<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการหนุนไทยก้าวสู่ฮับภูมิภาคชูโลจิสติกส์จะสร้างรายได้หลักแทนการท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 นางสาวฉัตรรัตน์ &amp;nbsp;โหตระไวศยะ รักษาราชการแทนคณบดี วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางและตำแหน่งยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปีหลังจากนี้นั้น กำหนดให้ไทยพัฒนาสู่การเป็นประเทศรายได้สูงที่มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ความเป็นชาติการค้าและบริการ เป็นแหล่งผลิตสินค้า เกษตรกรรมยั่งยืน แหล่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และมีนวัตกรรมสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมะโน ปราชญาพิพัฒน์ ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการวิชาการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวถึงสถานการณ์โลจิสติกส์ไทยว่า ในปัจจุบันมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขนส่งเดลิเวอร์รี่ เนื่องจากกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์ การสั่งอาหารออนไลน์ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงความต้องการของตลาดแรงงานด้านโลจิสติกส์ที่ทวีความต้องการเพิ่มขึ้น อาทิ ด้านคลังสินค้า การขนส่ง การนำเข้า-ส่งออก จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายภาคธุรกิจ หันมาลงทุนด้านโลจิสติกส์มากขึ้น เช่น SCG, ไทยเบฟฯ,, ปตท. เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นนั้น มองว่า โควิด-19 ถือเป็นโอกาสของธุรกิจโลจิสติกส์ เพราะทุกคนหันมาให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ และบุคลากรด้านโลจิสติกส์ ที่มีการปรับตัว เพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลง รวมถึงทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันเรื่องโลจิสติกส์ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ สร้างธุรกิจใหม่ๆ ทั้งยังสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมะโน กล่าวต่ออีกว่า ไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญด้านโลจิสติกส์ ที่จะนำไปสู่การเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศอื่น เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว ที่จะต้องส่งต่อผ่านมายัง จังหวัดหนองคาย ก่อนเชื่อมไปยังท่าเรือแหลมฉบัง สอดรับกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล ในการสร้างถนน รถไฟทางคู่เส้นทางต่างๆ และการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จึงนับว่ารัฐบาลได้ดำเนินการสร้างโอกาส และรายได้ของไทย รวมถึงโลจิสติกส์ของไทย จะกลายเป็นรายได้หลักของประเทศ แทนด้านการท่องเที่ยวในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุด วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้เปิด &amp;ldquo;หลักสูตรผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน รุ่นที่ 1 (บลส.1)&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการสัมมนาหลักสูตรระดับสูง ทางด้านบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจากระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้ทฤษฎีเชิงประยุกต์ในการออกแบบ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อการแข่งขันและยั่งยืน อีกทั้ง จะสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานโลจิสติกส์และซัพพลายเชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดประสงค์หลักของการจัดหลักสูตรดังกล่าวนั้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะด้าน สำหรับด้านโลจิสติกส์และซับพลายเชน ให้ร่วมสมัยกับสถานการณ์ปรกติใหม่ (New Normal) และวิธีปฏิบัติระดับสากล รวมถึงนำความรู้ ประสบการณ์ เทคนิคและวิทยาการของวิทยากรผู้บรรยาย คณาจารย์และผู้บริหารที่เข้ารับการอบรม มาเป็นบูรณาการให้แก่นักศึกษา และสถาบันการศึกษา อีกทั้งยังเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ตลอดทั้งสานสัมพันธ์ผู้บริหารภาครัฐ ผู้ประกอบการเอกชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวงการอุตสาหกรรม ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยหลักสูตรดังกล่าว รับรุ่นละ 80 คน ซึ่งในขณะนี้สนใจสมัครแล้ว 20 กว่าคน และมีการติดต่อสอบถามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในอนาคตจะมีการต่อยอดหลักสูตร และมีแผนเปิดหลักสูตรที่เป็นวิชาชีพโลจิสติกส์ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ป้อนไปยังตลาดแรงงานโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นตลาดแรงงานระดับสูง และเป็นที่ต้องการมาก ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโลจิสติกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdd58b660df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สขค.