<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุตบอลการกุศล ทีมซีล-คาราวาน-นักเรียนนายเรือ-ศิลปินดารา ฟาดแข้งเพื่อ&#039;จ่าแซม&#039;26 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61-เพจ Thai NavySEAL &amp;nbsp;แจ้งข่าวว่า วันพฤหัสบดี ที่ 26 ก.ค.2561 นี้กลุ่มเพื่อน SEALและศิลปินเพลงเพื่อชีวิตเช่น น้าหงา คาราวาน /หว่องน้าซูๆ/สมจิตร /สมรักษ์/ปิยะพงษ์/ทีมนักเรียนนายเรือ96 /ทีมนิด้า /ทีมศิลปินดารา...จัดกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลการกุศล เพื่อรำลึกถึง นาวาตรีสมาน กุนัน (ตามเจตนารมย์ของน้องแซมเราที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะทำกิจกรรมนี้หลังจบภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายได้จากการบริจาคทั้งหมด จะมอบให้กับครอบครัวของนาวาตรีสมาน กุนันวีรบุรุษถ้ำหลวงของเรา
โดยจัดขึ้นที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ตั้งแต่เวลา 15.00-21.00น.เชิญทีมงานพี่ๆน้องๆENSED และผู้สนใจทั่วไปร่วมงานได้นะครับ ทางประตู W3 สามารถจอดรถได้รอบๆสนามครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14008</URL_LINK>
                <HASHTAG>26 ก.ค.61, จ่าแซม, ซีล, ทีมคาราวาน, น.ต.สมาน กุนัน, นักเรียนนายเรือ, ฟุตบอลนัดพิเศษ, สนามราชมังคลากีฬาสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56c7e1ef269.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเล็งสร้างหนัง&#039;หมูป่า&#039; แนะอย่าห่วงเด็กเกินเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชง ครม.สัญจรตั้ง &amp;quot;คกก.เฉพาะกิจ&amp;quot; สกรีนบทหนังต่างชาติเข้ามาถ่ายภาพยนตร์ภารกิจถ้ำหลวงและดูแลสิทธิประโยชน์ 13 หมูป่า ยอมรับมีไอเดียให้คนไทยศึกษาสร้างหนังเอง &amp;quot;เชียงราย&amp;quot; พร้อมจัดงานบวชโค้ชเอก-เด็กๆ 24-25 ก.ค.นี้ จัดโต๊ะกินข้าวแบบขันโตกเลี้ยงแขก 250 ตัว &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้บริหารทีมหมูป่า&amp;quot; แก้บนหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน &amp;quot;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;quot; เตือน ขรก.บางคนอย่าห่วงน้องๆ เกินเหตุ เชื่อทุกคนแข็งแกร่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลโค้ชและนักเตะเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต หลังออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงรายว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ จะเสนอที่ประชุมตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อควบคุมดูแลกรณีที่ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับภารกิจการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิษณุกล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่พิจารณาบทภาพยนตร์ว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ โดยจะต้องไม่กระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทย นอกจากนี้คณะกรรมการชุดนี้ยังมีหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำครอบครัวทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาต่างๆ โดยจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ และครอบครัวเสียสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับจากค่าลิขสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการยังมีหน้าที่ศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะจัดสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเองอีกด้วย&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;ขออนุญาตแจ้งทุกท่านนะครับ ผม..นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ เอก เล่นเฟซนี้เฟซเดียวนะครับ&amp;hellip;.ถ้ามีใครบอกว่าผมขอบริจาคหรือให้โอนเงินให้ไม่เป็นความจริงนะครับ ทางตัวผมไม่มีนโยบายรับบริจาคครับ ถ้ามีใคร Ib ไปเพื่อรับบริจาคนั้นไม่เป็นความจริงนะครับ ขอแจ้งให้ทุกท่านโปรดทราบ..เพราะตอนนี้มีคนแอบอ้างครับ ขอให้ทุกท่านช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ..ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา นายเอกพลได้เข้ารับมอบผ้าไตรจีวรพร้อมอัฐบริขาร จากพระธรรมราชานุวัตร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว จ.เชียงราย เจ้าคณะภาค 6 เพื่อเตรียมบวชในวันที่ 25 &amp;nbsp;ก.ค.นี้ ที่วัดพระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย โดยมีพระครูประยุตเจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เชียงราย เข้าร่วมในพิธีรับมอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเภาทัณฑ์ ประดิษฐ์ โฆษกประจำวัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวถึงการบวชของทีมหมูป่าว่า การบวชจะเป็นพิธีฮ้องขวัญหรือพิธีเรียกขวัญ จัดพิธีแบบล้านนา มีขันตั้งและมีหมอขวัญชาวบ้านมาทำพิธีเรียกขวัญที่กระเจิงไปให้กลับมาอยู่กับตัว และร่วมกันปลงผมนาค โดยมีหลวงปู่ครูบาแสงหล้า ธรรมศิริ วัดพระธาตุสายเมืองเป็นประธานปลงผมในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เวลา 08.09 น. จากนั้นจะนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมจำวัดที่วัดพระธาตุดอยเวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในการบวชเณรวันที่ 25 ก.ค. เวลา 07.00 น. จะตั้งขบวนแห่นาคไปประกอบพิธีบวชเณรที่วัดพระธาตุดอยตุง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อประกอบพิธีบวชอุทิศส่วนบกุศลแด่จ่าแซม น.ต.สมาน กุนัน เจ้าแม่นางนอน เจ้ากรรมนายเวร และแทนคุณพ่อแม่ โดยมีพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ หรือหลวงพ่อดอยตุง เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง เจ้าคณะอำเภอแม่สายเป็นพระอุปัชฌาย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังพิธีบวชเณรเสร็จสิ้นก็จะประกอบพิธีเพิ่มเติม คือการบวชจากเณรให้เป็นพระ ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีบวชพระคือโค้ชเอก เพราะอายุสามารถบวชเป็นพระได้ โดยที่โค้ชเอกจะขอบวช 1 พรรษา ตามความเชื่อล้านนาว่าบวชเป็นพระอย่างน้อยต้อง 1 พรรษาขึ้นไป หลังจากนั้นทุกคนก็จะลงมาจำวัดที่วัดพระธาตุดอยเวาเป็นเวลา 9 วัน สำหรับเด็กๆ 10 คน เนื่องจากเด็กต้องกลับไปเรียนหนังสือต่อ ซึ่งเหตุที่บวชแค่ 11 คน เพราะมีน้อง 2 คนนับถือคริสต์และอิสลาม&amp;quot; นายเภาทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำวัดพระธาตุดอยเวากล่าวว่า ขณะนี้วัดได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อพิธีบวชในครั้งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยได้จัดเตรียมโต๊ะกินข้าวแบบขันโตกไว้รับรองแขกที่ลานกลางแจ้ง ส่วนในพื้นที่อาคารประกอบพิธีได้เตรียมความพร้อมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าร่วมโดยมีชุดเก้าอี้ราว 250 ตัว &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีโต๊ะขาวตั้งภาพของ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวงเอาไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณใกล้ศาลเจ้าแม่นางนอน ปากทางเข้าถ้ำหลวง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย คณะผู้บริหารทีมหมูป่าทีนทอล์คอะคาเดมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย จำนวนกว่า 10 คน นำโดย พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ปรึกษาสโมสร, นายกมล จันทาพูน ประธานสโมสร, &amp;nbsp;นายกิตติพงษ์ อินต๊ะใจ รองประธานฝ่ายบริหาร และเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม 168 ผู้สนับสนุนทีมหมูป่าทุกรุ่น, นายจันทร์ ทาตุการ รองประธานฝ่ายกิจกรรม, โค้ชนพ หรือนายนพรัตน์ กันทะวงศ์ เลขาฯ และโค้ชฝึกสอนทีม, โค้ชเอก หรือนายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยโค้ชฝึกสอนทีม และคณะกรรมการ ได้มาทำพิธีบวงสรวงขอขมาและแก้บนเจ้าแม่นางนอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภพกล่าวว่า เมื่อช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำได้หมด ผู้บริหารทีมก็ถูกกันไม่ให้เข้าใกล้ถ้ำและเข้าพบ 13 หมูป่า แม้วันทำพิธีขอขมาครั้งใหญ่ก็ถูกห้ามเข้า วันนี้ทุกอย่างลงตัว คณะกรรมการจึงมีมติต้องมาทำพิธีบวงสรวง เซ่นไหว้ แก้บนให้เสร็จสิ้น เพื่อความสบายใจและพร้อมจะเดินหน้าพัฒนาทีมหมูป่าให้ก้าวหน้า เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้มีสุขภาพแข็งแรง หลีกเลี่ยงสิ่งมอมเมา ให้มีอนาคตที่ดี เป็นพลเมืองมีคุณภาพของประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ศิริศักดิ์ นันทะ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย กล่าวถึงสุขภาพของทั้ง 13 &amp;nbsp;คนว่าสุขภาพแข็งแรงดี มีเพียงบางคนที่เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากที่เด็กฟันผุแล้วไปติดอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน โดยรวมแล้วสมบูรณ์แข็งแรงดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของการที่จะเข้าอุปสมบทนั้น ได้ปรึกษากับผู้ปกครองแล้วว่าแพทย์จะตรวจเช็กร่างกายทีมหมูป่าเพื่อเตรียมความพร้อม และมีแผนรองรับการดูแลต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี&amp;quot; รักษาการ ผอ.รพ.