<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไง? สมาคมสายการบินฯยันยังไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้เสริมสภาพคล่องจากรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ส.ค.2564 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากสายการบินทั้ง 7 สาย ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เพื่อขอความอนุเคราะห์เเละติดตามรัฐบาลในการอนุมัติเงินกู้เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานพนักงาน กว่า 2 หมื่นคน ซึ่งหลังจากนั้นสายการบินบางส่วน ได้ทยอยประกาศหยุดกิจการชั่วคราว พร้อมงด หรือเลื่อนจ่ายเงินเดือนพนักงานออกไป เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนในการดำเนินงานไว้ได้เเล้วนั้น
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามโดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 มีรายงานข่าวและทำให้มีผู้สอบถามมายังสมาคมฯ จำนวนมาก กรณีสายการบินทยอยได้รับสินเชื่อเงินกู้ช่วยเหลือตามนโยบายกระทรวงการคลัง เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานพนักงาน เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอเรียนชี้เเจงว่า ตลอดสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา สายการบินได้พยายามปรับตัวอย่างดีที่สุด รวมทั้งทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการได้รับความช่วยเหลืออย่างดี จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมเเบงค์) ในการออกมาตรการผ่อนปรนการชำระหนี้หรือปล่อยกู้ให้กับสายการบินต่าง ๆ เพื่อประคองธุรกิจ
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;สำหรับการยื่นขออนุมัติเงินกู้โดยตรงต่อรัฐบาล ถือเป็นมาตรการสำคัญที่สมาคมฯ ดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเพื่อรักษาการจ้างงานพนักงานสายการบิน ในสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต่อเนื่องยาวนาน เกินกว่าที่จะควบคุมเเละคาดการณ์ได้
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามโดยถึงวันนี้ สมาคมฯ ยืนยันว่า ยังคงไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานจากรัฐบาลเเต่อย่างใด ซึ่งทราบว่าผ่านความเห็นชอบในหลักการจากสำนักงานประกันสังคม กระทรวงเเรงงาน เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว แต่ติดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาค้ำประกันสินเชื่อจาก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้สอดคล้องกับธุรกิจสายการบิน &amp;nbsp;ซึ่งต้องขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลช่วยเหลือในการพิจารณาเร่งรัดแก้ไขข้อกำหนดโดยเร็วที่สุดต่อไป
&amp;nbsp;
ทั้งนี้สมาคมฯ ขอขอบคุณทุกความปรารถนาดีจากทุกท่าน ที่สอบถามความคืบหน้าถึงการยื่นขออนุมัติเงินกู้เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานจากรัฐบาล มาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าพวกเราจะได้รับการอนุมัติเงินกู้ในเร็ววันนี้ พร้อมผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลำบากกลับมาให้บริการอีกครั้งไปด้วยกันา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการบิน, นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย, พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ, เงินกู้เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a209e0fd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ยืนยันมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท) เปิดเผยว่าตามที่สื่อมวลชนบางแห่งได้นำเสนอกรณีสมาคมสายการบินประเทศไทย ประกอบด้วย 7 สายการบินในประเทศ ได้แก่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินไทยสมายล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ต ได้เรียกร้องให้ ทอท. ยกเว้นการจัดเก็บค่าบริการขึ้น-ลงอากาศยาน รวมถึงค่าจอด-ค่าปรับออกไปก่อน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ทอท. ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยการลด/ยกเว้น ค่าบริการขึ้นลงของอากาศยาน (Landing Charges) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charges) ค่าเช่าสำนักงาน และค่าบริการต่าง ๆ ซึ่ง ทอท.ได้มีการขยายระยะเวลาของมาตรการช่วยเหลือฯ จากเดิมที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2564 ขยายไปจนถึงสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ยังมีสัญญาณว่าจะยังไม่สิ้นสุดลงภายในเดือนธ.