เข้มวิจัยแข่งขันการค้า ดัน&#039;ธุรกิจโลจิสติกส์&#039;สู่สากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;#39;สขค.&amp;#39; ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ ศึกษาวิจัยการแข่งขันทางการค้าในธุรกิจโลจิสติกส์ไทย หวังเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศาตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563 ว่าสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่และอภิปรายผลการศึกษาการประเมินการแข่งขันทางการค้าในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ (The Launching Event of Thailand&amp;rsquo;s Competition Assessment Reports) ภายใต้โครงการความร่วมมือ OECD &amp;ndash; ASEAN Competition Assessment &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดยมี ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (Dr. Sansern Samalapa, Vice Minister for Commerce) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการสาขาโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;rdquo; (TBC)&amp;nbsp; ร่วมด้วย H.E. Mr. Brian Davidson เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยมากล่าวเปิดงาน ดร.สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง อดีตรองเลขาธิการอาเซียนบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ &amp;ldquo;ความร่วมมือในภูมิภาคและการแข่งขันทางการค้าในมุมมองของอาเซียน (Regional Cooperation and Competition: ASEAN Focus)&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นในวันพุธที่ 16 ก.ย. 2563&amp;nbsp; ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;โดยจัดให้มีการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ ให้องค์กรกำกับดูแลการแข่งขันในประเทศสมาชิกอาเซียน องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางออนไลน์อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศาสตราจารย์สกนธ์&amp;nbsp; ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือ OECD &amp;ndash; ASEAN Competition Assessment ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอาเซียน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) และรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่มุ่งปฏิรูปกฎระเบียบและนโยบายด้านโลจิสติกส์ให้ส่งเสริมการแข่งขัน และยกระดับการแข่งขันระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ ด้วยการร่วมจัดทำรายงานการศึกษา 2 เรื่อง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.รายงานการศึกษาการประเมินกฎระเบียบด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ของประเทศไทย (OECD Competition Assessment Reviews: Thailand &amp;ndash; Logistics Sector 2020) ซึ่งเป็นการศึกษาบริบทของการประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการประเมินกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องธุรกิจในสาขาโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า อาทิ การขนส่งสินค้า (Freight Transportation) ธุรกิจตัวกลางในการจัดส่งสินค้า (Freight Forwarding) การบริการขนส่งพัสดุย่อย (Small Package Delivery Services) การให้บริการคลังสินค้า (Warehousing Services) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.