แม่สายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chuchart Srisaeng &amp;nbsp;ถึงกรณีทางราชการไม่ให้สื่อมวลชนไปรบกวนความเป็นส่วนตัวหรือสัมภาษณ์เด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี &amp;nbsp;รวมทั้งบิดามารดา ตอนหนึ่งระบุว่า เห็นด้วยว่าเป็นการกระทำที่สมควร เพราะการที่เด็กๆ หรือบิดามารดาของเด็กต้องเจอคำถามของสื่อมวลชนประเภทไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ยังหาตัวเด็กๆ และโค้ชไม่พบ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีประการใด ผู้สื่อข่าวไปถามบิดามารดาของเด็กบางคนว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ยังไม่พบตัวเด็กๆ น้องมาเข้าฝันบ้างไหม คิดถึงน้องไหม หรือคำถามอื่นๆ ที่คนซึ่งมีความรู้สึกนึกคิดถึงใจเขาใจเราย่อมไม่ถามกัน ย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจแก่เด็กๆ &amp;nbsp;และบิดามารดาของเด็กๆ อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติระบุด้วยว่า การที่ข้าราชการบางท่านซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลย ออกมาให้ความเห็นว่าเด็กๆ อาจจะเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจตามทฤษฎีของฝรั่งชาวตะวันตก ถึงกับอาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลเด็กๆ แทนบิดามารดานั้น น่าจะเป็นการวิตกเกินกว่าเหตุมากเกินไปและไม่มีเหตุตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ที่จะต้องให้เจ้าหน้าของรัฐเข้าไปดูแลเด็กแทนบิดามารดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ได้ออกจากโรงพยาบาลและได้ตอบคำถามของคุณสุทธิชัย หยุ่น เด็กทุกคนตอบเหมือนกันว่า ขณะอยู่ในถ้ำมีเรื่องที่กลัวคือกลัวแม่ด่าหรือถูกพ่อถล่มที่ไปเที่ยวถ้ำโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ กับกังวลเรื่องจะทำการบ้านไม่ทันเพื่อน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตอบว่ากลัวจะไม่ได้ออกจากถ้ำ แสดงว่าทุกคนไม่เคยคิดกลัวเลยว่าจะไม่ได้ออกจากถ้ำ&amp;quot; นายชูชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาโพสต์ช่วงท้ายว่า จึงเห็นว่าไม่มีอะไรที่น่าต้องเป็นห่วงว่าเด็กๆ ทั้งหมดหรือบางคนจะมีอาการเป็นโรคอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจ เชื่อว่าทุกคนยังเป็นเด็กๆ ที่สดใส ซื่อๆ ตามประสาเด็กในชนบทที่คนไทยกับคนทั้งโลกให้ความสนใจและรักเอ็นดูตลอดไป ทั้งเมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะต้องเป็นคนดีของสังคมไทยและสังคมโลกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มอบเกียรติบัตรและเงินสนับสนุนในการเดินทางให้แก่ทีมเก็บรังนกเกาะลิบงไปเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง อ.กันตัง หัวหน้าทีมเก็บรังนกเกาะลิบง กล่าวว่า ตนเองมีความตั้งใจมีความมุ่งมั่นที่จะเดินทางไปช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิตที่ติดถ้ำ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนไปเจอ แต่ได้เห็นถึงความพยายามของทุกคน ทุกหน่วยงานที่ระดมกันมาช่วยค้นหา ทำให้มีกำลังใจ &amp;nbsp;ทุกปล่องที่ลงไปสำรวจตั้งความหวังว่าจะต้องได้เจอสักปล่องโดยไม่ย่อท้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถือว่าทำสำเร็จแล้ว 13 ชีวิตทีมหมูป่าทุกคนปลอดภัย ถึงแม้ต้องสูญเสียหน่วยซีลอย่างจ่าแซมไป 1 คน และยอมรับว่าโพรงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนที่เข้าไปค้นหารูเพื่อไปหาน้องๆ แต่ละโพรงยากลำบากและเสี่ยงอันตรายมาก แตกต่างจากถ้ำทางภาคใต้&amp;quot; หัวหน้าทีมเก็บรังนกเกาะลิบงกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล จันทาพูน, กิตติพงษ์ อินต๊ะใจ, จันทร์ ทาตุการ, ชูชาติ ศรีแสง, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.ศิริศักดิ์ นันทะ, นพรัตน์ กันทะวงศ์, พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์, วิษณุ เครืองาม, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่ครูบาแสงหล้า ธรรมศิริ, อับดุลรอหีม ขุนรักษา, เภาทัณฑ์ ประดิษฐ์, เอกพล จันทะวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e852b203c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรายอม  เอาชีวิตเข้าแลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภารกิจถ้ำหลวง หน่วยซีลไม่ใช่ฮีโร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กับเรื่องเล่าที่หลายคนไม่เคยรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลังทีม 13 หมูป่าอะคาเดมีร่วมกันให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ หลังออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตอนนี้ทีม 13 หมูป่าอะคาเดมี รวมถึงโค้ชเอก- เอกพล จันทะวงษ์ ได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การนำทีม 13 หมูป่าอะคาเดมีออกมาได้อย่างปลอดภัย เกิดจากการร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่าย ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักดำน้ำจากหลายชาติที่มาช่วยในภารกิจนี้ แต่สำหรับคนไทย หัวเรือใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญก็คือ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ มนุษย์กบ จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือที่เรียกกันว่า หน่วยซีล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ผบ.หน่วยซีล กล่าวถึงภารกิจสำคัญดังกล่าว โดยย้ำว่าหน่วยซีลไม่ใช่ฮีโร่ เพราะภารกิจดังกล่าวที่สำเร็จลุล่วงเกิดจากความสามัคคีของคนทุกฝ่าย ทั้งคนไทยและนักดำน้ำชาวต่างประเทศ ตลอดจนจิตอาสาที่มาช่วยกัน ดังนั้นทุกคนจึงเป็นฮีโร่ด้วยกันทั้งหมด โดย ผบ.ซีลได้เล่าแง่มุมภารกิจถ้ำหลวงที่หลายคนไม่รู้มาก่อน เช่นเรื่องแรงศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยปลุกใจคนที่ทำงานให้ผูกใจเป็นหนึ่งเดียวในการเข้าไปช่วยทีมหมูป่าจนสำเร็จ และย้ำว่าหลังจากนี้ ทางหน่วยซีลจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นกับภารกิจถ้ำหลวงไปพัฒนาการฝึกของหน่วยซีล เช่น ในเรื่องการดำน้ำในถ้ำ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยซีลให้มีมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.ร.ต.อาภากร เล่าย้อนให้ฟังถึงภารกิจช่วยทีมหมูป่าว่า นับแต่หน่วยซีลได้รับการติดต่อให้เข้าไปปฏิบัติภารกิจดังกล่าวจนนำทีมหมูป่าออกมาได้ ตลอดช่วงดังกล่าวมีความรู้สึกเครียดกดดันอยู่ 3 ช่วง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ช่วงแรกคือช่วงที่เราโดนน้ำ ทำให้ต้องถอยร่นมาจนถึงสามแยก แล้วก็ถอยมาจนถึงโถง 3 โดนน้ำ ไล่มาจนถึงปากถ้ำ เราก็คิดว่าเราจะสู้อย่างไร ยิ่งเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงวันที่น้องติดอยู่ในถ้ำเข้าสู่ช่วงวันที่ 8-9 น้องจะอยู่อย่างไร แล้วเราสูบน้ำออกมาจากถ้ำ เครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพที่ไปสู้กับน้ำที่เข้ามา เครื่องสูบน้ำสู้ไม่ได้ เราก็ดูอยู่ว่าเราจะรอกันหรือไม่ แต่สุดท้ายเราก็ประกาศสู้ และมีการตั้งกองอำนวยการ ช่วงนั้นมีโจทย์ที่เยอะอยู่ แต่ก็โชคดีที่ทีมงาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำประเทศไหน ก็เป็นทีมงานเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ช่วงที่ 2 ตอนช่วงจ่าแซม (น.ต.สมาน กุนัน) เสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านั้นกำลังพลของเราก็มีที่เจ็บป่วยอยู่เยอะ พักผ่อนไม่พอ แล้วก็ไปเจอควันของรถที่อยู่บริเวณหน้าถ้ำหลวง จนช่วงหลังเลยมีการให้รถไปจอดจุดอื่น เพราะควันของรถทำให้เวลาดำน้ำแล้วทำให้อ่อนเพลีย แสบคอ เพราะอากาศไม่บริสุทธิ์ จนมีคนเข้าโรงพยาบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องปิดเงียบหมด หน่วยซีลป่วยไม่ได้ บอกกับสังคมว่าหน่วยซีลป่วยไม่ได้ กำลังพลของผมต้องไม่ป่วย เวลาไปโรงพยาบาลต้องไม่บอกใครว่าป่วย แต่ก็ไม่มีใครถึงขั้นโคม่า จนสุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าป่วย แต่มารู้กันทีหลัง แต่ก่อนหน้านั้นไม่รู้กัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...พอมาเจอกรณีที่จ่าแซมเสียชีวิต เราก็เครียดว่าจะทำอย่างไรกันดี เพราะการเสียชีวิตมีผลด้านจิตวิทยามาก สังคมก็ขวัญตก ซึ่งก่อนการแถลงข่าวการเสียชีวิตของจ่าแซม ผมก็ได้คุยกับทางกำลังพลของหน่วย ทั้งซีลประจำการและซีลนอกประจำการ ก็ปรากฏว่าทุกคนไม่ได้ขวัญตก ไม่มีการเสียขวัญ เพราะการทำงานการฝึกของเรามีความเสี่ยงตลอดเวลาอยู่แล้ว การเจ็บป่วย การเสียชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา เพราะอย่างตอนที่ผมไปที่ถ้ำหลวงช่วงแรกๆ ก็มีอยู่วันหนึ่งต้องกลับมาเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลของหน่วยที่เสียชีวิตจากการโดดร่ม ที่ก็เป็นการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน คือเราจะมีการเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ผมรับราชการมา คนในหน่วยก็เสียชีวิตไปหลายราย ผมก็ผ่านความเสียใจมาหลายรอบ โดยจ่าแซมเราก็เห็นแล้วเขาคือวีรบุรุษของคนไทย เป็นวีรบุรุษของโลกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากความเครียดตรงนี้ พอแถลงข่าวผมก็ต้องยืนยันให้สังคมทราบว่าเราไม่เสียขวัญ กำลังพลของเราก็ยังฮึกเหิม เดินหน้าต่อ ซึ่งเราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเสียชีวิตของจ่าแซมไม่สูญเปล่า โดยการทำงานของเราก็ได้กำลังใจมากมาย มีคนสนับสนุนเยอะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ท่านได้เห็นและได้พระราชทานสิ่งของที่ใช้มาให้มากมาย พระองค์ท่านมีรับสั่งเลยว่าหากอยากได้อะไร ให้บอกมาเลยจะจัดหาให้ บางส่วนก็จัดหามาจากภูเก็ต เช่นขวดอากาศ โดยขวดอากาศ 200 ขวดแรกเราได้มาจากบริษัทเอกชน โดยเฉพาะของบริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต&amp;nbsp; จำกัด แต่ 200 ขวดหลังพระองค์ท่านก็พระราชทานมาให้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนั้น อุปกรณ์บางอย่างที่หาซื้อไม่ได้ในประเทศไทย ก็ทรงซื้อมาให้จากต่างประเทศ บางชิ้นซื้อและส่งมาจากเยอรมันด่วนที่สุดเลย เช่น พวกสายรัดตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ในประเทศไทยไม่มีขาย ต้องสั่งมาจากเยอรมัน ท่านก็พระราชทานมาให้โดยด่วน แล้วเราก็นำมาให้นักดำน้ำและหน่วยของเราใช้ ซึ่งต่างชาติก็มีมาขอใช้ด้วยหากเขาขาด เพราะเขาก็ต้องใช้ ก็มาขอใช้ รวมถึง Wetsuits ที่น้องๆ ใช้ ตลอดจนผ้าห่มฟอยล์ท่านก็พระราชทานให้ พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผบ.ซีล กล่าวต่อไปว่า ความกดดันครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในช่วงตอนตัดสินใจนำเด็กๆ ทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำหลวง จากตอนแรกเราก็เข้าใจว่า ทีมหมูป่าหลังเจอแล้ว เขาอาจจะอยู่ในถ้ำได้หลายวัน เพียงแค่นำอาหารไปให้แล้วหาวิธีนำทีมหมูป่าออกมาเท่านั้น พอน้ำขึ้นก็เจาะภูเขา แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเรามารู้ว่าปริมาณออกซิเจนเหลือน้อย ออกซิเจนในอากาศต้องมีประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ในถ้ำเวลานั้นเหลือแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเหลือแค่ 12 เปอร์เซ็นต์ ทีมหมูป่าก็จะแย่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ทำให้เราเหลือเวลาน้อยมากในการทำงาน เราก็เครียดว่าจะทำอย่างไร เพราะการจะไปเจาะภูเขาแล้วให้น้องๆ ออกมา แทบเป็นไปไม่ได้เลย พอเราตัดสินใจว่าจะเข้าไป ผมก็คุยกับทีมดำน้ำของอังกฤษ ที่ก็มีความเป็นมืออาชีพมาก เขาอธิบายวิธีการให้เราฟัง ผมก็โล่งอกทันที เมื่อได้คุยกับเขาในวันนั้น โดยที่ตอนนั้นยังไม่ได้นำน้องๆ ออกมาจากถ้ำ แต่คุยกับทีมดำน้ำของอังกฤษเสร็จ จากที่ก่อนหน้านี้มืดมิดมากว่าจะนำน้องๆ ออกมาแบบไหน พอคุยเสร็จเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ทันที หลังเขาบอกวิธีการที่จะนำน้องๆ ออกมาจากถ้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ตอนที่มีการทำแผนนำทีมหมูป่าออกมาดังกล่าว เมื่อต้องขออนุมัติการตัดสินใจ ใช้เวลานานแค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตอนที่ผมคุยกับ แกร์รี มิเชล ของอังกฤษ ที่ให้คำแนะนำในเรื่องการนำทีมหมูป่าออกมา ผมก็เสนอไปตามลำดับขั้น เพราะผมคิดแล้วว่าเป็นช่องทางเดียวที่สามารถทำได้ ซึ่งตอนนั้นผมก็เชื่อว่าทางข้างบนเขาเข้าใจอยู่แล้ว พอเสนอไปก็ใช้เวลาเป็นวันจนมีการอนุมัติ แต่ระหว่างที่เสนอไป ทางคณะเราก็คุยกันว่าระหว่างรออนุมัติ เราก็เตรียมการกันไปก่อน เช่น เรื่องการวางขวดอากาศ ทำคู่ขนานไปเลย พออนุมัติเสร็จเราก็ทำได้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตอนนั้นสิ่งที่ผมกังวลก็คือวิธีการ เพราะว่าเราโดนบีบจากน้ำที่เป็นช่วงหน้าฝน น้ำจะมา แล้วเท่าที่ทราบวันที่ 10 ก.