให้การทุจริตเลือกตั้งมาเป็นจุดตำหนิเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมาอีกแล้ว เราคงไม่ยอมให้ผู้สมัคร ส.ส.ที่ทำการทุจริตเข้าไปนั่งในสภาแน่นอน ทางเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ตำรวจทุกหน่วยเฝ้าระวังการซื้อสิทธิขายเสียง ใส่ร้ายผู้อื่น และแจ้งความเท็จจริง เนื่องจากเป็นคดีอาญาตำรวจยังไม่ได้รับแจ้งจาก กกต.ในเรื่องของการให้ดำเนินคดี กกต.ได้มีการขอเพิ่มกำลังตำรวจทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ จ.พัทลุง, จ.สตูล ที่เกิดเหตุระเบิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;เป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง พร้อมแนวร่วม ได้เดินทางมาพร้อมป้ายผ้า และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ โดยนายอนุรักษ์กล่าวว่า มายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อติดตามความคืบหน้าคำร้องยุบพรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้ยื่นคำร้องดังกล่าวผ่านมาแล้ว 15 วัน แต่ยังไม่ปรากฏว่า กกต.ได้พิจารณาคำร้อง ต่างกับการพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่มีผู้ยื่นให้ กกต. วันที่ 8 ก.พ. และ กกต.ก็เร่งพิจารณายุบพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่มสังคมประชาธิปไตยประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครและเพิกถอนตำแหน่งกรรมการบริหาร พปชร. ของนายอุตตม สาวนายน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เนื่องจากมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ โดยมีตำแหน่งเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังขอให้เพิกถอนพล.อ.ประยุทธ์จากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า ในการประชุม กกต. ได้พิจารณากรณีนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ขอให้ กกต.ทบทวนการประกาศรายชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร.ใหม่ พร้อมทั้งดำเนินการเพิกถอนชื่อบุคคลดังกล่าวนั้น กกต.มีมติเอกฉันท์ว่าการประกาศชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ได้รับเสนอการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย โดยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และ 89 รวมทั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 13 และ 14
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานข้างศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จ.สมุทรปราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ มาช่วยนายชัยวิทย์ พิศาลรวิพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่หาเสียง โดยนายจตุพรปราศรัยว่า เราจะเจอในสิ่งที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน เช่นว่าพรรคการเมืองอย่างน้อย 3 พรรค จะไม่มีบัญชีรายชื่อ หมายถึงพรรคการเมืองขนาดใหญ่ บุคคลสำคัญทางการเมืองที่มีชื่อทั้งหลายในระบบบัตรใบเดียวนี้ไม่มีโอกาสเข้าสภา และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าเลือกไม่เป็นจะแพ้อย่างราบคาบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญต่อประเทศมาก ขอให้ประชาชนคิดให้ดี อย่าปล่อยให้เครือข่ายทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดิน เครือข่ายที่มีแผนการที่จะนิรโทษกรรมคดีต่างๆ และพวกหมิ่นสถาบันเข้ามา เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะสร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างแน่นอน บ้านเมืองไม่สงบสุขแน่ ที่พูดไม่ใช่วาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีใครที่ประชาชนจะไว้ใจได้เท่า พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น 24 มี.ค. เข้าคูหากา พปชร.เท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31855</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ธีระพงษ์ เผ่ากา, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พ.อ.วินธัย สุวารี, พรรคเพื่อไทย, พรรณิการ์ วานิช, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c9255922c56b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดซื้อเสียงหัวละ500บ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายเพื่อแม้วเดินสายขย่ม พปชร.เอาเปรียบทุกวิธี &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; บี้ กกต.สอบคลิปเสียงแจกบัตรคนจนแลกคะแนนเสียง แฉบางพื้นที่ให้ 6 หมื่นใบถ้าได้เป็น ส.ส. เพื่อชาติปูดภาคเหนือตอนบนซื้อเสียงหัวละ 500 &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ปัดลอกนโยบายจำนำข้าว ยันทำแบบเกษตรยั่งยืนดูแลครบวงจร &amp;nbsp;&amp;quot;มาร์ค&amp;quot; เผยต้น มี.