<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ชี้แซนด์บ็อกซ์ช่วยไม่ไหว ธุรกิจโรงแรมระทมหนักขาดสภาพคล่อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำเดือน ส.ค. 2564 จากการสำรวจผู้ประกอบการที่พักแรม 234 แห่ง โดยเป็น ASQ 14 แห่ง และ Hospitel 5 แห่ง ระหว่างวันที่ 13-28 ส.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการที่พักแรมยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากอัตราการเข้าพักที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลสำรวจจากโรงแรมจำนวน 215 แห่ง (ไม่รวมโรงแรมที่เป็น ASQ และ Hospitel) พบว่า มีผู้ประกอบการประมาณ 48% ยังคงเปิดกิจการปกติ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากโรงแรมในภูเก็ตที่เปิดรับนักท่องเที่ยว และโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่เปิดรับลูกค้าพักระยะยาวเป็นสำคัญ ส่วนผู้ประกอบการอีก 17% ปิดกิจการ โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พบว่า กว่า 58% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ทั้งหมด รายได้ยังกลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีสภาพคล่องปรับลดลงมาก โดยผู้ประกอบการ 70% มีสภาพคล่องลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และผู้ประกอบการราว 65% มีสภาพคล่องเพียงพอดำเนินธุรกิจได้ไม่ถึง 3 เดือน โดยครึ่งหนึ่งมีสภาพคล่องเพียพอไม่ถึง 1 เดือน กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อัตราการเข้าพักในเดือน ส.ค. 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 10.6% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยหากไม่รวมกลุ่มที่รับลูกค้าตามโครงการแซนด์บ็อกซ์ และลูกค้าที่เข้าพักระยะยาวเป็นหลัก (ต่างชาติที่มาทำงานในไทย workation/ staycation) อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 7.5% ส่วนคาดการณ์อัตราการเข้าพักในเดือน ก.ย. 2564 มีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มปรับแย่ลง โดยพบว่าผู้ประกอบการกว่า 72% เห็นด้วยกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่อีก 45% คาดว่าแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวจะล่าช้าออกไป และพบว่า กว่า 38% ของโรงแรมในภูเก็ตมองว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตามโครงการแซนด์บ็อกซ์แย่กว่าที่คาด ส่วนอีก 35% มองว่ายังเป็นไปตามคาด โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทรงตัวที่ 15% ขณะที่ผู้ประกอบการกว่า 52% ของโรงแรมในสุราษฎร์ธานีมองอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตามโครงการแซนด์บ็อกซ์ว่าแย่กว่าที่คาด โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำมากที่ 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากปัจจัยกดดันดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีการวางแนวทางในการปรับตัวหากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ โดยผู้ประกอบการกว่า 62% เลือกลดค่าใช้จ่ายแรงงาน ส่วนผู้ประกอบการ 61% เลือกลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และผู้ประกอบการกว่า 52% พิจารณาปิดกิจการชั่วคราวเพื่อลดต้นทุน ขณะที่ผู้ประกอบการอีก 39% เลือกหารายได้เพิ่ม ผู้ประกอบการอีก 30% เลือกชะลอการลงทุน และผู้ประกอบการอีกราว 9% พิจารณาปิดกิจการถาวร ส่วนอีก 9% ปรับไปทำธุรกิจอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ธุรกิจโรงแรม, แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61371743f34b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;ชี้ธุรกิจโรงแรมช้ำหนัก!อัตราเข้าพักดิ่ง/สภาพคล่องหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ส.ค. 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม (HSI) ในเดือนก.ค. 2564 ซึ่ง ธปท. ได้จัดทำร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย โดยได้ทำการสำรวจจากผู้ประกอบการที่พักแรม 304 แห่ง (เป็น ASQ 28 แห่ง Hospitel 4 แห่ง) ระหว่างวันที่ 13-26 ก.ค. 2564 พบว่า ผู้ประกอบการที่พักแรมได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ต่อเนื่อง โดยอัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับต่ำมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 10% ซึ่งทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากไม่รวมกลุ่มที่ปรับตัวมารับลูกค้าต่างชาติที่ทำงานในไทย และ workation, staycation รวมถึงกลุ่มที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามโครงการแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งส่วนมากเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือน ก.ค. 2564 จะอยู่ที่เพียง 6.5% เท่านั้น ส่วนคาดการณ์อัตราการเข้าพักทั้งประเทศในเดือน ส.