<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน็กซัสคาดราคาคอนโดปี64นิ่ง/ค้าปลีกถูกต่อรองค่าเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 2564 นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2564 อุปทานใหม่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 33,000 - 38,000 หน่วย มาจากโครงการที่ชะลอการพัฒนาไปในปี 2563 และโครงการที่ผู้ประกอบการซื้อที่ดิน และประกาศแผนพัฒนาไว้แล้ว ซึ่งรวมกันมากกว่า 16,000 หน่วย โดยโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น น่าจะเป็นโครงการขนาดเล็ก และมีราคาขายที่ต่ำลง คาดว่าในครึ่งปีแรกความต้องการซื้อคอนโดยังคงอยู่ในระดับต่ำ หากไตรมาสที่ 3 เริ่มมีการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว น่าจะเห็นความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความต้องการซื้อจะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2563 คือ ในระดับ 30,000 - 35,000 หน่วยซึ่งจากตัวเลขประมาณการดังกล่าว ทำให้อัตราการขายรวมน่าจะคงอยู่ที่ 93% เท่ากับปี 2563 แต่ระดับราคาเฉลี่ย น่าจะยังปรับลดลงอีก สืบเนื่องจากการลดราคาของโครงการที่สร้างเสร็จ และโครงการใหม่ที่พัฒนาสำหรับตลาดระดับกลางเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวทั้งเรื่องราคา อุปทาน และอุปสงค์มาตลอดปี เป็นผลทำให้ตลาดมือสอง ค่อนข้างชะลอตัวลง และจากทัศนคติและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในทุกระดับราคา โดยเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและหากจะมองถึงกำลังซื้อจากต่างชาตินั้น ในขณะนี้ยังคงนิ่งอยู่ โดยคาดว่าน่าจะมีโอกาสได้เห็นการกลับมาของต่างชาติในช่วงหลังไตรมาสที่ 2 ของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเทรนด์การทำธุรกิจในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มีปัจจัยกระตุ้นหลายประการ ได้แก่ 1.ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ 2.เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น &amp;nbsp;3.การที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลยุทธ์การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องปรับตัวอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่การปรับตัวที่รวดเร็ว ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในเชิงกลยุทธ์ ที่ส่งผลไปถึงราคาขายเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในปี 2563 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวมากที่สุดในรอบ 10 ปี จากการชะลอตัวกำลังซื้อที่ลดลงต่อเนื่องจากปี 2562 และสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 &amp;nbsp;พบว่ามีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่เพียง20,100 หน่วย จาก 64 โครงการ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 39% จากอัตราการเพิ่มเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ 51,000 หน่วยต่อปี การเพิ่มขึ้นของคอนโดฯ อีก 20,100 หน่วยนี้ ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีหน่วยสะสมในตลาดทั้งสิ้น 674,100 หน่วย ส่วนสาเหตุการชะลอตัวของอุปทานใหม่ในตลาด ส่วนหนึ่งมาจากโครงการที่เลื่อนการเปิดตัว หรือหยุดโครงการไปถึง 5,800 หน่วย 18 โครงการ คิดเป็น 29% ของคอนโดในตลาดที่เปิดใหม่ปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดในแง่ของอุปทาน คือ ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่จับต้องได้สำหรับคนไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องจากปี 2562 โดยสัดส่วนคอนโดมิเนียมระดับกลางและซิตี้คอนโดมีถึง 60% และตลาดใหม่คอนโดราคาย่อมเยาบนทำเลนอกเมืองที่มีระดับราคาต่ำกว่า 1 &amp;nbsp;ล้านบาท &amp;nbsp;หรือต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตร มีจำนวนถึง 3,600 หน่วย คิดเป็น 18% ของอุปทานใหม่ในปี 2563 เลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดพื้นที่ศูนย์การค้าได้รับผลกระทบมาก จากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ผลจากการล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้เกิดการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยมาประมาณ 1 ปีเต็มทำให้กำลังในด้านการจับจ่ายจากชาวต่างชาติกลายเป็นศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้ภาพรวมตลาดพื้นที่ศูนย์การค้าในพื้นที่ยังถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ 