<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จับมือขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้าปี 2563 จัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน 500   กลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ/ พอช.จับมือขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; เป้าหมายชุมชน &amp;lsquo;กินอิ่ม&amp;nbsp; นอนอุ่น&amp;nbsp; ทุนมี&amp;nbsp; หนี้ลด&amp;rsquo;&amp;nbsp; ใช้ 9 กระบวนการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; ใช้จุดเด่นของชุมชนสร้างแบนด์หรือผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นมา&amp;nbsp; ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนชุมชนทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจ 500 กลุ่ม&amp;nbsp; ด้านกลุ่มวิสาหกิจเกาะลิบง จ.ตรัง เตรียมนำของดีชุมชน &amp;lsquo;ปลิงกามาต&amp;rsquo; บรรจุแคปซูลเพิ่มมูลค่า ก.ก.ละ 35,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 11-12 &amp;nbsp;กันยายนนี้ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงาน &amp;ldquo;เวทีสรุปผลการดำเนินงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน แผนธุรกิจเพื่อชุมชน คานงัดการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์-พื้นที่รูปธรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน ฯลฯ &amp;nbsp;โดยมีนายสากล &amp;nbsp;ม่วงศิริ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในการเปิดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้แทนชุมชนที่ทำโครงการเศรษฐกิจและทุนชุมชนจาก 5 ภาคเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม. (ขวาสุด) เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;เพราะเศรษฐกิจฐานรากเป็นเสาหลักความมั่นคงของประเทศ &amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีรายได้ไม่เกิน 5,344 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งมีถึง 40% หรือ 26.9 ล้านคนจากประชากรทั้งประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร &amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากไปสู่ประชากรกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก เพื่อทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ &amp;nbsp;ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;มีคุณธรรม และเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาด้านอื่นๆ &amp;nbsp;ทั้งเรื่องสังคม ผู้คน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอัมพร&amp;nbsp; แก้วหนู&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานครั้งนี้เป็นการสรุปบทเรียนประจำปี&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 กว่าคน&amp;nbsp; มาจากทุกภาคทั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน 40-50 ตำบลที่จัดทำแผนพัฒนาธุรกิจชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนนั้น &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการดำเนินการในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนจะทำให้ชุมชนเกิดความมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp; โดย พอช. มีตัวชี้วัด 2 เรื่อง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ทำแล้วต้องทำให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ &amp;nbsp;2.ทำแล้วชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากทำกิจกรรมแล้วองค์กรชุมชนอ่อนแอก็ต้องทบทวนตัวเองเช่นกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอัมพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;แผนธุรกิจเพื่อชุมชน 9 ขั้นตอน &amp;nbsp;คานงัดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เริ่มสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศสร้างระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนที่มั่นคง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตนเองได้มาตั้งแต่ปี 2543 &amp;nbsp;มีเป้าหมายหลัก&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;กินอิ่ม&amp;nbsp; นอนอุ่น&amp;nbsp; ทุนมี&amp;nbsp; หนี้ลด&amp;rdquo;&amp;nbsp; และถือเป็นภารกิจหลักด้านหนึ่งของสถาบันฯ (นอกจากเหนือจากภารกิจอื่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ) โดยมีแผนการส่งเสริมเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดอบรมเพื่อสนับสนุนให้มีการวางแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาผู้นำเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือนำไปขยายผลต่อ&amp;nbsp; ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลความร่วมมือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ร่วมมือกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคี&amp;nbsp; จำกัด ส่งเสริมการผลิต&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; การตลาดและจัดจำหน่าย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภานิตร&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้จัดการสำนักเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชนแล้ว รวม 119&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ภาคเหนือ 16 พื้นที่&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; 21 พื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; 39 พื้นที่&amp;nbsp; กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 