ค.แจงที่มางบทำนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขตหาเสียง โดยจุดแรกเดินทางไปนมัสการพระมงคลพัฒนพิธาน เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ที่วัดพิพัฒน์มงคล (พระทองคำ) &amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปที่วัดโบสถ์ ตำบลบางเมืองขลัง อำเภอสวรรคโลก และได้ร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่มีอายุเก่าแก่ และประพรมน้ำปรุงที่ประตูมงคล เชื่อว่าเมื่อขอพรแล้วจะประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ชาวบ้านอวยพรให้คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ขอให้ข้าวราคาสูงกว่าตันละหมื่นบาท อ้อยราคาสูงกว่าตันละพันบาท ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ตอบกลับว่าจะต้องทำให้พรรคเพื่อไทยชนะทุกเขตของสุโขทัย เพื่อมีคะแนนสู้กับ 250 ส.ว.ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งขึ้น หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีตนจะกลับมาที่วัดนี้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางไปสักการะศาลแม่ย่าภายในเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี และถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย ก่อนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงเย็นร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงว่า พรรคเพื่อไทยเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในภาคการเกษตร โดยเฉพาะที่สุโขทัยซึ่งปลูกข้าวและยาสูบ โดยที่ผ่านมารัฐบาลปรับลดการรับซื้อใบยาสูบลง 48% แต่ไม่มีมาตรการรองรับทำให้ผลกระทบตกอยู่ที่เกษตรกร จึงอยากให้ทบทวนนโยบายยาสูบโดยเฉพาะการนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้าวพรรคมีนโยบายที่เตรียมไว้แล้ว หลังจากนี้จะมีการแถลงเปิดตัวนโยบายภาคการเกษตร &amp;nbsp;แต่เบื้องต้นจะทำให้ภาคการเกษตรของไทยมุ่งสู่การเป็นอาหารสุขภาพให้คนทั้งโลก มีกองทุนปรับหน้าดินมุ่งสู่ออร์แกนิกอินทรีย์ จะพักชำระหนี้ 3 ปีเพื่อให้เกษตรกรตั้งตัวได้ มีนโยบายผลักดันราคาสินค้าการเกษตร โดยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายตันหรือเกวียนละ 5,000 บาท ไม่เกิน 15 เกวียน จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ 75,000 บาทต่อราย และหากเป็นเกษตรกรรายเล็กมีผลผลิตไม่เกิน 7 เกวียน จะได้เงินช่วยเหลือ 36,000 บาท ยืนยันว่าจะผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้ขึ้นอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 6 &amp;nbsp;เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงการเผยแพร่ข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย โดยเป็นคลิปเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ให้เลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองหนึ่ง หากต้องการให้คงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า &amp;nbsp;พรรคได้รับการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาต่อเนื่อง และเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่รับทราบการกระทำในลักษณะนี้ แต่เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐก็รับทราบเช่นกัน ว่ามีพฤติกรรมของ ส.ส.จากพรรคการเมืองหนึ่งนำนโยบายของรัฐบาลมาใช้หาเสียง&amp;nbsp;
บัตรคนจน 6 หมื่นใบแลก ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางพื้นที่มีการเรียกให้ผลประโยชน์โควตาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 60,000 ใบหากได้รับเลือกเป็น ส.ส. จึงอยากฝากไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อมีคลิปเสียงที่ชัดเจนก็ควรที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความหวังของประชาชนที่อยากเห็นโอกาสของประเทศเดินไปข้างหน้า&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวและว่า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐสามารถประชาสัมพันธ์โครงการของรัฐบาลได้ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ หรือนำงบประมาณของรัฐมาใช้ในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นการซื้อเสียงผ่านโครงการของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังกล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองโจมตีว่า หากเลือกพรรคเพื่อไทยจะกลับไปสู่ความขัดแย้งและเป็นเผด็จการรัฐสภาว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบ ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งพรรคเคารพในหลักการประชาธิปไตย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา อย่างไรก็ตามบางพรรคอาจไม่มีนโยบายอะไรขายให้ประชาชนทั้งที่บริหารประเทศมานาน จึงปลุกผีเรื่องความขัดแย้ง ซึ่งเมื่อยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทยไม่สนใจไม่เล่นเกมนี้ด้วย เรามุ่งเสนอแต่นโยบาย เพราะเราเห็นว่าควรที่จะยุติความขัดแย้งได้แล้ว ซึ่งคนที่พูดเรื่องนี้ปากก็บอกว่าอยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ แต่คำพูดกับการกระทำกลับตรงกันข้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดป่าวีรพล อ.