ค. 2564 จะปรับลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 8% เท่านั้น โดยทุกภูมิภาคของประเทศไทยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำกว่า 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากอัตราการเข้าพักที่ลดลงดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบให้ 58% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ มีสภาพคล่องลดลงมากวกว่า 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน และมีอีก 23% ที่มีสภาพคล่องเพียงพอไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ ขณะที่ 57% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ทั้งหมด รายได้ยังกลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พบว่า ในเดือน ก.ค. 2564 มีโรงแรมกว่า 22% ต้องปิดกิจการชั่วคราว เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยจากข้อมูลสรุปผลการสำรวจจากโรงแรมจำนวน 22 แห่ง (ไม่รวมโรงแรมที่เป็น ASQ และ Hospitel) พบว่า 56% ของโรงแรมที่ปิดกิจการชั่วคราวนั้น คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้งในไตรมาส 4/2565 และราว 13.6% คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้ในไตรมาส 1/2565 ส่วนอีก 6.8% คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการได้ในไตรมาส 2/2565 และอีก 11.9% จะกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ส่งผลบวกต่ออัตราการเข้าพักโดยรวมไม่มากนัก โดยพบว่า 50% ของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต มองว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นไปตามที่คาด ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 16% ขณะที่อีก 43% ของโรงแรมในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมองว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้แย่กว่าที่คาด โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่อยู่ในระดับต่ำเพียง 6% เท่านั้น และพบว่า ผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 69% เห็นด้วยกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมยังต้องการให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ได้แก่ 1. การจัดหาและกระจายวัคซีนให้เร็วกว่าแผน 2. การพักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย 3. การสนับสนุนค่าจ้างพนักงานเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ธุรกิจโรงแรม, สภาพคล่องหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d5f071edc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในที่สุด!&#039;ออมสิน&#039;ส่งมาตรการเว้นค่างวด6เดือนอุ้มท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64- นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการยกเว้นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ เพื่อช่วยดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถประคับประคองธุรกิจจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายและกิจการกลับมามีรายได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังที่มอบหมายให้ธนาคารออมสินออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธุรกิจโรงแรมและที่พัก ที่ขณะนี้ต้องประสบภาวะยากลำบาก ขาดรายได้หล่อเลี้ยงธุรกิจและไม่สามารถชำระหนี้ได้&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการยกเว้นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้เงินงวดเป็นศูนย์เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่งวดเดือนก.ค.-ธ.ค. 2564 โดยให้สิทธิ์แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 250 ล้านบาท และมีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่บัดนี้ ที่สาขาธนาคารออมสิน หรือศูนย์สินเชื่อธุรกิจลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้ติดต่อขอสินเชื่อไว้ หมดเขตแจ้งความประสงค์วันที่ 23 ก.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทัย กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากความช่วยเหลือตามมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้จัดทำมาตรการเสริมสภาพคล่องโดยการให้สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ธุรกิจท่องเที่ยวอีกหลายมาตรการ โดยปัจจุบันมี 2 มาตรการที่ยังคงเปิดรับลงทะเบียน ได้แก่ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินให้กู้สูงสุดรายละ 500,000 บาท และ มาตรการสินเชื่อเอสเอ็มอีมีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0.1% วงเงินให้กู้สูงสุดสำหรับบุคคลธรรมดารายละไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคลรายละไม่เกิน 50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นขอกู้ได้ โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือติดต่อที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารออมสิน, ธุรกิจโรงแรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d19aa44ec23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มดุสิตฯเดินเครื่องอัดกิจกรรม-โปรโมชั่นรับ&#039;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดุสิตธานีมีความพร้อมรับกับโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องการเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว โดยสามารถท่องเที่ยวพักอาศัยในจังหวัดภูเก็ตได้ 14 วัน ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มดุสิตธานีได้ดำเนินการปรับปรุงทั้งพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เพื่อรองรับกับโมเดลดังกล่าว และเพื่อพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ตามไทม์ไลน์ของ ททท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ทั้งในส่วนของที่พักและบุคลากร โดยโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เป็นสถานประกอบการที่ได้รับ SHA Plus Certificate&amp;nbsp; คือเป็นสถานประกอบการที่ได้รับสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย SHA และบุคคลากรได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ครบ 100% แล้ว ในขณะที่พนักงานส่วนของอีลิธ เฮเวนส์ (Elite Havens) ที่ภูเก็ต สมุย และพังงา ก็ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100 % เช่นเดียวกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่และสร้างสรรกิจกรรมใหม่ๆ ในโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต โดยรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยว จะเป็นการนำเอาวัฒนธรรมประเพณีไทยและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาตีความและออกแบบใหม่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในศตวรรษที่ 21 ที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่มีคุณค่า เข้าถึงความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ททท.ได้จัดทำโครงการสำหรับเปิดรับนักท่องเที่ยวซึ่งตามแผนใหม่กำหนดไว้ 10 พื้นที่ โดยเริ่มจากจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นจังหวัดแรก ซึ่งจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น จะเดินทางเข้ามาได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว โดย ททท.ประเมินว่า หากการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามเป้าหมาย จะทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ประมาณ 3-4 ล้านคน โดยในการเปิด &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ช่วง 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายนนั้น จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.29 แสนคน และจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กลุ่มดุสิตธานียังมีแผนที่จะจัดทำโปรโมชั่นแพคเกจ Back to Paradise&amp;nbsp; รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการกลับมาเที่ยวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่ต้องการกลับเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องกักตัว ด้วยการเข้าพักและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตามข้อกำหนด ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ ในราคาเริ่มต้นสุทธิที่ 12,800 บาท โดยจะเปิดให้จองระหว่าง 25 มิถุนายน &amp;ndash; 30 กันยายน และเริ่มเข้าพักได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2564 อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107089</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ดุสิตธานี, ธุรกิจโรงแรม, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, ลากูน่าภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d045db6bf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทรนด์ใหม่เวิร์คฟอร์มโฮเทล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายดนัย โรจนวาณิชย์กุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมบิโซเทล กรุงเทพฯโรงแรมบิโซเทล พรีเมียร์&amp;nbsp;เปิดเผยกับ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยโพสต์&amp;rdquo;ว่า ในฐานะที่โรงแรมตั้งอยู่ในกรุงเทพนฯ ต้องบอกว่าโอกาสน้อยมากที่คนจะเลือกจ่ายเงิน เพื่อเข้ามาทำงานในรูปแบบ&amp;nbsp;Work from hotel&amp;nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนมากแล้วประชาชนที่&amp;nbsp;Work from home&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นระดับพนักงานทั่วไปหรือคนที่ถูกขอความร่วมมือให้อยู่บ้าน แต่ในขณะเดียวกันความเป็นไปได้คงจะอยู่ในโรงแรมต่างจังหวัดใกล้ๆ กับกรุงเทพฯ ที่จะมีโอกาสสำหรับการตลาดของ&amp;nbsp;Work from hotel&amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนที่มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ก็คงไม่ได้เลือกเข้าพักโรงแรมเพื่อทำงาน มันก็คงจะดูไม่สมเหตุสมผลมากนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องบอกว่าโรงแรมต่างจังหวัดมีโอกาสมากกว่าในกรุงเทพฯ อย่างกรณีของโรงแรมในเครือก็มีแขกที่เข้ามาพักแบบรายเดือนกับรายสัปดาห์ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ตั้งใจมาอยู่เพื่อเวิร์คฟอร์มโฮเทล แต่อาจจะเป็นเหตุผลส่วนตัวอย่างอื่น เช่น กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงบ้าน โดยโรงแรมของบริษัทอยู่ในซอยรางน้ำ และต้องบอกว่าไม่เคยเจอแม้แต่เคสเดียวที่เข้ามาอยู่เพื่อถือโอกาสเวิร์คฟอร์มโฮเทล ส่วนตัวเห็นว่าแนวทางของเวิร์คฟอร์มโฮเทลคงจะประสบความสำเร็จยาก และสวนทางกับเศรษฐกิจที่คนกำลังได้รับผลกระทบทั้งลูกจ้างนายจ้าง จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานมาเป็นลักษณะนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการปรับตัวของบริษัทเองก็มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดเริ่มตั้งแต่การประหยัดค่าใช้จ่ายหลังบ้านที่ไม่ได้กระทบกับลูกค้า เช่น ทางเดินต่างๆ ที่เคยเปิดเครื่องปรับอากาศก็ปิดเพื่อประยัดพลังงาน ขณะเดียวกันห้องอาหารที่เดิมมีอยู่สองห้อง ก็เปิดให้บริการห้องอาหารเล็กเพียงห้องเดียว และปิดห้องอาหารใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้าที่ไม่ไม่มากเหมือนในอดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายดนัย กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ผลดำเนินงานของโรงแรมค่อนข้างดี โดยมีอัตราเข้าพักเต็มแทบทุกวัน เนื่องจากลูกค้าตลาดนักท่องเที่ยวจีนนิยมเข้าพักโรงแรมของบริษัท ทำให้ต้องมีการขยายอาคารออกไป เพื่อรองรับจำนวนแขกที่มากขึ้น แต่พอมีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดก็เริ่มไม่มีลูกค้าต่างชาติเข้าพัก หรือหากจะมีลูกค้าชายไทยก็คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ทำให้ต้องมีการขอความร่วมมือจากพนักงานลดเงินเดือน&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;รวมถึงยังมีการให้ผู้สนใจเออรี่ รีไทร์ได้เข้าร่วมโครงการด้วย&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยมีการปิดโรงแรมแต่อย่างใด เนื่องจากยังคงมีแขกคนไทยที่เป็นลูกค้าเก่าเข้าใช้บริการอยู่บ้าง จะเห็นได้ว่าทำเลของโรงแรมจะตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&amp;nbsp;มีโรงพยาบาลอยู่ในละแวกดังกล่าวค่อนข้างเยอะ ซึ่งบริษัทได้ลูกค้าที่เป็นญาติของคนไข้ของโรงพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีความพยายามหารายได้จากช่องทางอื่นเพื่อประคับประคองธุรกิจ โดยได้เริ่มจากการทำอาหารกล่องจำหน่าย เนื่องจากในทำเลที่ตั้งของโรงแรมมีพนักงานบริษัทค่อนข้างเยอะ แม้ว่าในช่วงแรกจะมีการให้เวิร์คฟอร์มโฮมแต่ยังพอมีพนักงานมาทำงานอยู่บ้าง โดยตั้งราคาที่สามารถเข้าถึงได้และตอยโจทย์กับสภาพเศรษฐกิจหรือราคาเริ่มต้น&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท แต่หลังจากเกิดการระบาดระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทำให้พนักงานต้องกลับไปทำงานที่บ้านกันมากขึ้น ขณะเดียวกันต่างชาติที่ทำงานหรือพำนักในประเทศไทยก็แทบไม่เหลือ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าต่างชาติที่ทำงานในไทยมักจะเข้ามาใช้บริการร้านอาหารของโรงแรม ก็ต้องสูญเสียรายได้ส่วนนี้ไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากปัจจัยข้างต้นทำให้บริษัทมองว่าต้องหารายได้ทางอื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งก็ต้องมามองว่าในบริษัทและธุรกิจมีอะไรเป็นต้นทุนที่มีศักยภาพอยู่ก่อนแล้วบ้าง เพื่อจะไม่ต้องไปลงทุนเยอะ จึงตกผลึกที่จะเปิดบริษัทรับบริหารที่พักอาศัย อาทิ อาคารชุด และหมู่บ้าน แน่นอนว่าที่พักอาศัยในโครงการต่างๆ ก็อาจจะมีนิติบุคลดูแลอยู่แล้ว แต่อาจจะทำงานทั่วๆ ไปมากกว่า ในฐานะผู้ประกอบการโรงแรมก็มีจุดแข็งที่เป็นพนักงานมีรู้ความสามารถ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องความปลดภัย สบาย ถูกต้อง รวดเร็ว และการบริการระดับโรงแรม จะเป็นจุดแข็งที่บริษัทนำไปเสนอกับตามหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนี้มีบริษัทจดทะเบียนไว้แล้ว เลยอยากทำให้เป็นรูปร่าง และอยากจะไปเปิดตลาด รับบริหารที่พักอาศัยดังกล่าว โดยมีกิมมิคให้บริการเหมือนโรงแรมห้าดาว นับเป็นวิธีการหารายได้ใหม่ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เอาบุคลากรที่มีอยู่แล้วเป็นข้อได้เปรียบตรงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายฌาคส์ วาเร็ท ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โรงแรมเชื่อว่าการทำงานจากบ้านมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมจะเป็นนักธุรกิจที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่เพื่อประชุมมากกว่าที่จะมาทำงานหรือเปลี่ยนที่ทำงานมาเป็นโรงแรม โดยเฉพาะตอนนี้เริ่มมีการฉีดวัคซีนมากขึ้นแล้วเชื่อว่าการทำงานจากโรงแรมน่าจะลดน้อยลงไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันโรงแรมได้มีการปฏิบัติเป็นขั้นตอน เพื่อรักษางานให้กับพนักงานและครอบครัวของพวกเขาได้มากที่สุดจนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไป ทั้งหมดเป็นสามขั้นโดยเริ่มจากได้มีการดำเนินการลดจำนวนวันทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายลงเป็นเวลากว่าปีครึ่งแล้ว จากนั้นมีการทบทวนสัญญาต่างๆกับคู่ค้าของโรงแรมเพื่อปรับราคาสินค้าและบริการให้ลดลงตามสถานการณ์ปัจจุบัน จากนั้นจึงขออาสาสมัครในการออกจากงานอย่างถูกต้องและปรับการทำงานของพนักงานที่คงอยู่ให้มีความหลากหลายหน้าที่มากขึ้น โดยเฉพาะหน้าที่ที่เคยมีการว่าจ้างบริษัทอื่นมาทำก็ลดการว่าจ้างลงและให้พนักงานของโรงแรมทำหน้าที่แทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การกลับมาของธุรกิจการโรงแรมคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ชึ่งน่าจะเป็นจังหวะที่ดีทีให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ และเป็นตลาดระดับบนมากกว่าเดิมที่ไม่สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวได้สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล แต่ก็ต้องแลกมากับความเสียหายหลายแบบ จะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดในครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูสภาพทางธรรมชาติให้กลับมาสวยงามโดยเฉพาะทะเลและเกาะต่างๆ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยสวยงามขนาดไหน ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนควรจะหยุดคิดและปรับปรุงรูปแบบธุรกิจใหม่เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวชลลดา สุนทรวสุ กรรมการผู้จัดการ ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ต เกาะสมุย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าแพ็คเกจ&amp;nbsp;work from hotel&amp;nbsp;เหมือนจะเป็นกิมมิคในการสร้างรายได้มากกว่า แต่ไม่สามารถเป็นรายได้หลัก อย่างในกรุงเทพฯ บางโรงแรมก็แค่อยู่รอด การที่มีแคมเปญในลักษณะดังกล่าวเปรียเสมือนเป็นการสร้างตัวเลือกให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงทำให้การตลาดของโรงแรมต่าๆ มีความเคลื่อนไหว ไม่เงียบจนเกินไปท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;แต่จะได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละโรงแรมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาโรงแรมได้มีการปรับหลายๆ อย่างในโรงแรมให้มีความเหมาะสมกับตลาดนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น จากก่อนหน้าลูกค้าจะเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะในเรื่องของเมนูอาหารที่แทบจะเป็นรูปแบบใหม่หมด หรือเป็นสไตล์ไทยเต็มร้อย อย่างมื้อเช้าก็เปลี่ยนหมดเลย ทำให้ดูหรูหรา สวย ปรับเปลี่ยนจากความเป็นไทยที่ต่างชาติชื่นชอบก็ต้องเอาใจคนไทยให้มากขึ้น แต่อาหารไทยก็ต้องยังคงมีอยู่เพราะลูกค้าคนไทยชอบความหลากหลาย หรือมาทะเลก็ต้อมีซีฟู้ดเข้ามาตอบโจทย์มากขึ้น ทุกคนก็ชอบเพราะถ่ายรูปสวย อร่อย ของสด คุ้มค่า ในนราคาจับต้องได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงแรม, นิวนอร์มอล, เวิร์คฟอร์มโฮม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c06ce0d63ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มธุรกิจโรงแรมจี้รัฐเร่งฉีดวัคซีนเพื่อเปิดประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน 2564 นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงถึงความคืบหน้าของธุรกิจผลิตและส่งออกถุงมือยางที่บริษัทได้เข้าร่วมทุนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตหลังแรกซึ่งคืบหน้าไปอย่างมาก กำหนดจะแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคมนี้ โดยบริษัทยังมีออเดอร์จากต่าง ประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก &amp;nbsp;นับเป็นการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อรับกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท ขณะที่ธุรกิจโรงแรมของบริษัทซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลังนั้น ล่าสุดมีความกังวลหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นทะลุหลักพันรายต่อวันต่อเนื่องเป็นเวลาเกินครึ่งเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์ของภาคธุรกิจในขณะนี้ ฝากความหวังไว้กับความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งการฉีดวัคซีนที่เพียงพอและรวดเร็วเท่านั้นที่จะลดจำนวนและควบคุมการแพร่ระบาดได้ นอกจากนี้ ยังมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย โดยบริษัทมีการร่วมทุนกับต่างประเทศทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ซึ่งต้องการที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย ต่างก็มองถึงความพร้อมในการฉีดวัคซีนได้ในสัดส่วนที่เหมาะสมของประเทศไทยเป็นสำคัญ ในขณะที่เรายังมีความล่าช้าและยังมีจำนวนไม่เพียงพอ โดยขณะนี้ไทยมีการจัดหาวัคซีนครอบคลุมเพียง 45% ของจำนวนประชากร มองว่าหากภาครัฐมีการฉีดวัคซีนล่าช้าจะส่งผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายแสนล้านบาท รัฐบาลจึงควรมีการบริหารจัดการให้ดีขึ้น เร่งรัดการจัดซื้อและอนุญาตนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงราคาไม่แพงให้เพียงพอ รวมทั้งเร่งรัดระยะเวลาในการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัสเปิดเผยอีกว่า ภาคการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่องกับการจ้างงานสูงถึงกว่าสี่ล้านคน โดยการว่างงานจะเป็นปัญหาระยะยาวต่อเศรษฐกิจของประเทศ การฉีดวัคซีนได้มากและเร็ว จะช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดูตัวอย่างจากอิสราเอล ที่ควบคุมการแพร่ระบาดดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือน เพราะประชากรได้รับวัคซีนแล้วเกือบ 100% ทำให้ผู้ป่วยใหม่ลดลงรวดเร็ว สามารถยกเลิกสวมหน้ากากอนามัยได้ หรือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค สามารถเดินทางระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัวในรูปแบบ ทราเวล บับเบิลได้แล้ว และพบว่ามีการจองเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงฮ่องกงและสิงคโปร์ &amp;nbsp;ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างกันในเดือนพฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยควรเร่งดำเนินการในเรื่องวัคซีนเพื่อสร้างความมั่นใจ และทำให้สามารถเปิดเดินทางระหว่างประเทศได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงแรม, บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน), วัคซีนโควิด, วิทวัส วิภากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b9275237b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล โต้นายกฯโรงแรมอ้างเลิกจ้าง 1 ล้านคน คุยบริษัททำวิจัยแล้วยอมรับข้อมูลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โฆษกรัฐบาล&amp;rdquo; โต้นายกสมาคมโรงแรมไทยอ้างเลิกจ้างพนักงาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ใช้ข้อมูลเก่าตั้งแต่เมย.&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;บริษัทรับทำวิจัยรับข้อมูลอ้างอิงมั่วไม่ผ่านการพูดคุยผู้ประกอบการ-แผนกระตุ้นศก.รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นางมาริสา&amp;nbsp;สุโกศล&amp;nbsp;หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ)&amp;nbsp;ระบุว่าธุรกิจโรงแรมเลิกจ้างพนักงานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตนได้สอบถามทางบริษัทที่ทำวิจัยภายหลังที่นายกสมาคมดังกล่าวใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ทำให้ได้รับทราบว่าเป็นตัวเลขในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ถือว่าเป็นข้อมูลเก่า&amp;nbsp;อีกทั้งข้อมูลดังกล่าวยังเป็นการคาดคะเนจากตัวเลขทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;จีดีพี&amp;nbsp;และการประเมินจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง&amp;nbsp;และการใช้จ่ายต่างๆจะลดลง&amp;nbsp;โดยไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เป็นการนำข้อมูลมาประมวลผลเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่าบริษัทที่ทำวิจัยยอมรับว่าหากนำข้อมูลมาใช้ในปัจจุบันอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและผิดพลาดได้&amp;nbsp;เนื่องจากวันที่ทำวิจัยไม่ได้มีเรื่องมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่กำลังจะดำเนินการ&amp;nbsp;ทั้งที่จากเดือนเมษายนมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบศ.&amp;nbsp;ที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจมากมาย&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการในอนาคตที่รัฐบาลจะช่วยเหลืออีกมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;ซึ่งรัฐจะช่วยผู้ประกอบการจ่ายเงินเดือน&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงแรม, อนุชา บูรพชัยศรี, เลิกจ้าง, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f452009c616b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
