<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้ำซากจนชินตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่เป็นข่าวแชร์ตามสื่อโซเชียลกรณีที่มีภาพรถเมล์ 2 คันจอดขนานกันตรงป้ายรถเมล์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ทำให้เกิดคำถามว่า ผู้โดยสารจะลงจากรถได้อย่างไร พร้อมยังมีการตำหนิคนขับรถเป็นอย่างมาก เรื่องของการขับขี่แข่งกันจนไม่คำนึงถึงผู้ใช้บริการ และผู้ร่วมทาง เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนชินตาไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรถเมล์ที่มีปัญหาในกรณีแบบนี้ก็หนีไม่พ้นสายเดิมๆ และส่วนใหญ่เป็นรถร่วมเอกชน แม้ที่ผ่านมาจะมีการคาดโทษกันแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่ารถร่วมเหล่านี้จะเกรงกลัวต่อบทลงโทษแต่อย่างใด มิหนำซ้ำวันดีคืนดี ขับแข่งแย่งลูกค้ากัน ถึงขั้นลงมาด่าทอตบตีกันกลางถนนก็มี เรื่องแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน หรือมองอีกมุมหนึ่งบทลงโทษเบาไปหรือเปล่า เรื่องนี้ต้องฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงรถเมล์ 2 คันที่มีการเสนอไปตามหน้าสื่อต่างๆ หลังจากนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.ย. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เรียกต้นสังกัดพร้อมพนักงานขับรถสาย 44 ของบริษัท รวีโชค จำกัด และสาย 8 ของบริษัท กลุ่ม 39 เดินรถ จำกัด มาสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประสิทธิ์ บุญร่วม คนขับรถสาย 44 อ้างว่า ขณะที่จอดรับผู้โดยสาร รถเมล์สาย 8 ได้ขับมาต่อท้าย และขับออกอีกเลนหนึ่งเพื่อแซง แต่แซงไปไม่พ้น ทำให้เกิดภาพที่รถจอดแนบชิดกัน ซึ่งสาย 8 ไม่กล้าถอยรถออก เพราะไม่ชำนาญ ต่อมาจึงให้คนขับรถเมล์สาย 182 ขึ้นไปช่วยขับแทน เพื่อให้ออกจากป้ายไปได้ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหรือมีปากเสียงกับคู่กรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายธีระพัฒษจ์ โกมลเสวิน รักษาการผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการรถเอกชนร่วมบริการ เขต 1 เผยว่า ได้ดำเนินการลงโทษทั้ง 2 คัน ซึ่งสาย 44 มีพฤติการณ์ขับรถจอดแช่ จึงให้ชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ส่วนสาย 8 มีการขับแซงในที่คับขัน ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายจราจร จึงลงโทษให้ชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมให้ทั้ง 2 คันพักการขับขี่เป็นเวลา 15 วัน ส่วนรถโดยสารให้พักการใช้รถเป็นเวลา 7 วัน หากพบว่ามีพฤติกรรมทำซ้ำอีก จะดำเนินการส่งใบแจ้งเตือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้มีโครงการ &amp;quot;ประชาชนเดินทางปลอดภัยซ้ายตลอดจอดทุกป้าย (เมื่อผู้โดยสารจะขึ้น-ลง)&amp;quot; ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยในช่วงเปิดเทอม โดยในโครงการดังกล่าวจะมีการควบคุมให้พนักงานขับรถเมล์ของ ขสมก. และรถเอกชนร่วมบริการ ให้ขับรถชิดซ้าย และจอดรับ-ส่งทุกป้ายที่มีผู้โดยสารต้องการขึ้น-ลง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแม้ว่าโครงการให้รถเมล์ขับชิดซ้ายจะทำมาแล้วหลายปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า 80% ของข้อร้องเรียนและการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากการขับรถออกขวา จึงมีความพยายามลดข้อร้องเรียนเรื่องนี้ให้ได้ เพราะถือว่าเป็นสาเหตุใหญ่ โดยตั้งเป้าไว้ให้เหลือเพียง 50% ซึ่งนำไปสู่การลดจำนวนการเกิดอุบัติให้ได้ 50% เช่นกันสำหรับมาตรการลงโทษจะเพิ่มการลงโทษให้หนักขึ้น หากเป็นพนักงานขับรถ ขสมก. จะมีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน โดยดูจากเจตนาการกระทำความผิดและจำนวนครั้ง ส่วนรถร่วมเอกชนได้แจ้งขอความร่วมมือไปแล้ว หากถูกร้องเรียนจะมีโทษเป็นการเปรียบเทียบปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลับมาดูในขณะนี้จะพบว่า โครงการดังกล่าวหายไปกับลม สังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในปัจจุบัน แข่งขันกันรับผู้โดยสาร ปาดซ้ายทีขวาที เรียกได้ว่าไม่เกรงใจเพื่อนร่วมทางกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าใหญ่มาจากไหน และสิ่งที่พบเจอบ่อยที่สุดคือ ไม่จอดป้ายทั้งๆ ที่มีผู้โดยสารยืนรอเพื่อขึ้นรถ แบบนี้จะร้องเรียนใครได้บ้าง เมื่อผู้ใช้บริการเจอเหตุการณ์แบบนี้ คงจะเบื่อเต็มทน ร้องเรียนที เรื่องก็เงียบ แบบนี้ถึงไม่มีการพัฒนาไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไปแล้วรถโดยสารสาธารณะที่ดีก็มีอีกเยอะ พนักงานขับรถที่เคารพกฎจราจร ขับดีมีน้ำใจ ก็มีให้เห็น นี่คือสิ่งที่เหล่ารถร่วมบริการที่ไม่มีระเบียบวินัยควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จากนี้ไปก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการให้บริการจากรถโดยสารสาธารณะที่ไม่เคารพกฎอีก ได้แต่ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวดขันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16916</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, ธีระพัฒษจ์ โกมลเสวิน, ประสิทธิ์ บุญร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