เต่างอย จ.สกลนคร นายอารี ไกรนรา, นายวิโชติ วัณโณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และกรรมการบริหารพรรค พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ นำคณะลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงช่วยผู้สมัครเขต 2 นายเฉลิมชัย อุฬารกุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจตุพรกล่าวว่า วันนี้ต้องเจอกับคู่แข่งที่เอาเปรียบทุกอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังอยู่ในตำแหน่งและสามารถใช้มาตรา 44 ได้จนกระทั่งได้รัฐบาลใหม่ ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ยากลำบาก จึงอยากจะบอกกับพี่น้องชาวเต่างอย ให้เลือกพรรคเพื่อชาติ เพื่อไม่ให้พรรคพลังประชารัฐเดินไปถึง 126 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยังกล่าวถึงวิธีที่จะเอาชนะการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการเอาเปรียบว่า ให้ดูประเทศเมียนมาเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ก่อนทหารจะคืนประชาธิปไตยได้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ออกแบบเอาเปรียบไว้แล้ว โดยจำนวน ส.ส. 100% นั้นจะมาโดยตำแหน่งของทหาร 25% รวมถึงออกแบบป้องกันนางอองซาน ซูจี ไม่ให้มาลงแข่งเป็นประธานาธิบดี บอกว่าประธานาธิบดีเมียนมาจะต้องไม่มีคู่สมรสเป็นคนต่างชาติ แล้วนำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปทำประชามติ ซึ่งคนเมียนมาสามัคคีกันต้มทหารโดยการผ่านประชามติถึงกว่า 90% ด้วยเกรงว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประเทศก็จะเป็นเผด็จการต่อไป กองทัพก็พอใจ ชวนสหภาพยุโรป องค์การสหประชาชาติมาสังเกตการเลือกตั้ง คิดว่าจะชนะ แต่พอถึงวันจริงคนเมียนมา 90% ที่เคยโหวตให้กับทหารผ่านรัฐธรรมนูญ กลับมาโหวตให้พรรคของนางอองซาน ซูจี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถ้าถามว่าประเทศไทยเราจะทำอย่างไร ขอเรียนว่าในซีกนั้น 5 พรรคการเมืองที่แยกตัวไปไม่เคยมีเสียงบ่นกันว่าจะไปตัดคะแนนกัน เพราะเขาเข้าใจแล้วว่าในระบบบัตรใบเดียวนี้ เลือกเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ละฝ่ายไปเทรวมกันในวันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นใครที่อธิบายว่าจะไปตัดคะแนนกันนั้น ไม่เป็นความจริง ถ้าตัดคะแนนกันจริง พวกที่อยู่เวทีเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เขาไม่ไปแข่งขันกัน 5 พรรคการเมือง ต้องการจะชนะฝ่ายเรา ขอบอกกับกับพี่น้องว่าแพ้ใครก็แพ้ได้ อย่าให้แพ้สุเทพ อย่าแพ้ พล.อ.ประยุทธ์&amp;quot; นายจตุพรระบุ
เหนือบนซื้อเสียงหัวละ 500
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า จากการที่ช่วยผู้สมัครภาคเหนือตอนบนลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งที่ พบว่าพฤติกรรมการหาเสียงในพื้นที่ยังมีการซื้อเสียงเช่นเดิม สัปดาห์ที่ผ่านมามีบางพรรคจ่ายประชาชนหัวละ 500 บาท หมู่บ้านละ 5 คน ตนบอกชาวบ้านให้รับเงินเลย เพราะเงินเหล่านั้นคือเงินของพี่น้องประชาชน เพราะผู้ที่ซื้อเสียงเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าไปย่อมต้องหาช่องทางเอาคืนจากเงินภาษีของประชาชนแน่นอน รวมทั้งบอกประชาชนว่าเงิน 500 บาทซื้อชีวิตประชาชนไม่ได้ &amp;nbsp;รับเงินมาแต่ไม่ต้องกาให้เพราะเป็นเงินพี่น้องประชาชนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดหลังเทสโก้ โลตัส พระราม 4 ที่ร้านเจ๊จงหมูทอด เพื่อพบปะประชาชนช่วยหาเสียงให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 กรุงเทพมหานคร (เขตคลองเตย เขตวัฒนา) พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 11 &amp;nbsp;และรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวพรรคการเมืองซื้อเสียงหัวละ 500 บาท ว่าอยากให้ กกต.