ค. ตามสถิติน้ำอาจจะเต็มถ้ำ ผนวกกับอากาศในถ้ำที่น้อยลง ก็เป็นตัวบีบ เพราะออกซิเจนจาก 15 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 12 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาไม่นาน ทำให้ช่วงนั้นเราจะทำอะไรต้องมีแผนชัดเจนมากว่าวันนี้เราจะทำอะไร ต้องมีแผนเยอะและชัดเจน ไม่ให้เสียเวลาไปสักวัน พอวันแรกที่น้องๆ ออกมาชุดแรก 4 คน แล้วคนแรกปลอดภัย ผมก็เชื่อมั่น ซึ่งตอนนำออกมา มีการรายงานแจ้งให้ทราบตลอดในแต่ละจุด เช่น จากโถง 2 มาถึงโถง 3 เช่น ตอนนี้มาถึงโถง 3 แล้ว หลังเช็กร่างกายแล้ว ชีพจรเต้นเท่าไหร่ ก็จะมีการรายงานแจ้งตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่า คนในสังคมมองว่าหน่วยซีลเป็นฮีโร่ พล.ร.ต.อาภากร-ผบ.หน่วยซีล ตอบหนักแน่นว่า เราพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำว่าเราคือฮีโร่ เพราะว่าเราไม่ได้ทำกันฝ่ายเดียว คือเราฝึกมาตรงนี้ เราฝึกเพื่อให้ทำแบบนี้ให้ได้ แล้วก็มีคนอื่นมาช่วยกันเยอะหลายหน่วย รวมถึงจิตอาสา ในจุดงานที่เขาทำ ก็ถือเป็นฮีโร่ได้ เพราะคอยช่วยกันตลอด ขาดอะไรก็ไปหา ไปซื้อมาให้ ผมเหมือนกับว่าอยากได้อะไร เอ่ยไปไม่นาน ก็หามาให้เลย เช่น คนทำงานอยู่ ขาดรองเท้า กระเป๋ากันน้ำ บอกไปไม่นานก็หามาให้แล้ว ช่วยกันทุกส่วน อย่างพลทหารที่แบกลุยกันเข้าไปในโถง 3 แม้เขาไม่ได้ฝึกมาตรงนี้ แต่เขาก็มาช่วยกันทำงาน แบบนี้ เขาก็เป็นฮีโร่เหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ช่วงที่เด็กๆ ยังไม่ได้ออกมา กระแสกดดันต่างๆ เช่น ในโซเชียลมีเดีย กดดันการทำงานหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมไม่ได้ติดตาม โชคดีไม่ได้ฟัง ทีวีก็ไม่เปิดดู เพราะเราอยู่ในถ้ำในหน้างาน ติดต่อสื่อสารอะไรไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ภารกิจถ้ำหลวงถือว่ายากสุดหรือไม่ เคยมีภารกิจยากกว่านี้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครั้งนี้ผมก็ถือว่ายากสุดในการทำงานลักษณะนี้ อย่างผมเคยไปโซมาเลีย ในภารกิจปราบปรามโจรสลัด แต่ตอนนั้นก็เป็นเรื่องของลักษณะงานแบบที่เจอคลื่นลม ก็จะเป็นอีกลักษณะ จะไม่ยากเหมือนครั้งนี้ เพราะที่ถ้ำหลวงใช้หลายอย่าง รวมถึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผูกใจเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่ใช่แค่กำลังพลของหน่วย แต่คนที่มาช่วยงานทั้งหมด ต้องผูกใจเขาให้ได้ ให้เขายอมทำงานด้วยใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งยึดเหนี่ยว-ผูกใจผู้ร่วมภารกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลูกประคำครูบาบุญชุ่ม-การกอดผู้ร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับวิธีการเพื่อผูกใจ-ปลุกใจ ผู้ปฏิบัติงานในภารกิจดังกล่าว ผบ.ซีล เปิดเผยว่า ตอนนั้นก็มี พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ท่านก็ให้ลูกประคำกับผม คนที่เอามาให้ ก็บอกว่าครูบาบุญชุ่มขอให้ผมผูกที่ข้อมือ แล้วก็ให้สายรัดข้อมือมาด้วย ผมก็ใช้ตรงนี้ในการปลุกใจ ผมก็ผูกให้ทุกคน อย่างตอนทำงาน ผมอาจพูดจาไม่ไพเราะ อาจมีข้อขัดแย้งกันบ้าง แต่ทุกคนมีจิตใจที่จะมาทำงาน ผมก็ไปขอโทษ ไปบอกเขาว่า อาจพูดจาไม่ค่อยดี แล้วผมก็โอบกอดเขาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ผมกอดเยอะมากงานนี้ พอกอดเสร็จมันได้ใจ เราสู้กันด้วยใจ งานที่ทำไม่ได้ทำตามคำสั่ง แต่ทำกันด้วยใจจริงๆ คนจากหลายหน่วยงานที่ผมผูกให้เขา แล้วก็กอด ก็ได้ใจมาก ผมก็ไม่เคยกอดกับใครแบบนี้มาก่อน ผมอาจจะทำตอนไปเป็นทูตทหาร เคยกอดกับฝรั่งอะไรบ้าง แต่ผมเคยได้ยินว่าการกอดมันดี อย่างที่เคยมีการบรรยายกันในเรื่องการละลายพฤติกรรม ก็ให้มีการกอดกัน แต่ผมก็ไม่เคยทำตอนนั้น เพราะก็เขินด้วยซ้ำมากอดกัน แต่ตอนนั้นที่ถ้ำหลวงมันเครียดมาก แล้วผมก็พูดว่า ครูบาบุญชุ่ม ให้ลูกประคำนี้มา แล้วผมก็จะผูกให้ทุกคน เหมือนเป็นตัวแทน ผูกเสร็จผมก็กอดกับทุกคน ทุกคนก็มีใจที่ทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตัวผมเองปกติก็ไม่ได้ห้อยพระเครื่องอะไร แต่ผมรู้ว่างานที่ถ้ำหลวงไม่ง่าย แล้วก็ตามความเชื่อของเราคนไทย เขาบอกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จากเดิมผมไม่ได้แขวนพระเลย ก็บอกน้องในหน่วยซีลคนหนึ่ง เขาจะศึกษาด้านนี้แล้วเขาเก่งด้วย ชื่อ บอย ผมก็คุยกับเขา น้องเขาก็ถอดสร้อยจากคอเขาให้ผมสวมที่คอเลย ผมยังใส่อยู่เลยวันนี้ จากปกติที่ไม่เคยห้อยเลย ตอนไปโซมาเลียก็ไม่ได้ห้อยพระ (ควักพระเครื่องที่ห้อยอยู่มาให้ดู) แล้วตอนที่อยู่ถ้ำหลวง ผมก็บวงสรวงหลายครั้งที่หน้าถ้ำเพื่อขอขมาหน้าถ้ำ เพราะก็เหมือนกับมนุษย์เราก็ไปรบกวนธรรมชาติด้วย ที่เขาอยู่ของเขาดีๆ แล้วมนุษย์เราไปรบกวน เราก็ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทาง ว่าเราไม่ได้ตั้งใจมาลบหลู่ มารบกวน เราต้องการนำเด็กออกมา และขอให้คนที่ทำงานปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รวมทั้งก็ได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตรงนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านก็มีรับสั่งมาให้กองทัพเรือบวงสรวงที่กองบินทหารเรือ ที่อู่ตะเภา ที่จะมีพระรูปของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แล้วเราก็มีบวงสรวงที่หน่วย นรข.เชียงแสน (กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย) ที่มีพระรูปและได้อัญเชิญรูปหล่อของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย มาที่หน้าถ้ำด้วย เราทำกันหลายวิธีมากงานนี้ใช้ทุกศาสตร์ พอเสร็จงานแล้ว ผมก็นำเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่ทางหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือสร้างไว้เมื่อปี 2543 ที่เอาไป 2,000 เหรียญ ไปมอบให้คนทำงานทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผบ.หน่วยซีล ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นงานนี้ต้องขอบคุณในหลายส่วน อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ เราไม่ใช่ฮีโร่ เพราะคำว่าฮีโร่ต้องให้กับหลายคนที่เขามาช่วยกันทำงาน อย่างคนที่เขาไม่ได้ฝึกมาเลย แต่เขามีจิตอาสาที่มาช่วยกันทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่เราฝึกมาทางด้านนี้ แล้วเราก็ทำงานในขีดความสามารถของเราให้เต็มที่.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หน่วยซีลเราคือทหารอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในคำถาม &amp;#39;ภารกิจลับ&amp;#39; อิงการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ที่มารับตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ผบ.หน่วยซีล ได้ร่วม 1 ปี และตอนนี้เหลืออายุราชการอีกร่วม 6 ปี กล่าวว่า จากประสบการณ์ในภารกิจถ้ำหลวง ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยไม่เคยมีการฝึกดำน้ำในถ้ามาก่อน ทำให้หลังจากนี้ หน่วยซีลอาจต้องเพิ่มเติมในหลักสูตรเรื่องการฝึกการดำน้ำ เพราะไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไป การกู้ภัยในถ้ำแบบที่เกิดขึ้นที่ถ้ำหลวงจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพียงแต่ว่าเราจะต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการทำงานของหน่วยซีลให้ได้หลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...การฝึกของซีล เราคงไม่ไปฝึกในถ้ำโดยตรงแบบนี้ แต่เราจะฝึกโดยมีอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้หลายลักษณะ และฝึกให้สามารถดำน้ำได้นานในสภาวะที่ไม่มีความกดอากาศมาเกี่ยวข้องกับการดำน้ำที่มีความกดอากาศมาเกี่ยวข้อง ที่ก็จะเป็นอีกลักษณะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผบ.หน่วยซีล กล่าวถึงบทบาทภารกิจของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือว่า ในภัยคุกคามรูปแบบใหม่ มีทั้งภัยจากการก่อการร้าย จึงต้องมีกำลังที่เคลื่อนที่ได้เร็ว มีความอ่อนตัว ความคล่องตัวในการทำงาน ซึ่งการต่อต้านการก่อการร้าย กองกำลังทหารหลักจะมีความอ่อนตัวน้อยกว่า ทำให้รูปแบบการฝึกก็จะมีการฝึกอีกแบบหนึ่ง ภัยการก่อการร้าย คนที่ก่อเหตุจะมองหาช่องโหว่ของเป้าหมายเพื่อลงมือปฏิบัติ ทำให้การที่จะปิดช่องโหว่ไม่ให้กระทำได้ต้องมีเทคนิคพิเศษ เพราะการก่อการร้ายที่จะเข้ามา คนทำจะอาศัยจังหวะเข้ามาทำ มันไม่เหมือนกับสมัยอดีต เวลาเกิดสงคราม กองกำลังทหารแต่ละฝ่ายก็จะมาประจันหน้ากัน แต่ละกำลังพลก็มารบกัน แต่ภัยการก่อการร้ายจะไม่ใช่ลักษณะดังกล่าว หนึ่งกองพลอาจจะแพ้คนแค่หยิบมือก็ได้ เพราะคนแค่หยิบมือ จะอาศัยก่อเหตุในจุดที่กองพลมีช่องโหว่ทำเพื่อให้เกิดการขวัญเสีย ส่งผลทางจิตวิทยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ร.ต.