<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โก้ มิสเตอร์แซกแมน&#039;นำทีมเปิดปรากฏการณ์ดนตรีแจ๊สแห่งปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำมันเครื่องอิเดมิตสึ และ สิงห์คอร์เปอเรชั่น จะเนรมิตชายหาดหัวหินให้เป็นดินแดนแห่งความสุขด้วยเสียงดนตรี จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว เทศกาลดนตรี Hua Hin International Jazz Festival 2020 (หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2020) ณ ห้อง Ladprao Suite ชั้น M โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้มี คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขึ้นกล่าวถึงความสำคัญด้านยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พร้อมด้วย คุณนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ และความพร้อมของเมืองหัวหินในการจัดเทศกาลดนตรีระดับสากล และ ดร.ภาวัต กัลล์ประวิทธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์อิเดมิตสึ พูดถึงภาพความร่วมมือ และการสนับสนุน ส่วนทางด้าน เศกพล อุ่นสำราญ หรือ โก้ มิสเตอร์แซกแมน เล่าถึงภาพรวมความพร้อมของศิลปินและไฮไลท์ของการแสดงดนตรี นอกจากนี้ภายในงานยังมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในวงการเพลงแจ๊สมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิฯ ตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, ป้อม ออโต้บาห์น, ลูกปัด ชลนรรจ์ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเทศกาลดนตรี Hua Hin International Jazz Festival 2020 (หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2020)&amp;nbsp; จะจัดขึ้นใน วันที่ 4 และ 5 ธันวาคม 2563 เป็นเวลา 2 วัน 2 เวที&amp;nbsp; บริเวณหน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ หัวหิน ซึ่งไฮไลท์สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ แฟนเพลงจะได้พบกับศิลปินที่ชื่นชอบ ทั้งจากเวทีหลักริมหาด &amp;ldquo;บีช สเตจ&amp;rdquo; (Beach Stage) และเวทีรอง &amp;ldquo;ฟิวชั่น สเตจ&amp;rdquo; (Fusion Stage)&amp;nbsp; อาทิ โก้ มิสเตอร์ แซกแมน, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, สินเจริญ บราเธอร์ส, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ, 3 หนุ่ม ทริปเปิล-เจ (Triple J) รวมถึงศิลปินนานาชาติชื่อดังอย่าง คีธ โนแลน (Keith Nolan), สตีฟ แคนนอน (Steve Cannon), จูเลียน แครี่ (Julian Cary) ที่มารวมตัวเพื่อถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แห่งเพลงแจ๊สในแบบฉบับของตัวเอง เนรมิตให้ทั้งบริเวณเป็นเมืองริมหาดแห่งดนตรีแจ๊ส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โก้ มิสเตอร์แซกแมน กล่าวว่า &amp;ldquo;แม้ หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2020 ในปีนี้ จะไม่มีศิลปินต่างชาติเดินทางเข้ามาแสดงเหมือนปีก่อนๆ แต่เสน่ห์ของหัวหินแจ๊สไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด โดยแฟนๆจะได้รับชมและรับฟังศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยพร้อมใจกันมาเล่นดนตรีและร้องเพลงในรูปแบบดนตรีแจ๊สที่หลากหลายในแบบฉบับของตัวเอง นับเป็น Magical Moment ในบรรยากาศริมทะเลหัวหิน บนชายหาดที่สุดแสนคลาสสิคของเมืองไทย ซึ่งในปีนี้เราได้พันธมิตรที่เป็นค่ายเพลงแจ๊สคือ เมลอดิก คอนเนอร์, มิวซิกมูฟและ คลาสส์ซี่ เรคคอร์ดส์ มาร่วมสร้างสีสัน บอกได้เลยว่าสนุกไม่แพ้ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยทุกท่านสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น&amp;nbsp; แล้วพบกันที่หัวหินนะครับ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแฟนแจ๊ส สามารถติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/huahinjazz #HuaHinInternationalJazzFestival202&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Julian Cary, Keith Nolan, Steve Cannon, Triple J, คีธ โนแลน, จูเลียน แครี่, ดร.ภาวัต กัลล์ประวิทธ์, ตุ๊ก วิยะดาโกมารกุล, ทริปเปิล-เจ, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, นพพร วุฒิกุล, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ, ป้อม ออโต้บาห์น, ลูกปัด ชลนรรจ์, สตีฟ แคนนอน, สินเจริญ บราเธอร์ส, เทศกาลดนตรีแจ๊ส, เศกพล อุ่นสำราญ, แจ๊ส, โก้ มิสเตอร์แซกแมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb64bf05cb69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;1672 &quot;TAT Contact Center  เพื่อนร่วมทาง 24 ชั่วโมง เที่ยวเมืองรอง หยุดยาว 4 วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 พ.ย.63 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด แถลงข่าวโครงการ &amp;ldquo;เที่ยวเมืองรอง ช่วง LONG WEEKEND&amp;rdquo; เพื่อเป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ผ่าน TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง ซึ่งเป็นช่องทางการให้บริการข่าวสารข้อมูลท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
