<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี! สสว.- SME D Bank  ช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวพื้นที่ 35 จว. ยื่นกู้สินเชื่อดอกเบี้ย 1% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ส.ค. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า จากที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ SME D Bank &amp;nbsp;ร่วมดำเนินการ &amp;ldquo;โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย&amp;rdquo; วงเงิน 1,200 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp; ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้องพัก &amp;nbsp;เกสต์เฮ้าส์ และธุรกิจสปาที่ตั้งอยู่ในโรงแรม &amp;nbsp;เกสต์เฮาส์ &amp;nbsp;ใน 10 จังหวัด พื้นที่นำร่องเปิดการท่องเที่ยว และกลุ่มธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ใน 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด &amp;nbsp;นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง &amp;nbsp;ลงทุน ขยายกิจกรรม ปรับปรุง ซ่อมแซม &amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเปิดแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่าง ๆ เช่น สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย &amp;nbsp;สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;และสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เป็นต้น &amp;nbsp;ทำให้ สสว. และ SME D Bank เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนที่ผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (supply chain) กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง &amp;nbsp;ดังนั้น จึงเปิดกว้างขยายให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว มีสิทธิ์ยื่นกู้โครงการดังกล่าว ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ธุรกิจโรงแรม ห้องพัก &amp;nbsp;เกสต์เฮาต์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (Supply Chain) ได้แก่ ธุรกิจนำเที่ยว-ทัวร์ &amp;nbsp;ธุรกิจคมนาคมขนส่ง ธุรกิจสปา และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ธุรกิจนันทนาการ และธุรกิจเพื่อความบันเทิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร ได้แก่ เครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ขนม เบเกอรี่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนำร่องเปิดการท่องเที่ยว และจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด &amp;nbsp; รวม 35 จังหวัด &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1. กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;2. กาญจนบุรี 3.ชลบุรี &amp;nbsp;4.ฉะเชิงเทรา 5. ตาก &amp;nbsp;6. นครปฐม &amp;nbsp;7. นครนายก &amp;nbsp;8. นครราชสีมา &amp;nbsp;9. นราธิวาส &amp;nbsp;10.นนทบุรี &amp;nbsp;11.ปทุมธานี &amp;nbsp;12.ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;13.ปราจีนบุรี &amp;nbsp;14.พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;15.เพชรบุรี &amp;nbsp;16.ปัตตานี &amp;nbsp;17.เพชรบูรณ์ &amp;nbsp;18.ยะลา &amp;nbsp;19.ระยอง &amp;nbsp;20.ราชบุรี &amp;nbsp;21.ลพบุรี &amp;nbsp;22.สงขลา &amp;nbsp;23.สิงห์บุรี &amp;nbsp;24.สมุทรปราการ &amp;nbsp;25.สมุทรสงคราม &amp;nbsp;26.สมุทรสาคร &amp;nbsp;27.สระบุรี 28.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;29.อ่างทอง &amp;nbsp;30.ภูเก็ต 31.กระบี่ &amp;nbsp;32.พังงา 33.สุราษฎร์ธานี 34.เชียงใหม่ &amp;nbsp;และ 35.บุรีรัมย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือที่จะมีประกาศเพิ่มเติมในอนาคต &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับผู้ประกอบการที่ได้เคยแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ในโครงการดังกล่าวเข้ามาแล้ว แต่ธุรกิจไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายเดิม แต่เข้าค่ายอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ปรับใหม่ ธนาคารจะนำข้อมูลกลับมาพิจารณา เพื่อพาเข้าสู่กระบวนการอำนวยสินเชื่อต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เกณฑ์การพิจารณา ยังให้สิทธิ์พิเศษเช่นเดิม &amp;nbsp;โดยดูจากแค่หลักฐานการเสียภาษีในปี 2563 หรือ 2562 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;
ด้านคุณสมบัติผู้ยื่นกู้ &amp;nbsp; ต้องเป็นสมาชิก สสว. กรณียังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สสว. สามารถขอขึ้นทะเบียนก่อนได้ &amp;nbsp;( http://members.sme.go.th/newportal/ ) &amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มรายย่อย (Micro) และขนาดย่อม (Small) ตามนิยามของ สสว. &amp;nbsp;อีกทั้ง ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือเงินทุนในโครงการพลิกฟื้นฯ โครงการฟื้นฟูฯ หรือกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ รวมถึง &amp;nbsp;ต้องไม่เป็นหนี้ NPLs ไม่ถูกดำเนินคดี และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย &amp;nbsp; ส่วนหลักประกัน &amp;nbsp;บุคคลธรรมดา ใช้บุคคลที่น่าเชื่อถือค้ำประกัน &amp;nbsp;นิติบุคคล ใช้กรรมการผู้มีอำนาจแทนนิติบุคคลค้ำประกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
วงเงินกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา &amp;nbsp;พิจารณาจากการชำระภาษี ภ.ง.ด.90 ในปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า และความเป็นเจ้าของสถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท หากจำนวนเงินที่ชำระภาษี 0-10,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาท &amp;nbsp; , จำนวนเงินที่ชำระภาษี &amp;nbsp;10,001-20,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 200,000 บาท &amp;nbsp;และจำนวนเงินที่ชำระภาษีมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท &amp;nbsp;กรณีมีสถานประกอบการเป็นของตัวเองหรือบุคคลในครอบครัว ให้วงเงินเพิ่มอีกลำดับละ 50,000 บาท แต่รวมแล้วสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท &amp;nbsp; สำหรับนิติบุคคล ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในงบการเงินปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นางสาวนารถนารี เผยด้วยว่า &amp;nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินโครงการดังกล่าว &amp;nbsp;นับตั้งแต่เริ่มเปิดแจ้งความประสงค์จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;มียอดแจ้งความประสงค์เข้าเกณฑ์ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า &amp;nbsp;1 ใน 3 ของวงเงินทั้งหมด &amp;nbsp;และเมื่อมีการขยายกลุ่มเป้าหมาย คาดว่า ความต้องการสินเชื่อจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก &amp;nbsp;โดยการพิจารณาจะใช้กระบวนการมาก่อนมีสิทธิ์ก่อน (First Come First Serve) &amp;nbsp;กำหนดปิดรับแจ้งความประสงค์ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น หรือเมื่อเต็มวงเงิน &amp;nbsp; ดังนั้น &amp;nbsp; ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ ขอให้รีบดำเนินการแจ้งความประสงค์โดยเร็ว ก่อนที่วงเงินจะเต็ม ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือคลิก https://qrgo.page.link/VF6Ka รวมถึง เว็บไซต์ของ SME D Bank , Line OA : SME Development Bank &amp;nbsp;และแอปพลิเคชั่น : SME D Bank &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114209</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME D Bank, ธุรกิจท่องเที่ยว, สสว., สินเชื่อดอกเบี้ย 1%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d42999af7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 7 อันดับข้อเรียกร้องภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขอรัฐช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกล่าสุด เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศต้องการความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงที่ผ่านมา ททท. ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของบรรดาผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-31 พฤษภาคม พ.ศ.2564 พบ 7 อันดับเร่งด่วน ที่ผู้ประกอบการต้องการได้รับการเยียวยา อันดับแรกคือ ให้มีมาตรการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ 16.63%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับสอง จัดทำมาตรการช่วยเหลือแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ จำนวน 15.37% อันดับสาม ยกเว้นค่าธรรมเนียมภาษีบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว 15.27% อันดับสี่ จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ 14.26% อันดับห้า กระตุ้นอุปสงค์การท่องเที่ยวในประเทศ 14.18% อันดับหก ให้สถาบันการเงินพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว 12.39% อันดับเจ็ด กระตุ้นอุปสงค์การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 11.90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนั้น ผู้ประกอบการยังได้เสนอแนะในรายละเอียดของความต้องการความช่วยเหลือ โดยในประเด็นของข้อเสนอการสนับสนุนทางการเงิน การลดดอกเบี้ย และการพักชำระหนี้ นั้นภาครัฐอาจจะจัดทำโครงการต่างๆ อาทิ การช่วยค่าแรงคนละครึ่งกับผู้ประกอบการ การจัดวงเงินกู้พิเศษ อัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ง่าย หรือการทำโครงการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นของแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการต้องการให้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงาน อาทิ ให้มีการจัดสัมมนาและอบรมแรงงานในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการกลับมาให้บริการอีกครั้ง รวมถึงการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ อาทิ การปรับเปลี่ยนขั้นตอนการเดินทางระหว่างประเทศให้คล่องตัวมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้การเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ให้ภาครัฐจัดโครงการพิเศษกระตุ้นการเดินทางในประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเข้าร่วมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กลับมาได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งความต้องการการเยียวยาของผู้ประกอบการไทยในภาคการท่องเที่ยวนั้น ททท. จะได้ดำเนินการโดยการนำโจทย์ความต้องการนี้นำเสนอเป็นแผนการเยียวยาเร่งด่วน เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลให้มีการพิจารณาจัดทำมาตรการเพื่อตอบสนองของผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106442</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธุรกิจท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c85465c35e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว ออมสินเปิดธุรกิจท่องเที่ยวกู้เสริมสภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำ0.10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 2564 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหลังจากการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเพิ่มเติม เพื่อเยียวยาและเพิ่มสภาพคล่องสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมอบหมายธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท เริ่มเปิดรับลงทะเบียนขอกู้ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถใช้ที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อนำเงินกู้ไปใช้เสริมสภาพคล่องให้กิจการ หรือเพื่อไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ในช่วงวันที่ 1 มกราคม &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2563 โดยธนาคารฯ ให้วงเงินสินเชื่อต่อราย ไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินราชการ ระยะเวลากู้ 3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษตามนโยบายรัฐบาล ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย = 0.10% ต่อปี ปีที่ 2 = 0.99% ต่อปี และปีที่ 3 = 5.99% ต่อปี กรณีบุคคลธรรมดาจำนวนเงินให้กู้ 1-10 ล้านบาท นิติบุคคลจำนวนเงินให้กู้ 1-50 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการขอสินเชื่อได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th