อาภากร กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจของหน่วยซีลในเรื่องต่อต้านการก่อการร้าย ทางหน่วยซีลมีการฝึกกำลังให้มีความพร้อม ตอนนี้หน่วยซีลก็มีการส่งคนไปทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยส่งไปหลายปีแล้ว อย่างกรณีการป้องกันการโจมตีหน่วยฐานวิกโยธินที่ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตหลายคนในฐาน ก็มาจากที่หน่วยซีลส่งคนของเราไปอยู่ในฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-การผลิตนักทำลายใต้น้ำ หรือมนุษย์กบในช่วงปัจจุบันเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้วยความที่หน่วยส่งคนไปอยู่ยังสถานที่ต่างๆ มาก ทำให้คนที่จะหมุนเวียนกลับมาฝึกค่อนข้างมีอัตราไม่เยอะ ทางเราก็มีแนวความคิดที่จะเสนอขอเพิ่มกำลังคนเหมือนกัน เพราะว่าถ้ามีกำลังคนเท่าปัจจุบันแล้วไม่สามารถทำให้เขามีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างมีรูปธรรม ตอนนี้ก็มีกำลังคนพอ แต่หากเพิ่มขึ้นได้ ก็ทำให้เช่น การฝึกคน ก็จะให้ฝึกไปอย่างเดียวเลย เสร็จแล้วก็ออกไปทำงาน แล้วก็หมุนเวียนรุ่นต่อไปมาฝึกอย่างเดียว ฝึกเสร็จรุ่นนี้ก็ออกไปทำงานต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน จำนวนคนของเรา คนที่เหลือเพื่อมาฝึกจะมีไม่มากเพราะส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานกันหมด เพราะในความเป็นจริง ต้องมีอัตรากำลังไว้ 3ส่วนคือ ส่งไปทำงานหนึ่งส่วน แล้วเหลือไว้ 2 ส่วนคอยฝึกทบทวนตลอดทั้งปี แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพราะก็ส่งคนไปทำงานครึ่งๆ ของอัตรากำลัง คือทำงาน 1 ส่วน แล้วเหลือไว้ให้มากกว่าครึ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันก็เป็นที่ประจักษ์ว่าหน่วยของเรามีกำลังพลที่มีคุณภาพและสามารถใช้ได้กับภารกิจที่ชาติต้องการแล้วหน่วยอื่นทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันประเทศหรือเรื่องภัยพิบัติ ถ้ามีกำลังพลที่มีประสิทธิภาพอย่างเราเพิ่มขึ้นก็จะเป็นสิ่งที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยหลังจากนี้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือจะมีการฝึกคนให้มีความพร้อมเช่นเดิม แต่จะให้มีการเน้นมากขึ้นในเรื่องของสมรรถภาพทางด้านร่างกายของกำลังพล ที่ตอนนี้ผมก็คิดไว้แล้ว ในทางยุทธวิธีเราก็ฝึก แต่สิ่งที่เราทำได้เลย ก็คือเรื่องการทำให้มีความแข็งแรงทางด้านร่างกาย จากภารกิจถ้ำหลวงเห็นได้ชัดเจน คนที่ทำภารกิจได้ต้องมีร่างกายแข็งแรงเท่านั้น ผมก็ต้องการฝึกให้เขามีความแข็งแรงมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเราก็มีการทำอยู่แล้ว แต่หากดูจากในต่างประเทศ เช่น หน่วยซีลของสหรัฐอเมริกา การฝึกคนของเขาเพื่อให้มีสมรรถภาพทางร่างกายที่ดี เขาก็จะมีโรงยิมดีๆ มีอุปกรณ์ที่ดี มีการฝึกสอนเรื่องการเล่นอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่นเวตเทรนนิ่ง เพื่อให้รู้ว่าจะต้องมีการเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างไรให้แข็งแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตอนนี้ทางหน่วยก็ได้เริ่มทำเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการสร้างห้องเวตเทรนนิ่ง สั่งอุปกรณ์เครื่องเล่นเวต ที่ก็มีกำลังพลที่สนใจ ได้ไปอบรมการเป็นเทรนเนอร์ เพื่อจะได้มาแนะนำการฝึกที่ถูกต้อง รวมถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องโภชนาการ จากภารกิจถ้ำหลวง ทำให้ผมเห็นแล้วว่าจะต้องมีการพัฒนากำลังพลให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ให้สามารถทำงานในสภาวะยากลำบากได้นานขึ้น เพราะการดำน้ำไป 5 ชั่วโมง แล้วกลับมาใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมง หากร่างกายไม่แข็งแรง จะทำไม่ได้ จะมีความเสี่ยงในเรื่องชีวิตของกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนการฝึกของหน่วยซีลไทยกับต่างประเทศ ก็มีลักษณะเหมือนกัน เพราะเราก็นำหลักสูตรมาจากซีลของสหรัฐ เราส่งคนไปฝึกไปเรียน แล้วก็นำมาใช้ฝึกกับของเรา แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องภูมิอากาศ เพราะของสหรัจะเป็นเมืองหนาว แต่ของเราเป็นเมืองร้อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงการหาข่าวของหน่วยซีล ตามบทบาทภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คนของหน่วยซีลที่ปฏิบัติภารกิจลับดังกล่าวต้องมีการฝึกเป็นพิเศษหรือไม่ ผบ.หน่วยซีล กล่าวตอบว่า ในหน่วยของเรามีภารกิจในเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย การต่อต้านการก่อวินาศกรรม การข่าว ตรงนี้จำเป็นต้องฝึกคน ดังนั้นอย่างที่เห็น ในเพจ Thai NavySEAL ที่มีการปิดหน้า ยิ่งคนที่ไปทำงาน ลับ จะยิ่งไปอีกรูปแบบหนึ่ง ก็สุดแล้วแต่วิธีการ เช่น ปกติทหารต้องผมสั้น แต่พวกที่ไปทำงานแบบนั้นก็ต้องอำพรางตัว ปัจจุบันเราต้องทำงานโดยการใช้การข่าวนำยุทธการ เราก็ต้องมีข่าวสารที่เพียงพอต่อการปฏิบัติการ อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หลังเห็นภาพข่าวการฝึกอย่างหนักของซีล จนถามกันว่าทำไมต้องฝึกหนักขนาดนั้น มาวันนี้หลังภารกิจถ้ำหลวงคนจะเข้าใจมากขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เขาคงเข้าใจแล้ว ที่ผ่านมาเราฝึกกันหนัก แต่ไม่เกิดปัญหา ไม่เกิดภาวะวิกฤติที่ต้องใช้หน่วยซีลเรา&amp;nbsp; คนก็ไม่เข้าใจ ก็เหมือนบางครั้งผมก็เห็นคนมาบอกว่า ไม่ควรต้องมีการเกณฑ์ทหาร ก็ตอนนี้อยู่กันสบาย แต่หารู้ไม่ว่าในการอยู่กันสบายเกินไปของเราจะทำให้เราประมาท หากเราศึกษาประวัติศาสตร์ เช่นที่เราเคยต้องเสียกรุง ก็เกิดจากที่บางทีเราอยู่กันสบายเกินไป อาจไม่ได้เตรียมกำลังพลไว้ให้พร้อม&amp;nbsp; ถามว่าถ้าเราไม่มีกำลังทหาร หากว่าเมื่อมีภัยเกิดขึ้นมาเราจะเตรียมทันหรือไม่ เราจะฝึกทหารทันหรือไม่ จะมีอาวุธยุทโธปกรณ์พอหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พล.ร.ต.อาภากร ยกตัวอย่างมาเสริมความเห็นข้างต้นว่า อย่างที่พูดกันเรื่อง เรือดำน้ำ ทำไมต้องมีเรือดำน้ำ แต่ถามว่าหากมีภาวะวิกฤติ เมื่อมีการซื้อเรือดำน้ำไปต้องสั่งแล้วรออีกกี่ปีกว่าเรือดำน้ำจะมาถึง แล้วอีกกี่ปีกว่าเราจะฝึกคนให้มีความพร้อมในการใช้เรือดำน้ำ ปัจจุบันต้องมีการเตรียม ต้องคิดถึงอนาคตเพราะว่าในเรื่องภัยที่จะมาทำลายความมั่นคงของชาติ มาแล้วเราจะรับทันหรือไม่ จริงๆ กองทัพเรือมีการคิดในเรื่องนี้ กองทัพเรือมีการคิดตลอดเวลาว่าภารกิจของกองทัพเรือมีด้านใดบ้าง เรือดำน้ำก็เป็นสาขาหนึ่งของสงครามทางเรือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...การมีเรือดำน้ำไม่ใช่เรื่องแปลก ประเทศอื่นเขาก็มีกัน แต่พอของเราจะมีบ้างก็มีการถามกันว่าทำไม เพราะเรือดำน้ำเมื่อมีการดำน้ำลงไปต่างประเทศ ยิ่งประเทศเพื่อนบ้านเราเขาป้องกันกันใหญ่โต ดูว่าเรือดำน้ำจะไปอยู่ตรงไหนในประเทศเขา แต่หากเราไม่มีเรือดำน้ำ เขาก็จะบอกสบาย เดี๋ยวเรือออกมาปากอ่าวก็เห็นแล้วตรวจจับได้ แต่หากเป็นเรือดำน้ำเมื่อปฏิบัติภารกิจดำน้ำลงไปแล้วจะไม่รู้ว่าเรืออยู่ตรงไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หน่วยซีลเองก็เช่นกัน เมื่อมีเรือดำน้ำเราก็ไปกับเรือดำน้ำ ไปปฏิบัติการลับในประเทศฝ่ายตรงข้าม ที่เมื่อมีเรือดำน้ำหน่วยซีลเราเองก็ต้องฝึกกำลังคนอีกเยอะ เมื่อกองทัพเรือต้องการซื้อเรือดำน้ำเพื่อให้เรามีความชำนาญด้านนี้ ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สังคมในเมืองเขาอยู่กันอย่างสุขสบาย เขาไม่รู้หรอกเพราะอยู่สบาย แต่ความสุขสบายที่เขาเป็นอยู่ แต่คนอย่างเรายอมเอาชีวิตเข้าแลก (เอามือตบหน้าอก) เรายอมเอาชีวิตเข้าแลกเลยเพื่อให้เขาอยู่อย่างสุขสบาย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...จากเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงกำลังของหน่วยเขายอมเสียสละชีวิตตัวเอง ที่เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก ทุกคนยอมเสี่ยง ตัวผมเองยังบอกเขาเลย ถ้าตัวเขาไม่พร้อมให้ไปนอนหลับ ไปพักผ่อนให้ร่างกายพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงออกไปทำภารกิจ แต่พวกเขาบางทีดำน้ำกันในถ้ำ 7-8 ชั่วโมง หรือเกือบถึง 10&amp;nbsp; ชั่วโมง แล้วก็นอนไป 5 ชั่วโมง บางทีไม่พอ เพราะควรพักผ่อนให้พอจะได้ไปทำงานต่อได้ เพราะหากมีการสูญเสียอีกงานเจ๊งหมดเลย &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; เสียไปเราก็เสียใจอยู่แล้ว ขวัญของคนทั้งประเทศมันตกแล้ว&amp;nbsp; แต่ดีว่าเราสู้ แล้วกำลังพลพวกเขาไม่ยอม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;จ่าแซมหลังเสียชีวิตไปหนึ่งคน คนที่เคยฝึกซีลเขามาอีกเป็นสิบเลย มาเพิ่มอีก เพราะทุกคนไม่ยอมถอย ต้องมีคนอย่างเราในประเทศถึงจะรักษาประเทศชาติไว้ได้ นี่คือทหารอาชีพ เรายอมที่เราจะเป็นเราแบบนี้ คนสุขสบายในกรุงเทพฯ ก็ไม่รู้เรื่อง ก็เป็นนักเลงคีย์บอร์ดที่โคตรเก่งเลย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าภารกิจที่ถ้ำหลวงทำให้หน่วยซีลได้รับการกล่าวถึงในทางบวก ตรงนี้ก็มีการมองกันว่าก็ไปลบบางเรื่องที่คนมองกันว่า ก่อนหน้านี้หน่วยซีลไปเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะเวลามีม็อบการเมือง เรื่องดังกล่าว พล.ร.ต.อาภากร-ผบ.หน่วยซีล ตอบว่า คืออย่างนี้ทางหน่วยก็มีวิวัฒนาการของหน่วยมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน เราก็ผ่านอะไรต่างๆ มา สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ก่อนหน้านี้มองกันว่า หน่วยซีลในยุคที่มีผู้บังคับบัญชา เช่น พล.ร.ท.วินัย กล่อมอินทร์ มีภาพไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ คปท.และ กปปส. จนมีการพูดทำนองว่าหน่วยซีลที่เรียกกันว่ามนุษย์กบ แต่ตอนนั้นก็เป็นกบนอกกะลา เพราะเอาคนของหน่วยซีลไปใช้ในทางการเมือง แต่มาวันนี้คนมองว่าหน่วยซีลทำงานสร้างประโยชน์ให้ประเทศ จริงๆ เป็นเพราะมีการปรับตั้งแต่หลังการเมืองสงบลง หรือว่าทางหน่วยมีการปรับอะไรหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราไม่ได้ปรับอะไร เราก็ทำงานของเราไป เพราะทหารกับการเมือง ทหารจะไม่ไปยุ่งกับการเมืองอยู่แล้ว เราทำหน้าที่ไปตามบทบาทหน้าที่ของเรา แต่ช่วงที่เกิดสถานการณ์การเมืองที่ถาม ตอนนั้นผมเป็นผู้ช่วยทูตทหารอยู่ที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ก็ได้แต่มอง แต่จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาในตอนนั้นที่เขาตัดสินใจในเรื่องการใช้กำลัง ซึ่งในประเด็นนี้ผมคิดว่าเรามองข้ามไปดีกว่า เราก็ต้องทำงานให้ประเทศ ทำงานให้กองทัพเรือ เป็นทหารอาชีพ ที่ก็คือทำอาชีพทหารให้ดีที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ร.ต.อาภากร ยังกล่าวถึงกรณีปัญหาสมองไหล คือทหารที่อยู่ในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือเคยฝึกหน่วยซีลแล้วลาออกจากราชการไปทำงานในภาคเอกชนว่า เรื่องดังกล่าว ช่วงหลังไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ก่อนหน้านี้หลังมีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความที่สนามบินต้องมีความปลอดภัยสูง จึงมีการรับสมัครแล้วพวกหน่วยรบพิเศษของเหล่าทัพต่างๆ ก็ไปสมัครกันเยอะ ทั้งกองทัพอากาศ กองทัพบก โดยในส่วนของกองทัพเรือ เฉพาะหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ไม่นับหน่วยอื่น มีออกไปร่วม 70 กว่าคน พอคนออกไปเยอะเราก็มีปัญหาไม่มีคนช่วยทำงาน แต่ถึงปัจจุบันเราไม่กังวลแล้วกับเรื่องนี้ เพราะทำให้เครือข่ายเรากว้าง มีอะไรก็ประสานกันได้ทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างคนของหน่วยที่ลาออกไปไปอยู่บริษัท เชฟรอนฯ, บริษัท ปตท.สผฯ&amp;nbsp; ซึ่งก็มีบางคนไปอยู่ในตำแหน่งระดับสูงขององค์กรเอกชน บางคนที่เคยอยู่กับหน่วยซีลแล้วไปทำงานเอกชน ปรากฏว่าตอนเกิดกรณีถ้ำหลวงเขาทำงานให้เชฟรอนอยู่ที่แอฟริกา เขาก็ยังบินจากแอฟริกามาช่วย เช่นเดียวกับที่เคยอยู่กับซีลแล้วอยู่ที่ ปตท.สผ.ก็มาช่วยที่ถ้ำหลวงเหมือนกัน คือพอเขาไปอยู่หลายที่ก็ทำให้เครือข่ายเรากว้างมีเครือข่ายเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...