<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้อง&quot;ถนอมใจ&quot;หมูป่า เกรงมีแผลในใจ/อาจเกิดอาการ 2สัปดาห์หลังออกจากถ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผย &amp;nbsp;ผู้ปกครองเด็กติดถ้ำสุขภาพจิตดี และเข้าใจในการทยอยนำเด็กออกมา ชี้ต้องดูแลสุขภาพจิตเด็กในระยะยาว &amp;nbsp; ต้องให้กำลังใจ ให้ความอบอุ่น ห่วงใย &amp;nbsp; เกรงจะเกิดบาดแผลในจิตใจ (PTSD) คาด อาจแสดงอาการประมาณ 2 สัปดาห์หลังออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.ค.61-ที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นาวาอากาศตรีนายแพทย์ บุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีสุขภาพจิตใจของผู้ปกครองเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ซึ่งมีการทยอยนำเด็กออกมาแล้วจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า ขณะนี้จากข้อมูลทราบว่าได้นำตัวเด็กทั้ง 4 คน ที่มีการทยอยนำออกมาก่อนได้อยู่ในความดูแลของ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว จากการติดตามข้อมูลของทีมจิตแพทย์ รพ.สวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย พบว่า ผู้ปกครองของทั้ง 13 คน ดีใจมาก คลายความวิตกกังวล หลังเจ้าหน้าที่ได้นำเด็กๆ ส่วนหนึ่งออกจากถ้ำหลวงได้ ซึ่งได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองก่อนนำเด็กออกมาจากถ้ำว่าจะมีการนำเด็กออกมาตามความพร้อมของเด็ก ซึ่งประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ภายในถ้ำ จากความฟิตของสภาพร่างกายเป็นหลัก ทั้งกล้ามเนื้อ และกำลังแขนขา เพราะระยะทางที่ออกมาค่อยข้างไกล ซึ่งผู้ปกครองได้เข้าใจดี และคลายความกังวล เพราะเห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจของทีมช่วยเหลือที่มีศักยภาพสูง ทั้งทีมนักประดาน้ำจากระดับโลก หน่วยซีล ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp;ไม่มีปัญหาเหมือนที่มีการตั้งคำถามในสังคมออนไลน์ จากนี้ ต้องรอการเติมก๊าซออกซิเจนอีก 10-15 ชม. จึงจะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวอีกว่า ขณะนี้เด็กทุกคนกำลังอยู่ในการดูแลร่างกาย ฟื้นฟู ดูความสมบูรณ์ของร่างกาย ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับแพทย์ พยาบาลก็พบว่าเด็กร่าเริงดี มีการยิ้มแย้ม มีกำลังใจที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งก็ได้รับประทานอาหารเหลวทางการแพทย์ และนอนหลับพักผ่อนดี ร่างกายกำลังปรับสภาพ ซึ่งสร้างความสบายใจให้กับทีมแพทย์ ส่วนการฟื้นฟูสภาพจิตใจ จะทำภายหลัง แม้ว่า ที่ผ่านมามีการประเมินสภาพจิตใจผ่านคลิปวิดิโอ หรือข้อความ ที่เด็กๆเขียนถึงครอบครัวก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงความรู้สึกผิดที่อาจติดตัวกับเด็ก ซึ่งต้องมีการพูดคุยดูแลสภาพจิตใจในระยะยาว โดยการให้กำลังใจกัน ให้ความอบอุ่น ไม่ตำหนิ ไม่ซักถา ซ้ำๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการตอกย้ำและไม่ให้เด็กรู้สึกเป็นเพราะตัวเองทำให้เกิดเป็นปัญหากับคนอื่น โดยการปล่อยให้เด็กได้ใช้ชีวิตปกติ เพราะมิเช่นนั้นเกรง จะเกิดโรคบาดแผลในจิตใจ (PTSD) ที่คาดว่า อาจแสดงอาการประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งหากได้รับกำลังใจ ความอบอุ่น ห่วงใยก็จะทำให้ภาวะดังกล่าวลดน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้นเลย โดยควรพูดคุยซักถามเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ในเรื่องการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดกำลังใจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, สุขภาพจิตหมูป่า, เกรงจะเกิดบาดแผลในจิตใจ (PTSD)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b431dd2db565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคลินิกบำบัด นักพนันบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสุขภาพจิตสั่ง รพ.