​​นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ &amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า โครงการนี้ได้ร่วมมือกับ จส.100 จัดทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 ที่มีหัวใจสำคัญคือการนำจุดแข็งของทั้ง 2 หน่วยงานมาสร้างตัวช่วยสำหรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางไปยังแกล่งท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ในคอนเซ็ปท์ เพื่อนร่วมทาง โดยทาง ททท. มีข้อมูลในส่วนของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก จำนวนมากที่มีการอัพเดตตลอดเวลา และในปีนี้ยังได้มีการคัดกรองแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสม หรือจุดเช็คอินใหม่ๆ ในส่วนของ จส.100 ที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารของนักท่องเที่ยว อาทิ ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณี ของหาย อุบัติเหตุหรือแนะนำข้อมูลต่างๆ จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ผ่าน TAT Contact Center 1672 เพื่อนร่วมทาง ซึ่งเป็นช่องทางการให้บริการข่าวสารข้อมูลท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ทั้งข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง หรือแม้แต่แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว ทั้งก่อนการเดินทางและระหว่างการเดินทาง เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมทาง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่จะมีการเดินทางไปท่องเที่ยวมาก อาจจะทำให้เกิดการจราจรติดขัด &amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ที่ผลของการทำงานก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากความคืบหน้าที่มีการข่าวเผยแพร่ในเรื่องของการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่ได้ผลถึง 90% แน่นอนว่าเป็นข่าวดี แต่ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้ได้จริงเมื่อไหร่ ถึงอย่างนั้นก็ช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจและความรู้สึกที่ดีกับนักท่องเที่ยว เพราะตลอดระยะเวลา 6-7 เดือนที่ผ่านมา เรารับมือกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างหนักหนา และอาจจะทำให้ประเทศมีสถานการณ์ที่ดีเกิดขึ้น และ ททท.ก็ยังคงทำงานต่อเนื่องในการประชาสัมพันธ์แหล่งเท่อวเที่ยว ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ใน 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักอยู่ในไทย ยังคงเป็นเป็นกลุ่มหลัก ในการสร้างรายได้ในกับการท่องเที่ยวในประเทศ และก็จะดำเนินการต่อเตื่องไปยังท่องเที่ยวเมืองหลัก ที่สาหัสจากโควิด-19 และท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้นด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ &amp;nbsp;กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า หน้าที่หลักของ จส.100 คือรายการรายงานข่าวสารและการจราจร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ซึ่งการได้เข้ามาร่วมมือในการข่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อการอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทาง การติดตามของหาย การพลัดหลง ฯลฯ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มีความสุข สนุกกับการเดินทางที่คุ้มค่าและปลอดภัย โดยเฉพาะตอนนี้ที่นักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวนิยมการเดินทางไปด้วยรถส่วนตัว ฉะนั้นการให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางหรือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะไป อาจจะเป็นการช่วยให้คำแนะนำในการเดินทางหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด ที่พยายามจะค้นหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อให้ในระหว่างทางสามารถแวะเที่ยวเมืองรองได้ด้วยเรียกว่าการท่องเที่ยวแบบ Creative Travel &amp;nbsp;แต่ไม่ต้องกังวลหากโทรมาไม่ติดก็สามารถติดต่อได้ทั้งที่ จส.100 และ 1672 ที่จะประสานการให้ข้อมูลอย่างทันท่วงที โดยระยะการดำเนินโครงการจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2563-2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำการแนะนำเส้นทางสายรองเพื่อใช้เลี่ยงการจราจรติดขัดจากเส้นทางสายหลัก เผยแพร่ลงบนออนไลน์มีเดียของ ททท. ได้แก่ &amp;nbsp;Facebook Fanpage : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง IG : 1672travelbuddy &amp;nbsp;Twitter : tat1672 &amp;nbsp;Line : @tatcontactcenter และ ออนไลน์มีเดียของ จส.100 ได้แก่ JS100.com Facebook Page : JS100 Radio Instagram : JS100 Online Twitter: @js100radio Application : JS100 หรือสามารถค้นหาโดยพิมพ์ #หยุดยาวเที่ยวไหนดี #1672เพื่อนร่วมทาง #เที่ยวเมืองรองไปกับ1672 ก็ได้เช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83546</URL_LINK>
