<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มานพ&#039;พ่อ&#039;ศิธา ทิวารี&#039;ไม่มาฟังคำสั่งอัยการคดีฟอกเงินกรุงไทย เตรียมประสานดีเอสไอตามตัว-ขอออกหมายจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประยุทธ เพชรคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 นัดส่งฟ้องนายมานพ ทิวารี บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ภายหลังจากที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้มีความเห็นให้สั่งฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเวลา 17.00 น. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำสั่งและส่งตัวฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปรากฏว่านายมานพ ผู้ต้องหายังไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 โดยส่งผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนการฟังคำสั่งคดีและส่งตัวฟ้องไปก่อน ระบุเหตุเนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จึงขอให้รอฟังคำสั่งของอัยการสูงสุดก่อน ซึ่งทางคณะทำงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาอ้างเหตุการขอเลื่อนคดีมาหลายครั้งแล้ว ผู้บังคับบัญชายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่ง ทำให้ไม่มีเหตุต้องรอ จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไป หลังจากนี้ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะมีหนังสือไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ไปดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้อง หากยังไม่ได้ตัวมา ให้ดำเนินการขออนุญาตศาลออกหมายจับตัวผู้ต้องหามาให้อัยการส่งฟ้องศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีร่วมกันฟอกเงินกรุงไทย ดังกล่าว ก่อนหน้านี้คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายมานพ พร้อมกับนางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายวันชัย หงษ์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) ซึ่งนางกาญจนาภาและนายวันชัย หลบหนีไม่มาตามนัดส่งตัวฟ้องของอัยการไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp; พนักงานอัยการคดีพิเศษก็ได้มีการประสานไปยังดีเอสไอ เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับแล้วเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของนายมานพนั้น ก่อนหน้านี้เคยได้ขอเลื่อนการฟังคำสั่งของอัยการไปแล้ว 2 ครั้ง และยังได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด แต่คณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นยืนยันสั่งให้ฟ้อง โดยอัยการกำหนดนัดให้นายมานพมาพบอัยการในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีสมคบฟอกเงินที่เกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินซึ่งเกี่ยวข้องการทุจริตปล่อยกู้ของ ธ.กรุงไทยฯ กับเครือข่ายธุรกิจกฤษดามหานครนั้น ก่อนหน้านี้อัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว 2 สำนวน สำนวนแรกส่วนของผู้โอน คือกลุ่มธุรกิจกฤษดามหานคร ซึ่งได้ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 79 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับพวกรวม 6 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ มาตรา 4, 5, 9, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จากกรณีระหว่างวันที่ 11 ก.ย. 2546 &amp;ndash; ธ.ค. 2547 มีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหายให้กับ บมจ.กฤษดามหานครและบริษัทในเครือโดยมิชอบแล้ว จำเลยกับพวกอีกหลายคนสมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ จำนวน 10,400,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่ร้อยล้านบาท) นั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนายวิชัย ผู้บริหารกฤษดามหานคร ก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวนที่ 2 กลุ่มรับโอนเงิน ที่ยื่นฟ้องนายพานทองแท้หรือโอ๊ค ชินวัตร บุตรชายคนโต อายุ 38 ปีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 ฐานสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.245/2561&amp;nbsp;และได้นัดตรวจเอกสารหลักฐานต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 2562 &amp;ndash; เม.ย. 2562 โดยจะนัดตรวจหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่นายพานทองแท้ได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27900</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายประยุทธ เพชรคุณ, กลุ่มกฤษดามหานคร, คดีกรุงไทย, น.ต.ศิธา ทิวารี, มานพ ทิวารี, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c2e19da7e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.รอจังหวะลดอำนาจทหาร เล็งแก้-ทบทวนกฎอัยการศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างที่กำลังรอการโปรดเกล้าฯ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อนำไปสู่โรดแมปการเลือกตั้งในปีหน้า ขั้วการเมือง-พรรคการเมืองต่างๆ ก็เตรียมขยับกันเต็มที่ แม้สัญญาณคลายล็อกพรรคการเมืองจะถูกส่งออกมาจากคนในรัฐบาลว่าอาจปลดล็อกในช่วงเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฟกัสไปที่พรรคใหญ่ พรรคเพื่อไทย ที่ถูกคาดหมายจากทุกสายแม้แต่พรรคคู่แข่งขันว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ยังไงเพื่อไทยก็จะกวาดเสียง ส.ส.ได้มากที่สุด เพียงแต่จะเกินกึ่งหนึ่ง 250 เสียงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ก็พบว่าช่วงนี้พรรคเพื่อไทยมีการเตรียมการด้านต่างๆ ไว้แล้วก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เช่น มีการให้ น.ต.ศิธา ทิวารี ที่เป็นทั้งลูกทีมของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และยังเป็นสายตรงของตระกูลชินวัตร จันทร์ส่องหล้า เพื่อนสนิทพานทองแท้ ชินวัตร ไปนั่งเป็น ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย เสียที หลังเก้าอี้นี้ว่างเว้นมานานนับปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก้าอี้ ผอ.