ทำงานเชิงรุก ด้วยการตรวจสอบโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน และขณะนี้ตัวเองได้รับรายงานเรื่องการเก็บบัตรประชาชนในจังหวัดภาคใต้ ส่วนในเขตกรุงเทพฯ มีการผูกโยงนโยบายของพรรคกับโครงการต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงการจัดทำนโยบายของพรรคการเมือง ที่มีบางฝ่ายมองว่าไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่กระทรวงการคลังจัดสรรในแต่ละปีงบประมาณว่า ทุกพรรคต้องอธิบายที่มาของงบประมาณอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการแจกแจงงบประมาณที่จะใช้ในการจัดทำนโยบายเผยแพร่ในเว็บไซต์ของพรรคเรียบร้อยแล้ว ทั้งจำนวนเงินที่ต้องใช้ในแต่ละนโยบาย &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้พรรคจะจัดแถลงข่าวเรื่องเศรษฐกิจในภาพรวม พร้อมทั้งอธิบายให้เห็นถึงวิธีการนำงบประมาณไปใช้ในการจัดทำนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำได้จริงและไม่เป็นภาระงบประมาณ ซึ่ง &amp;nbsp;กกต.ต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎระเบียบ แต่ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่าเมื่อพรรคเสนอนโยบายแล้วจะมีการวางแผนในการหาเงินมาอย่างไร เพื่อช่วยกันตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแต่ละพรรค ซึ่งเราสนับสนุนให้มีกระบวนการตรวจสอบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะที่การจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองบางพรรคที่มีลักษณะของการแจกแหลกนั้น มองว่าตัวเลขการจัดทำนโยบายของประชาธิปัตย์มาจากการศึกษาเรื่องของความจำเป็นและความเหมาะสม เราจึงได้ย้ำว่าต้องระวังสินค้าลอกเลียนแบบและการเกทับกัน เพราะนั่นหมายถึงว่าไม่ได้มาจากฐานความคิดที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีการอธิบายถึงที่มาของตัวเลขอย่างชัดเจน และได้อธิบายให้ประชาชนเข้าใจซึ่งประชาชนก็ตอบรับเป็นอย่างดี&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
ปัดลอกนโยบายจำนำข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่มีการโจมตีว่านโยบายข้าวของ พปชร.เหมือนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าไม่ใช่จำนำข้าวและไม่ใช่ประกันราคาข้าวแน่นอน เป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่พรรคนำเสนออยู่บนหลักการเกษตรแบบยั่งยืน รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ที่ พปชร.นำเสนอคือไม่บิดเบือนกลไกตลาด แต่ถ้าบางช่วงเวลาราคาข้าวเป็นไปในลักษณะที่ชาวนาควรจะได้รับการดูแล พรรคจะให้การสนับสนุน คือเป็นการช่วยด้านปัจจัยการเก็บเกี่ยว และไม่ใช่นโยบายตายตัวว่าต้องทำทุกปี ไม่มีการบอกราคาว่าต้องให้เท่าไร ไม่เหมือนจำนำข้าวที่กำหนดราคามาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า พรรคใช้หลักการชะลอการขาย และใช้กลไกราคาตลาดเป็นตัวตั้ง ดังนั้นไม่มีการรับซื้อสูงกว่าตลาดเหมือนกับโครงการรับจำนำข้าว เราเชื่อว่านโยบายที่ทำจะสร้างเสถียรภาพราคาได้อย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตามมาตรา 57 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ให้การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ต้องคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมือง ต้องมีวงเงินที่ใช้ ความคุ้มค่า ประโยชน์ ผลกระทบ และความเสี่ยง หากพรรคการเมืองไม่ได้ทำรายการเหล่านี้ ให้ กกต.สั่งดำเนินการให้ถูกต้อง ถ้าไม่ทำจะมีความผิดตามมาตรา 121 มีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ปรับวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพรรคภูมิใจไทยได้ทำหนังสือถึง กกต.ไปเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.61 และ กกต.ตอบกลับมาเมื่อวันที่ 9 &amp;nbsp;ม.ค.62 ว่าไม่มีกฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองต้องแจ้งนโยบายที่จะต้องใช้ประกาศหาเสียงกับ กกต. &amp;nbsp;แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นห่วงผลที่จะเกิดขึ้นภายหลัง จึงได้ทำหนังสือแจ้งนโยบายไปที่ กกต.เมื่อ 29 &amp;nbsp;ธ.ค.61 ซึ่งพรรคการเมืองไม่แจ้งไว้ หากหลังเลือกตั้งไม่สามารถทำได้อย่างที่หาเสียงจะถูกฟ้องร้อง จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอาจส่งผลให้ กกต.ต้องถูกฟ้องร้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนโยบายถ้าไม่มีการแสดงอย่างชัดเจนให้ กกต.ได้ตรวจสอบ เดี๋ยวจะมีปัญหาร้องเรียนกันภายหลัง ไม่ว่าจะบอกว่าลอกนโยบายกัน ไม่รู้จะเอาเงินมาจากไหน สุดท้ายผมเกรงว่าการเลือกตั้งจะไม่ชอบ &amp;nbsp;กลัวว่าจะกลายเป็นโมฆะ เดี๋ยวก็มาร้องกันว่าพรรคการเมืองมาเสนอ กกต.ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ กกต.