&amp;ldquo;สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ของธนาคารออมสิน เริ่มเปิดให้กู้ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2563 มีแนวคิดเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนที่ขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจ หรือมีความเสี่ยงสูญเสียที่ดินติดสัญญาขายฝากอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากที่ได้เตรียมวงเงินโครงการเริ่มแรก 5,000 ล้านบาท ต้องขยายเพิ่มเติมเป็น 10,000 ล้านบาท โดยมีผู้ลงทะเบียนขอกู้จนเต็มวงเงินในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับวงเงินใหม่ 10,000 ล้านบาทนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล โดยธนาคารจะพิจารณาให้กู้จากคุณภาพของหลักประกัน และคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก&amp;rdquo; ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ออมสิน, ธุรกิจท่องเที่ยว, ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cabb5c942e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออมสิน&#039;ทุ่ม3พันล้านปล่อยกู้ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 2563 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(สทท.)&amp;nbsp;จัดสรรวงเงิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ล้านบาท ตามโครงการสินเชื่อเอสเอ็มอี มีที่ มีเงิน สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาสภาพคล่องเนื่องจากขาดรายได้&amp;nbsp;และยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่จะใช้ประคับประคองกิจการให้ดำเนินต่อได้ เนื่องจากข้อจำกัดของเงื่อนไขกระบวนการปล่อยสินเชื่อที่ต้องมีการวิเคราะห์รายได้และพิจารณาภาระของผู้กู้

โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;สามารถนำที่ดินมาเป็นหลักประกันการกู้ ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน&amp;nbsp;โดยธนาคารจะไม่พิจารณาภาระผู้กู้และไม่วิเคราะห์รายได้ พร้อมให้กู้สูงถึง&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ ให้วงเงินกู้สูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดา และ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท สำหรับนิติบุคคล ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้&amp;nbsp;5.99%&amp;nbsp;ต่อปี ให้ผู้กู้มาไถ่ถอนที่ดินคืนเมื่อไหร่ก็ได้ที่พร้อม ภายในเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี ซึ่งการที่ธนาคารออมสินได้รับการสนับสนุนให้สามารถปล่อยกู้ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน เชื่อว่าจะช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เดือดร้อนจากผลกระทบการระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ให้ได้รับวงเงินกู้ไปหมุนเวียนประคับประคองกิจการต่อไป

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธาน สทท.&amp;nbsp;กล่าวว่า จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบทำให้ภาคการท่องเที่ยวชะงักงัน ประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มปิดกิจการถาวรเป็นสัดส่วนกว่า&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมดในไทย ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง โดยเริ่มเห็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางรายประกาศขายกิจการแล้ว&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการคาดหวังว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาสที่&amp;nbsp;4/2563จะดีขึ้นได้บ้าง เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;แม้ว่าที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเร่งหามาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ&amp;nbsp;แม้จะยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป&amp;nbsp;แต่ก็คาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับความร่วมมือกับธนาคารออมสินในครั้งนี้ เป็นความพยายามช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ได้มีทุนเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องปิดกิจการ โดยสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันขอกู้เงื่อนไขผ่อนปรน&amp;nbsp;โดยสมาชิกของ สทท.&amp;nbsp;ที่ประสงค์ขอสินเชื่อโครงการสินเชื่อเอสเอ็มอีมีที่ มีเงิน สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สทท.&amp;nbsp;และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเอสเอ็มอี, ธ.ออมสิน, ธุรกิจท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9950c11c01f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นนทบุรีประกาศเคอร์ฟิว หลายจว.ขยับล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยะลาป่วยโควิดตายรายที่ 2 ชายวัย 79 ปีมีโรคประจำตัวกลับจากมาเลย์ต้น มี.ค. คนปัตตานีผวาเด็ก 9 ขวบติดเชื้อ ภูเก็ตป่วยเพิ่มอีก 7 ราย นายก อบจ.