<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. จัดโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 ปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตอาสาพัฒนาสังคมไทยตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กฟผ. เปิดโครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 คัดเลือกนักศึกษาจาก 10 สถาบัน ร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมผ่านค่ายอาสาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน ในฐานะรองโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม (ค่ายเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.) เกิดจากแนวคิดที่ กฟผ. ให้ความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศชาติ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ดำเนินการในรูปแบบค่ายเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ในการเป็นจิตอาสา ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชน พร้อมทั้งปลูกฝังการเป็นผู้นำที่เสียสละและมีจิตสาธารณะ โครงการนี้มีนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม 37 กลุ่ม ผ่านการคัดเลือก 10 กลุ่ม จาก 10 สถาบัน ได้รับทุนสนับสนุนจาก กฟผ. กลุ่มละไม่เกินหนึ่งแสนบาท และจัดปฐมนิเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 18 &amp;ndash; 21&amp;nbsp; มิถุนายน 2562 ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายศานิต นิยมาคม กล่าวต่อไปว่า โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11 ได้คัดเลือกโครงการค่ายอาสาพัฒนาจาก 10 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สถาบันละ 1 กลุ่ม เพื่อออกค่ายระหว่างเดือนกรกฎาคม &amp;ndash; พฤศจิกายน 2562 ได้แก่ &amp;ldquo;โครงการมดอาสาพัฒนาชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการวิศวะอาสา นำพานวัตกรรม น้อมนำปรัชญา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยนครพนม&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการจิตอาสาพัฒนาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงวิถีเกษตรธรรมชาติ ชุมชนศิริราษฎร์ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการพลิกฟื้น คืนน้ำคืนดิน ทำมาหากินตามวิถีพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการครูบ้านนอกสร้างสรรค์ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 8 ตอน บัณฑิตจิตอาสาสานต่อพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการสร้างสรรค์สังคมกับคนหลังเลนส์&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการ zero waste อาเนาะรู&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการค่ายจิตอาสา กฟผ. เพื่อน้อง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสยาม และ &amp;ldquo;โครงการสร้างสรรค์นวัตกรรม สื่อและหนังสือนิทานจากพี่สู่น้องปฐมวัย&amp;rdquo; วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในเบื้องต้นนักศึกษาทั้ง 10 สถาบันได้ลงพื้นที่พบปะกับชุมชนเพื่อสำรวจความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว และระหว่างการออกค่ายช่วงเดือนกรกฎาคม &amp;ndash; พฤศจิกายน 2562 นักศึกษาและชุมชนจะลงภาคปฏิบัติร่วมกันพัฒนาโครงการที่ได้นำเสนอไว้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยจะมีคณะกรรมการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ เพื่อค้นหาสุดยอดค่ายอาสา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้จะพิจารณาเกณฑ์การตัดสินจากการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน 4 ด้าน คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ&amp;nbsp; การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในการประเมินผล ซึ่งรางวัลแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ค่ายดีเลิศ 15,000 บาท ค่ายดีเยี่ยม 10,000 บาท และค่ายดีเด่น 5,000 บาท สำหรับโครงการที่ชนะการประกวด กฟผ. จะพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชนในลักษณะภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กฟผ. ดำเนินโครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคมมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมุ่งส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีภาวะผู้นำ กล้าคิดกล้าทำอย่างสร้างสรรค์ สามารถเป็นอนาคตของชาติที่จะสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ที่ผ่านมามีเยาวชนเข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 3,000 คน สามารถจัดทำโครงการที่ก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมในด้านต่างๆ ไปแล้วกว่า 150 โครงการ อาทิ การพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร การนำโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพัฒนาชุมชน โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเรียนของเยาวชนในชนบทที่อยู่ห่างไกล เป็นต้น นับเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายศานิต นิยมาคม กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทางด้านนางสาวอรทัย วงโสม คณะคุรุศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp; หนี่งในผู้เข้าร่วมค่ายในครั้งนี้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการร่วมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการน้อมนำศาสตร์พระราชามาขยายผลในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เมื่อทราบข่าวว่าทาง กฟผ. มีกิจกรรมนี้ก็มีความสนใจและร่วมกับเพื่อนๆ&amp;nbsp; เขียนโครงการขึ้นมาเพื่อส่งเข้าประกวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในมหาวิทยาลัยนอกจากจะมีหลักสูตรเพื่อการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแล้ว ก็ยังมีการแนะนำให้นักศึกษานำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของตนเองและครอบครัวอีกด้ว เช่นการใช้ชีวิตที่พอประมาณ การเดินในทางสายกลาง&amp;nbsp; ในครอบครัวก็มีการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติเช่นกันด้วยการใช้ชีวิตแบบพอประมาณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม กับ กฟผ. ครั้งนี้นอกจากจะได้พบกับเพื่อนใหม่ๆ แล้ว ก็ยังได้เรียนรู้และดูงานที่เกี่ยวกับการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติใช้ ได้เข้าศึกษาดูงานในโครงการชีววิถี ที่ดำเนินการโดย กฟผ. ซึ่งสามารถนำแนวทางมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มาก เช่นการทำปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงดินในแปลงเพาะปลูกพืชต่างๆ&amp;nbsp; การปลูกพืชแบบอินทรีย์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหล่านี้นอกจากสามารถนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็ยังสามารถนำมาเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมค่ายภายในของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย&amp;nbsp; ส่วนโครงการที่ทีมเสนอเพื่อการพิจารณาของกรรมการในการเข้าค่ายครั้งนี้คือ &amp;ldquo;โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดกิจกรรมค่ายของ กฟผ. ในครั้งนี้นับว่าดีมากๆ เพราะเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาหรือผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเข้าถึงสิ่งดีๆ&amp;nbsp; ที่สำคัญมีการสนับสนุนทุนให้กับผู้ร่วมกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดในการดำเนินกิจกรรมที่เสนอได้อย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาในพื้นที่จะสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาหรือผู้ที่มีจิตอาสาได้จัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างไม่ขาดตอน ก็อยากให้ กฟผ. มีการจัดทำโครงการเช่นนี้อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี &amp;ldquo;นางสาวอรทัย วงโสม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40711</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ธุ์จิตอาสา, นักศึกษา, นายศานิต นิยมาคม, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม รุ่นที่ 11</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26e2865f3e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