21 พื้นที่&amp;nbsp; และภาคใต้&amp;nbsp; 22 พื้นที่&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเกิดผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทั่วประเทศรวม&amp;nbsp; 119 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนในปี 2563 มีเป้าหมายสนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชนจำนวน&amp;nbsp; 500 กลุ่ม&amp;nbsp; สนับสนุนการจัดทำแผนธุรกิจฯ ระดับตำบลจำนวน 100 ตำบล&amp;nbsp; สนับสนุนศูนย์บ่มเพาะธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; 50 ศูนย์&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการจัดทำชุดความรู้&amp;nbsp; และจัดเวทีการเรียนรู้เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางสุภานิตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายให้องค์กรชุมชนนำผลผลิตหรือต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่มาเพิ่มรายได้&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีเศรษฐกิจและทุนที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน&amp;nbsp; 9&amp;nbsp; ขั้นตอน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ค้นหาจุดขายที่โดดเด่น หรือแตกต่างของชุมชนเพื่อสร้างแบนด์&amp;nbsp; 2.ค้นหากลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนทั้งปัจจุบันและอนาคตว่าเป็นใคร&amp;nbsp; อยู่ที่ไหน&amp;nbsp; 3.มีการสื่อสารการตลาด&amp;nbsp; 4.ปิดการขายและให้กลับมาซื้อซ้ำ ด้วยความประทับใจ&amp;nbsp; 5.ที่มาของรายได้&amp;nbsp; (เพิ่มผลิตภัณฑ์และลูกค้า,ลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ) 6.เสริมกิจกรรม เพื่อให้ข้อ 3-5 เป็นจริง&amp;nbsp; 7.(จากข้อ 6) อะไรบ้างที่เราทำได้&amp;nbsp; เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp; 8.สิ่งที่จำเป็นต้องทำ&amp;nbsp; แต่ทำเองไม่ได้&amp;nbsp; ต้องร่วมมือกับภายนอก&amp;nbsp; และ 9.ค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ที่จำเป็นต้องใช้&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวมาจัดทำแผนระยะสั้น-ระยะยาว&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มวิสาหกิจฯ เกาะลิบงชูของดี &amp;lsquo;ปลิงกามาตแคปซูล&amp;rsquo; เพิ่มมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อีสมาแอน (ซ้าย) ฝึกการใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับเพื่อดูแลฝูงพะยูนและเพื่อการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด &amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชาวตำบลเกาะลิบงส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง&amp;nbsp; ทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; แต่มีลักษณะต่างคนต่างทำ&amp;nbsp; ในปี 2553 จึงจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; มีสมาชิก 60 ครอบครัว&amp;nbsp; มีกิจกรรมหลัก&amp;nbsp; คือ 1.แปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาอินทรีย์เค็ม&amp;nbsp; ปลาหมึกแห้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ทำเกษตรอินทรีย์และประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; เช่น เลี้ยงกุ้งมังกร&amp;nbsp; ปลิงขาวและปลิงกามาต&amp;nbsp; และ 3.การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; มีสมาชิกโฮมสเตย์&amp;nbsp; จำนวน 10 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกำไรจากกลุ่มต่างๆ เมื่อหลักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำเข้ากลุ่มวิสาหกิจฯ จำนวน 30&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการ&amp;nbsp; เป็นทุนในการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; และช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิก&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 80,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนเรายังไม่มีความรู้เรื่องการทำแผนและทำธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; เวลาเอาสินค้าจากเกาะลิบงไปขาย&amp;nbsp; บางครั้งก็ขาดทุน&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้คำนวณต้นทุน&amp;nbsp; ไม่ได้คำนวณค่าขนส่ง และยังผลิตสินค้าแบบเดิม &amp;nbsp;เหมือนกับเรามีวัตถุดิบอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่เราไม่ได้ปรุงแต่ง&amp;nbsp; จึงทำให้ขายสินค้าได้ราคาต่ำ&amp;nbsp; แต่เมื่อเรามีความรู้แล้ว&amp;nbsp; เราจึงเอามาใช้วางแผนการผลิตและวางแผนขาย&amp;nbsp; ผลิตสินค้าให้ได้เกรดพรีเมี่ยมสำหรับลูกค้าที่มีเงิน &amp;nbsp;และสินค้าสำหรับตลาดทั่วไป&amp;nbsp; ทำให้เราขายได้เงินเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ไม่ต้องขนของเป็นคันๆ รถเพื่อเอาไปขายในกรุงเทพฯ เหมือนแต่ก่อน &amp;nbsp;แต่สามารถขนขึ้นเครื่องบินหรือส่งทางบริษัทขนส่งได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เกาะลิบงยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานกลุ่มฯ ยังบอกถึงแผนธุรกิจที่กำลังดำเนินการขณะนี้ว่า&amp;nbsp; กลุ่มฯ กำลังทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&amp;nbsp; วิจัยประโยชน์ของปลิงกามาตซึ่งเป็นปลิงทะเลที่เลี้ยงบนเกาะลิบง&amp;nbsp; จากเดิมที่กลุ่มเลี้ยงปลิงกามาตเพื่อตากแห้งและรมควันขายตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp; ราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท&amp;nbsp; แต่มีแผนธุรกิจที่จะแปรรูปปลิงกามาตเป็นอาหารเสริมในรูปแบบของแคปซูลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกประมาณ 5 เท่า หรือประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp; 35,000 บาท&amp;nbsp; เพราะเท่าที่ทราบเบื้องต้นปลิงกามาตมีสารมิวโคโปรตีน ( Mucoprotein) มีสรรพคุณบำรุงข้อต่อ&amp;nbsp; เอ็น&amp;nbsp; ป้องกันโรคกระดูกพรุน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ตามแผนคาดว่าประมาณปีหน้าหลังจากได้ผลจากการศึกษาวิจัยแล้ว&amp;nbsp; จะขอทะเบียนอนุญาตจาก อย.