<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กม.รีดภาษีออนไลน์ผ่านสนช.แล้ว ธุรกิจสีเทา-นอกระบบเตรียมตัวถูกไล่บี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; ตั้งแทนลุยรีดภาษีออนไลน์ หลัง สนช.ผ่านกฎหมายวาระ 3 ยอมแก้เกณฑ์โอน-ฝากเกิน 200 ครั้งต่อปีเป็น 400 ครั้ง ต่อปี ต้องถูกตรวจสอบข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. &amp;hellip; เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (อีเพย์เมนต์) วาระ 3 แล้วเรียบร้อยแล้ว จากนี้ก็เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้เริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้องมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนช.มีการอภิปรายกฎหมายกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสาระสำคัญของกฎหมาย ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องแจ้งข้อมูลที่เข้าข่ายเป็น ธุรกรรมพิเศษ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี และ 2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งต่อปี แก้ไขเป็นทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี ขณะที่ยอดรวมของการรับฝากโอนยังคงไว้ที่ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ สรรพากรระบุว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรสามารถกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ &amp;nbsp;ส่วนสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินพิเศษให้กรมสรรพากรรับทราบ หากไม่ปฏิบัติตามปรับ 1 แสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การผลักดันกฎหมายเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษี จากเดิมที่ต้องมีต้นทุน และค่าเสียเวลา ในการยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายต่อกรมสรรพากร จากกฎหมายมีผลบังคับใช้ สถาบันการเงินก็จะรายงานข้อมูลให้กรมรับทราบ และเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เสียภาษีถูกต้อง โดยกรมไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ หรือจับผิดใคร และไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ ไม่ต้องกลัวว่ากรมจะไปไล่บี้ หากเสียภาษีถูกต้องอยู่แล้วก็จะไม่มีผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย คือ ร้านค้าออนไลน์ที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษี ข้าราชการที่ทุจริตมีโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง และธุรกิจสีเทาผิดกฎหมาย ซึ่งจะเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไม่กระทบกับผู้เสียภาษีที่ถูกต้อง แต่การออกกฎหมายนี้จะทำให้ประเทศดีขึ้น เพราะจะมีการเสียภาษีให้ถูกต้องมากขึ้น ป้องกันการทุจริตของข้าราชการ และการค้าขายของผิดกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23537</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., ธุรกิจสีเทา, รีดภาษีออนไลน์, ร้านค้าออนไลน์, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7871c7d0d1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าออนไลน์นอกระบบอ่วม สรรพากรลุยแก้กม.รีดภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; เอาจริง ลุยแก้กฎหมายสั่งสถาบันการเงินรายงานการทำธุรกรรมทางการเงิน &amp;ldquo;ฝาก-โอน&amp;rdquo; เกิน 3 พันครั้งต่อปี เสี่ยงผิดปกติต้องเข้าข่ายตรวจการเสียภาษี แจงไม่กระทบผู้เสียภาษีถูกต้อง ขณะที่ผู้ค้าออนไลน์นอกระบบ ข้าราชการทุจริต และธุรกิจสีเทา มีหนาว!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ..... เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (e-payment) จะทำให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้องอยู่แล้วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายคือ ผู้เสียภาษีสามารถยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรสามารถกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ รายงานการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้าให้กรมสรรพากรรับทราบ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี และ 2.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง และมียอดรวมของกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยกรมสรรพากรจะเก็บข้อมูลเป็นเวลานาน 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินดังกล่าวไม่ปฏิบัติตาม &amp;nbsp;ปรับ 1 แสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรายงานข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่เปิดเผยข้อมูลผู้เสียภาษีก็มีการปรับโทษเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์กล่าวว่า การแก้กฎหมายนี้ไม่กระทบกับผู้เสียภาษีที่ดำเนินการถูกต้องอยู่แล้ว เช่น พนักงานหรือข้าราชการรับเงินเดือน และเดิมกรมสรรพากรก็มีอำนาจที่จะขอดูข้อมูลการเงินของผู้เสียภาษีอยู่แล้ว แต่การใช้อำนาจดังกล่าวอาจถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ ซึ่งกฎหมายใหม่สถาบันการเงินต้องส่งรายงานธุรกรรมให้กรมสรรพากร ก็เป็นการลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพราะระบบจะเป็นคนทำงาน และจะแจ้งเตือนว่าผู้มีเงินได้ใดที่กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การกำหนดครั้งการทำธุรกรรมก็เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ที่ทำธุรกรรมการเงินปกติและเสียภาษีถูกต้อง เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้กำหนด ซึ่งมองว่าการโอนเงินปีละ 3,000 ครั้ง หรือประมาณวันละ 10 ครั้ง น่าจะเป็นการทำธุรกรรมที่ไม่ปกติ และควรได้รับการตรวจสอบหรือการโอนเงิน 200 ครั้ง แต่ละครั้งมีจำนวนมาก ก็น่าถูกตรวจสอบว่ารายได้มาจากอะไร และมีการเสียภาษีที่ถูกต้องอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายคือร้านค้าออนไลน์ที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษี ข้าราชการที่ทุจริตมีโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง และธุรกิจสีเทาผิดกฎหมาย ซึ่งจะเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ไม่กระทบกับผู้เสียภาษีที่ถูกต้อง แต่การออกกฎหมายนี้จะทำให้ประเทศดีขึ้น เพราะจะมีการเสียภาษีให้ถูกต้องมากขึ้น ป้องกันการทุจริตของข้าราชการ และการค้าขายของผิดกฎหมายได้&amp;quot; นายประสงค์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์กล่าวอีกว่า นโยบายของกรมสรรพากรตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้เน้นการเสียภาษีให้ถูกต้อง ผู้ที่อยู่นอกระบบต้องเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อให้เกิดเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีที่ถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่อยู่ในระบบก็ต้องเสียให้ครบถ้วน กรมสรรพากรจึงมีมาตรการบัญชีเดียวไม่ย้อนหลังเอาผิด ขอให้เริ่มเสียภาษีให้ถูกต้อง และในปี 2562 การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต้องใช้บัญชีที่ยื่นกับกรมสรรพากร หากไม่ทำให้ถูกต้องก็จะไม่ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6575</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการทุจริต, ตรวจการเสียภาษี, ธุรกรรมทางการเงิน, ธุรกิจสีเทา, นายประสงค์ พูนธเนศ, ผู้ค้าออนไลน์นอกระบบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac63033a7511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
