<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โอ๊ต วรวุฒิ’โอดธุรกิจขาดทุนยับ พร้อมเผยเหตุแยกห้องนอนกับภรรยา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์ ควงภรรยา จีน่า อันนา มาเปิดใจเจอวิกฤตโควิดทำพิษ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารขาดทุนย่อยยับ เคยคิดขายกิจการแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด พร้อมเคลียร์ชัดความต่างของอายุตอนนี้เริ่มมีปัญหาแล้ว ถึงขั้นแยกห้องนอนกันจริงหรือเปล่า โดยทั้งคู่มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้พี่โอ๊ตได้รับผลกระทบหนักเลย เปิดทั้งโรงแรม ร้านอาหาร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ธุรกิจที่เราทำเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งร้านอาหาร โรงแรม ก็ได้รับผลกระทบเยอะเหมือนกัน ตั้งแต่รอบแรก จริงๆ โควิดรอบแรกมาทำเราสะอึก พอกำลังจะฟื้นตัวหลังโควิดรอบแรก ปรากฏรอบสอง รอบสามนี่สาหัสมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มีปัญหาที่สุดคือธุรกิจโรงแรม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ใช่ โรงแรมมาทีหลังร้านอาหาร เราค่อนข้างทุ่มทั้งแรงเงิน แรงกาย แรงใจ ไปอยู่ที่โรงแรม พอโรงแรมมันได้รับผลกระทบด้วย ร้านอาหารด้วย มันก็เลยยิ่งช็อตไปกันหมดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจโรงแรมหนักขนาดไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : หนักมากเลย คือโรงแรมเราสร้างเสร็จปี 61 พอเปิดปุ๊บไม่กี่เดือนก็โดนโควิดรอบแรกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ต้องลดพนักงาน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ลดครับ เอาตามความจำเป็นที่ต้องใช้ ส่วนร้านอาหารลดพนักงานไปครึ่งนึงเลย โรงแรมของเราอยู่ที่บุรีรัมย์ กฎของเขาเข้มข้นมาก เขาทำงานเป็นทีมกันทั้งเมือง แต่ที่เป็นห่วงคือร้านอาหารอยู่ที่เมืองชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โอ๊ตเจ็บไปกี่สิบล้าน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ของผมเฉพาะเงินที่หมุนในแต่ละเดือน ของตัวเองหมุนจากร้านอาหารบ้าง พอร้านอาหารหมุนไม่ได้ก็ต้องมาหมุนกับเมียบ้าง หมุนกับแม่บ้าง ก็โดนทุกเดือน 2 ปีที่ผ่านมา เดือนนึงก็หลักแสน หลักหมื่นบ้าง โชคดีก็หลักหมื่น โชคไม่ดีก็หลักแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่านอกจากควักเงินส่วนตัวไปลงทุนแล้ว ตอนนี้ต้องไปกู้ธนาคารแล้ว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : มันมีส่วนนึงที่เราเอาเงินมาจากธนาคาร มันก็เป็นภาระที่เราต้องไกล่เกลี่ย เพราะมันมีค่าใช้จ่ายรายเดือน ดอกเบี้ย ส่งต้น ส่งดอก ก็เจรจากันทุกช่องทางที่เขาช่วยเหลือมา เพื่อให้ทุกอย่างมันไปรอด ที่สำคัญเงินก้อนนี้มันเป็นเงินของลูกด้วย ที่เราเก็บไว้ให้ลูก เก็บไว้ให้ภรรยา เก็บไว้ให้ครอบครัว มันก็กลายเป็นว่าเราเดือดร้อนหมดเลย ทั้งคุณแม่ ตัวผมมีเงินเดือนให้แต่ละเดือน ทั้งภรรยาและลูก แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกกดดันเหมือนตอนแรกแล้ว อาจจะเริ่มชินแล้วด้วยมั้ง คือตอนนี้คิดอย่างเดียวว่าทำยังไงให้อยู่ได้แล้วมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นเราผ่านสถานการณ์ที่กดดันมาได้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ตอนนั้นก็มีปัญหาเยอะเหมือนกัน ครอบครัวเราถึงขนาดจะแตกแยกเลย เพราะว่าปัญหาเรื่องของธุรกิจเนี่ยมันมีปัญหาเรื่องของครอบครัวด้วย มันเครียดไง เครียดจากหน้างาน เครียดจากสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องใช้จ่ายรายเดือน ลูกเต้าอีกหลายอย่าง มันก็มัผลกระทบต่อครอบครัว หลักๆ คือมันขึ้นอยู่กับความเครียด เราบริหารจัดการความเครียดได้ไม่ดี มันก็เลยพานมาถึงครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเรามีวิธีสื่อสารกับคนในครอบครัวยังไงให้เข้าใจ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ของผมน่าจะยกความดีความชอบให้ภรรยา ภรรยาคอยเตือนสติตลอด เวลาที่เรารู้สึกเครียด กังวล แล้วเวลาอยู่กับลูกมันจะไม่ใสไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณจีน่าปลอบสามียังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : ขนาดเขาโดนหนักๆ เขายังเป็นกำลังใจให้คนในบ้าน เขาค่อนข้างควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี ไม่เอามาปนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นบอกว่าเคยคิดขายกิจการ แล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ตอนนี้ก็คิดอยู่ เพราะว่ามันเหนื่อย บางทีมันเครียด แล้วสิ่งที่กังวลที่สุดเวลาเราอยู่กับลูก เหมือนตัวเราอยู่ แต่ใจเราไม่อยู่ สมองเรามีแต่ความกังวล การอยู่กับลูกไม่กังวลดีที่สุดเลยเพราะลูกเขาดูออก เขาจะซับอารมณ์เราได้เยอะมากเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ เราคิดจะขายไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ผมก็คิดจะขายนะครับ คือมันยังวนเวียนอยู่ในความคิด บางทีรู้สึกท้อ รู้สึกเหนื่อยมากๆ เราก็ตัดใจขาย แต่พอมีกำลังใจมา ไม่เป็นไรสู้ต่อ เรามีพระเจ้า ไม่ยอมแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านอาหารที่ชลบุรี ตอนไม่มีโควิดวันนึงขายได้หลายแสน ตอนนี้เหลือเท่าไหร่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ต่ำสุดก็หลักพัน สูงสุดตอนนี้ได้แค่หลักหมื่น เสาร์-อาทิตย์ แต่ก่อนเป็นวันที่ขายได้เยอะมาก แต่นี้เหลือ 90,000 บาท 80,000 บาท ได้&amp;nbsp; 70,000 บาท เราก็ดีใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สุดท้ายเห็นว่าครอบครัวพี่โอ๊ตก็ได้ติ๊กต๊อกมาเยียวยาทุกอย่าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : ตอนแรกก็ยัง คือชวนแล้วก็ปฏิเสธ ยังไงก็ไม่เอา ทีนี้ได้เพื่อนมา นี่พี่โอ๊ต เขาก็ทำกัน ต้องเปิดให้เขาดูว่ามีใครทำบ้าง คลิปแรกของเราเป็นแบบสลับชุดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : แรกๆ ลำบากใจ ไม่อยากเล่น หลังๆ ติดใจ หาคอนเทนต์เอง มันก็สนุกดีคลายเครียด ผลพลอยได้ก็คือภรรยาขายของได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หึงภรรยาไหม เวลาแต่งตัวเซ็กซี่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ไม่หึงครับ บางทีเขาแต่งตัวเซ็กซี่มากเกินไป เขาก็ถามว่าชุดนี้ได้ไหมพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นบอกว่ารายได้เกือบล้านต่อเดือนเลยคุณจีน่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : ไม่ใช่คะ 2-3 พันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ตั้งแต่รอบ3 ที่ผ่านมาผมไม่มีรายได้เลย ทางโรงแรมก็ต้องควักเนื้ออยู่แล้ว ร้านอาหารเพิ่งกลับมาเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นบอกมีคนมาจ้างรีวิวเยอะมาก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ก็มีครับ มีรายได้เข้ามาเลี้ยงครอบครัวได้ ตอนนี้ผมยืมเงินเขาทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่โอ๊ตรู้สึกยังไงบ้างที่ผ่านมาเราตั้งใจดูแลทุกอย่างให้ดี แต่พอมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาความรู้สึกเป็นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : เชื่อไหมว่าตอนนี้ดีมากเลยนะที่มันสามารถปรับตัว แล้วทนกระแส ทนแรงต้านได้ ในช่วงแรกผมนอนไม่หลับ หลับไปก็ไม่อยากจะตื่น อยากจะหลับยาวอยู่อย่างนั้น ไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้สภาวะต่างๆ ของครอบครัว ช่วงนี้พอมันเริ่มมีสติ มันก็คิดได้ว่าเหรียญมันมีสองด้านเสมอ เราอาจจะขาดบางอย่างไป แต่เราก็มีบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา ให้มองด้านที่ดีของมันแล้วกัน อย่างน้อยเราก็ได้อยู่กับครอบครัว ถูกสอนให้รอบคอบ จะทำอะไรให้วางแผนดีๆ เราก็ได้รับบทเรียน และเรียนรู้ไปด้วยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้มันเกิดปัญหาต้องแยกห้องนอนกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : เรื่องนี้ยังเป็นข่าวอยู่ ที่นี่เป็นที่แรกที่เราเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องถามคุณภรรยา คุณสามีวิกฤตวัยทองจริงเหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : ใช่ค่ะ ที่แยกห้องเป็นเพราะว่าลูกๆ เริ่มโตขึ้น มันเหมือนนอนแล้วมันแคบเกินไป รู้สึกว่าแยกห้องนอนแล้วทุกคนจะได้นอนสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมไม่เอาเตียงมาเพิ่ม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : เพิ่มแล้ว ไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : คือลูกเขาชอบนอนแนวขวาง มันเลยไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : พอแยกห้องนอนแล้วมันดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันมีห่วงช่องว่างหรือความสัมพันธ์อะไรไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : อาจจะแอบคิดลึกๆ อยู่ จะบอกไม่คิดเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเราเคยนอนด้วยกันตลอด พออยู่ๆ แยกห้องนอนปุ๊บ มันจะชินนะ พอกลับมานอนด้วยกันจะรู้สึกไม่สบายตัว อึดอัด อันนี้แอบคิดเหมือนกัน ความสัมพันธ์จริงๆ ที่แยกห้องนอนเนี่ย ไม่ได้มีอะไรที่ทะเลาะเลย แยกเพราะว่าต้องการสบายตัวทั้งลูก ทั้งพ่อ ทั้งแม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความวัยทอง อาการมันเป็นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : มันควบคุมอารมณ์ยาก ผมกำลังประเมินอยู่ว่าผมเป็นวัยทองจริงหรือว่าผมเครียด บางทีความเครียดสะสมเราอาจจะไม่รู้ตัว ไม่มีความอดทนที่จะเก็บอารมณ์ได้ดีเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าคุณโอ๊ตอายุเยอะขึ้นเริ่มขี้บ่น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : เมื่อก่อนก็บ่น แต่อันนี้หนักกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเราจะแก้ไขยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีน่า : น่าจะชินมั้งคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ๊ต : ก็ต้องทน จริงๆ แล้วก็พอเขาเตือนสติมา พยายามเก็บเงียบ พยายามไม่พูดๆ แต่บางทีมันก็อดไม่ได้ไง เพราะว่ามีเรื่องของลูกด้วย บางทีอันนั้นทำไมไม่เก็บ อันนี้ทำไมไม่เก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106122</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน่า อันนา, ติ๊กต่อก, ธุรกิจ, โควิด, โควิด-19, โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c43db0b9e13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อดีของระบบจัดซื้อจัดจ้าง โปรแกรมที่ควรมีทั้งธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นระบบที่มีประโยชน์สำหรับองค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรขนาดเล็กและใหญ่ แต่หลายๆ คนก็อาจจะมีความกังวลเช่นกันว่าแล้วระบบนี้นั้นมีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน ควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่ หรือบางองค์กรก็อาจมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมข้อดีของระบบจัดซื้อจัดจ้างไว้มาไว้ให้ทุกคนได้พิจารณากัน จะมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น ตามไปอ่านกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
มีความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สาเหตุที่ระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นมีความโปร่งใสนั่นก็เพราะระบบนี้สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ มีการบันทึกข้อมูลทุกครั้ง และตรวจสอบได้ว่าการดำเนินงานนั้นอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว ซึ่งความโปร่งใสก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญอย่างมากในองค์กร เพราะข้อมูลต่างๆ ควรจะเรียกกลับมาดูได้เสมอ และควรตรวจสอบได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แน่นอนว่าการทำงานของระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นจะเป็นการทำงานผ่านระบบอัตโนมัติ และจะเป็นการบันทึกข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล และมีความแม่นยำ จึงทำให้การวางแผนต่างๆ ภายในองค์กรเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนการใช้จ่ายขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
ดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพราะการมีระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นก็จะทำให้การติดตามผลการจัดซื้อภายในองค์เป็นไปอย่างโปร่งใส และรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าก็จะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็ยังช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงแค่ไหนก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;มีความคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หลายธุรกิจมักจะมองว่าการใช้งานระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะเรายังมีทรัพยากรบุคคลที่สามารถทำงานนี้ได้เช่นกัน แต่จริงๆ แล้วหากคุณเทียบกับผลลัพธ์ที่จะได้รับกลับมา ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็มีความคุ้มค่าอย่างมาก เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่าระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นทั้งช่วยในเรื่องของการลดขั้นตอนการทำงาน สามารถตรวจสอบได้ง่าย และที่สำคัญก็คือช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกใช้บริการจัดซื้อจัดจ้างดีหรือไม่ ก็บอกเลยว่าหากพิจารณาจากข้อดีต่างๆ เหล่านี้แล้ว การใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็นับว่ามีประโยชน์และอาจช่วยให้องค์กรของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความโปร่งใส ขั้นตอนการทำงานที่ลดลง มีความคุ้มค่า และช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้าง, ธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c302575004e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เปอร์ สุวิกรม’พาเจาะเทคนิคแบรนด์จิวเวลรีสัญชาติไทยดังไกลระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปอร์สเปกทิฟ&amp;rdquo;&amp;nbsp;สัปดาห์นี้โดยพิธีกร&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปอร์ สุวิกรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;จะพาไปพูดคุยกับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปาจรีย์ ซูเมอร์ส โรเจอร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบจิวเวลรีสัญชาติไทยแบรนด์&amp;nbsp;&amp;ldquo;Pacharee&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้ไปไกลกว่า180&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลก ประสบความสำเร็จภายในเวลาสองปีครึ่ง ถือเป็นอัญมณีไทยผลิตโดยคนไทยออกสู่สายตาชาวต่างชาติ&amp;nbsp;วางขายในห้างดัง30&amp;nbsp;ประเทศ แนวคิดและมุมมองการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จจะเป็นอย่างไรห้ามพลาด&amp;nbsp;ในคืนวันอาทิตย์ที่6&amp;nbsp;มิถุนายนนี้ เวลา22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทางช่อง9&amp;nbsp;MCOT HD&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปาจรีย์ ซูเมอร์ส โรเจอร์ ในฐานะผู้ผลิตและผู้บุกเบิกเปิดใจว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันฟี่ทำแบรด์จิวเวลรีที่ใช้ชื่อว่า&amp;nbsp;Pacharee&amp;nbsp;เป็นชื่อของตัวเองขายอยู่ในช็อป30&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลกและก็ขายในออนไลน์ เรามีแหล่งฐานผลิตที่อยู่ในเมืองไทย เรามีวัตถุดิบที่อยู่ในเมืองไทย และมากไปกว่านั้นเรามีแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากเราเอง จริงๆแล้วช่างทองไทยฝีมือเก่งมากนะ เราเอาจุดนี้มาสร้างความพิเศษให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อให้ต่างประเทศเขาสนใจ&amp;nbsp;เวลาที่เราออกแบบเราไม่เคยดูว่าแบรนด์อื่นเขาทำอย่างไรแต่จะดูว่าเขาพรีเซนต์ตัวเองยังไง&amp;nbsp;เอาความรู้สึกของเราที่อยากได้เครื่องประดับแบบไหนก็ออกแบบชิ้นนั้นเน้นใส่ได้หลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;ท้ายที่สุดแล้วการลงมาทำธุรกิจจริงๆมันจะมีการตอบสนองการออกแบบคือถ้าชิ้นไหนขายดีเราจะดึงมันกลับมา สมมุติเราออกแบบมายี่สิบแบบแล้วลูกค้าชอบสามแบบเราก็ต้องตามใจลูกค้า ในสามแบบที่คนอื่นชอบอาจะไม่ใช่แบบที่เราชอบต้องวิเคราะห์ศึกษาและใส่มุมมองตัวเองเข้าไปเพื่อที่จะทำยังไงให้แตกต่างแต่อยู่ในมาตรฐานเดียวกันแต่ไม่ได้เอามุมมองความคิดของเราคนเดียวใส่เข้าไปเพื่อให้คนอื่นชอบ ต้องค่อยๆดูว่าแต่ละประเทศเขาตื่นเต้นกับอะไร ให้เข้าใจความแตกต่างในแต่ละประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105143</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pacharee, ธุรกิจ, ปาจรีย์ ซูเมอร์ส โรเจอร์, เปอร์ สุวิกรม, เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b86ed77ed05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“OR” เข้าลงทุนร้อยละ 20 ใน “โอ้กะจู๋” ต่อยอดธุรกิจ F&amp;B เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;OR&amp;rdquo; เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ระหว่าง บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR กับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;โอ้กะจู๋&amp;rdquo; โดยมี นางสาวราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน ในฐานะกรรมการ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด และ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล นายจิรายุทธ ภูวพูนผล และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ ผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด พร้อมด้วย นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการการตลาดขายปลีก OR ร่วมลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาวราชสุดา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;OR ดำเนินกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว โดยเน้นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการร่วมทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพ และได้แสวงหาโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food &amp;amp; Beverage : F&amp;amp;B) จึงได้ตัดสินใจเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;โอ้กะจู๋&amp;rdquo; ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย OR เข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 20 ตั้งเป้าขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มเติมในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมถึงการจำหน่ายอาหารแบบ Grab &amp;amp; Go ผ่านร้าน Caf&amp;eacute; Amazon ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ รวมถึงมีวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและหันมาเลือกซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานหรืออาหารสำเร็จรูปเพื่อนำกลับไปรับประทานที่อื่น แทนที่นั่งรับประทานอาหารในร้านมากขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่มีโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ และ ร้าน Caf&amp;eacute; Amazon ซึ่งมีจำนวนสาขาถึงกว่า 3,000 สาขา สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในทุกพื้นที่ที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจ สำหรับ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ OR จัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ในประเทศไทยที่มีศักยภาพการเติบโตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงวิสัยทัศน์ของ OR ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคมชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดการดำเนินธุรกิจของแบรนด์โอ้กะจู๋ ที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชนให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีสุขภาพที่ดี โดยเปลี่ยนจากเกษตรเคมีมาสู่เกษตรอินทรีย์อย่างมั่งคงและยั่งยืน โดยโอ้กะจู๋ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ก่อตั้งได้ริเริ่มธุรกิจปลูกผักสวนครัว ในปี 2553 และจากนั้นจึงได้ขยายธุรกิจมาสู่ร้านอาหารโอ้กะจู๋ ในปี 2556 ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาความตั้งใจและมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคผ่านการบริหารงานตั้งแต่ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ คือการเริ่มต้นจากการปลูกผักในฟาร์มของตนเองที่และส่งตรงถึงหน้าร้านเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ โดยสาขาแรกอยู่ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นในปี 2560 จึงเริ่มขยายสาขามายังกรุงเทพฯ ที่สยามสแควร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากจนปัจจุบันมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 14 สาขา ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำร้านอาหารเพื่อสุขภาพของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาทิ การนำเทคโนโลยี Smart Farm มาใช้ เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างครัวกลางที่จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนนั้น ทางบริษัทฯมีโครงการที่จะทำศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงมีแผนการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรที่ไม่มีช่องทางขายกับผู้บริโภคที่ต้องการผักอินทรีย์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94235</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, ธุรกิจ, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, โอ้กะจู๋</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603746a54cb80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้มเป็นร้อยก็ลุกขึ้นใหม่ได้‘เอ๊ะ จิรากร’กับการทำธุรกิจที่ไม่เคยท้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหนก็บอกตัวเองเสมอว่าอย่ายอมแพ้ สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ หรือเจ้าของฉายา &amp;quot;หน้ากากอีกาดำ&amp;quot; จากรายการ The Mask Singer ที่หลายคนอาจจะรู้จักเส้นทางการเป็นนักร้องของเขามาแล้วว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผู้ชายคนนี้กว่าจะมีเพลงที่โด่งดังเป็นของตัวเองนั้น เจ้าตัวก็เคยเป็นนักร้องไกด์ให้แก่ศิลปินท่านอื่นๆมาก่อน ล่าสุดหนุ่มเสียงดีได้มาเปลือยชีวิตในมุมของการทำธุรกิจที่ &amp;quot;ไม่เคยหยุด แม้จะล้มสักกี่ครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ธุรกิจตอนนี้มีร้านเสื้อผ้า, เฉาก๊วยอีกาดำ และมีหุ้นทำร้านอาหารอยู่ที่นครปฐมด้วยครับ ร้าน SISTA เป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้หญิง ตั้งอยู่ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น3 อยู่ติดๆกับร้านโคอิเตะ ร้านนี้ส่วนมากภรรยาเป็นคนดูแลครับ เขาจะเข้าร้านไปดูแลลูกค้าด้วยตัวเองเลย เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ผลตอบรับดีนะ เพราะราคาเราไม่ได้สูงด้วย หลักร้อยเลยครับ เป็นราคาที่จับต้องได้ แฟชั่นทันสมัย ลูกค้าส่วนมากก็จะเป็นน้องๆวัยเรียนและสาวๆวัยทำงาน ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าเราก็มีกระเป๋า รองเท้า หมวก สามารถมาเลือกมาลองกันได้เลยครับ บางวันถ้าเราไม่ได้ไปไหนก็จะเข้าร้านบ้าง ก็อาจจะได้เจอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน เฉาก๊วยอีกาดำ จากที่ตอนแรกเรามีหน้าร้านด้วยที่เมเจอร์รัชโยธิน ตอนนี้เราเหลือแค่รับออกบูธแล้วครับ ด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย และสภาพภูมิอากาศ ในช่วงที่มีฝนตกเยอะๆตอนนั้น ก็อาจจะทำให้เราต้องตัดสินใจถอยออกมาก่อน แต่ตอนนี้ยังสามารถสั่งไปออกบูธตามงานต่างๆได้ทางเพจ &amp;quot;กิน กับ กา&amp;quot; จะมีแอดมินคอยบริการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และธุรกิจใหม่ล่าสุดตอนนี้ก็คือร้านอาหารที่ นครปฐม ชื่อร้าน &amp;quot;เรโทร&amp;quot; (Retro Food&amp;amp;cafe) อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อันนี้เราไปหุ้นกับพี่คนนึงครับ เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน นี่เองครับ ก็มีอาหารอร่อยๆ มีดนตรีเพราะๆ บรรยากาศสบายๆ ซึ่งบางวันก็อาจจะเห็นผมไปร้องเพลงให้คุณฟังระหว่างทานอาหารไปด้วยก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้าน HAF Wanghin ที่เราหุ้นกับ น้าเน็ก-ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ปิ๊ด บอดี้สแลม และ โอม โปเตโต้ ปิดไปแล้วครับ จริงๆกำลังไปได้ดีนะ แต่มันมีปัญหาเรื่องที่ เพราะคนที่ให้เช่าตึกเขาจดทะเบียนเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมันไม่ได้ เรื่องของข้อกฎหมายตรงนี้เนี่ยเราไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเราไม่เคยทำร้านเหล้ามาก่อนเลย แล้วจริงๆก่อนหน้าที่เราจะไปทำก็เป็นร้านเหล้ามาก่อนนะ เราก็เลยงง ตอนแรกเราก็สงสัยว่าไอ้ร้านนั้นมันออกทำไม อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เขาไม่ได้บอกเรา ซึ่งตอนแรกเขาก็คิดว่าไหนๆมันก็เป็นร้านเหล้าละเราทำต่อเลย แล้ววัฎจักรของร้านเหล้ามันก็มักจะอยู่ที่ 3-5 ปี ก็ต้องรีโนเวท หรือเปลี่ยนร้านไป แต่ก็มาจุกตรงเรื่องที่นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เรามารู้เพราะมันมีคนร้องเรียน ซึ่งเราก็คิดว่าร้านเราเสียงเบากว่าร้านก่อนแน่ๆนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราก็แก้ปัญหานะ เพิ่มแผ่นซัพเสียงนู่นนี่เข้ามา ทีนี้เราทำอะไรถูกหมดเรียบร้อย แล้วเราไปขอใบอนุญาติให้มันถูกต้องตามกฎหมายดีกว่า เพราะเราแกรนด์โอเพนนิ่งแล้ว เรารู้สึกว่ามันไปของมันได้แน่ๆ เราเข้าใจระบบแล้วว่าต้องไปขอใบอนุญาติด้วยนะ พอไปขอก็โป๊ะเลย นั่นแหละครับ ก็เลยต้องหยุด ยังไม่กำไรหรือคืนทุนอะไรเลย ตอนนี้ก็กำลังฟ้องร้องกันอยู่ครับ เราเป็นโจทย์ว่าเราตกลงว่าจะทำเป็นร้านเหล้าแล้วทำไมเจ้าของที่เขาถึงไม่แจ้งเราก่อนว่าไม่ได้จดทะเบียนแบบนั้นนะ อะไรอย่างนั้น ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ทางเราก็มีผู้จัดการส่วนตัวของ น้าเน็ก เป็นตัวแทนไปดำเนินเรื่องต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเราหมุนการทำธุรกิจไปเรื่อยๆเพื่อหาว่าเราเหมาะกับอะไร เราถนัดอะไร คือถ้าถามว่าทำไมพี่เอ๊ะทำธุรกิจอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราถูกโฉลกกับอะไร เราต้องหาไปเรื่อยๆ ในวันที่เรามีกำลังที่จะหา พี่ยืนยันคำนี้เลยว่า ทำในวันที่เรามีเงินลงทุน ดีกว่า ในวันที่เรายังมีงานมีเงินเราต้องรีบหาว่าเราเหมาะกับอะไร ไม่ใช่ในวันที่เงินมันขาดมือ หรือในวันที่เราไม่มีแล้วเรายังจับจุดอะไรไม่ถูกเลย อาชีพที่2ของเราคืออะไรล่ะ เพราะวงการบันเทิงมันก็ไม่ได้แน่นอนเสมอไป ก็พยายามหาอะไรทำไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันมีอยู่ครั้งนึงตอนที่ผมทำ &amp;quot;เอ๊ะ เอ๊ะ ทะเลนึ่ง&amp;quot; และตอนนั้นก็ถ่ายรายการ The Mask Singer ไปด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่ลำบากมาก ในตอนนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ช่วงนั้นก็จะไม่มีงานบันเทิง แล้วเราไม่เคยหาอาชีพสำรองไว้สำหรับชีวิตของเราเลย อยู่ดีๆเราก็คิดว่าเราทำอะไรดี มันมีงานให้เราไปออกบูธนะ ทำอะไรกันดี เราชอบกินอาหารทะเลใช่ไหม งั้นเราก็ไปหาความรู้เรื่องอาหารทะเลมา ไปศึกษาเรื่องต่างๆมา แล้วก็มาทำ หรือช่วงที่เราเปิดร้านข้าวแกง เราก็รู้ว่าการทำร้านข้าวแกงมันเป็นยังไง ร้านเหล้า เราก็เคยลองเปิดดู ว่าร้านเหล้ามันมีรายละเอียอดอะไรบ้างที่จะต้องรู้ ต้องมีองค์ประกอบไหนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่ว่าทุกคนจะหยิบจับอะไรแล้วเป็นเงินเป็นทองหมด จริงไหม ทุกวันนี้ วันที่เราได้มีโอกาสคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนมากคนมักจะถามแต่เรื่องที่ว่าเขาประสบความสำเร็จยังไง ถูกไหมคะ แต่เราไม่เคยถามว่าก่อนที่เขาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จเขาผ่านอะไรมาบ้าง เขาล้มมากี่ครั้ง ในขณะที่คนที่ประสบความสำเร็จพยายามจะเล่าว่าเขาล้มยังไงมาบ้าง เขาผิดพลาดอะไรมาบ้าง แต่คนมักจะสนใจแต่ว่าเขาสำเร็จได้จากอะไรมากกว่า คนๆนั้นที่ประสบความสำเร็จพูดไว้ว่า ในทางที่ผมประสบความสำเร็จเนี่ยมันมีเป็นประสบการณ์ที่ดีมากมายเลยนะ มันทำให้ผมรู้อะไรหลายอย่าง ผมได้รู้ว่าผมถนัดและเหมาะกับอะไร นี่คือสิ่งที่เราได้ฟังมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผม ไม่ว่าเราจะล้มแค่ไหนเราต้องลุกให้ได้ เราต้องเริ่มใหม่ให้ได้ ต้องลุยต่อ อย่ารอให้ไม่เหลืออะไรแล้วค่อยมาสู้ตอนหลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&lt;/p&gt;

aejirakorn

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53118</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรากร สมพิทักษ์, ธุรกิจ, นักร้อง, ร้านอาหาร, หน้ากากอีกาดำ, เอ๊ะ จิรากร, เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00a99ca352a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะลุงตู่แก้เรื่องนักท่องเที่ยวจีนด่วนก่อนธุรกิจบรรลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2561 - นายไพศาล พืชมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคพวกที่หาดใหญ่ สะเดาภูเก็ต กระบี่ สมุย เชียงราย เชียงใหม่ และพัทยา ส่งข่าวโวยกันเกรียว ว่านักท่องเที่ยวจีนหายวูบ ทั้งๆที่เป็นช่วงหยุดยาว เพราะเขาเปลี่ยนไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น เวียดนามพม่า ลาว และกัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแม้แต่ที่ไปเห็นด้วยตาตนเองที่หัวหิน ก็ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวจีนวูบทั่วประเทศแล้ว ก็ได้แต่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ธรรมดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องบอกลุงตู่รีบแก้ไข ก่อนที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยจะบรรลัยมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19871</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจ, นักท่องเที่ยวจีน, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc2c97b9fe20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นีโอ วางเป้า ดัน “บีไนซ์” ขึ้นเบอร์หนึ่งตลาดครีมอาบน้ำ ยอดขายแตะพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นีโอ คอร์ปอเรท ส่ง &amp;ldquo;บีไนซ์&amp;rdquo; ลุยตลาดครีมอาบน้ำ ดันยอดแตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมขึ้นแท่นแชมป์ทันที เร่งเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งกลุ่มแมสและพรีเมี่ยม เชื่อปี 2561 ภาพรวมโต 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริสุภา อาจสัญจร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายครีมอาบน้ำภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;บีไนซ์&amp;rdquo; (BeNice) เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ มีเป้าหมายผลักดันยอดขายให้เพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง จากคาดการณ์ปี 2561 ที่ 800 ล้านบาท พร้อมกับมีส่วนแบ่งการตลาดของปีนี้เป็น 18% จากที่ผ่านมา 14%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าตลาดครีมอาบน้ำมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากเทียบกับอดีตสัก 16 ปีก่อน ซึ่งเป็นปีแรกของการเปิดตัวบีไนซ์จะเห็นได้ว่าครีมอาบน้ำของประเทศทไทย มีมูลค่าเพียงแค่ 1,200 ล้านบาทเท่านั้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนมากยังนิยมใช้สบู่เพื่อทำความสะอาดผิวเป็นหลัก แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 4,832 ล้านบาท มากกว่าตลาดสบู่ไปแล้ว จึงเชื่อว่าเทรนด์ของเมืองไทย คงไม่แตกต่างกับในหลายๆ ประเทศ &amp;nbsp;ที่ประชาชนหันมาใช้ครีมอาบน้ำกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสินค้าของบริษัทยังชูจุดเด่นเรื่องของนวัตกรรมเรื่องของกลิ่นมาตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีอย่างยิ่งจากผู้บริโภค &amp;nbsp;ส่งผลให้มาร์เก็ตแชร์มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นมาตลอด ส่วนปีนี้ก็มีการออกสินค้าใหม่ทั้งกลุ่มแมส ที่ได้ร่วมมือกับบริษัทน้ำหอมชั้นนำจากนิวยอร์ค เปิดตัวครีมอาบน้ำ &amp;ldquo;บีไนซ์ มีสทีค ไวท์&amp;rdquo; รวมถึงขยายตลาดไปสู่กลุ่มพรีเมียม &amp;ldquo;บีไนซ์ ดีท็อกซ์&amp;rdquo; ควบคู่กันไปทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริสุภา กล่าวว่า การทุ่มเม็ดเงินเพื่อทำโฆษณาและโปรโมชั่นของปี 2561 นี้อยู่ที่ 300 ล้านบาท นับว่ามากสุดตั้งแต่เปิดตัวบีไนซ์ ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ด้วยกันหลายอย่า ไม่ว่าจะเป็นการออกสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งลิมิตเต็ด เอดิชั่น ขยายสู่ตลาดพรีเมี่ยมในราคาสูงกว่าแมส โดยสินค้าจะมีคุณสมบัติที่หลากหลาย ในมุมมองของผู้บริโภคเห็นแล้วต้องยอมจ่ายราคาที่แพงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ยังเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ครอบคลุมไปถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ด้วยการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งงบประมาณของปีนี้จะถูกจัดสรรให้กับดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง 20% จากปีก่อน 15% บริษัทมองว่าการทำแคมเปญเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นการซื้อ แต่ต้องเพิ่มช่องทางของสื่อใหม่ๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ด้วย แน่นอนว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง &amp;ldquo;บีไนซ์ มีสทีค ไวท์&amp;rdquo; มีเป้าหมายในการดึงลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยใข้แบรนด์ของบริษัท ก็นับเป็นการขยายฐานลูกค้าได้ทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายรวมทุกกลุ่มสินค้าในเครือ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เอเวอร์เซ้นส์, ทรอส, บีไนซ์, ไฟน์ไลน์, วีไวต์, สมาร์ท โทมิ และดีนี่ ของปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ &amp;nbsp;6,200 ล้านบาท เติบโต15% จากปี 2560 แบ่งสัดส่วนเป็นสินค้าของใช้ส่วนตัวหรือเพอร์ซันนัลแคร์ 40% และผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนหรือเฮาส์โฮลด์ ประมาณ 60%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมอาบน้ำ, ธุรกิจ, นีโอ คอร์ปอเรท, บีไนซ์, ศิริสุภา อาจสัญจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b12003cb01ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