                <HASHTAG>1672 TAT Contact Center, คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabe45dc9666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเมินกระทบศก.แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจฯ&amp;quot; ประเมินไวรัสโคโรนากระทบ ศก.แล้ว 80,000-120,000 ล้านบาท ชี้หากคุมแพร่ระบาดภายในต้น มี.ค.ไม่ได้ไทย-เอเชียกระทบหนักแน่ &amp;quot;ปธ.สภาอุตฯ ท่องเที่ยว&amp;quot; เล็งเสนอภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังกรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกเดินทาง &amp;quot;ททท.&amp;quot; นัดแอตต้าประชุมปรับแผนรับมือ 28 ม.ค.นี้ &amp;quot;พท.&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รีบแก้ไข หยันถ้าทำไม่ได้พร้อมแนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ไวรัสโคโรนาว่า จะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจเอเชียปีนี้อาจไม่กระเตื้องขึ้นอย่างที่คาด โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนอาจต่ำกว่า 5.8% ในปีนี้ และอาจทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ไม่ถึง 6%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ในส่วนผลกระทบที่มีต่อภาคการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจไทย จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส แต่ผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตและอัตราการเสียชีวิตอาจไม่รุนแรงเท่าโรคไข้หวัดซาร์ส และการแพร่ระบาดไม่น่าจะยืดเยื้อเท่ากรณีโรคซาร์ส เนื่องจากมีการใช้มาตรการเฉียบขาดทางด้านสาธารณสุขในการควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ กล่าวว่า สาเหตุของผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจรุนแรงฉับพลันในระยะสั้นมากกว่าโรคซาร์ส เป็นผลมาจากการควบคุมการเดินทางอย่างเข้มงวด การปิดเมืองห้ามเข้า-ออกไปยังเมืองอู่ฮั่น เมืองจือเจียง เมืองซื่อปี้ เมืองหวางกาง รวมทั้งการสั่งห้ามจัดกิจกรรมทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศของทางการจีน แม้ทางองค์การอนามัยโลกจะยังไม่ประกาศกรณีการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก แต่ต้องคอยติดตามสถานการณ์ว่าการปิดเมืองและการห้ามการเดินทางเข้า-ออกในหลายพื้นที่จะสามารถหยุดภาวะการแพร่ระบาดได้แค่ไหน มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองอาจจะขยายตัวได้เพียง 1.8-2.4%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นคาดผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 80,000-120,000 ล้านบาท หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในต้นเดือนมีนาคม หากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยและเอเชียได้ขณะนี้ ในเบื้องต้นจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ลดลงประมาณ 1-2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลงไม่ต่ำกว่า 2% ของเป้าหมาย&amp;quot; ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเป็น 41.8 ล้านคนในปีนี้ และสร้างรายได้เพิ่มเป็น 2.2 ล้านล้านบาท ติดอันดับ 1 ใน 6 ของประเทศที่สร้างรายได้ท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เศรษฐกิจไทยจึงเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคบริการและภาคการท่องเที่ยวมากขึ้นตามลำดับ ผลกระทบจากโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จึงกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคซาร์สเมื่อ 17 ปีที่แล้ว องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ระบุว่ารายได้ของภาคท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตไม่เกิน 7% เมื่อเจอกับการระบาดของไข้หวัดโคโรนาในจีน ย่อมทำให้การเติบโตลดลง อาจไม่ถึง 5% ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวหรือธุรกิจเชื่อมโยงกัน ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้รวมท่องเที่ยวไทยลดลงในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2563 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะหดตัวในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการไทยควรปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายต่อหัวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และไม่ควรนำเอามาตรการชิมช้อปใช้อินเตอร์ หรือแจกเงินฟรีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เนื่องจากผิดหลักการของการดำเนินนโยบาย เพราะเงินที่เอามาแจกนั้นเป็นเงินของประชาชนผู้เสียภาษีชาวไทย หากจะกระตุ้นการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ควรบริหารจัดการค่าเงินบาทให้อ่อนค่า ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคร้ายให้ได้ แก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ มลพิษทางการอากาศ PM 2.5 เร่งรัดให้สามารถนำงบลงทุนจากงบปี 2563 มาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จะแก้ปัญหาการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเอาเงินภาษีประชาชนมาแจกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาก&amp;quot; ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสในจีนจนส่งผลกระทบให้จีนประกาศยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ และผู้ให้บริการออนไลน์หยุดขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และกรุ๊ปทัวร์ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;ตั้งแต่ 27 ม.ค.63 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งประมาณการตัวเลขแล้วขณะนี้น่าจะเป็นกว่า 10,000 ล้านบาท ในยอดของนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 5,000,000 คน ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งผู้ประกอบการธุรกิจในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผู้ประกอบการโรงแรม มัคคุเทศก์ และกิจการร้านค้า ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 27 ม.ค. จะมีการประชุมหลายระดับ ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมหารือระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชน ซึ่งผมจะได้นำความเห็นและความเดือดร้อนของผู้ประกอบการนำเสนอภาครัฐในรายละเอียด เช่น การคืนเงินจอง แต่คาดว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาเองโดยไม่พึ่งกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งน่าจะมีประมาณไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้น&amp;quot; นายชัยรัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า เบื้องต้นหากสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี มีการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรค หรือหาทางยุติการแพร่ระบาดได้ภายใน 3 เดือน ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวไทยจีนก็จะกระเตื้องขึ้นและฟื้นตัวได้อีกครั้งหนึ่ง แต่หากระยะเวลาการแพร่ระบาด รวมทั้งสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ลากยาวเกิน 3 เดือน คาดว่าความเสียหายทางด้านนี้จะคงอยู่ยาวนานและกระทบผู้ประกอบการหนักหน่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านการสื่อสาร การตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงทางการจีนประกาศสั่งให้บริษัททัวร์ทั่วประเทศจีนหยุดขายตั๋วเครื่องบิน ตั๋วโรงแรม และกลุ่มทัวร์ทั้งในและนอกประเทศ ว่าประกาศนี้ไม่ได้ครอบคลุมกลุ่มการเดินทางแบบปกติ (FIT) ซึ่งมีสัดส่วนการท่องเที่ยวอยู่ที่ร้อยละ 40 ขณะที่บริษัททัวร์มีสัดส่วนการท่องเที่ยวอยู่ที่ร้อยละ 60 แต่ ททท.ก็ยังเตรียมแผนโดยเน้นการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุม แต่จะไม่ใช้วิธีการโฆษณาแบบอะเมซิ่งไทยแลนด์ จึงเตรียมเรียกผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประชุมหารือ 28 ม.ค.นี้ เพื่อหาทางออกในการออกมาตรการด้านการตลาด ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มออกมาตราด้านนี้เพื่อกระตุ้นความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่การออกมาตรการก็จะต้องประเมินสถานการณ์วิกฤตินี้อีกครั้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศปลายทางที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้มากที่สุด รองลงจากประเทศต้นทางคือประเทศจีน โดยพบผู้ป่วย 5 ราย จากจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,700 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 41 ราย ในขณะนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้มีคำสั่งทัวร์จีนห้ามเที่ยวทั่วโลกประมาณ 2 เดือน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปจากประเทศไทย 1.3 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 50,000 ล้านบาท และหากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติไม่กล้ามาประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ขาดรายได้จากการท่องเที่ยวไปอีกเป็นแสนล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญของรายได้หลักของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว ดังนั้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ควรเร่งหามาตรการในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าหากไม่สามารถหาแนวทางในการแก้ไขได้ ทางพรรคเพื่อไทยยินดีให้คำแนะนำ เพื่อแก้ไขให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะที่ประเทศปลอดจากเชื้อดังกล่าว เพราะพรรคเพื่อไทยเล็งเห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติและสุขภาพของคนไทยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&amp;quot; คกก.