รายงานการศึกษาการประเมินความเป็นกลางทางการแข่งขันในธุรกิจขนส่งพัสดุย่อย (OECD Competitive Neutrality Reviews: Thailand - Small-Package Delivery Services) โดยจะมุ่งเน้นการศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความสำคัญและกรอบการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย รัฐวิสาหกิจและการแข่งขัน ภาพรวมของธุรกิจการขนส่งพัสดุย่อยของประเทศไทย และการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในธุรกิจขนส่งพัสดุย่อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา สขค. ได้ร่วมดำเนินการจัดทำรายงานกับคณะทำงาน OECD อย่างใกล้ชิดด้วยการให้ข้อมูล และข้อคิดเห็น รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจสาขาโลจิสติกส์เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และความเห็นต่อการศึกษาเพื่อจัดทำรายงานทั้งสองฉบับ พร้อมทั้งประมวลและวิเคราะห์ข้อมูล และนำส่งให้คณะทำงาน OECD ดำเนินการจัดทำรายงานต่อไป และในปัจจุบันรายงานข้างต้นทั้ง 2 ฉบับ ได้ถูกจัดทำขึ้นเสร็จสิ้นเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;quot;กิจกรรมข้างต้นนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การเสริมสร้างความตระหนักรู้และเผยแพร่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของผลการศึกษาให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เกิดความเข้าใจ และให้ความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการกำหนดนโยบายหรือกฎระเบียบในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ที่ส่งเสริมการแข่งขัน อันเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และยกระดับการแข่งขันระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการในธุรกิจสาขาโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักการการแข่งขันทางการค้าในระดับสากล&amp;rdquo; ศาตราจารย์สกนธ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77709</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.), ดร.สรรเสริญ สมะลาภา, ธุรกิจโลจิสติกส์, สกนธ์ วรัญญูวัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f62da0d26719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทลุยขยายถนน 4 เลนเชื่อมนครนายก-ฉะเชิงเทรา คืบหน้า 92% คาดแล้วเสร็จ ส.ค. 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เผยความก้าวหน้าโครงการขยายถนนสาย นย.3001 แยกทางหลวงหมายเลข 305 - บ้านบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดนครนายก, ฉะเชิงเทรา ระยะทางรวม 32.975 กิโลเมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม 2563 นี้

4 พ.ค 2563 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ทช.ได้พิจารณาโครงข่ายทางหลวงชนบทที่มีความสำคัญเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสนับสนุนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงการผลิตจากแหล่งไปสู่ตลาดและผู้บริโภค

ทั้งนี้ ทช.จึงได้ดำเนินการขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นย.3001 แยกทางหลวงหมายเลข 305 - บ้านบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดนครนายก, ฉะเชิงเทรา จากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ จำนวน 2 แห่ง
ได้แก่ สะพานข้ามทางรถไฟ กิโลเมตรที่ 18+285, สะพานข้ามคลอง 20 กิโลเมตรที่ 25+350 และสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเล็ก จำนวน 8 แห่ง รวมทั้งระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เส้นทาง โดยมีจุดเริ่มต้นบริเวณกิโลเมตรที่ 0+000 ถึง กิโลเมตรที่ 33+050 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2,116.695 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 92

ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงสร้างส่วนบนของสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองรังสิตประยูรศักดิ์ กิโลเมตรที่ 0+314 และติดตั้งป้ายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างบนสายทาง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนสิงหาคม 2563 นี้