จากงานครั้งนี้ทำให้ผมเห็นว่าการระดมสรรพกำลังยามที่ประเทศมีภัยสงคราม กระทรวงกลาโหมต้องระดมสรรพกำลัง จากงานที่ถ้ำหลวงทำให้เห็นเลยว่า เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้คนที่มีความสามารถต้องระดมสรรพกำลังเข้ามา เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เห็นชัดเจนจริงๆ เห็นเป็นรูปธรรมมากในครั้งนี้ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้คนที่มา เมื่อหากเกิดสิ่งผิดพลาด เกิดการสูญเสียอะไรก็ต้องมีการดูแล มีการตอบแทนให้เขา เหมือนกับจ่าแซมที่เขาเป็นวีรบุรุษจริงๆ ก็ถือว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามปิดท้ายว่าผู้ที่เป็น ผบ.หน่วยซีลที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครได้ขึ้นเป็นถึงระดับ ผบ.ทร. คำถามดังกล่าว พล.ร.ต.อาภากร-ผบ.หน่วยซีล ตอบสั้นๆ ว่า &amp;quot;ก็แล้วแต่กองทัพเรือ ก็ยังไม่เคยมี ก็แล้วแต่กองทัพเรือ แล้วที่ผ่านมาคนที่เป็นนักทำลายใต้น้ำแล้วจบโรงเรียนนายเรือมาก็มีไม่เยอะ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.....................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล้อมกรอบเพิ่ม... รูป... น.อ.อนันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุราวรรณ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;#39;ไม่ใช่เสี่ยงที่ฝีมือศัตรู..แต่เป็นธรรมชาติ&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์&amp;nbsp; ผู้บังคับการกรมรบพิเศษ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ&amp;nbsp; ได้รับมอบหมายให้รับช่วงการบัญชาการในโถง 3 เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงหลังจากพบทีมหมูป่าอะเคดามีทั้ง 13 คนว่า เดิมทางเราก็ได้เสนอแผน โดยคิดการสอนเด็กให้ดำน้ำ ไม่ให้เขาตกใจ ทำตามที่เราบอก จะจับมือมาเลย เราอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง ให้เด็กอยู่ตรงกลางค่อยๆ พยุงออกมา ไม่ใช้เปล ค่อยๆ สาวเชือกนำออก แต่ตัดสินใจกันอยู่นานเพราะความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา แต่ขึ้นอยู่กับเด็ก ซึ่งเราควบคุมไม่ได้ แต่มีความเสี่ยงสูงเพราะเด็กไม่เคยดำน้ำ ต่อให้คุณไปสอนเขาแค่ 1-2 ชั่วโมงแล้วบอกว่าอย่าตกใจนะ อยู่เฉยๆ เราจะพาไป แต่เราไม่สามารถควบคุมเขาได้ ถ้าเกิดติดขัด ติดซอกหิน หรือหน้ากากไปโดนหินเกี่ยว ลอดช่องแล้วกระแทกหินน้ำเข้า หน้ากากดำน้ำหลุด จะทำอย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สภาพมืดมาก ยิ่งเขาเป็นเด็ก เราจะเชื่อใจอย่างไรว่าจะไม่ตกใจ เราแก้ไขปัญหาให้เขาไม่ได้เพราะมองไม่เห็น มันคือความเสี่ยง ก็ต้องพิจารณาว่าต้องใช้วิธีไหน เพราะคนทั้งประเทศไม่รู้เหตุการณ์ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะบอกว่าลูกหลานของเขาอยู่ในนั้นก็ปลอดภัยดีอยู่แล้ว ทำไมรีบเอาออกมา ถ้าคนไหนเป็นอะไรขึ้นมาจะยิ่งไปกันใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อมีนักดำน้ำต่างชาติที่เป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญเรื่องนี้โดยเฉพาะเสนอว่า มีวิธีการที่นำเด็กออกมาแล้วปลอดภัยจึงได้เลือกแนวทางนี้ ผมเข้าใจว่าข้างนอกเขาคงมีการถกแถลงหารือกันเป็นที่ตกลงใจว่าน่าจะใช้ได้ จากวิธีการและโปรไฟล์ของทีมดำน้ำทั้งหมดที่ได้รับความน่าเชื่อถือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การทำวิธีของเขานั้น เขาบอกว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในฐานะ ผบ.ศอร.จึงตกลงใจยอมให้ทำตามวิธีนั้น แต่ถ้าไม่เชื่อรอให้น้ำลดก่อนดีกว่าคงยาก เพราะปัจจัยที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่ารอไม่ได้แล้ว ทั้งอากาศทั้งน้ำที่จะมาเมื่อไหร่รู้ แต่ปัจจัยที่คุณเสนอมามีทางรอดร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามว่าคุณเป็น ผบ.เหตุการณ์จะเลือกอะไร คุณต้องเลือกการรอดร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ว่าจะต้องรอไปก่อนอาจจะตายทั้งหมดก็ได้ แต่วิธีการของเขาบางทีก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อวันนั้นมีคนบอกว่าจะมีทางรอดด้วยการใช้วิธีวางยา หรือวิธีการอื่นที่อะไรก็แล้วแต่ ถามว่าถ้าเปิดเผยวันนั้นจะถูกด่าไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; กว่าจะทำได้ก็ถูกพวกคีย์บอร์ดว่ากันไป ผมจึงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะขุดคุ้ยเรื่องนี้อีก เพราะทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นำอุปกรณ์มาทุกอย่างโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ชาวนายังเสียสละเอาน้ำมาท่วมนา ก็ไม่เห็นมีใครเรียกร้อง รัฐบาลจะตอบแทนยังมีคนไม่เอา คนพวกนี้ไม่เห็นมีใครมาถามว่า คุณนำเด็กออกมาอย่างไร คุณวางยาเด็กหรือเปล่า เขาแฮปปี้กันหมด แต่คนที่ไม่ได้ช่วยเหลือซักนิดกลับมาขุดคุ้ยว่า คุณวางยาเด็กหรือให้ยาเด็กหรือไม่ เมื่อเด็กออกมาร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นคือจบภารกิจแล้ว&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;#39;ลูกน้อง&amp;#39; เจอโหด หนาวกรามค้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามถึงแนวทางในการเลือกซีลร่วมทีมไปกับนักดำน้ำต่างชาติ ผู้การฯ อนันท์ เล่าว่า เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าเสี่ยง ต่อให้คุยกันว่าทุกคนโอเคต้องทำแบบนี้ แต่มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้กลับมา คือมองตากันทุกคนก็รู้ ผมเองก็รู้ว่าส่งลูกน้องไปมีความเสี่ยงที่เขาจะไม่ได้กลับ แต่ทุกคนยินดีที่จะปฏิบัติ แต่ถ้าถามว่าใช้เหตุผลใดในการเลือกคนไปร่วมทีมนั้น ผมก็บอกได้ว่า 10-20 คนปฏิบัติงานร่วมกันมา เราจะรู้ว่างานนี้นะต้องเป็นเอ็ง นอกจากความสามารถแล้ว เราก็จะดูออกว่างานนี้ต้องคนนี้ งานที่จะไปตายได้ก็ต้องคนนี้แบบนี้ ต่อให้ทุกคนยกมือก็ต้องมีคนที่ถูกเลือกว่าต้องไปงานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...คัดไป 4 คนแรก จัดเสบียงและน้ำดื่มเข้าไป รวมทั้งให้ไปหาข้อมูลกับเด็กว่าในเบื้องต้นเป็นอย่างไร แล้วก็เอามาบอกเรา ชุดที่ 2 ก็มีอีก 4 คน ชุดแรกเราบอกว่าไปหาข้อมูลแล้วรีบกลับมา ฝรั่งดำน้ำไปแค่ 5 ชั่วโมงครึ่ง แต่ชุดที่ส่งไปหาข้อมูลผ่านไป 6 ชั่วโมงก็แล้ว 7 ชั่วโมงก็แล้ว 10 ชั่วโมงก็แล้ว ทั้งหมดไม่มีใครกลับมาส่งข่าวเลยจนถึง 23 ชั่วโมง ทาง ผบ.นสร.ก็ถามว่าคนอยากรู้ว่าส่งคนเข้าไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ก็ตอบไม่ได้ ต้องรอต่อไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลับมา 3 คน ถึงรู้ว่าเส้นทางที่ไปโหดมาก&amp;nbsp; สำหรับเราไม่เคยเจออากาศเย็นมากในถ้ำ ยิ่งลึกยิ่งหนาว ฝรั่งเองอาจจะเคยชินกับฤดูหนาวอากาศ 20&amp;nbsp; องศาฯ เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเขาเข้าไปในถ้ำยังแต่งขาสั้นอยู่เลย ของเราบางคนกรามไม่ทำงาน เกร็งจนเป็นตะคริวหมด หาดพัทยาก็ไม่ได้พัก น้ำท่วมหมด บางช่วงโผล่ขึ้นมาได้แค่ลอยคอ ขาไม่ถึงพื้น บางช่วงแค่เอวเดินลุย สรุปคือตัวเขาเปียกมาตลอด จึงไปพักนอนในถ้ำอยู่กับเด็ก หมดแรงออกมาไม่ไหว&amp;nbsp; เมื่อรวบรวมถังอากาศจากกันทุกคนที่เหลือแล้ว พอที่จะดำออกมาได้แค่ 3 คน ทำให้ 3 คนที่อยู่กับหมอภาคย์ไม่ใช่คนที่เราส่งไปแต่แรก คนไหนสภาพร่างกายไหวก็ออกมาก่อน ก็ไปคุยตกลงกันใหม่ 3 คนที่มาถึงสภาพไม่ไหวแล้ว หนาวเหมือนเป็นโรค เข้าโรงพยาบาลไป 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น.อ.อนันท์ บอกเล่าเรื่องราวภารกิจถ้ำหลวงต่อไปว่า สำหรับภารกิจที่โถง 3 ส่วนใหญ่เป็นกำลังพลในส่วนของกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. ซึ่งในปัจจุบันกรมรบพิเศษที่ 1 มีมนุษย์กบอยู่กว่า 340 นาย ถ้าไม่มีงานก็จะมีการฝึกประจำเดือน ในกองทัพเรือเรามีหน่วยงานที่ทำเรื่องการดำน้ำอยู่ 2 หน่วย คือหน่วยซีล และกองประดาน้ำ กรมสรรพาวุธ ซึ่งกองประดาน้ำภารกิจหลักคือดำน้ำลึก กู้เรือในทะเล การซ่อมทำใต้น้ำ เป็นภารกิจเชิงธุรการ หน่วยซีลเป็นการดำน้ำเชิงยุทธวิธี การปฏิบัติการทางทหาร เราก็จะดำน้ำแค่ขวดอากาศประมาณ 120 ฟุต แต่ประดาน้ำจะดำน้ำลึกมากกว่านั้น ซีลจะเน้นการดำน้ำเชิงยุทธวิธี โจมตีเป้าหมาย ข้าศึก การแย่งยึด โจมตีข้าศึกในแนวหน้า ภารกิจต่างกัน คนที่จะฝึกลักษณะประเภทนี้ต้องฝึกจิตใจคนอีกแบบ การฝึกหนักทางยุทธวิธีนี้ทำให้เลือกคนที่ไปตายได้ โดยที่ทุกคนยอมสมัครใจ ไม่ใช่พอถึงเวลาเรียกใครไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้านชา-ไม่สนโลก แต่ &amp;#39;ไม่เพี้ยน&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงว่าคนส่วนใหญ่มองว่า &amp;quot;ซีล&amp;quot; เพี้ยนเพราะฝึกหนัก น.อ.อนันท์ กล่าวว่า ภารกิจลับเป็นเรื่องของการข่าวยาเสพติด การค้ามนุษย์ อย่าง ผบ.นสร.ท่านนี้เป็นผู้ช่วยทูตทหารทูตเมียนมา พล.ร.ท. ภิญโญ โตเลี้ยง อดีต ผบ.นสร.ก็เป็นผู้ช่วยทูต จบหลักสูตรมนุษย์กบจากต่างประเทศหลายคน ช่วงผมจบหลักสูตรใหม่เป็นจังหวะรัฐประหารช่วงปี 2534 สหรัฐฯ ระงับการช่วยเหลือทุนการศึกษา พอผ่านช่วงนั้นอายุเราก็ไม่เหมาะจะไปแล้ว แต่ยืนยันว่าไม่เพี้ยนหรอก คนที่มาฝึกกบคือคนที่รู้ว่ามาอยู่แล้วพร้อมที่จะตายได้ในทุกภารกิจ บางคนก็มองว่าผมเป็นคนเงียบๆ อายๆ ก็ไม่รู้นะ แต่เมื่อถึงเวลาก็อย่างที่เห็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางทีคนพวกนี้มันค่อนข้างด้านชากับเรื่องบางเรื่อง ทำให้คนอื่นมองว่าไอ้คนพวกนี้มันเพี้ยน มันเป็นคนที่ไม่สนใจใคร ไม่สนโลก เข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่มันไม่ใช่เพี้ยน เรื่องงานในหน้าที่ใช้ให้ผมไปทำเรื่องแบบนี้โอเค ซึ่งคนอื่นไม่มีใครไป สำหรับการปฏิบัติงานผมเคยเดินทางไปกองกำลังรักษาสันติภาพที่ประเทศติมอร์ฯ ก็ไม่มีอะไรเสี่ยงเป็นมุมรักษาสันติภาพ แต่งานที่ผมคุมลูกน้องไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ก็ที่ถ้ำหลวงแห่งนี้ มันไม่ใช่การเสี่ยงกับศัตรู แต่เป็นการเสี่ยงกับธรรมชาติที่ส่งลูกน้องไป และมีสิทธิ์ที่ทุกคนจะไม่ได้กลับมา ที่ไม่ใช่เป็นฝีมือของศัตรูแต่เป็นฝีมือของธรรมชาติ ที่ผ่านมางานทั่วไปของเราจะทำในทะเลเปิด พื้นที่ปฏิบัติการคือทะเล การฝึกดำน้ำลึกและนานเป็นเรื่องปกติ แต่เรามีเรือยางเซฟตี้ ดำลงไปเป็นคู่มองเห็นบัดดี้กัน มีความอุ่นใจ การทำงานนี้ไม่มีโอกาสที่จะเซฟตี้ เหมือนตัดหางปล่อยวัด&amp;nbsp; ต่อให้ไปเป็นกลุ่มเป็นคู่ก็ไม่เห็นกัน ความเป็นผู้บังคับบัญชา ต่อให้เชื่อมั่นในฝีมือลูกน้องแต่ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ภารกิจที่ถ้ำหลวงลบภาพลักษณ์ว่าหลักสูตรพิเศษมีวิธีการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหน่วยเคยไปเกี่ยวข้องการเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องเก่าๆ เป็นเรื่องเวลาในแต่ละช่วง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะไปเกี่ยวข้องแค่ไหนในแต่ละสถานการณ์&amp;nbsp; แต่ผมคิดว่าภารกิจนี้เป็นจังหวะและความโชคดีของหน่วย ที่มีโอกาสเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมไม่ได้มองว่าเป็นการลบภาพลักษณ์ แต่บางคนก็ยังฝังใจอยู่ แต่อย่างน้อยก็ทำให้หน่วยของเรามีชื่อเสียง ทำให้คนรู้จักในมุมมองที่ดีมากขึ้น จะลืมหรือไม่ลืมเรื่องเก่าไม่รู้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำเรื่องให้คนทั้งประเทศภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-จะมีการเพิ่มการบรรเทาสาธารณภัยในหลักสูตร หรือเพิ่มการฝึกจนใกล้เคียงกับการทำหน้าที่แบบ Coast Guard ของสหรัฐฯ หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คงไม่ถึงขนาดนั้น เดิมเราเน้นการฝึกคน เรื่องของจิตใจ ความเป็นทีมมีอยู่แล้ว แต่เรื่องการเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการทำงานเท่านั้น ก็จะลดความเสี่ยงที่เราผจญอยู่ให้ลดลงได้&amp;nbsp; อุปกรณ์ที่มีก็มีแค่อุปกรณ์ดำน้ำดูปะการังปกติ สิ่งที่น่าจะพิจารณาจัดหาเพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์ดำน้ำในที่แคบ ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เช่น Gear เสื้อกั๊กมีห่วงเกี่ยวขวด อุปกรณ์ที่สามารถเกี่ยวถังอากาศได้ 3-4 ขวด ซึ่งฝรั่งเขามี ทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น คิดว่าหลักสูตรคงมีการปรับปรุง แต่ไม่ใช่เน้นเรื่องนี้ เพราะภารกิจของซีลต่างจากภารกิจกู้ภัย สำหรับมาตรฐานหลักสูตรยังเหมือนเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-มีการมองว่า &amp;#39;ซีล&amp;#39; เป็นคนเหนือคน มนุษย์พันธุ์พิเศษ? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมไม่อยากให้ใครพูดประมาณนี้ อย่าไปยกตนขนาดนั้น มันเป็นการฝึกที่หนัก และคุณผ่านได้ก็โอเค มันจบแล้ว ผมไม่ได้บอกว่าผมเก่งกว่าใคร และไม่อยากให้เปรียบเทียบว่าหลักสูตรนี้เก่งหรือหนัก&amp;nbsp; วัตถุประสงค์การฝึกมันต่างกัน ในการไปทำงานมันไม่ได้บอกว่าผมเก่งหรือไม่เก่ง แค่บอกว่าผมฝึกหลักสูตรนี่ผ่าน ผมพอแล้ว แล้วจะให้ผมไปฝึกหลักสูตรอื่นผมไม่ไปแล้ว เพราะว่าเบื่อแล้ว ไม่ใช่ว่าเราเก่งแล้วไม่ไปฝึกหลักสูตรอื่น มันไม่ใช่ คือผมไม่ใช่คนบ้าหลักสูตร จบนักเรียนนายเรือมา หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแรกที่อยากมาฝึก เป็นเพราะเราอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ตอนเป็นนักเรียนนายเรือเราก็เห็นรุ่นพี่อย่างพี่โญ (พล.ร.ท.ภิญโญ โตเลี้ยง) พี่อาภากร (พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว) และพี่หลายๆ คนมาฝึก และมีก็มีหนังสือสารคดีหลักสูตรนี้ว่าหนักอย่างนั้นหนักอย่างนี้ เราก็อยากรู้ว่าหนักอย่างไร เลยไปลอง ก็แค่นั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13844</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.สมาน กุนัน, บริษัท เชฟรอนประเทศไทย, พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว, พล.ร.ท.ภิญโญ โตเลี้ยง, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b533e421d5e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมูป่าเล่าชีวิตติดถ้ำ แค่ไปเที่ยวเจอน้ำปิดทาง/พระราชทานเลี้ยงฮีโร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงมีพระราชานุญาตให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิตจัดเลี้ยงทีมช่วยเหลือหมูป่า ขณะที่ 13 หมูป่าออกจาก รพ.เปิดใจก่อนกลับบ้านผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เผยตั้งใจเข้าไปสำรวจถ้ำ ไม่ได้มีอาหารติดตัวไป ถึงจุด &amp;quot;เมืองลับแล&amp;quot; เลยเนินนมสาว แล้วกลับมาถึงสามแยกน้ำจึงทะลักเข้ามา เล่าวิธีเอาตัวรอดใช้หินขุดผนังเพื่อหาทางออก กินน้ำจากหินย้อย ถอดบทเรียนจะใช้ชีวิตไม่ประมาท ฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แถมอยากเป็นหน่วยซีลด้วย พร้อมใจบวชหมู่ให้ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; หมอจิตวิทยาขอพื้นที่ส่วนตัวให้หมูป่ากลับไปใช้ชีวิตปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เตรียมออกจากโรงพยาบาล และจะพบกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในช่วงเย็น ว่า &amp;nbsp;เด็กๆ คงได้รับคำเตือนอยู่แล้ว ก็ขอฝากสื่อที่จะไปถามคำถาม ก็ขอให้ระมัดระวัง ทุกอย่างก็เรียบร้อยและไปด้วยดีแล้ว อะไรที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ก็อย่าไปซักไซ้ให้มาก วันนี้ทุกอย่างนั้นดีอยู่แล้ว รวมถึงการรับรู้ทั้งในและในต่างประเทศก็ดีทั้งหมด ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว และเราก็ต้องไม่ทำอะไรให้มันเสียไปกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกอย่างจบไปด้วยดีแล้วกัน อย่าให้เสียหาย ยิ่งทำอะไรที่มันมากเกินไป ทั้งเจตนาหรือไม่ บางทีก็จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเด็กๆ บางครั้งคำถามเขาก็ไม่รู้ ก็ตอบไปด้วยความเป็นเด็ก สื่อต้องระมัดระวังกันหน่อย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ร่วมในปฏิบัติการถ้ำหลวงจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เชิญทุกคนมาร่วมงานเลี้ยง มีการจัดอาหาร การแสดง ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา ส่วนชาวต่างชาตินั้น ก็ได้เชิญไปแล้ว หากมาได้เขาก็จะมา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการจัดงานที่ชัดเจนต้องประชุมหารือกันอีกที ส่วนสถานที่นั้น นอกจากจะจัดที่กรุงเทพฯ แล้ว อาจต้องมีอีกแผนสำรอง สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมากรุงเทพฯ ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก แต่ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกเราทุกคน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดูแลในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรัฐบาลจะขอพระราชานุญาตใช้สถานที่เพื่อจัดเลี้ยงผู้ที่มีส่วนช่วยทีม 13 หมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย อย่างปลอดภัยว่า ได้มีพระราชานุญาตมาแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุวันที่มา เพราะต้องดูอะไรหลายอย่าง ทั้งลม ฟ้า อากาศ &amp;nbsp;และต้องดูว่าในช่วงเวลาไหนที่จะมีการใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เพราะเนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย ทั้งนี้ เราไม่ได้หวังเลี้ยงว่าใครจะมาหรือไม่มาก็ได้ สุดท้ายกินกันเอง คงไม่ใช่อย่างนั้น เราคงคาดหมายให้เขามา โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องในนามรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้นำรถยนต์ตู้ของ พม. จำนวน 2 คัน มารับเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ พร้อมโค้ชรวม 13 คนออกจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ท่ามกลางชาวบ้านที่มารอส่งโบกมือส่งเสียงให้กำลังใจ เดินทางไปยังหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เพื่อร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.05 น. มีการแถลงข่าว &amp;ldquo;ส่งหมูป่ากลับบ้าน&amp;rdquo; ถ่ายถอดสดผ่านรายงานเดินหน้าประเทศไทย ทางสถานนีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นำโดย 1.นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 2.นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 3.นางอัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิก 4.พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น 5.พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 และทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีลอีก 3 นาย ที่อยู่กับเยาวชนและโค้ชในช่วงรอการช่วยเหลือ โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นคนสัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อทีมหมูป่าฯ และโค้ช 13 คน ประกอบด้วย 1.ด.ช.ชนินท์ วิบูลรุ่งเรือง (ไตตั้น) 2.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (เติ้ล) 3.ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) 4.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) 5.ด.ช.พรชัย คำหลวง (ตี๋) 6.ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี (มิก) 7.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค) 8.ด.ช.สมพงษ์ ใจวงศ์ (พงษ์) 9.ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน (อดุลย์) 10.นายพิพัฒน์ โพธิ (นิค) 11.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนท์) 12.นายเอกรัฐ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) 13.นายเอกพล จันทะวงษ์ (โค้ชเอก)
ให้เด็กใช้ชีวิตปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ทีมหมูป่าฯ ได้ทดลองเตะฟุตบอลแบบวอร์มอัพก่อน จากนั้นได้เปิดคลิปทีมหมูป่าฯขณะอำลาทีมหมอ โดยบางคนซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ซึ่งทุกคนสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยคนละ 3 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.ไชยเวชกล่าวว่า ปกติคนที่ผ่านวิกฤติแล้วอาจจะมีอาการท้อถอยได้ แต่เราพบว่าทีมหมูป่าฯ ไม่มีแบบนั้นเลย กำลังใจดีเยี่ยม มีความแข็งแรงและความเข้มแข็งภายในที่จะเดินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พัชนีวรรณกล่าวว่า สำหรับสภาพความรู้สึกของน้องๆ ซึ่งจากการตรวจประเมินจิตวิทยา พบว่ามีความเข้มแข็งทางใจดี ตอบรับกับความเครียดที่จะเกิดในสังคมปกติได้ โรงพยาบาลเห็นว่าน้องมีสภาพจิตใจแข็งแรงแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เราเองอยากให้น้องๆ กลับไปใช้ชีวิตเดิมให้เร็วที่สุด กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว มีชีวิตที่โรงเรียนเป็นปกติ มีการบ้านเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร อยากฝากทุกคนให้มีพื้นที่ส่วนตัวกับเขา ให้เขามีโอกาส มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว โรงเรียน อยู่กับกิจกรรมที่เขารัก ส่วนคำถามต่างๆ ที่จะทำให้เขาลำบากใจ อยากให้มีโอกาสให้น้องๆ เตรียมตัว และมีโอกาสที่จะปฏิเสธไม่ตอบคำถามที่เขาลำบากใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัปษรศรีกล่าวว่า เราพบว่าน้องมีความเข้มแข็งทางใจปรากฏตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว มีปัจจัยบวกเยอะมาก สิ่งที่เราเป็นห่วงที่จะเจอข้างนอก ได้มีกระบวนการเตรียมไว้ และน้องเองมีวิธีที่จะรับมือพอสมควร คิดว่าค่อนข้างพร้อม เมื่อออกไปข้างนอกความแข็งแกร่งที่มีอาจมีบางอย่างเหมือนกันที่จะสกัดกั้นพัฒนาการบางอย่างที่เขาเป็น คือการให้เขาได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อเดินๆ อยู่จะมีใครมาดูเขาตอนไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนะที่นายประจญกล่าวว่า ด้วยเดชะพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทรงห่วงใยน้องๆ &amp;nbsp;ทั้ง 13 ชีวิต และทีมที่เราไปช่วยเหลือกันทุกตน นอกจากนี้ ด้วยแรงอธิษฐานของคนทั้งโลกใบนี้ ต้องกราบขอบคุณแทนน้องๆ &amp;nbsp;และขอเชิญน้องและทีมงานทุกคน กราบเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า มีเยาวชนทีมหมูป่าฯ 4 คนยังไม่ได้สัญชาติไทย ตรงนี้จะทำอย่างไร นายประจญกล่าวว่า น้องๆ ได้ไปยื่นเรื่องที่อำเภอแล้ว อยู่ในกระบวนการของสำนักทะเบียน ซึ่งมีดำเนินการตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไปถ้ำหลวง โค้ชเอกบอกว่า เรามีการปรึกษากันตั้งแต่แรก โดยมีน้องๆ เอ่ยปากว่าอาทิตย์หน้าไปเที่ยวถ้ำหลวงกันหรือไม่ เพราะมีบางคนไม่เคยไป ซึ่งนัดกันว่าจะไป จึงวางโปรแกรมซ้อมฟุตบอล โดยมีการอุ่นเครื่องระหว่างทีมสายใต้กับสายเหนือในช่วงเช้า ตอน 10.00 น. พออุ่นเครื่องเสร็จก็ไปที่ถ้ำหลวงกัน เพื่อไปศึกษาว่ามีอะไรบ้าง ต่างคนต่างอยากเห็น โดยเข้าไปลึกจุดเนินนมสาว ไปถึงจุดที่เรียกว่าเมืองลับแลหรือบาดาล ซึ่งก่อนหน้านี้ตน น้องดอม เคยไปมาแล้ว และเคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือพอมาถึงจุดสามแยกพบว่ามีน้ำนิดๆ ครั้งนี้ก็แบบเดียวกัน มีน้ำนิดๆ ตรงสามแยกเลยลองเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามน้องทุกคนว่าจะไปต่อหรือไม่ ถ้าไปพวกเรามีเวลา 1 ชั่วโมง แล้วต้องออกมาเลยนะ เพราะต้องออกมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะต้องไปส่งน้องตั้นเรียนพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร แม้จะเป็นวันเกิดน้องไมค์ แต่น้องบอกว่าวันนี้วันเกิด เวลา 17.00 น. ต้องถึงบ้าน เพราะพ่อแม่จัดงานวัดเกิดรอแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;ไปถึงเมืองลับแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกเล่าว่า มารู้ว่าติดถ้ำตอนเดินกลับออกมาเลย ตอนเข้าไปเราเดินเลยจุดเนินนมสาว ไปจุดที่เรียกว่า เมืองลับแล หรือบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ จึงถามทุกคนว่าจะเข้าไปสำรวจหรือไม่ ถ้าไปต้องว่ายน้ำเข้าไป ทุกคนบอกว่าไป โดยส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นหรือไม่ขึ้น พอเช็กแล้วว่าน้ำไม่ค่อยลึก ก็บอกทุกคนว่ามากันได้ จากนั้นทุกคนทยอยไป จากนั้นมีการเช็กกันว่าระยะทางสามารถไปได้อีก แต่มองนาฬิกาแล้วมันเกินเวลากำหนด จึงบอกน้องว่าให้กลับก่อน ก็พากันกลับมาแบบปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอมาเจอตรงสามแยก น้องบิวตะโกนเราเจอน้ำ ตอนแรกมีน้องคนหนึ่งถามว่าเราหลงทางหรือไม่ ซึ่งไม่หลง เพราะมีเส้นทางเดียว ผมจึงสำรวจอีกครั้งว่าใช่ทางเข้าที่มาหรือไม่ โดยให้น้องถือเชือกไว้ แล้วผมจะจับเชือกและเดินไป โดยบอกสัญญาณน้องๆ ไปว่าถ้ากระตุก 2 ครั้ง แสดงว่าผมออกจากรูไม่ได้ให้ดึงกลับ ผมก็มุดดู ปรากฏว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนก้อนหิน เลยกระตุกเชือก น้องก็พากันดึง แล้วบอกน้องๆ ว่าเราออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จึงพากันขึ้นมาบนบก แล้วขุดร่องให้น้ำระบายมา โดยใช้ก้อนหินมาขุด ตอนนั้นเกือบ 17.00 น. ขุดไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีท่าทีน้ำจะลด 6 โมงเย็นกว่าแล้ว ทุกคนเลยตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ ซึ่งผมบอกว่าไม่ต้องกลัว อาจเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง จึงไปหาที่นอนกัน แต่ไม่มีขนมอะไรเลย ไม่ได้เตรียมอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้ชเอกกล่าวว่า เราถอยจากสามแยกเข้าไป 200 เมตร แล้วเจอเนินที่เป็นทราย มีน้ำที่ตกและน้ำย้อยอยู่ จึงบอกน้องๆ ว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า เลยพากันค้างคืนตรงนั้น แล้วก่อนนอนได้บอกให้ทุกคนไหว้พระก่อนนอนกันดีกว่า ตอนนั้นไม่กลัว คิดว่าพรุ่งนี้น้ำน่าจะลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ใครเป็นคนตอบเป็นภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำต่างชาติที่เจอคนแรก น้องอดุลย์กล่าวว่า วันนั้นเป็นช่วงเย็น พวกเรานั่งอยู่บนโขดหินด้านบน ได้ยินเสียงเหมือนคนพูดกัน โค้ชเอกจึงให้เงียบๆ ก่อนเพื่อฟัง ปรากฏว่ามันเป็นเสียงคนพูดคุยกันจริง ตอนแรกพวกเราคิดว่าคนไทยหรือเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช่ จากนั้นเขาลุกขึ้นจากน้ำ พวกเราตกใจ เขาเป็นคนอังกฤษ ไม่รู้จะพูดไร ช่วงนั้นมันงงๆ เพราะไม่ได้รับประทานอาหารหลายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะบวชให้ น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ที่เสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือจริงหรือไม่ โค้ชเอกกล่าวว่า จะไปบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้ น.ต.สมาน ทุกคนพร้อมใจกันหมด โดยน้องๆ บอกว่าบวชกี่วันก็ได้ โค้ชเอกบวชเท่าไรก็จะบวชเท่านั้น โดยเป็นการบรรพชาหมู่พร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลเล่าอีกว่า &amp;quot;ตอนนั้นยังไม่มีความกลัว เพราะคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะหาทางออกได้ ซึ่งผมพาน้องๆ เดินหาทางออก และคอยดูเวลาตลอด พร้อมหาแหล่งน้ำในถ้ำกินไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากหินย้อย ซึ่งเป็นน้ำที่สะอาด รสชาติเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป แต่ไม่มีอาหารประทังชีวิต เมื่อเริ่มหิวก็ต้องอาศัยกินน้ำเพื่อประทังชีวิตอย่างเดียว ก่อนจะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอประมาณวันที่ 2 ก็บอกให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ และใช้ไฟฉายทีละกระบอก ซึ่งใช้ได้จนถึงวันที่ 2 ก.ค. และเป็นวันที่ 10 ขณะที่น้องๆ ทุกคนเริ่มอ่อนแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ช.ชนินทร์กล่าวว่า เริ่มอ่อนแรง หิวมาก โดยไม่นึกถึงกับข้าวเลย เพราะจะทำให้หิวกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกพลกล่าวอีกว่า ก่อนจะมีการใช้หินเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก แต่ถ้าไม่เจอ หมายความว่าเราโดนปิดตายสองชั้น ก่อนได้ยินเสียงน้ำไหลมา จึงบอกให้เด็กๆ ขึ้นไปอยู่ที่สูงขึ้น ก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงเกือบ 3 เมตร ก่อนตัดสินใจว่า ทางข้างล่างไม่สามารถใช้ได้แล้ว จึงต้องเริ่มขุดผนังเพื่อหาทางออก โดยสลับกันขุดทีละคน ซึ่งแรงค่อยๆ หมดไป โดยอาศัยการกินน้ำเพื่อแก้หิวเท่านั้น ช่วงเย็นจะลงมาบริเวณเนินที่อยู่ใกล้น้ำเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยซีล (ใบเตย) กล่าวว่า เมื่อเข้าไปถึงได้ทดสอบกำลังใจทั้ง 13 คน และถามเด็กว่าสู้ไหม ตนได้พกยารักษาโรค และไฟฉาย ซึ่งเมื่อไปถึงก็แจกจ่ายแผ่นฟอยล์สำหรับให้ความอบอุ่นแก่เด็กๆ และต้องใช้ปูพื้นด้วย เนื่องจากพื้นบริเวณดังกล่าวเป็นโคลนและชื้น หากไม่ปูจะนอนไม่ได้ ทำให้ฟอยล์สำหรับผู้ใหญ่ไม่พอเพียง ตนจึงใช้เศษที่เหลือมาทำเป็นเกาะอกและกระโปรง ซึ่งเหมือนกับชุดของใบเตย อาร์สยาม
ฝันเป็นนักบอล-หน่วยซีล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกิจกรรมระหว่างเด็กกับทีมงานช่วงอยู่ในถ้ำ บิวบอกว่า เล่นหมากฮอส โดยมีพี่ใบเตยเป็นแชมป์ถ้ำ หรือ คิง ออฟ เคฟ ซึ่งตนได้พยายามจำแผนการเล่นของพี่เตยไว้ โดยเขาเล่นเป็นสามเหลี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความทรงจำที่มีต่อหน่วยซีล นายเอกพลบอกว่า เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะกินนอนด้วยกัน มาร์คบอกว่า พี่ใบเตยเหมือนพ่อ เพราะเขาเรียกตนว่าลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการจากไปของจ่าแซม นายเอกพลกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ และประทับใจที่จ่าแซมยอมเสียสละชีวิตเพื่อป้องกัน 13 หมูป่า พิธีกรขอให้ทีมหมูป่าส่งตัวแทนออกมาอ่านข้อความไว้อาลัยของหมูป่า ซึ่งเขียนบนรูปวาดของจ่าแซม ซึ่ง &amp;ldquo;ไตตั้น&amp;rdquo; เป็นตัวแทนอ่านคำไว้อาลัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้บทเรียนอะไรจากการติดถ้ำ นายเอกพลกล่าวว่า ซาบซึ้งน้ำใจของทุกคน และจะใช้สติอย่างมีประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่ตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท จะเช็กให้ดีว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ น้องตี๋กล่าวว่า จะเป็นคนดีของสังคม อดุลย์กล่าวว่า ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตประมาท ไม่คิดก่อนทำจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกับเราในวันข้างหน้า ตนจะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ความฝันเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ น้องมาร์คกล่าวว่า ไม่เปลี่ยน ยังคงอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และจะเข้มแข็งอดทน น้องไตตั้นกล่าวว่า ทำให้อดทนเข้มแข็ง ไม่ท้อ และรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง น้องบิวบอกว่า อยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเดิม และอยากเป็นหน่วยซีลด้วย ส่วนน้องมิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ และเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ส่วนพงศ์กล่าวว่า อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นหน่วยซีล เพราะอยากช่วยคน เติ้ลบอกว่า อยากเรียนจบสูงๆ ก่อน โน้ตกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ นิกกล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ไนท์กล่าวว่า อยากเรียนจบสูงๆ และอยากติดทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้ามีคนชวนกลับไปถ้ำจะไปอีกไหม นายเอกพลกล่าวว่า ถ้าชวนอาจไม่ไป แต่ถ้าหน่วยงานขอให้เป็นไกด์ อาจจะเป็นไกด์ให้ แต่เป็นไกด์แค่หน้าถ้ำ ส่วนที่เหลือให้พี่ๆ เขาไปกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอภาคย์กล่าวเสริมว่า ตามแผนที่คุยกับ ดร.แฮร์ริส มาร์คจะอยู่ใน 6 คนแรกที่ได้ออกจากถ้ำ ปรากฏว่าอุปกรณ์มีจำกัด โดยไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก จึงเหลือแค่ 4 คน มาร์คจึงตกขบวน ต่อมาวันที่สอง มาร์คจัดอยู่ในคิวแรก แต่ ดร.