เพื่อผลิตจำหน่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การเลี้ยงปลิงกามาตที่เกาะลิบงปัจจุบันมีกว่า 10,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังร่วมกับ ม.สงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์เพื่อเตรียมที่จะขายสินค้าทางออนไลน์คล้ายกับบังฮาซัน&amp;nbsp; แต่เราจะไลฟ์สดทางเฟสบุ๊ค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตกปลาอินทรีย์สดๆ เพื่อให้คนซื้อได้เห็นว่าปลาของเราสดจริง&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีแผนในการฟื้นฟูการปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ปลูกแตงโมพันธุ์พระยาลิบง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิม&amp;nbsp; ลูกใหญ่&amp;nbsp; รสชาติหวานกรอบ&amp;nbsp; ทำให้เรามีอาหารบนเกาะครบถ้วน&amp;nbsp; ไม่ต้องซื้ออาหารจากบนฝั่ง&amp;nbsp; วางแผนว่าจะเริ่มหลังมรสุมปีนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ บอก&amp;nbsp; และขยายความว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มฯ มีรายได้จากการขายสินค้าชุมชน&amp;nbsp; (หักค่าใช้จ่ายแล้ว) เข้ากลุ่มประมาณปีละ 300,000-500,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้จะทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 10 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มเกษตรฯ อ.พบพระ&amp;nbsp; แปรรูป &amp;lsquo;อะโวคาโด้&amp;rsquo; บำรุงผิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิริมนตร์&amp;nbsp; กึมรัมภ์&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp; ต.ช่องแคบ&amp;nbsp; อ.พบพระ&amp;nbsp; จ.ตาก&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มจัดตั้งในปี 2547&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกที่ปลูกผักเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; และอะโวคาโด้ จำนวน 35 ราย&amp;nbsp; แต่ยังไม่ได้แปรรูปผลผลิต&amp;nbsp; และเริ่มนำผลอะโวคาโด้ที่สมาชิกปลูกมาแปรรูปเป็นสบู่ตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; แต่ยังเป็นในลักษณะทำเอง&amp;nbsp; ใช้เอง&amp;nbsp; ยังไม่ได้ผลิตเพื่อขายอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะยังขาดความรู้ความมั่นใจ&amp;nbsp; แต่เมื่อได้เข้าอบรมเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนกับ พอช. ในเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จึงทำให้ตนและสมาชิกกลุ่มเกิดความเข้าใจเรื่องการทำแผนธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; และค้นคว้าเรื่องประโยชน์ของอะโวคาโด้จนเกิดความมั่นใจ&amp;nbsp; นำไปสู่การแปรรูปอะโวคาโด้เพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สิริมนตร์&amp;nbsp; กึมรัมภ์&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากการศึกษาข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; อะโวคาโด้มีประโยชน์เรื่องการบำรุงผิวพรรณให้สวยงาม&amp;nbsp; มีน้ำมีนวล&amp;nbsp; มีสารต้านอนุมูลอิสระ&amp;nbsp; ช่วยชะลอความแก่&amp;nbsp; และยังช่วยลดความดันโลหิต&amp;nbsp; ลดไขมันในเส้นเลือด&amp;nbsp; ช่วยลดน้ำหนัก&amp;nbsp; เราจึงเอาผลอะโวคาโด้มาทำสบู่บำรุงผิว&amp;nbsp; เอาเมล็ดมาทำเป็นชาผงบรรจุถุง&amp;nbsp; มีสรรพคุณคุณต่างๆ มากมาย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มผลิตสบู่อะโวคาโด้จำหน่ายประมาณเดือนละ 400 ก้อน&amp;nbsp; เป็นการผลิตแบบแฮนด์เมด&amp;nbsp; ราคาจำหน่ายก้อนละ 79-89 บาท&amp;nbsp; และมีแผนจะผลิตสบู่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งขยายไปจำหน่ายในตลาดออนไลน์&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีแผนนำอะโวคาโด้มาผลิตเป็นครีมขัดผิว&amp;nbsp; ครีมอาบน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเครื่องสำอางอื่นๆ&amp;nbsp; ที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; และกลุ่มเกษตรยั่งยืนตำบลพบพระ จ.ตาก&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; การจัดงาน &amp;ldquo;เวทีสรุปผลการดำเนินงานเศรษฐกิจและทุนชุมชน &amp;lsquo;แผนธุรกิจเพื่อชุมชน คานงัดการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในครั้งนี้ยังมีกลุ่มธุรกิจชุมชนจากทั่วประเทศที่เข้าร่วมด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนตำบลวันยาว&amp;nbsp; อ.ขลุง&amp;nbsp; จ.จันทบุรี&amp;nbsp; ซึ่งมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp; ดูเหยี่ยวแดง&amp;nbsp; ชิมหอยนางรมสด&amp;nbsp; และอาหารทะเล,&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจหมู่บ้านบางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจเพื่อชุมชน, รมว.พม., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สากล  ม่วงศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78bb4834cd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