93% ลดลงจากปีก่อนที่ 97% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากห้างอิเซตัน ได้ทำการคืนพื้นที่ให้กับห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาค่าเช่าเฉลี่ยชั้น G ในปีนี้ยังคงระดับเดิมที่ 3,915 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน แต่ผู้เช่ามีความสามารถในการต่อรองราคาค่าเช่าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้เข้าใช้บริการลดลง มีผลกระทบต่อผู้เช่า ทำให้อาจมีการเจรจาเรื่องอัตราค่าเช่าพื้นที่ระหว่างผู้เช่าและศูนย์การค้า ขณะที่ศูนย์การค้าและห้างฯ ต่างๆ ก็มีการโฟกัสกลุ่มลูกค้าในประเทศกันมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89797</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, ค้าปลีก, ธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล, นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5fffc4a20d1aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีอีซีกรุยทางธุรกิจอสังหาฯโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันรัฐบาลกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี ทั้งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ รวมทั้งยังตั้งเป้าจะเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน และเครื่องบิน ซึ่งในพื้นที่นั้นจะมีการสร้างสรรค์งานหรือธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นก็จะมีคนเข้ามาในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนกลายเป็นศูนย์กลางเพื่อกระจายสินค้าไปได้หลายทิศทางต่างๆ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา เมียนมา หรือลงใต้ไปยังมาเลเซีย รวมทั้งอินเดีย และประเทศอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันการแข่งขันกันในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ก็ยังเข้มข้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็จะเกิดโครงการใหม่ๆ เข้ามาเพื่อแบ่งชิ้นเค้กก้อนโตก้อนนี้ จึงทำให้ผู้เล่นหลายรายยังยืนหยัดที่จะดำเนินการต่อ ทำให้เกิดผลดีต่อผู้บริโภคทั่วๆ ไปที่จะมีตัวเลือกเข้ามามากมาย ทำให้ตลาดในบ้านที่อยู่อาศัยนั้นมีราคาที่ไม่สูงมาก และสามารถที่จะตอบโจทย์คนต้องการมีบ้านในประเทศได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กลับกัน ในกลุ่มอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์นั้นที่เหมือนจะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่ผู้ค้าหรือซัพพลายนั้นถือว่ามีพอดีกับความต้องการแบบนี้ จึงทำให้บางครั้งเหมือนจะขาดแคลนและฉุดราคาให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันการลงทุนของบริษัททั้งไทยและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ความต้องการมีสำนักงานในพื้นที่ที่ยอดนิยมก็เพิ่มขึ้นตามมา จึงทำให้ผู้ค้าต้องเริ่มกอบโกยผลประโยชน์ที่สามารถจะทำได้ในช่วงนี้ไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งผู้ที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด คือคนที่ต้องมีความคุ้นชินกับการดำเนินงานในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์&amp;nbsp; อย่าง บริษัท เน็กซัส เรียลเอสเตท แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด ที่ดำเนินการเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยดูแลลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยบริการครอบคลุมตั้งแต่การเข้าเป็นที่ปรึกษา การวิจัย การประเมินอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp; การประเมินพอร์ตการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการเป็นตัวกลางในการลงทุน ระหว่างลูกค้าไทยและต่างชาติ โดยลูกค้าของบริษัทจะมีตั้งแต่องค์กรในประเทศไทย บริษัทข้ามชาติ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ภาครัฐ ลูกค้ารายบุคคล รวมถึงธนาคาร ผ่านการบริหารงานของ นายธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัสฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักงานให้เช่าโต 4-5% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น สำนักงานออฟฟิศ กิจการค้าปลีกต่างๆ โดยปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะผูกพันธ์กับการลงทุนจากเมืองนอก