กระบี่ชวน อบจ. 76จังหวัดปรบมือให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวตราดชงผู้ว่าฯ ล็อกดาวน์ 1 เดือน ขณะที่ผู้ว่าฯนนทบุรีออกประกาศห้ามออกจากเคหสถานตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีห้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 12.30 น. นายสงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ฉบับที่ 4 กรณีผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดยะลา เสียชีวิตรายที่ 2 โดยมีข้อความว่า สถานการณ์จังหวัดยะลา ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. ผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม 38 ราย รายใหม่ 0 ราย รักษาหายสะสม 3 ราย เสียชีวิตสะสม 2 ราย กรณีผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดยะลาที่มีรายงานเสียชีวิต 1 รายในวันนี้ นับเป็นการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายที่ 2 ของจังหวัดยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย อายุ 79 ปี อาชีพพ่อบ้าน (ไม่ได้ประกอบอาชีพ) สัญชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ในตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา ญาติให้ประวัติว่า วันที่ 7 มี.ค. 2563 ผู้ป่วยเดินทางไปประเทศมาเลเซีย (รัฐกลันตัน) เพื่อไปงานแต่งงาน โดยสารรถตู้ไม่ได้ค้างคืน เริ่มป่วยวันที่ 21 มี.ค. อาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว วันที่ 23 มี.ค. เข้ารับการรักษาครั้งแรกที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ที่แผนกผู้ป่วยนอกมาด้วยอาการไข้ ผู้ป่วยไม่ได้ให้ประวัติการเดินทางกลับมาจากประเทศเสี่ยง ได้รับยากลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอาการไม่ดีขึ้น และวันที่ 27 มี.ค. ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาอีกครั้ง มาด้วยอาการไข้ 39.1 องศาเซลเซียส ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และได้รับการเอกซเรย์ปอด ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลยะลา วันที่ 28 มี.ค. ผู้ป่วยมีประวัติโรคประจำตัวโรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน ผลทางห้องปฏิบัติการรายงานผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ วันที่ 31 มี.ค. เวลา 08.15 น. ได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตที่โรงพยาบาลยะลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการตรวจผู้สัมผัสร่วมบ้านจำนวน 2 คน ได้แก่ ภรรยาและหลาน พบว่าภรรยารอผลการตรวจ ส่วนหลานไม่มีอาการ ไม่ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจ กักตัวเอง 14 วัน ผู้สัมผัสร่วมชุมชนที่ไปเยี่ยมผู้ป่วย จำนวน 5 คน ทุกคนสังเกตอาการที่บ้าน &amp;nbsp;และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ 14 วันอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยยอดสะสมรวมทั้งสิ้น 44 ราย ทั้งนี้ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ประกาศให้จังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งจังหวัด และมีคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออกข้ามเขต ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. ทำให้จังหวัดปัตตานีเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจด่านเข้า-ออกทั้งสิ้น 18 เส้นทาง หากพบว่าผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง และสงสัยว่าจะเป็นผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ให้มีการกักตัวทันที 14 วัน และผู้ใดฝ่าฝืนก็ดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์หลายกลุ่ม มีการเผยแพร่ข้อความเด็ก 9 ขวบติดเชื้อในพื้นที่สายบุรีอย่างแพร่หลาย ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกกับประชาชนอย่างมาก โดยไลน์ในพื้นที่ปัตตานีชื่อ Billa News ได้อ้างอิงข้อมูลจากเฟซบุ๊กของ พญ.ยารียะ สารีกามา แพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี อ.สายบุรี ซึ่งโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า &amp;quot;มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นเด็กอายุ 9 ขวบ จึงอยากขอร้องพี่น้องประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแพทย์แนะนำ ป้องกันบุตรหลานของท่านเองจากการได้รับเชื้อ ขอร้องผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงทุกคนแนะนำกักตัว 14 วันให้ถูกต้อง และขอร้องอีกอย่างคือ ระหว่างทางคุณไม่ต้องแวะที่ไหน ไม่ต้องสัมผัสใคร เพราะถ้าวันหนึ่งคุณเป็นโควิด-19 คนอื่นจะได้ไม่ต้องรับเชื้อจากคุณ ส่วนกรณีนักศึกษาไทยที่กลับจากปากีสถานขอความร่วมมือกักตัวเอง 14 วัน ตามมาตรการของแต่ละจังหวัด เช่นเดียวกับพี่น้องที่ไปนั่งร้านน้ำชา คุณไม่กลัวโควิด-19 ไม่เป็นไร แต่ขอให้นึกถึงลูกเมียคุณจะติดไปด้วย&amp;rdquo;
ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่มอีก 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 69 ราย โดยเป็นรายใหม่ 7 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 8 ราย รักษาพยาบาลอยู่ 61 ราย อาการรุนแรง 1 ราย ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สำหรับผู้ป่วยที่พบเพิ่ม 7 ราย เป็นกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 รายก่อนหน้า กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในพื้นที่ป่าตอง และกลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พัทลุง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง ได้ออกประกาศฉบับที่ 5 ให้ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าเบ็ดเตล็ด ปิดบริการตั้งแต่ 24.00 น.-05.00 น. ให้ปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ตรวจบุคคลที่เดินทางเข้าจังหวัดพัทลุงอย่างจริงจังและเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ต.ไสไทย อ.เมืองฯ จ.กระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ได้เชิญชวนให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมใจกันปรบมือแสดงความขอบคุณ และให้กำลังใจกับหมอ พยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ในการทำหน้าดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อต่อสู้กับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของ อบจ.กระบี่ ได้มีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา รวมทั้งข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ จำนวน 200 คน แต่งชุดเสื้อสีเหลือง พร้อมใจกันยืนปรบมือตั้งแต่บริเวณหน้าอาคารสำนักงาน เรียงแถวขึ้นไปตามบันไดจนถึงที่ทำงานของกองต่างๆ พร้อมทั้งทำป้ายที่มีข้อความสื่อถึงการให้กำลังใจ เพื่อส่งไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;วันแห่งความสุขของครอบครัว เมื่อคนไข้โควิดทั้ง 6 ได้กลับบ้าน&amp;rdquo; โดยระบุว่า รพ.จะนะ เป็นโรงพยาบาลชุมชนแห่งแรกๆ ที่มีคนไข้โควิด-19 รับรวดเดียว 6 คน เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เป็นกลุ่มเดียวกันที่กลับจากมาเลเซีย วันนี้คนไข้นอนโรงพยาบาลครบ 14 วัน จึงได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวที่รออยู่ด้วยความเป็นห่วง ทั้งนี้ ได้แนะนำให้คนไข้ทั้ง 6 ยังคงรักษาระยะห่างทางสังคมในครอบครัว แยกห้องนอน แยกสำรับอาหาร ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกห้องนอน อย่าเพิ่งออกไปทักทายเข้ากลุ่มเพื่อนฝูง เว้นอีกสัก 7 วัน ให้ทุกคนสบายใจ แล้วจึงใช้ชีวิตปกติ ซึ่งขอให้ช่วยกันโอบอุ้มแบบเว้นระยะห่างกับคนไข้โควิดด้วย อย่าไปรังเกียจเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ลงนามในหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอ ให้ตั้งด่านตรวจหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ประชาชนจิตอาสา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 1,048 หมู่บ้าน ร่วมกันปฏิบัติงานประจำด่านตรวจ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน ผลัดละ 5 คน ตลอด 24 ชั่วโมง กรณีเป็นบุคคลนอกพื้นที่หมู่บ้านเข้ามาในหมู่บ้านให้เจ้าพนักงานควบคุมโรค ออกคำสั่งกักกันให้อยู่ในที่พักเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยเริ่ม 1 -30 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่? นพ.ชาญชัย? พจมานวิพุธ? แพทย์?ชำนาญการ? สาธารณสุข?จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19? ว่า ?มีผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 2 ราย เป็นกลุ่มที่สัมผัสผู้ติดเชื้อเดิมจากกลุ่มเซียนมวยใช้บริการสถานบันเทิง? รวมติดเชื้อสะสม? 34? ราย? ขณะนี้กลุ่มที่เสี่ยงติดเชื้อต่อเนื่องยังคงเป็นกลุ่มผู้ป่วยเดิม ดังนั้น? ผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดทั้งไปเที่ยวสถานบันเทิงและเดินทางเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วย ขอให้กักตนเอง หากป่วยรีบพบแพทย์?ทันที? ซึ่งจากการซักประวัติผู้ติดเชื้อ พบว่า?ยังมีผู้เข้าข่ายสัมผัสที่ต้องติดตามเฝ้าระวังอีกไม่น้อยกว่า ?40? ราย&amp;nbsp;
ตราดชงผู้ว่าฯ ล็อกดาวน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตราด นางสาวจารุวรรณ จินตกานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด สมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด ที่เป็นองค์กรเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ได้หารือกันและเสนอข้อเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดล็อกดาวน์หรือปิดเมืองตราด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวตราดติดเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับมาตรการ 4 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้สถานการประกอบการที่ให้บริการด้านที่พักทุกประเภท งดให้บริการด้านที่พัก ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.-5 พ.ค. เป็นเวลา 1 เดือน (เพื่อให้เวลาเตรียมตัว) 2.ขอความร่วมมือร้านสะดวกซื้องดให้บริการหลัง 20.00 น. เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายให้ประชาชนอยู่บ้านของรัฐบาล 3.สนับสนุนให้ร้านอาหาร ขายแบบห่อกลับบ้าน มากกว่ารับประทานที่ร้าน และ 4.สนับสนุนให้มีมาตรการปิดช่องทางการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดตราด ยกเว้นการขนส่งสินค้าการเดินทางเพื่อการแพทย์และพยาบาล กู้ชีพกู้ภัย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.มุกดาหาร นางมลัยรัก ทองผา นายก อบจ.มุกดาหาร พร้อมผู้บริหาร อบจ.มุกดาหาร นำสมาชิกสภา อบจ. ข้าราชการและพนักงานจ้าง ร่วมกิจกรรมปรบมือให้กำลังใจแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สู้ภัยโควิด-19 โดยการปรบมือ 5 นาที พร้อมถือป้ายแสดงข้อความให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำจังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย นายสมบัติ เพ็งพระจันทร์ กงสุลใหญ่ สปป.ลาว รับมอบยาฆ่าเชื้อจำนวน 5 แกลลอน อุปกรณ์พ่นน้ำยา 5 ชุด รวมทั้งหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ จากนายชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น ประธานกรรมการบริหารศูนย์ค้าส่งประตูน้ำขอนแก่น สำหรับการใช้ทำความสะอาดจุดบริการประชาชนภายในสถานกงสุลฯ และให้บริการประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาติดต่อราชการที่สถานกงสุลฯ ในแต่ละวันที่มีเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุรินทร์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ ออกแถลงการณ์จังหวัดสุรินทร์ ฉบับที่ 6 เรื่องสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยยืนยันพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 8 ราย พร้อมกันนี้ได้มีมาตรการป้องกันโควิค-19 เริ่ม 1 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ให้ร้านเซเว่นฯ เปิดบริการ 05.00-22.00 เท่านั้น สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ พบว่ากลับจากเดินทางไปหาสามีชาวออสเตรเลียที่พัทยากลาง จ.ชลบุรี เดินทางจากพัทยาวันที่ 28 มี.ค. ถึงสุรินทร์ 29 มี.ค. เวลา 04.30 น. โดยรถนครชัยแอร์ สายระยอง-สุรินทร์ ขอความร่วมมือท่านที่โดยสารรถโดยสารประจำทางดังกล่าว ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ณ สถานพยาบาลใกล้บ้านโดยด่วนที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม (สสจ.นครพนม) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ โดย นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์ สสจ.นครพนม แจ้งในที่ประชุมทราบว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเสนอให้ทบทวนประกาศและคำสั่งของจังหวัดนครพนมในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 และมีข้อเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและมาตรการของจังหวัดต่างๆ มีความเข้มงวดมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ สั่งปิดสถานบันเทิงจนถึงวันที่ 30 เม.ย. และเตรียมออกมาตรการการจำหน่ายสุราเพิ่มเติม โดยมีให้เลือกอยู่ 3 ประเด็น คือ 1.ปิดจำหน่าย 100% 2.เปิดจำหน่ายในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. และ 3.สามารถจำหน่ายได้ถึงเวลา 18.00 น. กรณีตลาดสดในเขตพื้นที่เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล เปิด-ปิดในเวลา 05.00-18.00 น. รถโดยสารประจำทาง จัดจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิผู้โดยสาร ถ้าพบว่ามีไข้ 37.5 องศาเซลเซียล ร่วมกับมีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด-19 จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ยุทธชัย ตริสกุล ผอ.รพ.นครพนม เปิดเผยว่า หญิงสูงวัยที่ติดเชื้อโควิด-19 หลังเข้ารับการรักษาและได้รับยาต้านไวรัส อาการดีขึ้นตามลำดับ หายใจเองได้ปกติ สามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น แต่ผลเอกซเรย์ล่าสุด พบปอดถูกทำลายไปไม่น้อยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี &amp;nbsp;ออกประกาศจังหวัด ลงวันที่ 31 มี.ค.2563 เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ฉบับที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชนงดการออกนอกเคหสถาน โดยระบุว่า &amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อันเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ที่พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้พบจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสโรคในจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวัน ทั้งยังมีผู้ป่วยบางรายเสียชีวิต ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงดำเนินเช่นนี้ต่อไป อาจมีจำนวนผู้ป่วยมากจนเกินขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขก็อาจไม่เพียงพอต่อการให้บริการ จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ในการประชุมครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ประกอบความในข้อ 5 ข้อ 7 และข้อ 10 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคน งดการออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึงเวลา 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้นเป็นผู้ขนส่งสินค้า ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61640</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ธุรกิจท่องเที่ยว, ปัตตานี, ยะลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลายจังหวัดล็อกดาวน์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e834ff872fb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ออมสิน&quot;ผุดมาตรการอุ้มลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยวสู้ภัยโคโรนา จ่อลดดอกเบี้ยสูงสุด 20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;quot;โควิด-ไนน์ทีน&amp;quot; (Covid-19) ไปหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งลูกค้าธนาคารออมสินได้รับผลกระทบด้วยนั้น ธนาคารออมสินจึงได้ออกมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงินกู้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อช่วยผ่อนปรนภาระการผ่อนชำระเงินงวด และแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ธนาคารฯ ได้ลดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเงินกู้ลง 20% ของดอกเบี้ยจ่าย เป็นระยะเวลา 1 ปี (คงเหลืออัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 4%) พร้อมกับให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี โดยระหว่างพักชำระเงินต้นนั้นให้ชำระดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 50% ตามความรุนแรงของผลกระทบ ในส่วนดอกเบี้ยที่ค้างชำระหรือที่ชำระไม่ครบนั้น ผ่อนปรนให้ชำระได้ภายหลังในระยะเวลาไม่เกิน 4 ปี และขยายระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาพักชำระเงินต้น สูงสุดไม่เกิน 4 ปี ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ธนาคารฯ ลดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเงินกู้ลง 10% ของดอกเบี้ยจ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี (คงเหลืออัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 4%) พร้อมกับให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี โดยระหว่างพักชำระเงินต้นให้ชำระดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 100% และขยายระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกินระยะเวลาพักชำระเงินต้น โดยสามารถติดต่อแจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คุณสมบัติลูกค้าที่สามารถใช้มาตรการนี้ได้ ต้องได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ Covid-19 ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนผู้ผลิตสินค้า ผู้ประกอบการขายส่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากมาตรการนี้ ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และไม่ปิดกิจการ ธนาคารฯ จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ช่วยเหลือแรงงานในกิจการด้วยการไม่เลิกจ้างพนักงานและลูกจ้าง เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในการประชุมเพื่อหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2563 ได้มีแนวทางช่วยเหลือกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลายมาตรการ ทั้งมาตรการเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมาตรการช่วยเหลือ พนักงาน/ลูกจ้างที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ค้ารายย่อยและอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ รายละเอียดอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งธนาคารออมสินก็มีความพร้อมในการสนับสนุนนโยบายช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57382</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, ธุรกิจท่องเที่ยว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb8b856d7de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดเงินหาย9.5หมื่นล. ครม.คลอดแพ็กเกจอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.เศรษฐกิจคลอดแพ็กเกจพยุงธุรกิจท่องเที่ยวไทย หลังเจอพิษไวรัสโคโรนา ประเมินถึงเม.ย.นักท่องเที่ยวจีนหาย 80% สูญ 9.5 หมื่นล้าน พร้อมตั้ง คกก. &amp;quot;Ease of Traveling&amp;quot; ฟื้นท่องเที่ยว กรมสรรพสามิตขานรับลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน SMEแบงก์พักชำระหนี้ 12 เดือนเยียวยาผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบ่งเป็น 2 ระยะ คือมาตรการระยะเร่งด่วน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-เม.ย.นี้ ประกอบด้วย 1.สื่อสารสร้างความเข้าใจแก่คนไทยและนักท่องเที่ยว โดยห่วงใยและให้ความสำคัญกับคนไทยเป็นอันดับแรก และแสดงความเห็นใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2.เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นวันสต๊อปเซอร์วิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เยียวยาธุรกิจท่องเที่ยว โดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและยืดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้หรือดอกเบี้ย ระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว การปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงของอากาศยาน การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน และ 4.กระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น สนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงการหาตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเพื่อทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว ตั้งแต่เดือน พ.ค.2563 เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน จะมีการตั้งคณะกรรมการ Ease of Traveling โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ตามที่นายกฯ มอบหมายเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน ทำหน้าที่ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับปรุงบริการ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย 2.การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพ และการบริการด้านการท่องเที่ยว และ 3.ดำเนินการกระตุ้นตลาด โดยการสนับสนุน Charter Flight สำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง และการขยายเวลาเศรษฐกิจภาคกลางคืน นำร่องเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว (Zoning)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า จากการประเมินและเก็บข้อมูล พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ส่งผลกระทบทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งแต่ช่วงปัจจุบันถึงเดือน เม.ย.2563 ลดลง 80% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในขณะนี้ อยู่ที่ 9.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น หากจีนมีการยกเลิกคำสั่งการออกนอกประเทศภายใน 3 เดือน ซึ่งสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวอาจจะไม่กลับมาดีในทันที คงใช้เวลาในการฟื้นตัว 1-2 เดือน ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยในปี 2563 ยังคงเป้าหมายมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 41.8 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.22 ล้านล้านบาท โดยยืนยันว่าหน่วยงานพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาระดับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีก่อน และให้เป็นไปตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ได้มีการหารือถึงแนวคิดในการทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ที่ประชุมเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้เลวร้ายเทียบเท่ากับโรคซาร์ส จึงยังไม่ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้
ชงหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ในฐานะเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะช่วยดูผลกระทบของสายการบิน โดยเฉพาะมาตรการทางภาษี โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป และขอให้ทำใจว่าปัญหาไวรัสจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก 3-6 เดือนแรกของปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยเคยเจอปัญหาลักษณะนี้มาแล้วในช่วงการระบาดของไข้หวัดนกและโรคซาร์ส ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในช่วงนั้น โดยรัฐบาลได้หยิบเอาประสบการณ์ในอดีตมาใช้เตรียมการรับมือในขณะนี้ โดยอมรับว่าจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 3-4 เดือน แล้วจึงจะทยอยกลับมา ดังนั้นระหว่างนี้ต้องมาดูวิธีการในการช่วงพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม 5 ล้านราย และยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีก 10 ล้านคน จึงจำเป็นต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรไทยถึงจะผ่านจุดนี้ไปได้&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเกี่ยวกับแนวทางในการดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอีก 2 ครั้ง โดยอาจจะมีมาตรการคล้ายคลึงกับมาตรการไทยเที่ยวไทย มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว และการปลดล็อกแนวทางการช่วยเหลือต่างๆ ตามมาอีกในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงกรณีที่จะมีการยกเลิก VOA (visa on arrival) จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะทางการจีนยกเลิกการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์แแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปร้อยละ 100 และชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์ ทางการจีนขอความร่วมมือไม่ให้ออกเดินทางก็ลดลงแล้วร้อยละ 50 และได้เน้นย้ำผลกระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยรัฐบาลยืนยันให้ความสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ชีวิตและสุขภาพของประชาชน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาทราบว่าประเทศไทยมีระบบการสาธารณสุขมีมาตรฐานสากลตามองค์การอนามัยโลก และมีความพร้อมในการควบคุมการแพร่ระบาดของโลกอันดับ 6 ของโลก จาก 195 ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.รายงานว่า มีการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเข้มข้น ทั้ง 3 ระดับ ระดับที่ 1 ผู้โดยสารเครื่องบินจากเมืองกลุ่มเสี่ยงมาก มีการคัดกรองที่หน้า GATE &amp;nbsp;สำหรับเที่ยวบินที่จัดอันดับความเสี่ยงโรคระบาดระดับปกติ จัดพื้นที่ลงจอดที่อาคารเทียบเครื่องบิน &amp;nbsp;D E F มีจุดตรวจด้วย ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ ที่ไม่สุ่มเสี่ยงตรวจที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และส่วนบัสเกต มีจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ E ประชาชนจะได้เชื่อมั่นการคัดกรองของ ทอท.และกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีข้อแนะนำ ส่วนผู้ที่มีอาการของโรคจะมีการดำเนินการตามระบบที่วางไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3-28 ม.ค.2563 พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้ามายังประเทศไทยทั้งสิ้นประมาณ 20,200 คน โดยในจำนวนนี้ได้มีการเดินทางออกจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว 7,500 คน และยังเหลือนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองอู่ฮั่นที่อยู่ในประเทศไทยอีก 2,730 คน
พักหนี้ช่วยธุรกิจ SME
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโรงแรม ที่พัก สินค้าเกษตรแปรรูป ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก และร้านค้าส่งร้านค้าปลีก เป็นต้น ธพว.จึงได้ออกชุด &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&amp;rdquo; เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น นานสูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น 2.มาตรการขยายเวลาชำระหนี้ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถขยายเวลาชำระหนี้ออกไปได้สูงสุด 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าข้างต้นไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา และ 3.มาตรการเติมทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 3,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3 %ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปี ใน 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากชุดมาตรการดังกล่าว จะช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น รักษาสภาพการจ้างงานในกิจการ และช่วยป้องกันการตกชั้นได้อีกทางหนึ่ง โดยลูกค้า ธพว.ที่ได้รับผลกระทบและต้องการรับความช่วยเหลือ สามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563 ณ สาขา ธพว.ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357&amp;quot; นางสาวนารถนารีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า พร้อมที่จะใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ที่ก่อนหน้านี้เคยหารือกันและได้ข้อให้กลับไปทำข้อเสนอกลับมาว่า หากมีการลดภาษี จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ซึ่งหากกระทรวงการคลังและ ครม.ไม่ขัดข้อง กรมพร้อมที่จะลดภาษีให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะเป็นมาตรการลดให้กับเที่ยวบินภายในประเทศเท่านั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจะต้องเป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ได้ลดภาษีช่วยตลอดไป และยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้เป็นปัญหาให้กับกรม เพราะปัจจุบันกรมจัดเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบินไม่มาก แค่ 1-2 พันล้านบาทต่อปี ไม่ได้มีนัยสำคัญ แต่หากเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจริงๆ ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55988</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ease of Traveling, ครม.เศรษฐกิจ, ชำระหนี้ 12 เดือน, ธุรกิจท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยวจีน, ลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c093b1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
