<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังฟอร์มยักษ์เลื่อนฉายเพียบ &#039;เอสเอฟ&#039; เชื่อปีหน้าโรงภาพยนตร์กลับมาคึกคัก!  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 2563 นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่องต้องเลื่อนกำหนดการฉายออกไปเป็นปี 2564 เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะมีมากถึง 20 เรื่อง หากสามารถเข้าฉายได้ตามกำหนดระยะเวลาที่วางไว้ ก็จะส่งผลให้ในปีหน้ากลายเป็นปีทองของหนังระดับฮอลลีวู้ด จากที่เมื่อ 2 ปีก่อนหน้ามีภาพยนตร์อย่าง Avengers: Endgame ได้ทุบสถิติรายได้และเป็นปีทองของหนังฟอร์มยักษ์มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวิกฤติของโควิด-19 ยังทำให้ตลาดหนังในประเทศปรับเปลี่ยนไป จากที่เคยต้องพึ่งพาหนังฮอลลีวู้ดประมาณ 80% ก็ต้องมาทำตลาดด้วยภาพยนตร์ไทยกันมากขึ้น ในส่วนของบริษัทเองก็ต้องมีการปรับแผนการลงทุนเพื่อให้สอดรับกับสภาวการณ์อย่างต่อเนื่องและมีความถี่มากขึ้น รวมถึงยังต้องมีการนำคอนเทนต์พิเศษๆ เพื่อดึงคนกลับเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการนำหนังเก่าๆ ที่กลับมาฉายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มุ่งเน้นการพัฒนาโรงภาพยนตร์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ทุกกลุ่มอยู่เสมอ ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค จึงมองหาพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องมาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อยกระดับและสร้างประสบการณ์ใหม่ในการชมภาพยนตร์ที่เหนือระดับมากขึ้น อาทิ Zigma Cinestadium, MASTERCARD Cinema, CAT First Class Cinema, Happiness Cinema และ MX4D&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้เปิดตัว &amp;quot;The Bed Cinema by Omazz&amp;quot; เป็นการจับมือกับ โอมาซ (Omazz) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องนอนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สร้างประสบการณ์ชมภาพยนตร์ใหม่ระดับพรีเมียม ด้วยเตียงนอนที่สามารถปรับเอนนอนได้ตามความต้องการ นับเป็นครั้งแรกของการจับมือกันของผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านที่นอนและเครื่องนอนมาร่วมมือกัน โดยงบประมาณการลงทุนอยู่ที่ 50 ล้านบาท ในการปรับปรุงโรงภาพยนตร์ใหม่ทั้งหมด โดยเปิดให้บริการที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมตั้งเป้ามีผู้ชม 50,000 คนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มผู้ชมระดับพรีเมี่ยมอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมโรงหนัง คงเป็นเรื่องคอนเทนต์หรือหนังที่เข้าฉาย เชื่อว่าในเดือน ธันวาคม &amp;nbsp;2563 นี้ จะเป็นการส่งท้ายปีที่คึกคัก เนื่องจากมีหนังที่น่าติดตามเตรียมเข้าฉาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงหนัง, บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน), สุวิทย์ ทองร่มโพธิ์, โรงภาพยนตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9a35aeeb1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงหนังยืนยันไม่ขึ้นค่าตั๋วชี้ที่นั่งหดเหลือ25%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.2563 นางสาวพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หลังจากบริษัทได้ปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;หรือประมาณ 75 วัน ซึ่งทำให้บริษัทไม่มีรายได้ โดยการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งก็ไม่สามารถจำหน่ายตั๋วได้เต็มที่ เนื่องจากยังคงอยู่ในมาตรการเว้นระยะห่าง จึงต้องจัดที่นั่งเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 รวมถึงการใช้มาตรการเคอร์ฟิว ส่งผลให้รอบฉายหายไป 2 รอบ จากปกติอยู่ที่ 5 รอบต่อวัน และรอบสุดท้ายจะอยู่ที่เวลาประมาณ &amp;nbsp;6.15 น. เพราะต้องจัดเวลาให้พนักงานและลูกค้าสามารถกลับบ้านได้ทันเวลาเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้จำนวนที่นั่งลดเหลือเพียง 25% หรือหายไป 75% โดยบริษัทไม่มีไม่มีนโยบายปรับราคาตั๋วขึ้นแต่อย่างใด เบื้องต้นจะมีภาพยนตร์ไม่ต่ำกว่า 7 เรื่องในช่วงแรก และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเลื่อนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จากเดิมมีแผนช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ คาดการณ์ว่าอาจจะต้องเลื่อนระดมทุนไปอีก 3 ปี โดยขณะนี้บริษัทยังคงมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและสามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่องแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรุตม์ &amp;nbsp;เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;nbsp;บริษัทพร้อมกลับมาเปิดให้บริการโรงหนังเครือเมเจอร์อีกครั้ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยได้เตรียมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ลดที่นั่งเหลือ &amp;nbsp;25% แต่ยังไม่มีแผนขึ้นราคาตั๋วหนัง &amp;nbsp;พร้อมจับมือ เอไอเอส นำหุ่นยนต์อัจฉริยะ เข้ามาช่วยคัดกรองวัดอุณหภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจะดึงให้คนเข้าชมภาพยนตร์ได้นั้นคงขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ &amp;nbsp;โดยในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นี้ จะเป็นช่วงหนังไทย แต่ไตรมาสสุดท้ายของปีจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากหนังฟอร์มยักษ์จะเข้าฉายจำนวนมากหรือเรียกว่ามีตลอดทุกสัปดาห์ &amp;nbsp;โดยบริษัทยังกระจายการขายโฆษณาไปยังช่องทางออนไลน์มากขึ้น จากเดิมที่จะเป็นสื่อในโรงภาพยนตร์เป็นหลัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงหนัง, บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), โควิด  19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5aff22173a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