ซึ่งกลุ่มอาคารชุดที่เปิดให้เช่าในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 90% โดยเฉลี่ยจะมีการเติบโตขั้นต่ำ 4-5% ต่อปี ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 15 ปีแล้ว ตั้งแต่ประเทศไทยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ หรือช่วงฟองสบู่แตก ราคาค่าเช่าออฟฟิศหรือสำนักงานต่างๆ ก็เพิ่มขึ้น และค่อนข้างเข้มแข็งดีกว่าหลายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 30,000-40,000 ตารางเมตรต่อปี&amp;nbsp; และแล้วแต่สถานที่ตั้งด้วย ราคาก็จะแตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนหนึ่งมาจากในช่วงปี 2000 สำนักงานที่เปิดพื้นที่ให้เช่า และอยู่ในสถานะดีเยี่ยม หรือออฟฟิศเกรดเอนั้นมีน้อย ตรงข้ามกับความต้องการของการเช่าออฟฟิศนั้นมีเพิ่มขึ้น ยิ่งปัจจุบันการลงทุนในประเทศไทยของบริษัทต่างชาตินั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนมากขึ้น อาทิ อโกด้า เว็บไซต์เช่าจองโรงแรมและเช่าที่พัก หรือเอ็กซ์พีเรียน กูเกิ้ล จึงทำให้ปัจจัยความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานพิ่มมากขึ้น&amp;quot; นายธีระวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันแบ่งค่าเช่าเป็นอาคารเกรด A จะกำหนดค่าเช่าที่ประมาณ 980 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน และมีบางแห่งสูงถึง 1,000 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน, อาคารเกรด B จะกำหนดค่าเช่าที่ประมาณ 700 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน เทียบกับในขณะที่ประเทศไทยเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งนั้น ราคาค่าเช่าของอาคารเกรด A อยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือนเท่านั้น และพื้นที่ที่ได้รับความนิยมและถือว่าเป็นพื้นที่ให้เช่าอาคารเกรด A ได้แก่ สีลม สาทร แพลินจิต พระราม 9 และรัชดา แต่ก็มีบางพื้นที่ที่ไม่สามารถขยายหรือสร้างตึกใหม่ๆ เพิ่มได้แล้ว และอาจจะมีแนวโน้มราคาลดลงอีกด้วย ขึ้นอยู่กับความนิยมของย่านนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;LTV ไม่กระทบสำนักงานให้เช่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวว่า กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มใช้มาตรการคุมเข้มสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เรียกว่า &amp;quot;แอลทีวี&amp;quot; เมื่อวันที่ 1 เม.ย.62 เพื่อควบคุมระดับวงเงินปล่อยกู้ต่อมูลค่าหลักประกันที่อยู่อาศัยนั้น&amp;nbsp; มองว่าเริ่มมีผลกระทบบ้างแล้วในด้านของคอนโดฯ และที่พักอาศัย เนื่องจากส่งผลให้ขอกู้ยากขึ้น และอาจจะได้ไม่เต็มวงเงินเมื่อบุคคลเดิมยื่นกู้ในพื้นที่อื่นๆ เพื่อลดการเก็งกำไรของนักลงทุนที่มักจะกว้านซื้อคอนโดฯ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดให้เช่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในทางกลับกัน ส่วนของอาคารพาณิชย์ที่เช่าทำสำนักงานนั้น ไม่มีผลกระทบต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นอาคารให้เช่า หรือผู้ซื้อเป็นหน่วยงานที่มีเงินทุนพอสมควร รวมถึงที่พักอาศัยในต่างจังหวัดก็คงได้รับผลกระทบน้อยเช่นกัน เนื่องจากการควบคุมของแบงก์ชาตินั้น จะเน้นส่งผลกระทบกับผู้ที่กู้เงินเพื่อลงทุนเก็งกำไรกับคอนโดฯ เพราะมั่นใจว่าจะมีผู้ที่เช่าต่อแน่นอน ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดปัญหาดังกล่าวจะน้อยมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่ซื้อคอนโดฯ ก็เพื่อต้องการที่จะอาศัยอยู่จริงๆ ไม่ใช่เพื่อการเก็งกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในด้านของปัญหาแรงงานที่ขาดแคลนจะส่งผลต่อธุรกิจก่อสร้างนั้น นายธีระวิทย์ กล่าวยอมรับว่าปัจจุบันปัญหาแรงงานกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์นั้นมีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากหาคนมาทำงานไม่ได้ แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหน แต่หากจะกังวลเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนคนนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่ก็ต้องจับตามอง แม้ว่าอุตสาหกรรมนี้ก็ต้องใช้แรงงานคนอยู่เสมอ แต่ต้องปรับตัวที่จะเอาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเพื่อพัฒนาระบบการก่อสร้างให้รวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีอีซีดันราคาที่ดินพุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากการส่งเสริมโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของภารคัฐนั้น