กิจการพิเศษ พรรค พท.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภูเก็ตแฟนตาซี เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งการเกิดปัญหาจากโรคระบาดของจีนในช่วงสั้นมีผลกระทบการท่องเที่ยวของภูเก็ตแฟนตาซี กรณีนี้เกิดขึ้นกะทันหันต้องดูสถานการณ์และปรับตัววันต่อวัน และอาจมีข่าวดีได้ว่าจะมีการควบคุมได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การท่องเที่ยวเป็นเหมือนอุตสาหกรรมทั่วไป มีปัญหาและมีขึ้นมีลง ตอนนี้ดูสถานการณ์ก่อนจะปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ปัญหา ส่วนภาพรวมคนมาเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซีดีขึ้นระดับหนึ่ง ต่างจากปีที่แล้วที่ซบเซา แต่ปีนี้ถือว่าดีขึ้น ตลาดของเรามีทุกกลุ่มทุกสัญชาติ&amp;quot; ผจก.ภูเก็ตแฟนตาซีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติกร คิ้วคชา, ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d940b5f99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลักหิมะ&#039;ปลากัด&#039; ไทยชนะที่ซัปโปโร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมนักแกะสลักหิมะชาวไทย สร้างสรรค์ผลงาน &amp;ldquo;ปลากัด&amp;rdquo; สะท้อนวิถีชีวิตริมน้ำของคนไทย เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวนานาชาติ คว้ารางวัลชนะเลิศในงาน &amp;ldquo;International Snow Sculpture ครั้งที่ 46&amp;rdquo; ณ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ส่งทีมแกะสสักหิมะไทยเข้าร่วมงาน &amp;ldquo;International Snow Sculpture ครั้งที่ 46&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นภายใต้เทศกาลหิมะ &amp;ldquo;Sapporo Snow Festival ครั้งที่ 70&amp;rdquo; ณ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นงานเทศกาลหิมะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและนานาประเทศเดินทางเข้าชมงานกว่า 2 ล้านคน ททท.จึงได้พิจารณาส่งตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 (ค.ศ.1991) โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 22 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย และเชิญชวนชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศให้เดินทางมาท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีอย่างมากว่า ในปีนี้ประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยผู้ที่ได้รับรางวัล 3 อันดับแรก ได้แก่ ตัวแทนจากประเทศไทย มาเก๊า และสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามลำดับ ผลงานดังกล่าวจะจัดแสดงอยู่ที่สวนสาธารณะโอโดริ ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ททท. กล่าวว่า จากปีที่ผ่านๆ มา ทีมจากประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้ว 7 ครั้ง รวมถึงเคยสร้างสถิติชนะต่อเนื่องติดกัน 3 ปี (Grand Champion) ซึ่งไม่เคยมีตัวแทนทีมชาติใดทำได้มาก่อน สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยตลอดมา สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ ตัวแทนนักแกะสลักของประเทศไทยประกอบด้วย นายกุศล บุญกอบส่งเสริม จากโรงแรมแชงกรี-ลา, นายอำนวยศักดิ์ ศรีสุข จากโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และนายกฤษณะ วงศ์เทศ นักแกะสลักอิสระ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน &amp;ldquo;ปลากัด (Betta Brilliance-The Beauty and Strength of Thailand)&amp;rdquo; ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลากัดไทยมีเอกลักษณ์ทั้งด้านความสง่างามและความนุ่มนวล และอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานกว่า 200 ปี เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์เชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับสายน้ำ โดยทีมนักแกะสลักได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างประณีตงดงาม แสดงทักษะและความเชี่ยวชาญในการแกะสลัก จนเป็นที่ชื่นชมของคณะกรรมการและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานอย่างมาก ซึ่ง ททท.