ค.2564 ไปจนสิ้นสุดตารางการบินฤดูหนาวของปี 2564 ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2565 โดยการขยายมาตรการช่วยเหลือฯ ในส่วนของค่าบริการสนามบินดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการบินพลเรือนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ทอท. ยังได้อนุญาตให้สายการบินเลื่อนชำระหนี้สินคงค้างของสายการบินตั้งแต่เริ่มสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปี 2563 มาโดยตลอดอีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน คณะกรรมการพิจารณารายได้ของ AOT จึงมีมติเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2564 ผ่อนผันการวางหลักประกันเงินสดสำหรับสายการบินที่มีหนี้สินค้างชำระกับ ทอท. ที่ประสงค์จะทำการบิน ณ สนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง และอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือสายการบินเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่สายการบินในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทอท.สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและสายการบินตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากสถานการณ์ของโรค COVID-19 ยังมีความยืดเยื้อ ทอท. อาจมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เพื่อช่วยประคับประคอง และพยุงธุรกิจของคู่ค้าสำคัญของ ทอท.ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน และร่วมกันฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110712</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยอุตสาหกรรมการบิน, ทอท., ธุรกิจการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f9193e5fec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแอร์เอเชีย&#039;ฟันธงธุรกิจการบินมืดมน ธุรกิจวายวอดสภาพคล่องหมดหน้าตัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19&amp;nbsp;ก.ค.2564 นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยถึงกรณี สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ ห้ามบินในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เรื่องนี้ คงไม่กระทบแอร์เอเชีย ไปมากกว่านี้ เพราะได้ประกาศหยุดบินไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งบอกได้เลยว่าสถานการณ์ขณะนี้ ธุรกิจการบินมืดมน ว่ากันใหม่อีกครั้งได้ก็ต้องกลางปีหน้า &amp;nbsp;และมาตรการต่างๆที่เคยขอภาครัฐไป ก็ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ จนขณะนี้ผู้ประกอบการหมดไม่เหลือสภาพคล่องจะเดินธุรกิจต่อแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าธุรกิจวายวอดหมด สภาพคล่องหมดหน้าตัก สิ้นเดือนนี้ ก็จะไม่มีสภาพคล่องไปจ่ายเงินเดือนพนักงานแล้ว เพราะมาตรการช่วยเหลือที่เราเคยขอภาครัฐไป ไม่เคยได้รับความสนใจเลย&amp;rdquo;นายธรรศพลฐ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า อยากฝากคำถามไปถึงรัฐบาล วันนี้ มีการพิจารณา วาระ 2 เรื่องงบประมาณปี 2565 ชั้นกรรมาธิการฯ วงเงิน 3.1 ล้านๆบาท ที่จะนำมาใช้จ่ายนั้น &amp;nbsp; เคยคิดไหม ว่าจะมีเงินตามวงเงินที่ตั้งไว้ไหม เพราะถ้าธุรกิจในประเทศเจ๊งหมด ตายหมด ไม่สามารถเสียภาษีได้ คุณจะเอางบประมาณที่ไหนมาใช้ &amp;nbsp;ทำไมไม่เร่งช่วยเหลือ ปล่อยกู้ เพื่อต่อลมหายใจเขา ให้เดินธุรกิจต่อได้ &amp;nbsp; จะได้เอาเงินมาเสียภาษีให้รัฐ เพราะอย่างไรรัฐบาลก็ต้องหาแหล่งเงินกู้เขามาแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ต้องทำให้ถูกจุด &amp;nbsp; ฝากให้คิดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการบิน, สภาพคล่องหมดหน้าตัก, แอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5174c96f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระศักดิ์&#039;จี้สบพ.เร่งผลิตบุคลากรทางการบินรองรับอุตสาหกรรมการบินฟื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 2564 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการดำเนินงานแก่สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ว่า หลังจากนี้ สบพ. ควรเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการบินให้มากกว่าปัจจุบันที่ผลิตได้อยู่ปีละ 546 คน เพื่อรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน เน้นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ โดยอาศัยความร่วมมือแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ งานวิจัย ตลอดจนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี จากหน่วยงานในอุตสาหกรรมการบินที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือด้านการบินให้กับประเทศไทย

นายวีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้ง จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคในอนาคต ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายในการดำเนินงานแก่สถาบันการยินพลเรือน โดยกำหนดให้ สบพ. เป็นสถาบันหลักในการกำหนดมาตรฐานการผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

นายวีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ต้องยึดหลักการสำคัญ คือ คุณภาพ ของหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงบุคลากรด้านการบินในด้านทักษะภาษาอังกฤษ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดทางด้านอุตสาหกรรมการบิน พิจารณาเร่งรัดการพัฒนาศูนย์ฝึกการบิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในด้านอาคารสถานที่หลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนบุคลากร ให้พร้อมรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคตอย่างทันท่วงที และให้สถาบันการบินพลเรือน มุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถภายใต้การแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการบิน โดยคำนึงถึงการพัฒนารูปแบบนวัตกรรม และการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการสนับสนุนองค์กรในทุกด้าน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายวีรศักดิ์ กล่าวต่อว่าต้องบริหารจัดการด้านสินทรัพย์ขององค์กร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต เน้นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของการผลิตบุคลากรด้านการบิน และผลงานวิจัยวิชาการด้านการบิน ให้โดดเด่น เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และรวมถึงพิจารณาศึกษาทบทวนความเป็นไปได้ของโครงการศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา ให้คุ้มค่ากับเงินลงทุน เหมาะสมกับเวลา โปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อองค์กรต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106647</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการบิน, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60ca9f06d7053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณบดี วิทยาลัยการบิน มธบ.ชี้เรียนการบิน ยังไปต่อได้ เชื่อธุรกิจฟื้นตัวเร็ว หลังฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
25 ก.พ.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของCOVID-19 และแนวโน้มทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคตว่า ในปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้โดยสารที่ใช้การเดินทางทางอากาศในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 160 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินประมาณกว่า 1 ล้านเที่ยวบิน แต่ภายหลังจากการระบาดดังกล่าว การขนส่งทางอากาศโดยเฉพาะการเดินทางระหว่างประเทศ ได้รับผลกระทบทางตรง เนื่องจากผู้โดยสารหายไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้บุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมการบินเกือบ 3 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส รวมถึงพนักงานที่ให้บริการในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดี CADT กล่าวด้วยว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(International Civil Aviation Organization) หรือ ICAO หน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานการบินทุกประเภทและสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport &amp;nbsp;Association) หรือ IATA มองว่า เมื่อประชากรทั่วโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 จะทำให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศกลับมา ส่วนปัจจัยที่จะทำให้คนมั่นใจและกลับมาเดินทางด้วยสายการบินอีกครั้ง คือ มาตรฐานทางด้านสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจดูได้จากจำนวนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ สองหน่วยงานข้างต้นยังได้หาแนวทางสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ด้วยแนวคิดการทำพาสปอร์ตโควิด เพื่อใช้แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองควบคู่กับพาสปอร์ตหลัก ซึ่งภายในพาสปอร์ตดังกล่าวนั้นจะมีบันทึกการตรวจสุขภาพของผู้โดยสาร &amp;nbsp;และคาดว่าแนวคิดดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่สำคัญสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเอาจริงเอาจังจากทุกประเทศทั่วโลก ในส่วนของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) ได้ออกมาตอกย้ำว่า หากไทยเริ่มมีการใช้วัคซีนโควิดในปี 2564 จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการบิน และหากคนทั่วโลกได้รับวัคซีนอย่างแพร่หลายแล้วในปี 2565การเดินทางด้วยสายการบินจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทย ได้เปรียบในเรื่องของการรับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ได้ดี โดยการจัดลำดับจากสถาบันโลวี (Lowy Institute) ประเทศออสเตรเลีย จัดลำดับให้ไทยเป็นอันดับที่ 4 จากทั้งหมด 98 ประเทศ เชื่อว่าหลังจากประเทศต่างๆอนุญาตให้มีการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องอยากมาเมืองไทย เพราะบ้านเรามีศักยภาพหลายเรื่อง อาทิ ความพร้อมของบุคลากรทางด้านการแพทย์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ผู้คนเป็นมิตร มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ต.ดร.วัฒนาฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนของ CADT DPU &amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการขนส่งทางอากาศในอนาคตมาปรับหลักสูตร รวมถึงสร้างองค์ความรู้ผ่านการอบรม ให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย IATA มองว่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 รูปแบบการขนส่งทางอากาศและการให้บริการบนเครื่องบินจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ สำหรับสาขาการเรียนของ CADT มี 2 สาขาได้แก่ สาขาธุรกิจการบิน ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ที่มาเรียนมีความฝันอยากจะเป็นเจ้าหน้าที่ให้บริการในท่าอากาศยาน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน รวมถึงพนักงานบริการภาคพื้น ซึ่งจะเน้นการให้บริการเป็นหลัก ส่วนสาขาการจัดการเทคโนโลยีการบิน เป็นสาขาที่นักศึกษาตั้งใจมาเรียน เพื่อทำอาชีพพนักงานอำนวยการบิน ซึ่งเป็นอาชีพที่มี License สามารถไปทำงานที่ต่างประเทศได้ หรือจะไปศึกษาต่อยอดประกอบอาชีพเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศหรือนักบินได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;หลักสูตรของ CADT ยังสอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่เน้นปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้นักศึกษาสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ทุกการเปลี่ยนแปลง พร้อมนี้ยังผนวกไปด้วยการใช้หลักการของ Competencis มาประยุกต์ใช้ในการเรียนที่ใช้ได้ผลในธุรกิจสายการบินมากว่า 20 ปี ประกอบด้วย 1. Knowledge (K) องค์ความรู้ที่ได้จากภาคทฤษฎี 2. Skill (S) ทักษะที่เกิดจากการฝึกปฏิบัติและประสบการณ์ และ 3. Attitude (A) ทัศนคติที่ดีในการทำงาน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามนักศึกษาที่จบไปรุ่นแรกในปีการศึกษา 2563 พบว่าส่วนใหญ่ไปทำธุรกิจส่วนตัวและมีบางส่วนทำงานอยู่ในท่าอากาศยาน ซึ่งถือว่านักศึกษาปรับตัวได้ดีต่อสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ในส่วนของนักศึกษาหลายคนยังรอโอกาสในการทำงานในสายการบินหลังสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ต.ดร.วัฒนาฯ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า นอกจากหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว มธบ.ยังมีสถาบันการบิน (DPU Aviation Academy) หรือ DAA ซึ่งเป็นศูนย์อบรมทางด้านการบินแบบครบวงจรสำหรับนักศึกษา บุคคลทั่วไป ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้จัดหลักสูตรอบรมออนไลน์ให้กับบุคลากรการบินที่รองาน เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเกี่ยวกับสายธุรกิจการบิน ทั้งนี้เราอยากให้ CADT DPU เป็นศูนย์รวมทุกอย่างด้านธุรกิจการบิน หรือOne Stop Service เพราะเชื่อมั่นว่าเราคืออันดับ 1 ของประเทศ โดยมีความพร้อมด้านการบินด้วยอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย ฝึกปฏิบัติจริง ด้วยเครื่องบินจริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มาจากสายงานการบิน นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล (PPL) มีเครื่องช่วยฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) ที่ทันสมัยและเหมือนขับเครื่องบินจริง และ CADT ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่สถาบันที่ได้รับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) Thailand Professional Qualification Institute (Public Organization) TPQI หรือ สคช.ให้จัดทดสอบนักศึกษาเพื่อรับประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็นผู้มีความรู้วิชาชีพด้านสาขาการต้อนรับบนเครื่องบิน &amp;nbsp;และที่สำคัญคือเราเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินที่ได้รับการรับรองจาก IATA โดยเริ่มจัดอบรมตั้งแต่ปี 2559 ใน 4 หลักสูตร คือ 1. หลักสูตรพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 2. หลักสูตรการปฏิบัติงานในท่าอากาศยาน 3. หลักสูตรด้านนิรภัยการบิน 4. หลักสูตรการสร้างความตระหนักในการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน&amp;nbsp;
เนื่องจาก CADT DPU เป็น One Stop Service ที่จัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรมด้านการบินอันดับ 1 ของประเทศ ทางวิทยาลัยจึงได้เตรียมหลักสูตรอบรมเพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพด้านการบินที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เรียนจบจาก CADT DPU ในโครงการ CADT ++ (CADT พลัส พลัส) เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาเป็นบุคลากรที่มีความพร้อมสู่สายงานด้านการบิน&amp;nbsp;
+Plus ที่ 1 : &amp;nbsp;โครงการสอบคุณวุฒิวิชาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ชั้น 4 ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (TPQI)&amp;nbsp;