นายธีระวิทย์ กล่าวว่า นโยบายการพัฒนาอีอีซีได้รับความสนใจจากภาคการลงทุน ภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลสนับสนุนให้มีการลงทุนของอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างเช่นยานยนต์ หุ่นยนต์ เป็นต้น และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ก็ได้รับความนิยม เนื่องจากตลาดอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เปิดกว้างมากขึ้น และอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งหมดก็ต้องพึ่งพาการวิจัยและพัฒนา เพื่อต่อยอดให้เกิดสิ่งใหม่ๆ รวมทั้งเป็นการตามกระแสโลกในเรื่องของการดำเนินกิจการที่ไม่เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป&amp;nbsp; หรือกระแสรักษ์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในแง่ของอสังหาริมทรัพย์นั้น อาจจะได้อานิสงส์จากเรื่องนี้ไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ถึงปัจจุบันการเข้ามาลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายจะมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางในด้านนี้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเมืองไทยยังขาดส่วนส่งเสริมให้เป็นเมืองหลวงของการลงทุนด้านนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นรัฐบาลมีการพูดถึงบ้าง แต่ยังไม่เห็นชัดในเรื่องของการสนับสนุนทางด้านดังกล่าวอย่างเต็มตัว ตอนนี้อาจจะมีแผนแล้ว แต่ยังไม่ถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการก็หวังว่าจะนำมาใช้สนับสนุนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีอีซี ก่อนที่จะไปเปิดในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถึงจะยังไม่มีการส่งเสริมอะไรมากนักในพื้นที่อีอีซีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ราคาที่ดินก็ขึ้นไปสูงมาก และส่งผลให้มีการซื้อพื้นที่พัฒนารองรับการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมมีพื้นที่ในนิคมฯ 3 จังหวัดอีอีซี (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) อยู่ประมาณ 8,000 ไร่ ราคาค่าที่ดิน 3.8 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นมาเป็น 10,800 ไร่ ราคาค่าที่ดินอยู่ที่ 5.5 ล้านต่อไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาโอกาสในการแข่งขันของพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 83% มาเป็น 93% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากประเทศไทยนั้นมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และมีพื้นที่ให้เลือกเยอะ รวมทั้งการสนับสนุนและส่งเสริมของรัฐบาลเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้านที่ราคาเช่าที่ดินสูงกว่าไทย แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้โครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่าไทย หรือมีตัวเลือกน้อยกว่า อย่างเช่น ประเทศเมียนมา เวียดนาม หรือสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ปัจจุบันรัฐบาลกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่อีอีซี ทั้งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ&amp;nbsp; รวมทั้งยังตั้งเป้าจะเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน และเครื่องบิน ซึ่งในพื้นที่นั้นจะมีการสร้างสรรค์งานหรือธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นก็จะมีคนเข้ามาในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนกลายเป็นศูนย์กลางเพื่อกระจายสินค้าไปได้หลายทิศทางต่างๆ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา เมียนมา หรือลงใต้ไปยังมาเลเซีย รวมทั้งอินเดียและประเทศอื่นๆ ด้วย&amp;quot; นายธีระวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวว่า เมื่อมีการสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น แรงงานก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ก็จะต้องเกิดขึ้น เชื่อว่าในอนาคตจะแตกต่างจากปัจจุบันไปมาก และอีอีซีจะเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ นอกเหนือจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในขณะเดียวกันอีอีซียังเป็นการสนับสนุนเชิงอุตสาหกรรมหนัก ถ้าในอนาคตมีการสนับสนุนข้อกฎหมาย