<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปตท.ลั่นครึ่งปีหลังเร่งลงทุนธุรกิจเสริมแกร่งรักษาระดับผลการดำเนินงาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปตท. รับเศรษฐกิจโลก-เทรดวอร์ ฉุด ผลประกอบการครึ่งปีแรกปรับลดลง เล็กน้อย ประกาศครึ่งปีหลังพลอกวิกฤติเป็นโอกาส เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมแกร่ง &amp;nbsp;รักษาระดับผลการดำเนินงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ส.ค.62 - &amp;nbsp;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปี 2562 ที่ปรับลดลงเล็กน้อยจากเป้าหมายเมื่อเทียบกับปีก่อนว่า เนื่องจากสถานการณ์สงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ยังไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลง รวมถึงค่าการกลั่น (Gross Refinery Margins : GRM) และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเกือบทุกประเภทลดต่ำลงเช่นกัน ทำให้ผลการดำเนินงานโดยรวมของ ปตท. มีการปรับลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กลุ่ม ปตท. ได้มีการปรับสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและธุรกิจไฟฟ้า และเร่งการลงทุนในโครงการที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว ซึ่งทำให้ยังคงรักษาผลประกอบการได้ อีกทั้งแสวงหาโอกาสในการลงทุนพร้อมดำเนินมาตรการปรับปรุงผลประกอบการ (Productivity Improvement) เพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เวลาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง คนจะไม่กล้าลงทุน แต่ปตท.มีการตัดสินใจลงทุนไปแล้ว และเรามีเงินเหลือในการลงทุน ดังนั้น บริษัทฯก็จะเร่งรัดลงทุน เมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวกลับมาในอีก 2ปีข้างหน้า บริษัทก็สามารถรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มของไออาร์พีซี และพีทีที โกลบอล เคมิคอล &amp;rdquo;นายชาญศิลป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ปตท. และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,121,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,437 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกับของปีก่อน เพิ่มขึ้นจากกลุ่มก๊าซธรรมชาติโดยหลักจากธุรกิจจัดหาและจำหน่ายก๊าซฯ และธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากปริมาณขายเฉลี่ยและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรมจากการที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เข้าซื้อบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) (GLOW)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 55,250 ล้านบาท ลดลง 14,567 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 21 จากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นปรับลดลง เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเกือบทุกประเภทลดต่ำลง กำไรสต๊อกน้ำมันที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบ &amp;nbsp;รวมถึงกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดำเนินงานลดลงเช่นกันจากหลักการของธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ราคาขายอ้างอิงราคาปิโตรเคมีปรับลดลง แต่ต้นทุนก๊าซฯ ปรับสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ในปีนี้บริษัทฯคาดว่ามีกำไรต่ำกว่าปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 119,683.94 ล้านบาท แต่ไม่เลวร้ายเท่ากับปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 19,936.42 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งหลังปีนี้ ทิศทางราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 65-68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ใกล้เคียงครึ่งปีแรกที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รวมทั้งค่าการกลั่นดีขึ้น และรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการแหล่งปิโตรเลียมของบมจ.ปตท .สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีพบว่ามาร์จินอ่อนตัวลง &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ธุรกิจไฟฟ้า, บมจ.ปตท., ผลิตปิโตรเลียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5682050623e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