+Plus ที่ 2 : ใบประกาศนียบัตรจาก IATA Training&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เวลานี้นักเรียนและผู้ปกครองอาจขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเรียนด้านการบิน เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพทางด้านนี้ &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ผมเชื่อว่าการเดินทางทางอากาศจะกลับมาเป็นที่นิยมเหมือนเดิมเนื่องจากในห่วงโซ่ธุรกิจ ต้องมีการติดต่อการค้าระหว่างประเทศ มีการท่องเที่ยวรวมถึงการทูตต่างๆ ที่สำคัญสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ทั่วโลกเตรียมตัวตั้งรับได้ดีขึ้น ยิ่งเมื่อมีการฉีดวัคซีนป้องกันเกิดขึ้น โควิด-19 ก็จะกลายเป็นตำนานเหมือนโรคติดต่ออื่นๆที่เกิดขึ้นในอดีต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
คณบดี CADT กล่าวในตอนท้ายว่า DPU ได้ให้ความสำคัญกับ CADT เป็นอย่างมาก โดยปีนี้มีโครงการให้ทุนสร้างฝันเด็กการบิน ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาในภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง โดยทุนมีมูลค่ารวมกว่า 65,000 บาท (รวม iPad + Apple Pencil) ที่นักศึกษาจะได้รับเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์การศึกษายุคใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://cadt.dpu.ac.th/ หรือแอดไลน์ @dekdpu สอบถาม โทร.02-588-6060 ต่อ 100 , 092-549-8992
///////////////////////////////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจการบิน, มธบ., วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT), โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603792facfdc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจการบินอ่วมหนัก&#039;แอร์เอเซีย-สุวรรณภูมิ&#039;รับพิษโควิดระลอกใหม่ผู้โดยสารหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.64-นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยแอร์เอเชีย&amp;nbsp;เปิดเผยว่าจากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงกับบริการสายการบินอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 เที่ยวบินของไทยแอร์เอเซีย เช่นเที่ยวบินไป จังหวัดภูเก็ต ซึ่งบิน 5 เที่ยวบิน/วัน เคยมีผู้โดยสารไฟลท์ละกว่า 100 คน แต่ตอนนี้เหลือไฟลท์ละ 10 ถึง 20 คนเท่านั้น ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่สายการบินคงบินให้บริการลำบาก ขณะนี้จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการรวมไฟลท์ &amp;nbsp;ซึ่งก็ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า ในส่วนมาตรการที่ 6 สายการบินเคยยื่นขอให้ภาครัฐสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟท์โลน ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2563 วงเงินรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ต่อมาภายหลังได้ลดวงเงินขอสนับสนุน เหลือเฉพาะเงินที่จะนำมาใช้จ่ายเป็นค่าจ้างพนักงาน ช่วงเดือน ธ.ค.2563 - ธ.ค.2564 วงเงินรวม 1.4 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยแอร์เอเซีย และสายการบินทั้งหมด ยอมรับว่า คงเลิกหวังกับมาตรการดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยปัจจุบันสายการบิน ได้พยายามช่วยเหลือตัวเอง โดยในส่วนของแอร์เอเซีย กำลังเร่งขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน รวมทั้งการระดมทุนเพิ่มเติมโดยการออกหุ้นกู้ และอีกหลายๆช่องทางโดยการเร่งหาแหล่งเงินทุนนั้น เพื่อให้ทันภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันสภาพคล่องที่บริษัทฯมีอยู่ คงยื้อสถานการณ์ได้ถึงเดือนมีนาคมปีนี้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามีการลดเงินเดือนของพนักงานไปส่วนหนึ่ง เพื่อพยุงสถานการณ์ แต่จะต้องมีการเลิกจ้างในอนาคตหรือไม่นั้นในขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว&amp;rdquo;นายทรรศพลฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ท. สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;หรือ ทอท. ยอมรับว่าผลกระทบจากการระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงกับจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการได้ยกระดับเป็นพื้นที่สีแดงควบคุมสูงสุด &amp;nbsp;ส่งผลให้จังหวัดปลายทางของเที่ยวบินยกระดับการคัดกรอง โดยเฉพาะมาตรการต้องกักตัว 14 วัน ก็ส่งผลให้ผู้โดยสารไม่สะดวก และหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยก่อนหน้าการระบาดโควิดระลอกใหม่ &amp;nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 27,000 คนและสูงสุด ในช่วงวันสุดสัปดาห์ประมาณ 40,000 คน แต่ล่าสุดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเหลือผู้โดยสารไม่ถึงวันละ 8,000 คน โดยแม้ว่าขณะนี้จำนวนผู้โดยสารจะลดลงแต่ยืนยันว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ยังเข้มงวด &amp;nbsp;มาตรการ เฝ้าระวังป้องกันการระบาดของไวรัส โควิด-19 สูงสุด ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่การระบาดในรอบแรกไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์, ธุรกิจการบิน, แอร์เอเชีย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6d7fea6cb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