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) หรือ EEC ช่วยพัฒนาระบบขนส่งสินค้าจากจังหวัดรอบนอกซึ่งเป็นแหล่งผลิต และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อสนับสนุนการขนส่งทางอากาศ ต่อเนื่องไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังช่วยระบายปริมาณการจราจรที่หนาแน่นของทางหลวงหมายเลข 305 ที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลอีกด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ธุรกิจโลจิสติกส์, บริดจสโตน ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ยกระดับการจัดการโลจิสติกส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf972c42135.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจซื้อขายออนไลน์แรง ‘ร้านหนังสือ-สิ่งพิมพ์’ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิด 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ธุรกิจแพลตฟอร์ม ที่เป็นตัวกลางซื้อขายออนไลน์มาแรงสุด กระโดดจากไม่เคยติดอันดับขึ้นมาครองแชมป์ ส่วนอีคอมเมิร์ซ เกม แอปพลิเคชัน โลจิสติกส์ ตามมาติดๆ อึ้งธุรกิจความเชื่อ พุ่งติดอันดับ 10 ส่วนดาวร่วง ร้านเช่าหนังสือครองแชมป์ ตามด้วยผลิตโทรศัพท์บ้าน แฟกซ์ ร้านเน็ต สิ่งพิมพ์ ไม่น่ารอด พร้อมจับตาร้านกาแฟ ชานม ในทำเลไม่ดีเสี่ยงเจ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลวิจัย 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งและธุรกิจดาวร่วง ปี 2563 ที่ศึกษาโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ว่าธุรกิจที่จะเป็นดาวรุ่งในปี 2563 อันดับที่ 1 คือ ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์) เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า, ไลน์แมน, แกร็บฟู้ด เป็นต้น อันดับ 2 คือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจเทคโนโลยีและสารสนเทศและอุปกรณ์ รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่าย 3.ธุรกิจเกมธุรกิจพัฒนาแอปพลิเคชัน 4.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ที่รับอานิสงส์การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ 5.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ที่มีคะแนนเท่ากัน 6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและธุรกิจบนสตรีทฟู้ด 7.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8.ธุรกิจฟินเทค การชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี และธุรกิจพลังงาน 9.ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจที่ปรึกษากฎหมาย บัญชี และ 10.ธุรกิจความเชื่อ ธุรกิจเกี่ยวด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มมาแรงสุดในปี 2563 จากที่ปี 2562 ไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง หันมาใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น มีความเคยชินกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น มีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และกระแสการพัฒนาแพลตฟอร์มทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าธุรกิจแพลตฟอร์มอาจมีความเสี่ยงในด้านการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากคู่แข่งในและต่างประเทศ ความไม่ชัดเจนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และด้านความปลอดภัยหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจดาวรุ่งที่โดดเด่นอื่นๆ อย่างธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ได้รับผลดีจากการยกเลิกแอลทีเอฟ ทำให้เกิดโอกาสในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี มีความต้องการซื้อประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อบริษัทและครัวเรือน ประชาชนให้ความสำคัญในการออมระยะยาวมากขึ้น และไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีการวางแผนทางการเงินเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ธุรกิจบนสตรีทฟู้ด เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญรัฐบาลและภาคเอกชนมีนโยบายสนับสนุนการเปิดถนนคนเดิน เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว และเชื่อเสียงของประเทศด้านสตรีทฟู้ด ค่อนข้างมีชื่อเสียงในระดับโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจความเชื่อ ที่ในปี 2562 ไม่ติด 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง แต่มาติดในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันคนจำนวนมากต้องการหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก และความศรัทธา ประกอบกับความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่คู่กับอารยธรรมมาตลอด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งต้องการเสริมบารมี และที่สำคัญลูกค้าบางกลุ่มพร้อมที่จ่ายในทุกราคาเพื่อสิ่งที่ตนเองเชื่อ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์กล่าวว่า สำหรับ 10 อันดับธุรกิจร่วงปี 2563 ธุรกิจเช่าหนังสือ มาเป็นอันดับ 1 รองลงมา 2.ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร 3.ธุรกิจร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต 4.ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร 5.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ใช้แรงงาน และธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6.ธุรกิจการค้าแบบดั้งเดิม 7.ธุรกิจคนกลาง 8.ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้บรรจุข้อมูล 9.ธุรกิจดั้งเดิมไม่มีการดีไซน์และใช้แรงงานมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และ 10.ธุรกิจร้านถ่ายรูป ซึ่งธุรกิจดาวร่วงเหล่านี้ ผู้ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน หากไม่ปรับตัวก็จะยิ่งมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจยังได้มีการศึกษาธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงในปี 2563 แต่ยังไม่ถึงกับเป็นธุรกิจดาวร่วง คือ ธุรกิจร้านกาแฟ ที่ทำเลไม่ดี ไม่มีแฟรนไชส์ และขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจร้านชานมไข่มุก ที่ทำเลไม่ดี เพราะปัจจุบันมีร้านกาแฟและชานมไข่มุกเปิดใหม่จำนวนมาก และที่สำคัญมีการแข่งขันในการตัดราคากันด้วย และยังมีธุรกิจที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น คลินิกเสริมความงาม ธุรกิจเครื่องสำอาง และอาหารเสริม ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำเลไม่ดี และธุรกิจเบเกอรี่และร้านอาหารที่เพิ่งเปิด และมีขนาดเล็ก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายออนไลน์, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, ธุรกิจซื้อขายออนไลน์, ธุรกิจโลจิสติกส์, รกิจซื้อขายออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีคอมเมิร์ซ, เกม, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e4f7a268c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามสปอร์ตกาง 6แผนงานขยายธุรกิจ ลุยเพิ่มธุรกิจโลจิสติกส์-ขายตั๋วกีฬา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยามสปอร์ตเปิด 6 แผนงานรุกธุรกิจลุยกีฬาครบวงจรรวมทั้งเพิ่มรายได้จากช่องทางการบริการจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ และจะเพิ่มธุรกิจโลจิสติกส์ขนส่งสินค้า- รุกธุรกิจจัดอีเว้นต์ที่มีงานใหญ่ๆ &amp;nbsp;เตรียมช่องทางเพิ่มทุนในตลาดหลักทรัพย์ลดความเสี่ยง การรุกดิจิตอลมีเดีย ล่าสุดเซ็นสัญญาจับมือกับบุนเดสลีกาเพิ่มอีก ทั้งยังต่อสัญญา Bein Sport &amp;nbsp;ซึ่งถือลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกและลีกใหญ่ยุโรปเป็นปีที่ 2 จับมือ MFEC จัดการขายตั๋วออนไลน์ด้านกีฬา บันเทิง รุกทัวร์กีฬา รวมทั้งลุยกีฬาอีสปอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และผู้สนใจเข้าร่วมฟังแผนธุรกิจ ณ สตูดิโอ บ.สยามสปอร์ตฯ เมื่อ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการ, ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ และนายวรรคสร โหลทอง กรรมการบริษัท เข้าร่วมนำเสนอ รวมทั้งมีนายโอฬาร เชื้อบาง รองกรรมการผู้จัดการเข้าร่วมงาน สำหรับแผนธุรกิจแบ่งเป็นแผนงานปัจจุบัน และแผนที่จะทำในอนาคต คาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่ 1 การลดค่าใช้จ่าย และการลดต้นทุนการขายและบริการ ได้มีการปิด-ยุบรวมหนังสือบางเล่มที่ไม่ทำกำไร &amp;nbsp;ยุบรวมมาในหนังสือพิมพ์สยามกีฬา เพื่อเป็นการลดต้นทุนกระดาษ แท่นพิมพ์ และลดบุคลากรบางส่วนตลอดจนลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น &amp;nbsp;แผนที่ 2 ขยายงานด้านการขนส่งจัดส่งสินค้า ที่ผ่านมาได้มีการรับเป็นตัวแทนจัดส่งหนังสือพิมพ์ในเครือคมชัดลึก-เนชั่น, ข่าวสด ฯลฯ ไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนจัดส่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชนข่าวสด