จิตเวชในสังกัด 19 แห่งเปิดคลินิกบำบัดรักษาผู้ติดการพนันบอลโลก รวมทั้งสายด่วน-ออนไลน์ แนะผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสังเกต 9 อาการโรคติดพนัน ตั้งแต่หมกมุ่น พูดปด เสียการงาน มีปัญหากู้หนี้ยืมสิน เป็นอาทิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการดูแลช่วยเหลือครอบครัวและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากพนันฟุตบอลโลก ว่า ได้ให้โรงพยาบาลจิตเวชในสังกัด 19 แห่งใน 13 จังหวัด เปิดคลินิกบำบัดรักษาผู้ที่ติดพนันบอลที่แผนกผู้ป่วยนอก และให้บริการปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งปรึกษาทางระบบออนไลน์ คือ เฟซบุ๊กสายด่วนสุขภาพจิต 1323-เลิกพนัน ในช่วงเวลา 14.30-22.30 น. ผู้ที่มีปัญหาสามารถขอรับบริการได้ฟรี ทั้งนี้ การพนันเป็นเกมที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ได้หรือเสีย และเกิดการเสพติดได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า การบำบัดรักษาผู้ที่ติดพนันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กรมได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่าการบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจ โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยาควบคู่กับการใช้ยา หัวใจหลักจะเน้นการกระตุ้นให้ผู้รับการบำบัดค้นหาเป้าหมายหรือแรงจูงใจภายในตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเล่นการพนัน หรือผลดีที่จะเกิดขึ้นหากเลิกเล่นพนันได้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ โดยบำบัดทั้งหมด 4 ครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 45-50 นาที หากผู้รับการบำบัดได้รับกำลังใจจากครอบครัวหรือคนรอบข้างด้วย ก็จะเป็นแรงหนุนสำคัญทำให้ผลการรักษาได้ผลดี สามารถเลิกเล่นการพนันได้สำเร็จและเร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.รัชนี ฉลองเกื้อกูล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่า สถาบันได้เปิดคลินิกเลิกพนันตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีผู้รับบริการ 30 คน ส่วนใหญ่อายุ 30-39 ปี อาการติดพนันที่พบมากที่สุด 3 อาการ ได้แก่ 1.มีความล้มเหลวในความพยายามที่จะควบคุมหรือเลิกเล่นการพนัน 2.มักจะกลับไปเล่นแก้มือเพื่อหวังเอาเงินที่เสียไปคืน และ 3.มีการใช้เงินเล่นการพนันต่อครั้งเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจเท่าเดิม โดยหลังจากได้รับการบำบัดฟื้นฟูแล้ว พบว่าได้ผลดี มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม จำนวนวันและจำนวนเงินที่เล่นการพนันลดลง ความเครียดลดลง คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยมีผู้รับการบำบัดครบตามเกณฑ์ 4 ครั้ง จำนวน 24 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.รัชนีกล่าวว่า ในการป้องกันโรคติดการพนัน โดยเฉพาะการพนันฟุตบอล มีข้อแนะนำ 5 ประการ ดังนี้ 1.ให้ตระหนักว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ให้ความสนุกสนาน ควรหาโอกาสเล่นฟุตบอลจริงๆ ด้วย โดยเฉพาะเยาวชน จะได้รู้สึกถึงความสนุกสนาน เพลิดเพลินจากการเล่นฟุตบอลจริงๆ และพยายามจะเอาชนะจากการเล่นเกมจริง แทนความรู้สึกสนุกจากการชมและอยากเอาชนะด้วยการพนันบอล 2.