จะติดคุกเอานะครับ นี่ผมเตือนนะครับ&amp;quot; เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวระหว่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ว่าวันนี้ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งเพื่อที่จะเลือกว่าจะเอาข้างประชาธิปไตยหรือเอาข้างเผด็จการ แต่เป็นการเลือกตั้งที่จะตัดสินกันว่า เราจะอยู่ข้างประชาชน อยู่ข้างประเทศไทย หรือจะอยู่ข้างทักษิณ มีเท่านั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ตัดสินใจว่าจะเอาระบอบทักษิณกลับมาหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29946</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ธีระพงษ์ เผ่ากา, พรรคประชาธิปัตย์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7404551c339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กจตุพร&#039;ลั่น!หัวหน้าพรรคเป็นเศรษฐีพันล้านแก้ปัญหาความยากจนได้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.62- นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า แม้พรรคเพื่อชาติจะไม่ได้เสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรค เพราะในขณะนั้นพรรคเห็นว่ามีผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมที่อาสาจะเป็นนายกรัฐมนตรีและลดความขัดแย้งของประเทศได้ดีแล้ว ทางพรรคจึงหลีกทางให้ไม่ลงแข่งขัน แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป พรรคเพื่อชาติจะเลือกสนับสนุนผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในแนวทางประชาธิปไตย และยอมรับนโยบายหลักของพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนโยบายเกาะกลางลดความขัดแย้งด้วยการเจรจา หรือนโยบายทลายกำแพงใจนั่นเอง รวมทั้งนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนที่มาจากประสบการณ์ของนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์หัวหน้าพรรค ที่สร้างตัวจากเงินหลักสิบในกระเป๋ามาเป็นเศรษฐีพันล้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวต่อว่า ในด้านการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติเดินหน้าหาเสียงอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หยุดพักตามสถานการณ์การเมือง ผู้สมัครของเราได้รับการตอบรับอย่างดีจากพี่น้องประชาชนเกินความคาดหมาย พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่อยู่กับความจริงเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองว่าใครคือผู้ที่สร้างความลำบากให้ ใครคือผู้ที่จะแก้ปัญหาได้ ปัญหาหลักที่ผู้สมัครพบเจอคือปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ ที่ทำให้เกิดวิกฤติภาวะคนจนรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นถึง เกือบล้านคน ระหว่างปี 2558 -2559 ดังนั้นนโยบายแก้ปัญหาความยากจนตามข้อเสนอของหัวหน้าพรรค จึงเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อชาติจะเสนอถ้าจะร่วมรัฐบาลกับพรรคใดๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28902</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนจนเพิ่ม, ธีระพงษ์ เผ่ากา, รองโฆษกพรรคเพือชาติ, รัฐบาลคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c341dfc9bbdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคเพื่อชาติ&#039;ปูดภาครัฐช่วยผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
14ธ.ค.61- นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พร้อมผู้สมัคร &amp;nbsp;ส.ส. เขตพรรคเพื่อชาติ ภาคเหนือ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จังหวัดพะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สอบถามปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อนำมาทำเป็นนโยบายในการแก้ปัญหาตามแนวทางของพรรค ทำให้ได้พบเจอความไม่ชอบมาพากลของภาครัฐ ที่พยายามช่วยผู้สมัครของพรรคหนึ่งเกือบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมอยากถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เคยคิดจะทำให้เป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมกันบ้างไหม จะเอาเปรียบกันไปถึงไหน กติกาก็เขียนมาเอาเปรียบ วิธีการเลือกตั้งอย่างบัตรเลือกตั้งก็เอาเปรียบ นี่ยังสั่งภาครัฐให้ช่วยเหลือพรรคที่สนับสนุนเอาเปรียบกันอีกทุกทาง เอาเปรียบแบบนี้ดูถูกประชาชนไทยทั้งประเทศไหม&amp;quot;นายธีระพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24198</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.เอาเปรียบพรรคการเมือง, ธีระพงษ์ เผ่ากา, พรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c132a089ad4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