ฯลฯ เข้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในอนาคตจะเพิ่มดำเนินการทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ &amp;nbsp;เปิดรับขนส่งสินค้าทั่วไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่ 3 เพิ่มไลน์การพิมพ์ด้วยการซื้อหุ้นบริษัทสยามพริ้นท์ จำกัด ซึ่งมีศักยภาพสูงทางด้านการพิมพ์ และธุรกิจการพิมพ์ต่างๆ ซึ่งในตลาดมีเพียงไม่กี่เจ้าและยังมีความต้องการสูง &amp;nbsp;แผนที่ 4 รุกธุรกิจอีเว้นต์ จากเดิมที่ได้ทำ ออโต้ ซาลอน, มิสทีนไทยแลนด์, สปอร์ตเอ็กซ์โป รวมทั้งยังรับงานราชการจากการจัดลีกฟุตบอลเยาวชน ยูธลีก,รับดำเนินงานทั้งระบบของฟุตบอลคิงเพาเวอร์คัพ, รับงานการอบรมกีฬาของ สสส., กิจกรรมเข้าแค้มป์กีฬาของมูลนิธิไทยคม เป็นต้น คาดว่าจะมีการรับงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่ 5 เพิ่มทุนบริษัท และเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัทในการมุ่งธุรกิจดิจิตอล ทั้งนี้บริษัทเตรียมออกเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 1 หุ้นเดิมได้สิทธิ์จองซื้อ 3 หุ้นใหม่ อัตราจองซื้อหุ้นละ 20 สตางค์ และผู้ที่เพิ่มทุนจะได้รับวอร์แรนต์ SPORT-W7 ด้วย คาดว่าจะทำให้ผู้ถือหุ้นให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่ 6 รุกสื่อดิจิตอล ทั้งจากเว็บไซต์ SIAMPORT ที่ติดท็อปเทน และได้เพิ่มไลน์จากเพจ SIAMPORT TODAY ที่เป็นโปรดักต์ใหม่กำลังนำเสนอข่าวสารกีฬาไทย และกำลังเพิ่ม SIAMPORT TIMEOUT ที่เป็นโปรดักต์ทางด้านวาไรตี้อุปกรณ์กีฬา กีฬาเพื่อสุขภาพ &amp;nbsp;ล่าสุดได้ทำฟุตบอลโลกทางเฟสบุ๊กไลฟ์ ทำในยูทูป ทดลองทำ 6 รายการทางเฟสบุ๊ก ได้ผลตอบรับที่ดีและในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก-ลีกยุโรปก็ได้ยกฟอร์แมตช์ฟุตบอลโลกมาทำอีกมีการนำคอลัมนิสต์ชื่อดังมาออกรายการทุกเสาร์-อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีการต่อสัญญากับ Bein Sport ซึ่งถือลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกและลีกใหญ่ยุโรป ให้สยามสปอร์ตนำไฮไลต์มาออกได้เป็นปีที่ 2 &amp;nbsp; สดๆ ร้อนๆ คือสยามสปอร์ตทำสัญญากับบุนเดสลีกาที่เขาเชื่อศักยภาพให้มาโปรโมตบุนเดสลีกาในประเทศไทย ทั้งได้มีการพูดคุยกับทางเจลีกของประเทศญี่ปุ่นที่จะมาเปิดตลาดในไทย โดยได้มีการพูดคุยกับบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ให้มาร่วมมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิลักษณ์ โหลทอง ยังได้เปิดแผนงานในอนาคตจะร่วมกับบริษัท MFEC จัดการขายตั๋วออนไลน์ด้านกีฬา และอาจขยายไปทางบันเทิงในอนาคต, การทำธุรกิจทัวร์ชมกีฬาระดับโลกซึ่งมีผู้ชำนาญการที่จะต่อยอดการนำแฟนๆ ไปดูบอลยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกงานที่สำคัญคือการร่วมกับสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยซึ่งได้มีการบรรจุเข้าแข่งเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ ต่อไปจะเป็นกีฬาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะได้ร่วมทำอีเว้นต์และกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายตั๋วกีฬา, ธุรกิจโลจิสติกส์, วิลักษณ์ โหลทอง, สยามกีฬา, สยามสปอร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87b18a64ecc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกลด์ซิตี้แตกไลน์ทำธุรกิจขนส่งหวังลดเสี่ยงตลาดรองเท้าอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดรองเท้าชะลอต่อเนื่อง &amp;quot;โกลด์ซิตี้&amp;quot; แตกไลน์สู่ธุรกิจโลจิสติกส์ ทุ่มงบเพิ่มขนาดคลังสินค้า พร้อมทำตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบเจาะโรงงานอุตสาหกรรม หวังสร้างยอดเติบโต 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ จินาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท โกลด์ซิตี้ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้า แบรนด์ GoldCity, Fast, Chang, GC, Gold Sport เปิดเผยว่า &amp;nbsp;บริษัทฯมีแผนที่จะแตกไลน์จากกธุรกิจเดิม คือตลาดรองเท้าไปสู่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งหรือโลจิสติกส์ เพื่อเป็นการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ให้กับองค์กรอย่างยั่งยืนมากขึ้น