เชื่อมั่นว่า ผลงาน &amp;ldquo;ปลากัด&amp;rdquo; จะช่วยตอกย้ำถึงความสามารถเชิงช่างแกะสลักของคนไทยซึ่งถือเป็นระดับแนวหน้าของโลก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ และส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็น 1.75 ล้านคน ก่อนจะมุ่งสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 2 ล้านคน ในปี 2563 ได้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28568</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ แก้วธำรงค์, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, นายอำนวยศักดิ์ ศรีสุข, ประเทศญี่ปุ่น, ปลากัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c2fffdd38a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนให้ ‘ใบเหลือง’ การท่องเที่ยวไทย : ใครต้องรับผิดชอบ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดจำนวนลง หน่วยงานของรัฐหลายแห่งนัดประชุมวิเคราะห์และหาทางแก้กันใหญ่ เราจำเป็นที่จะต้องมองให้ตรงประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือแก้ปัญหาที่ต้นตอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนจากทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนจีน และไม่ว่าจะเป็นคนจีนหรือคนต่างชาติอื่นใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพ, การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, การสร้างวินัยให้กับเจ้าหน้าที่และการลงโทษคนทำผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ แห่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกนักข่าวว่า ได้หารือกับผู้บริหารสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เกี่ยวกับประเด็นความอ่อนไหวในตลาดนักท่องเที่ยวจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านบอกว่าเอกชนได้นำข้อเสนอทำการตลาดมาหลายเรื่อง แต่ท่านได้ขอให้เอกชนกลับไปหารือถึงการยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีวีระศักดิ์บอกว่า ได้เดินทางไปจีนเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ได้พบกับนายลั่ว ชู่กัง รัฐมนตรีวัฒนธรรมและท่องเที่ยวของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สภาพตอนนี้เหมือนเขาชักใบเหลืองใส่เรา จากที่มีชาวจีนมาเสียชีวิตในไทยเยอะ&amp;rdquo; รัฐมนตรีวีระศักดิ์บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านบอกด้วยว่า ความรู้สึกของชาวจีนต่อไทยขณะนี้มีอารมรณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ กลัว และแคลงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เขาโกรธที่เกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต จนถึงบัดนี้ยังไม่มีการเอาผิดข้าราชการแม้แต่คนเดียว และกลัวเรื่องไข้เลือดออกระบาดที่ทางการไทยประกาศเตือน และสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนนำมารายงาน ซึ่งเป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยของจีนไม่ยอมรับคุ้มครองการเดินทางมาไทย สุดท้ายแคลงใจที่คนจีนถูก รปภ.ของสนามบินดอนเมืองต่อยหน้า และค่าทิป 300 บาท ที่มีข่าวออกในจีน เรียกว่าค่าเสี่ยวเฟ่ย ที่เก็บแต่กับจีนชาติเดียวในการขอ Visa on Arrival หรือวีซ่าที่ช่องทางพิเศษของ ตม. ซึ่งการแก้ความรู้สึกเหล่านี้ แทนที่จะทำเรื่องลดราคา ควรทำแพ็กเกจที่มุ่งไปถึงความข้องใจจะได้ผลดีกว่า...&amp;rdquo; รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาเล่าให้นักข่าวไทยฟังอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แบงก์ชาติไทยก็นำเสนอตัวเลขที่สะท้อนว่านักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างชัดเจน คุณจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตและการใช้ความรุนแรงต่อนักท่องเที่ยวจีนที่สนามบินดอนเมือง มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเชื่อว่าช่วงที่เหลือ 4 เดือนของปีนี้ที่เป็นช่วง High Season นักท่องเที่ยวจีนก็จะยังไม่กลับมาขยายตัวเป็นบวกจากเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัว -0.9% และเดือนสิงหาคม -11.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณจาตุรงค์บอกว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ยกเลิก แต่เลื่อนการเที่ยวออกไป ซึ่งจะไปส่งผลในปี 2562 แต่ในภาพรวมก็คาดว่านักท่องเที่ยวจะถึง 40 ล้านคน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า หลังพ้นเทศกาลหยุดยาววันชาติจีน 1-7 ตุลาคม ที่เรียกว่า Golden Week นี้ ททท.