ควรใช้ทักษะในการปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีออกจากสถานการณ์เมื่อถูกชักชวนให้เล่นพนัน 3.หลีกเลี่ยงการสมาคมกับผู้ที่เล่นการพนันฟุตบอล 4.ไม่ทดลองเล่นการพนัน ไม่ว่าจะได้หรือเสีย เพราะจะมีส่วนกระตุ้นการหลั่งของสารสื่อประสาทโดปามีน อาจทำให้รู้สึกสนุก อิ่มเอมขณะเล่น ขณะเดียวกันอาจรู้สึกตึงเครียดและอยากเพิ่มปริมาณการเล่นมากยิ่งขึ้น และ 5.หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุต่างๆ ที่จะทำให้รู้สึกอยากจะเล่นการพนัน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มความน่าจะเป็นของการแพ้-ชนะ โดยหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เล่นการพนันด้วย ยิ่งเสี่ยงต่อการอยากลองเล่น รวมถึงการทำนายผลแพ้-ชนะจากสื่อต่างๆ ก็มีส่วนยั่วยุให้เกิดการเล่นการพนันฟุตบอลได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโรคติดพนันจะมีอาการปรากฏ 9 อาการ ดังนี้ 1.คิดหมกมุ่นอยู่กับการเล่นพนันตลอดเวลา 2.เล่นพนันโดยเพิ่มจำนวนเงินขึ้นเรื่อยๆ 3.เล่นเสียเป็นหนี้ก็ยังเล่นต่อ หวังว่าจะได้เงินคืน 4.ยอมทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้และเล่นพนัน 5.พูดปด ปกปิดปัญหาที่ลุกลามจากการเล่นพนัน 6.มีปัญหากู้หนี้ยืมสินจนเสียหน้าที่การงาน 7.สูญเสียสัมพันธภาพกับคนในครอบครัวจากการเล่นพนัน 8.ใช้การพนันเป็นทางออกในการหนีปัญหา 9.ล้มเหลวทุกครั้งที่คิดจะลด-ละ-เลิกการพนัน จึงขอให้ประชาชนหรือเยาวชนตรวจสอบตนเอง หากมีความคิดและพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ 2 ข้อขึ้นไป แสดงว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดพนัน ขอแนะนำให้รีบปรึกษาสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโทร.ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13007</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, พญ.รัชนี ฉลองเกื้อกูล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b4219a5cb863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห๊า!กรมสุขภาพจิต4.0ใช้หุ่นยนต์จ่ายยารับไวใน9นาที จับใส่โดรนส่งไปหอผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.61- นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เขตทวีวัฒนา กทม. หรือชื่อเดิมรพ.นิติจิตเวช เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ในปีงบประมาณ 2561 บ่ายวันนี้ (23 มีนาคม 2561) ว่า สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นโรงพยาบาลจิตเวชที่เชี่ยวชาญรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ได้แก่ กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และพื้นที่กทม.โซนตะวันตก 7 เขต คือ ทวีวัฒนา หนองแขม ตลิ่งชัน ภาษีเจริญ บางแค บางบอน บางพลัด ขณะนี้ได้พัฒนาระบบบริการสนองตามนโยบายคือบริการอย่างเป็นมิตร รู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ให้เกียรติและคุณค่าแก่ผู้ป่วย ดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยทั้งกายจิตใจ วิญญาณ และสังคมเสมือนเป็นสมาชิกครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญยังได้นำเทคโนโลยี มาพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชในยุค 4.0 ให้มีมาตรฐานในระดับสากล คือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้ระบบหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติหรือสมาร์ท ฟาร์มาซี (Smart &amp;nbsp;Pharmacy) ใช้เต็มพื้นที่ทั้งแผนกผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน นับเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกของกรมสุขภาพจิต เพิ่มความคล่องตัวระบบบริการ จ่ายยาครบสูตรและไม่ผิดพลาด โดยเฉลี่ยต่อวันมีผู้ป่วยจิตเวชตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก 280 คน แต่ละคนใช้ยาอย่างต่ำ 4 ชนิด เป็นเวลา 1-2 เดือน เมื่อนำระบบหุ่นยนต์จัดยาแทนคน สามารถจ่ายยาเร็วขึ้น ผู้ป่วยนอกจะได้รับยาภายใน 9 นาที จากเดิมต้องรอราว 30 นาที ส่วนผู้ป่วยในใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที &amp;nbsp;แก้ปัญหาผู้ป่วยแออัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งกรมฯจะขยายผลใช้ที่รพ.จิตเวชอื่นๆ เช่น ที่รพ.ศรีธัญญา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา รพ.สวนสราญรมย์ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นรพ.ใหญ่ขนาด 300 เตียงขึ้นไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายแพทย์ศรุตพันธุ์ &amp;nbsp;จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ติดตั้งระบบหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติทั้งหมด 4 ตัวเป็นชนิดที่มีแขนกลรอรับยาเข้าซองแบบเบ็ดเสร็จและพิมพ์ฉลากยา ชื่อผู้ป่วย เวลากินยาเบ็ดเสร็จ ป้องกันปัญหายาปนเปื้อนได้เป็นอย่างดี ในการติดตั้งจะเชื่อมตรงจากระบบใบสั่งยาของแพทย์ทางคอมพิวเตอร์ที่ห้องตรวจโรคทุกห้อง เมื่อผู้ป่วยตรวจเสร็จสามารถรอรับยาได้เลย ขณะนี้เครื่องสามารถจ่ายยาได้ครอบคลุมรายการยาของสถาบันซึ่งมีกว่า200รายการได้กว่าร้อยละ 90 ซึ่งร้อยละ 95 เป็นยาเม็ด แคปซูล เริ่มบริการอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า ได้ผลดี ไม่พบปัญหาจ่ายยาผิดพลาด โดยจ่ายยาตามใบสั่งยาให้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในรวม 3,971 คน จำนวน 16,982 รายการ รวมยา 632,680 เม็ด สามารถบริหารจัดการสต็อคยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหายาหมดอายุหรือยาสูญหาย เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ห้องยา สามารถให้บริการแนะนำการใช้ยาแก่ผู้ป่วยและญาติดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีแผนพัฒนาต่อยอดอีก 2 เรื่อง คือ พัฒนาระบบการส่งยาทางอากาศจากห้องยาไปยัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หอผู้ป่วยโดยใช้โดรน (Drone) ตลอด 24ชั่วโมงแทนการใช้คนเดิน เนื่องจากหอผู้ป่วยแต่ละหออยู่ห่างกัน และการนำระบบ &amp;nbsp;คิวอัตโนมัติมาใช้ที่แผนกผู้ป่วยนอกแทนการเรียกชื่อ ผู้ใช้บริการสามารถใช้เวลาช่วงรอคอยแพทย์ตรวจ ไปทำอย่างอื่นได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงคิวจะมีระบบเรียกเตือน คาดจะทดลองใช้ในปลายปีนี้ ขณะนี้ สถาบันฯได้ปรับสถานที่ภายในให้เอื้อต่อการพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ถีบจักรยานย้ำในสระน้ำตื้นๆ เพื่อให้โรงพยาบาลจิตเวชเป็นสถานที่สำหรับการผ่อนคลาย ไม่เฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยทางจิตใจเท่านั้น ผู้รับบริการที่ปกติก็จะช่วยให้มีความสุขใจ ได้รับทั้งอาหารตาและอาหารใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5639</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์, หุ่นยนต์จ่ายยา, อธิบดีกรมสุขภาพจิ, ใช้โดรนส่งยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4c467526c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงอายุมากตั้งครรภ์แท้งลูกซ้ำ/มีโอกาสได้ลูกเป็นเเด็กดาวน์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มี.ค.