หรือการสนับสนุนสิทธิพิเศษต่างๆ ของด้านงานอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เชื่อว่าจะมีเอกชนภาคอสังหาฯ เข้าไปลงทุนอีกจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้เริ่มมีบางกลุ่มเข้าไปดูลู่ทางลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีอีซีบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นอะไรที่น่าติดตามเป็นอย่างมากว่าใครจะลงทุนเต็มรูปแบบก่อนกัน เนื่องจากหลายคนยังอยู่ในขั้นตอนของการสังเกตสถานการณ์ และรอดูถึงความชัดเจนของการลงทุนอื่นๆ ในพื้นที่นั้นด้วย เพราะยังกลัวจะเป็นเหมือนการลงทุนในพื้นที่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ช่วงแรกที่ยังไม่เป็นที่นิยม ใครเข้าไปลงทุนก่อนก็จะเจ็บตัวก่อน เพราะลงเงินไปแล้วยังไม่สามารถตอบแทนเป็นผลประโยชน์ได้&amp;rdquo; นายธีระวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีอีซีอนาคตขอประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธีระวิทย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข้อสงสัย อีอีซีจะเกิดจริงไหม? ว่า ตอนนี้ก็เริ่มเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว และถ้าในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาลเร่งรัดในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้สำเร็จโดยเร็ว ก็จะมีคนเข้ามาลงทุนอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณบวกหลายอย่าง โดยเฉพาะโครงการหลักในอีอีซีที่เริ่มกระบวนการประมูลหาผู้ดำเนินการกันแล้ว หากมองภาพอนาคตเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบนั้น จะสร้างการเติบโตให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาลกว่าที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่หลายฝ่ายนั้นยังติดเรื่องการลงทุนจากทุนจีนจะไม่มั่นคงนั้น นายธีระวิทย์ กล่าวว่า ตรงนี้เห็นว่านักลงทุนจีนมีหลายเกรดมาก ตั้งแต่ระดับ A-Z เลยก็ว่าได้ ถ้ามีการคัดเลือกดีๆ และมีการแบ่งสรรปันส่วนที่ลงตัว เชื่อว่าจะดำเนินการไปได้โดยไม่ติดปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของปัญหาผังเมืองนั้น ทุกวันนี้เอกชนหรือหน่วยงานอะไรก็ตามที่จะต้องลงทุนในประเทศไทยนั้น ต้องมีการศึกษาให้ชัดเจน และมั่นใจก่อนที่จะลงทุนอยู่แล้ว ทุกคนรู้ดีว่า พื้นที่ตรงไหนจะต้องดำเนินการอะไร หรือจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าข้อมูลเชิงลึกของบ้านเรานั้นค่อนข้างเปิดเผยกว่าประเทศอื่นๆ ในระดับหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ประกอบการทุกรายที่จะลงทุน เมื่อตัดสินใจหรือก่อนตัดสินใจจะเข้าไปก็ต้องมีการดูโซนว่าตรงไหนควรทำหรือไม่ควรทำอยู่แล้ว ทุกอย่างมีการศึกษาอย่างละเอียด ว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นอย่างไร ต้องให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนแล้วค่อยตัดสินใจที่จะดำเนินการพัฒนา&amp;rdquo; นายธีระวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงรัฐบาล นายธีระวิทย์กล่าว ตอนนี้รัฐบาลมีแบบแผนที่ดีและชัดเจนอยู่แล้วในการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะอีอีซี แต่ก็ทราบว่าต้องใช้เวลาสักพักที่จะเดินไปตามแผนต่างๆ รวมถึงต้องให้โอกาสในการดำเนินงานด้วย เพราะเชื่อว่ากว่าจะดำเนินการได้แต่ละอย่างต้องอาศัยระยะเวลา ทั้งวางแผน แก้แผน แก้กฎหมาย หรือดำเนินการอื่นๆ ให้เข้าที่เข้าทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;5 ปีที่ผ่านมาเราก็เริ่มอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับอดีต ย้อนกลับไปตอนที่กำลังพัฒนาพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ใช้เวลายาวนานกว่า 30 ปีจนประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ ซึ่งในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดี แต่ตอนนี้ที่อยากฝากก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการพัฒนาบ้านเมืองต้องอยู่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลสังคม และประชาชนในประเทศ และต้องทำควบคู่กันไปอย่าให้ขาด ถึงจะเป็นการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ&amp;quot; นายธีระวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระวิทย์ ลิ้มทองสกุล, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18b9ce17b98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