จะนัดประชุมภายในองค์กร วันที่ 10 ตุลาคม เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนว่าจะยังไหลมาไทยเหมือนเดิมหรือไม่&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านกังวลว่าหลัง Golden Week แล้ว นักท่องเที่ยวจีนอาจชะลอการเดินทาง ไม่เฉพาะไทย แต่อาจจะทั้งโลกได้ เพราะนอกจากปัจจัยเรือล่มที่ภูเก็ตแล้ว ก็ยังมี &amp;ldquo;ความท้าทาย&amp;rdquo; จากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจน เพราะค่าเงินหยวนลดลง&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณธเนศวร์ยอมรับว่า &amp;ldquo;แม้ในทางปฏิบัติรัฐบาลจีนจะยังไม่ได้ให้ใบเหลืองหรือประกาศเตือนห้ามบริษัทนำเที่ยวจัดทัวร์พาชาวจีนมาเที่ยวไทยในระยะนี้ แต่โจทย์หนึ่งที่สำคัญคือ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้อยู่ในภาวะเสมอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ตลอดทั้งปีจะติดลบเล็กน้อย...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังจากผู้เกี่ยวข้องที่พูดถึงเรื่องนี้ เราพอจะรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แต่คำถามใหญ่ก็คือว่าใครจะเป็นคนลงไปแก้ปัญหา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาไม่ได้สลับซับซ้อน แต่หาคนที่รับผิดชอบแก้ปัญหาไม่ได้ใช่หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครรับผิดชอบ &amp;ldquo;ความปลอดภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครรับผิดชอบ &amp;ldquo;การสื่อสาร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครรับผิดชอบการปราบปราม &amp;ldquo;การฉ้อฉล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคำถามสำคัญกว่านั้นคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบ, ใครจะรับผิดชอบ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะแสดงความตระหนกกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลงแต่อย่างไรครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, แกแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.คว้ารางวัลเมืองพักผ่อนที่ดีที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; คว้ารางวัล&amp;rdquo;เมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด&amp;rdquo; ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เฉือน สิงคโปร์และกรุงโตเกียว จัดโดยนิตยสาร Business Traveller จากผลการโหวตของคนอ่านท่ัวโลก และโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ได้รับราววัล &amp;ldquo;Best Business Hotel in Bangkok&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2561 นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้ารับรางวัล&amp;rdquo; Business Traveller Asia-Pacific Awards 2018&amp;rdquo; ที่โรงแรม ไอส์แลนด์ แชงกรี-ล่า ฮ่องกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ปรากฏว่าปีนี้ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัล &amp;ldquo;The Best Leisure City in Asia-Pacific Awards&amp;rdquo; เมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด โดยได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เฉือน สิงคโปร์ และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รางวัลนี้เป็นผลการตัดสินมาจากผลโหวตของผู้อ่านและผู้เข้าชมเว็บไซต์ของนิตยสาร Business Traveller กว่า 100,000 คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานประกาศรางวัล Business Traveller Asia-Pacific Awards ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 26 โดยนิตยสาร Business Traveller ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับกลุ่มนักธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย มียอดจัดจำหน่ายกว่า 300,000 เล่ม และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในประเภทต่างๆ กันทั้ง Cities, Hotels, และ Airlines ในปีนี้กรุงเทพมหานคร ได้รับการโหวตให้เป็น &amp;ldquo;The Best Leisure City in Asia-Pacific&amp;rdquo; ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2016 นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนไทยที่ได้รับรางวัลคือโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ได้รับรางวัล Best Business Hotel in Bangkok&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธเนศร์ กล่าวว่า การที่ กรุงเทพมหานคร และโรงแรมในกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลในปีนี้ เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่ากรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชียและคนทั่วโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17503</URL_LINK>
                <HASHTAG>Business Traveller, กทม., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, เมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a59eb7bbc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