พร้อมกับลดความเสี่ยงจากการทำตลาดแค่รองเท้าอย่างเดียว โดยที่ผ่านมามีพันธมิตรอย่างเคอรี่ เอ็กซ์เพรสที่ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และยังจะมีการขยายพันธมิตรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้บริษัทได้ลงทุนไปมากกว่า 70 ล้านบาท ในการสร้างระบบคลังสินค้าที่มหาชัย พื้นที่มากกว่า 7,000 ตารางเมตร &amp;nbsp;จากเดิมมีเพียงคลังเดียวพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร รองกับการขยายธุรกิจดังกล่าว ขณะนี้แล้วเสร็จและได้เริ่มทดลองการทำธุรกิจโลจิสติกส์บ้างแล้ว แต่คาดว่าจะจริงจังและเต็มที่ได้ภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯจะจับกลุ่มผู้ประกอบการที่หลากหลาย &amp;nbsp; แต่จะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายเล็กหรือระดับเอสเอ็มอี ครอบคลุมไปยังผู้ประกอบการที่ทำตลาดออนไลน์ที่ต้องจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า ที่ไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องพบกับความยุ่งยากในการจัดส่งสินค้าเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตลาดรวมรองเท้านักเรียนมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท &amp;nbsp;แม้จะเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ แต่ที่ผ่านมาตลาดรวมแทบจะไม่มีการเติบโตเลย หรือเติบโตต่ำมาก เนื่องจากอัตราการเกิดเด็กใหม่น้อยลง และการแข่งขันก็มีความรุนแรง มีผู้ประกอบการในตลาดเป็นจำนวนมาก ทั้งจากแบรนด์ของไทย และแบรนด์ด่างประเทศที่ผลิตมาจากจีนเป็นหลัก เข้ามาแย่งตลาดด้วยการทำราคา บริษัทฯต้องปรับตัว &amp;nbsp;นอกจากปรับกลยุทธ์การตลาดของรองเท้าแล้ว ยังต้องขยายธุรกิจใหม่สร้างฐานรายได้ใหม่ด้วย ซึ่งยอดขายรวมบริษัทฯปีที่แล้วประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท เติบโตเพียง 2% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการทำธุรกิจรองเท้า จากนี้จะเน้นการทำตลาดเชิงกิจกรรมมากขึ้น รวมทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ และเน้นนวัตกรรม ตลอดจนการขยายช่องทางใหม่และกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;โดยปีนี้ตั้งบการตลาดไว้ถึง 30 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเต็มที่ จะเน้นไปในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จากเดิมที่เน้นโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อแบบเดิม และเน้นกิจกรรมมากขึ้นด้วย &amp;nbsp;และตั้งเป้าหมายปีนี้จะมีอัตราการเติบโต 10%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำอันดับ 3 ในตลาดรวมรองเท้าผ้าใบนักเรียนโดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 25% ซึ่งรองเท้าผ้าใบนักเรียนคือตลาดหลักของบริษัทฯที่มีสัดส่วนรายได้มากถึง 70% แยกเป็นตลาดนักเรียน 50% &amp;nbsp;และตลาดของโรงงานอุตสาหกรรม 20% ส่วนอีก 30% เป็นรองเท้ากลุ่มอื่น ๆ เช่น รองเท้าแฟชั่น รองเท้าทำงาน รองเท้าลำลอง รองเท้าแตะ รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าผจญเพลิง รองเท้ากีฬา รองเท้าบูธ ถุงเท้า เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ขยายตลาดในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมด้วยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพื่อให้พนักงานโรงงานนำไปใส่ในการปฎิบัติงาน ถือว่าเป็นตลาดที่เติบโตดีมาก ปัจจุบันก็มีผู้ประกอบการหลายแบรนด์เข้าสู่ช่องทางนี้เหมือนกัน บริษัทฯมีทีมงานในการเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ก็มีช่องทางออนไลน์ที่เริ่มทำมาแล้ว1-2ปี &amp;nbsp;พบว่าตลาดโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนรายได้น้อยอยู่ก็ตาม &amp;nbsp;โดยมีเคอรี่เอ็กซ์เพรสเป็นพันธมิตรจัดส่งสินค้าในช่องทางออนไลน์ให้เรา ขณะที่ช่องทางจำหน่ายหลักที่เป็นออฟไลน์ ทั้งโมเดิร์นเทรด และเทรดดิชันนัลเทรด มีรวมกันมากกว่า 10,000 จุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโลจิสติกส์, รองเท้านักเรียน, สุรศักดิ์ จินาพันธ์, โกลด์ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b6cc6a4588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