-กรมสุขภาพจิตเผยไทยมี&amp;ldquo;เด็กดาวน์&amp;rdquo;เกิดใหม่ปีละ800 คน/ปีลดจากเมื่อก่อนปีละ1,000 คน ชี้หญิงตั้งครรภ์อายุมาก และหญิงที่ แท้งลูกบ่อยๆ &amp;nbsp;มีโอกาสเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สถาบันราชานุกูล กทม. นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันดาวน์ซินโดรมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มี.ค. ทุกปี &amp;nbsp;ในปีนี้เน้นในหัวข้อ &amp;ldquo;ดาวน์ดวงนี้ที่สร้างได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยนาวาอากาศตรีนพ.บุญเรือง &amp;nbsp;กล่าวว่า กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม &amp;nbsp;เป็นโรคทางพันธุกรรมไม่มียารักษา &amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 ทั่วโลกพบในเด็กเกิดใหม่ประมาณ 1 ต่อ 1,000 คน &amp;nbsp;กว่าร้อยละ 80 เกิดจากแม่อายุ 35 ปีขึ้นไป &amp;nbsp; ส่วนไทยมีหญิงให้กำเนิดลูกที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ปีละ 800-1,000 &amp;nbsp;คน จากหญิงคลอดที่มีปีละประมาณ 800,000 คน คาดขณะนี้จะมีคนไทยอยู่ในกลุ่มอาการดาวน์ 70,000-80,000 คนทั่วประเทศ และจัดอยู่ใน1 ใน 8 ประเภทของผู้พิการไทย &amp;nbsp;ทั้งนี้ หัวใจหลักของการดูแลจะเน้นที่การส่งเสริมพัฒนาการเพื่อให้เด็กช่วยเหลือตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข &amp;nbsp; โดยเด็กสามารถมีพัฒนาการดีขึ้นได้ หากพ่อแม่กระตุ้นตั้งแต่ภายในขวบปีแรกและต่อเนื่องจนถึงอายุ 5 ขวบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พญ. มธุรดา &amp;nbsp;สุวรรณโพธิ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า เด็กดาวน์ซินโดรม จะมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติประมาณ 2 ปี ซึ่งเด็กกลุ่มนี้สามารถพัฒนาศักยภาพไปได้เรื่อยๆ และสามารถไปโรงเรียนได้ บางคนสามารถเรียนจบในระดับปริญญาตรี ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง &amp;nbsp;โดยส่วนมากจะเกิดจากคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือคุณแม่ที่มีภาวะแท้งคุกคาม คือมีการแท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้งขึ้นไป โดยมักเกิดในคุณแม่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเด็กดาวน์ซินโดรมที่เกิดจากคุณแม่ในวัยเจริญพันธุ์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากสติปัญญาบกพร่องที่เกิดจากพันธุกรรมแล้ว ยังพบว่ามีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ระดับสติปัญญาถดถอยลงไปอีก เช่น สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมการที่แม่บางคนมีการสัมผัสสารพิษอยู่เรื่อยๆก็จะทำให้เด็กที่มีสติปัญญาบกพร่องอยู่แล้วมีสติปัญญาถดถอยลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรมเรื่องอายุก็เป็นส่วนสำคัญ โดยในหญิงทั่วไป จะมีโอกาส 1 ใน 1,000 คน หากมีพันธุกรรมมีโอกาสเกิด 1 ใน 500 คน และหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาส 1 ใน 100 คน ดังนั้น ยิ่งคุณแม่มีอายุมากและมีพันธุกรรมด้วยก็จะมีเสี่ยงมากไปอีก ซึ่งคุณแม่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปหรือมีประวัติครอบครัว หรือมีประวัติการแท้งคุกคาม สามารถมาตรวจเลือดดูพันธุกรรมได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ ซึ่งจะมีการแสดงตัวโคโมโซม หรือดีเอ็นเอให้เห็นว่าน้องมีความผิดปกติหรือไม่ ดังนั้นขอแนะนำว่าเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ตั้งแต่ 3 เดือนแรกให้มาพบแพทย์หากแพทย์ &amp;nbsp; หากพบผิดปกติสามารถเลือกจะให้น้องอยู่ต่อ หรือทำแท้งได้ตามกฎหมาย &amp;nbsp;แต่โดยส่วนมากแล้วคุณพ่อคุณแม่มักจะเลือกให้น้องอยู่ต่อเพราะเกิดความผูกพันธ์ไปแล้ว ซึ่งเด็กดาวน์ซินโดรมเองเป็นเด็กที่มีความน่ารักในตัวสามารถพัฒนาได้ เพราะไม่ได้มีความบกพร่องมาก จะมีความบกพร่องในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ จาก 1,000 คนต่อปี ขณะนี้พบว่าเหลือ 800 คนต่อปี ซึ่งอาจมีผลจากการที่เด็กเกิดน้อยลง และการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการรักษาจะเน้นกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กให้สามารถทำงานได้ การพูด การเข้าสังคม และการให้การศึกษา &amp;nbsp;ส่วนการให้ยาจะไม่ใช่ยารักษาอาการดาวน์ซินโดรม &amp;nbsp;แต่จะเป็นยาที่รักษาบางอาการ เช่นจะใช้ในกรณีควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ &amp;nbsp;ยกตัวอย่าง เด็กที่ถูกทอดทิ้งจะมีภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าเด็กปกติก็จะมียาคลายเศร้าให้ หรือ เด็กบางคนมีความพิการซ้ำซ้อน มีลมชักร่วมด้วยก็จะมียากันชักให้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ปัจจุบันสถาบันฯ มีการดูแลเด็กกลุ่มดังกล่าวประมาณ 8,000 คน &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มเด็กอาการดาวน์ที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ตั้งแต่วัยก่อนเรียน สถาบันฯได้จัดโปรแกรมฟื้นฟูทางการศึกษาในช่วงอายุ 6 ปีขึ้นไป &amp;nbsp;แล้วส่งต่อให้สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทยส่งเสริมให้ได้ทำงานในสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2561 นี้ &amp;nbsp;ได้รับการจ้างงาน 1,039 อัตรา เพิ่มจากปี 2559 ที่มี 654 อัตรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5523</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, สถิติเด็กดาวน์, หญิงสูงอายุตั้งครรภ์เสี่ยงได้ลูกเด็กดาวน์, เด็กดาวน์ซินโดรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab2417757496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจัย-นวดไทยเจ๋ง รักษาโรคซึมเศร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วิจัยพบนวดแผนไทยรักษาโรคซึมเศร้าได้ผล โดยเฉพาะในผู้ป่วยระดับยังไม่รุนแรงสามารถทำให้หายขาด เตรียมจัดทำหลักสูตรสู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครอบคลุมทั่วประเทศ กรมสุขภาพจิตเผย ขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยราว 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทองและผู้สูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม รพ.พระศรีมหาโพธิ์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านโรคซึมเศร้า ว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ขยายเครือข่ายการรักษาโรคซึมเศร้าไปที่โรงพยาบาลทุกระดับในเขตสุขภาพทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลดีขึ้นเรื่อยๆ จากร้อยละ 54.37 ในปี 2560 เพิ่มเป็นร้อยละ 55.98 ในปี 2561 หรือจำนวน 800,798 คน จากผู้ป่วยที่คาดว่าทั่วประเทศจะมีประมาณ 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทองและผู้สูงอายุ โดยจังหวัดอ่างทองเข้าถึงบริการสูงที่สุดในประเทศร้อยละ 99.72 แต่บางแห่งยังอยู่ในอัตราต่ำ เช่น กรุงเทพฯ เข้าถึงบริการร้อยละ 32 จะต้องเร่งดำเนินการให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า กรมได้เร่งพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาโรคซึมเศร้า โดยดึงภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะการนวดไทยมาใช้รักษาโรคนี้ เนื่องจากการนวดจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น กระตุ้นร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ได้ให้ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ทำการศึกษาวิจัยในปี 2560 ขณะนี้สำเร็จแล้ว และมีข่าวดีพบว่าการนวดไทยทำให้อาการซึมเศร้าของผู้ป่วยลดลงได้ร้อยละ 100 ผู้ป่วยหายทุเลาได้สูงถึงร้อยละ 83.3 การนวดด้วยแพทย์แผนไทยนี้จึงเป็นทางเลือกในการตัดวงจรการป่วยโรคซึมเศร้าในระดับที่ยังไม่รุนแรงให้หายหรือทุเลาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะทำให้สามารถลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ได้เป็นอันมาก โดยกรมสุขภาพจิตจะเร่งขยายผลใช้ในชุมชนทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณภาพการรักษาโรคซึมเศร้าของไทยขณะนี้เมื่อเทียบกับทั่วโลก พบว่าไทยมีอัตราเสียชีวิตจากโรคนี้ต่ำมากๆ เพียงร้อยละ 0.0015 ขณะที่ต่างประเทศมีร้อยละ 10.41 ส่วนอัตราหาย/ทุเลาของไทยมีร้อยละ 44.43 ยังต่ำกว่าทั่วโลกที่อยู่ที่ร้อยละ 70.6 ซึ่งอาจเกิดมาจากพื้นฐานความเชื่อผิดๆ เนื่องจากโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ จึงทำให้คนไทยเข้าใจว่าอาการของใจที่หดหู่เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่อาการป่วย และเชื่อว่าจะค่อยๆ หายไปเองจึงไม่ไปพบแพทย์ ทำให้อาการรุนแรงขึ้น การรักษาจึงมีความยุ่งยากขึ้น ทำให้อัตราหายทุเลาน้อยลง&amp;rdquo; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ประภาส อุครานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กล่าวว่า การวิจัยการนวดแผนไทยเพื่อรักษาโรคซึมเศร้านี้ ดำเนินการในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าในระดับไม่รุนแรง-ปานกลาง เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่ร่าเริง ท้อแท้ชีวิต แต่ยังไม่ถึงขึ้นมีอาการทางจิต เช่น หลงผิด ประสาทหลอน หูแว่ว รวม 26 คน โดยใช้ท่านวดที่ รพ.ได้คิดค้นตามหลักวิชาการเรียกว่า พระศรีนวดแผนไทย (Prasri Massage Therapy) มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1.นวดพื้นฐานที่บ่า หลัง หัวไหล่ 2.นวดพื้นฐานที่โค้งส่วนคอ นวดศีรษะด้านหลัง และที่จุดจอมประสาท 3.นวดที่ศีรษะด้านหน้า ร่องริมฝีปากบน 4.นวดศีรษะ 5.นวดขาและเปิดประตูลมโดยใช้น้ำมัน 6.การนวดหลังโดยใช้น้ำมัน และ 7.นวดพื้นฐานที่แขนทั้งด้านในและด้านนอก และนวดมือโดยใช้น้ำมัน นวดครั้งละ 60 นาที นวดทุก 2-4 วัน ติดต่อกัน 5 ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประภาสกล่าวว่า เมื่อนวดครบขั้นตอนดังกล่าว พบว่าได้ผลเป็นที่พอใจมาก ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นขึ้น กระปรี้กระเปร่า จิตใจเบิกบาน ผ่อนคลาย ตัวที่เคยรู้สึกหนักอึ้งจะโล่งเบา กินข้าวได้มากขึ้น นอนหลับดีขึ้น ความรู้สึกไม่ดีกับตนเองลดลง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดย รพ.พระศรีมหาโพธิ์มีแผนจัดทำหลักสูตรอบรมพระศรีนวดแผนไทยเพื่อการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้าสำหรับแพทย์แผนไทยที่อยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล และทำเป็นยูทูบ (YouTube) สาธิตการนวด มุ่งหวังว่าจะทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอาการระดับเล็กน้อยหาย ทุเลา ไม่ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5279</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, นพ.ประภาส อุครานันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae75974dbdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