พรรคเพื่อไทยเป็นที่รู้กันดีว่า ทำหน้าที่เสมือนแม่บ้านพรรค-คอยติดต่อประสานงานการเมืองภายในพรรคโดยเฉพาะระหว่างตระกูลชินวัตรกับพวกแกนนำพรรค-อดีต ส.ส.-ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดยเฉพาะการดูแลเรื่อง &amp;quot;เงินๆ ทองๆ -budget&amp;quot; ต่างๆ ที่ใช้ในพรรคเพื่อไทย จึงน่าจะเป็นสัญญาณได้แล้วว่า &amp;quot;ชินวัตร&amp;quot; เริ่มเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งแล้ว เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น หากเลือกตั้ง ก.พ.62 ไม่เจอโรคเลื่อนไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำการเตรียมพร้อมของพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อ คสช.คลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พรรคเพื่อไทยพร้อมจัดประชุมใหญ่พรรคทันที สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือการแก้ไขข้อบังคับพรรค โดยเขียนเจตนารมณ์ อุดมการณ์และนโยบายพรรคเข้าไปในข้อบังคับตามกฎหมายใหม่ จากนั้นเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หัวหน้าพรรคจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ทั้งคนรุ่นใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ ถ้าผ่านมติที่ประชุมก็เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมา ก็มีความเคลื่อนไหว ณ ที่ทำการพรรค ถนนเพชรบุรีตัดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีการประชุมแกนนำพรรค คีย์แมนพรรค และคณะทำงานชุดต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยตั้งขึ้น กันอย่างน้อยอาทิตย์หนึ่งก็ต้องมี สัก 2-3 วงหารือ แวะเวียนกันไป บางวงก็อาจได้เห็น แกนนำอย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ หรือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ มาร่วมวงด้วย ในบางวงเช่น คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยก็มีการตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ ไว้หลายชุดแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งโดยไม่รอ คสช.ปลดล็อก เช่น คณะกรรมการยกร่างนโยบายพรรคในการหาเสียง คณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจว่า มีข่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาด้วยชุดหนึ่งเป็นการภายใน เรียกกันว่า คณะทำงานพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและคำสั่ง คสช. ซึ่งมีการประชุมกันภายในมาหลายรอบแล้วโดย มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นั่งหัวโต๊ะในบางครั้ง พร้อมด้วยมือกฎหมาย อดีต ส.ส.หลายคนร่วมวง ข่าวบอกว่า คณะทำงานชุดดังกล่าวลิสต์เรื่องที่เพื่อไทยจะเข้าไปผลักดันหลังการเลือกตั้ง แม้ต่อให้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม ก็คือ จะเข้าไปขับเคลื่อนแก้ไขมรดก คสช. ที่สำคัญๆ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะมองว่าฝ่ายไม่เอา คสช.ตลอดจนโลกโซเชียลมีเดีย ไม่ค่อยยอมรับกฎหมายฉบับนี้ จึงน่าจะเป็นกฎหมายที่ต้องถูกทบทวนหลังเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญมีการเล็งกันไว้ว่าหลังเลือกตั้งอาจจะอาศัยจังหวะเข้าไปขยับแก้ไข พ.ร.บ.กฎอัยการศึกปี 2457 ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้ทหารเข้ามาคุมสถานการณ์ต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จเหนือรัฐบาลและตำรวจ โดยเฉพาะในช่วงการเมืองขมึงเกลียว อันเป็นเครื่องมือแรกที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนเป็น ผบ.ทบ.ใช้ก่อนทำรัฐประหาร ที่ประกาศกฎอัยการศึกตอนตีสามของวันที่ 20 พ.ค.2557 จากนั้นก็เรียกตัวแทนพรรคการเมือง นปช. กปปส. รัฐบาล ไปคุยที่สโมสรทหารบกสองวันซ้อน ก่อนที่จะทำการยึดอำนาจ ในวันที่ 22 พ.ค.2557&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวบอกว่าคณะทำงานชุดนี้เล็งไว้ว่า จะยกประเด็นที่ว่ากฎหมายดังกล่าว เป็นกฎหมายเก่าแก่ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังเลือกตั้ง ที่บ้านเมืองกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย จึงควรต้องมีการ ทบทวน ซึ่งอาจไม่ยกเลิกเสียทีเดียว แต่คอนเซ็ปต์คือ ต้องลดอำนาจทหารลง ไม่ให้ทหารใช้กฎอัยการศึก เป็นช่องทางทำรัฐประหารได้ง่ายๆ แบบปี 2557 รวมถึงหากเป็นไปได้ ก็อาจแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ สภากลาโหม ปี 2551 ที่ให้อำนาจการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพ ต้องผ่านสภากลาโหมเสียก่อน เรื่องที่เพื่อไทยเล็งๆ ไว้ข้างต้น เช่น การแก้ไขกฎอัยการศึก มีข่าวว่าคนในเพื่อไทยรู้ดีว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว ฝ่ายทหารอาจไม่พอใจและเกิดแรงกระเพื่อม ดังนั้นหากจะทำจริง ต้องทำแบบรวดเร็วเบ็ดเสร็จ เช่น เสนอแก้ไข 3 วาระรวดไปเลย หากคิดจะทำกันจริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็เชื่อว่าฝ่ายเพื่อไทยคงไม่หยิบยกเรื่องนี้มาหาเสียงแบบโจ๋งครึ่ม เหมือน พรรคอนาคตใหม่ แต่จะเริ่มขยับหลังเลือกตั้งเสร็จและผ่านไปสักระยะ เพราะหากไปปลุกกระแสช่วงเลือกตั้ง อาจโดน คสช.-ทหาร เพ่งเล็ง โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง ที่ถึงตอนนั้น บิ๊กแดง-พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เต็มตัวแล้ว และเป็นบิ๊กแดงที่รู้กันดีว่าเป็นสายดุ และไม่ถูกกับสายเพื่อไทย-เสื้อแดง มาตลอด. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17160</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ, น.ต.ศิธา ทิวารี, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์, สมชาย วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b9523de57550.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