แฮร์ริสบอกว่ายังไม่มีหน้ากากสำหรับเด็กให้รอไปก่อน จึงต้องให้มาร์คออกวันสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า มีวิธีคัดเลือกเด็กๆ ออกมาจากถ้ำอย่างไร นายเอกพลกล่าวว่า จะมีตนและหน่วยซีลปรึกษากัน ซึ่งพี่หน่วยซีลบอกให้ตนพิจารณาดู ทุกคนบอกว่าใครออกก่อนก็ได้ ไม่ซีเรียส ตนจึงตัดสินใจว่าให้ชุดแรกเป็นคนที่อยู่บ้านไกลออกไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลับไปบ้านอยากบอกอะไรกับพ่อและแม่ ซึ่งน้องๆ ทุกคนกล่าวขอโทษพ่อแม่ที่เป็นเด็กดื้อ ต่อไปนี้จะบอกตลอดว่าไปไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 เปิดเผยว่า กระบวนการดูแลเยาวชนนักฟุตบอล และผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน จากนี้จะส่งทีมจิตแพทย์ไปติดตามอาการ หลังจากกลับบ้านไปพักฟื้น 1 สัปดาห์ โดยจะติดตามเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ ส.ค.-ต.ค. จากนั้นจะแบ่งการติดตามเป็น 6 เดือน/ครั้ง ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมสุขภาพจิตประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตเด็กประเทศออสเตรเลียและทีมเอ็มแคทจังหวัดเชียงราย วางแผนการติดตามเฝ้าระวังอาการทางจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนต่อเนื่อง โดยน.ต.นพ.บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเด็กควรได้รับการปกป้อง ไม่ให้ต้องเผชิญกับสื่อหรือหน่วยงานใดๆ นอกเหนือจากกลุ่มบุคคลคุ้นเคยที่คอยดูแล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13676</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่า, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, ประจญ ปรัชญ์สกุล, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน, พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อัปษรศรี ธนไพศาล, เดินหน้าประเทศไทย, เนินนมสาว, เมืองลับแล, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4e7158a2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ซีลไทยดำน้ำสุดเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัด สธ.&amp;quot; เผย 13 หมูป่าร่างกายดีขึ้น น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 2-3 กิโล เริ่มทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ &amp;quot;หมอภาคย์&amp;quot; พบเด็กๆ สวมกอดกันอบอุ่น โพสต์ชม &amp;quot;โค้ชเอก&amp;quot; ผู้เสียสละแท้จริง &amp;nbsp;มั่นใจทุกคนเติบโตเป็นคนดี &amp;quot;ว.วชิรเมธี &amp;quot; ทำ จ.ม.เปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าเห็นด้วยไม่รับทุนการศึกษา &amp;quot;วธ.&amp;quot; เดินหน้าบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ &amp;quot;ดอน&amp;quot; เผยสื่อนอกให้เอกสิทธิ์ทูตนักดำน้ำออสเตรเลีย 3 คนเพราะรับภารกิจเสี่ยงหากเกิดความผิดพลาด &amp;quot;อันส์เวิร์ธ vs. อีลอน มัสก์&amp;quot; ซัดกันแหลกถึงขั้นขู่ฟ้องร้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) แถลงถึงความคืบหน้าอาการของโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จ.เชียงราย ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ จิตแพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพของโรงพยาบาล ทุกคนสุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ โดยทำกิจกรรมกลุ่มตามกระบวนการทางจิตวิทยา อาทิ การสำรวจความรู้สึกภายใน การจัดการกับความรู้สึก การสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อให้ทุกคนมีสภาพจิตใจพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 19 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดเช้าวันนี้ กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.61 &amp;nbsp;อาการทั่วไปปกติ ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติทุกคน ให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วันแล้ว และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.61 อาการทั่วไปปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน&amp;quot; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับแผนการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ได้ให้โรงพยาบาลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ อ.แม่สายร่วมกันดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ ร่วมกับทีมหมอ ครอบครัว และครูในโรงเรียนที่น้องๆ นักฟุตบอลเรียนอยู่ โดยมีสมุดคู่มือสุขภาพให้คำแนะนำด้านโภชนาการ การดูแลสุขภาพ และการติดตามน้ำหนักตัว ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการติดตามผลในระบบโรงเรียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ภาคย์ โลหารชุน&amp;quot; ของ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.3 ได้เผยแพร่ภาพกำลังสวมกอดอย่างอบอุ่นกับน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ซึ่งหมอภาคย์เป็นหนึ่งในทีมที่เข้าไปช่วยเหลือและอยู่กับทุกคนในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย พร้อมระบุข้อความ &amp;quot;เจอกันที่โคราชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ท.นพ.ภาคย์ยังระบุว่า สิ่งที่ผมประทับใจเด็กๆ ทีมหมูป่าคือเรื่อง &amp;quot;ความสดใสซื่อเดียงสา มองโลกในแง่ดี มีขวัญ&amp;amp;กำลังใจดีเยี่ยม แม้จะอยู่ในสถาพแวดล้อม/สถานการณ์วิกฤติ ทุกวันเด็กๆ จะไปขุดโพรงหาทางออกโดยใช้เศษหิน (ได้ลึกถึง 5 เมตรเลย) ทั้งๆ ที่ไม่ได้กินข้าวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุด้วยว่า &amp;quot;มีวินัย...รวบรวมเศษขยะหลังกินแต่ละมื้อทิ้งลงถุงดำ โค้ชเอกสอนเด็กๆ เสมอว่าไม่ให้เก็บสิ่งของจากในถ้ำเอากลับไปเป็นของตนเอง...ซึ่งเด็กๆ ทุกคนก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี เรื่องโค้ชเอกจิตใจดีงาม เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง ผมแอบสังเกตตั้งแต่วันแรก เอกจะให้เด็กๆ อิ่มก่อน โดยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้เด็กๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
มั่นใจหมูป่าโตเป็นคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจในการดูแลเอาใจใส่เด็กๆ อย่างดีก่อนที่ทีมจะมาพบเด็กๆ เพราะสุขภาพกาย&amp;amp;ใจของเด็กๆ ทุกๆ คนดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากทีเดียว เด็กๆ ทีมหมูป่าทุกคนทราบถึงความเสียสละของทุกคนในการค้นหาพวกเค้า และผมมีความมั่นใจว่าเด็กๆ หมูป่าจะเติบโตเป็นบุคลากรที่ยอดเยี่ยมของประเทศ ทำคุณประโยชน์และชื่อเสียงให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป&amp;quot; พ.ท.นพ.ภาคย์ระบุในเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าน ว.วชิรเมธี หรือพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ.เมืองเชียงราย &amp;nbsp;ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ปกครองทีมหมูป่าอะคาเดมี เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;อาตมภาพได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ปกครองของน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีคนหนึ่ง ที่ออกมาปฏิเสธการรับทุนการศึกษาจากองค์กรต่างๆ &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลว่าน้องๆ ทีมหมูป่าได้รับมามากเกินพอแล้ว...อาตมาเห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว เนื่องเพราะน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีได้รับทุนการศึกษาจากสถาบันถ้ำหลวง ดอยนางนอนเรียบร้อยแล้ว ทุนจากองค์กรต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป&amp;quot; (อ่านรายละเอียดหน้า 2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีบวงสรวงเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งได้เริ่มขึ้นในเวลา 09.09 นาที เป็นพิธีทางพราหมณ์นำเครื่องบวงสรวงแบบล้านนามาถวายหัวหน้าเทวดาทั้งสี่ ซึ่งปกปักรักษาคุ้มครองโลกทั้ง 4 &amp;nbsp;ทิศ ประกอบด้วย ท้าวกุเวร, ท้าวธตรฐ, ท้าววิรูปักษ์ และท้าววิรุฬหก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 09.39 น.เริ่มพิธีบวงสรวง ต่อมานายประจญ และนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นประธานในพิธี ร่วมกันปักธูปหาง เสร็จพิธีการขมาแล้ว เวลา 10.09 น. พระสงฆ์สมณศักดิ์ 28 รูปเจริญพระพุทธมนต์ และสวดมาติกาบังสุกุล เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยงเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม ฮีโร่ผู้เสียสละวีรบุรุษถ้ำหลวงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำนำถังอากาศเข้าไปในถ้ำ และเวลา 15.00 น.จัดพิธีสวดถอนและพิธีปิดถ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนตั้งแต่วันแรกๆ เดินทางมาให้ความรู้แก่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าว โดยเตือนเด็กๆ ไม่ควรเข้าไปในถ้ำในช่วงหน้าฝน และการเข้าถ้ำต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง พร้อมทั้งมีการเรียนรู้เกี่ยวกับถ้ำที่เราจะต้องเข้าไป ก่อนที่จะร่วมกับนักเรียนยืนไว้อาลัยแด่ น.ต.สมาน ผู้เสียสละในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 ชีวิตจนตนเองต้องเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ว่า จะมีการพูดคุยระดับผู้ปฏิบัติการว่าจัดงานอย่างไรจึงจะดีที่สุด โดยสถานที่จัดงานนั้นมีหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น กทม. แต่หากอยู่ห่างไกลอาจต้องกระจายไปที่อื่นด้วย เช่นที่ จ.เชียงราย เพราะมีประชาชนไปร่วมช่วยเหลือในภารกิจจำนวนมาก จึงอาจไปจัดงานที่นั่นด้วย อย่างไรก็ตามต้องเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าหลายหน่วยงานได้มาบูรณาการร่วมกัน โดยจะต้องทำเป็นแผนเอาไว้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปศึกษาหากจำเป็นต้องใช้ กรณีเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราจึงจะถอดบทเรียนและให้ท้องถิ่นนำไปพิจารณาเพื่อประยุกต์ใช้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คงจะนำไปเป็นมาตรการกำกับดูแลถ้ำต่างๆ อีกจำนวนมาก
พท.โหนกระแสซัด รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะต้องมีการเพิ่มหลักสูตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าคงต้องพิจารณาดู ตอนนี้สถาบันที่ฝึกคนกำลังพิจารณาดำเนินการอยู่ โดยต้องกลับไปพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเรียนรู้เรื่องนี้ แต่ตนมั่นใจว่ากองทัพเรือจะต้องมีการฝึกเพิ่มในส่วนนี้ซึ่งน่าจะคุ้มค่า เพราะเป็นการดำน้ำที่ยากมาก ต้องใช้เครื่องมือพิเศษและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะมีการมอบประกาศนียบัตรแก่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาและ ผอ.ศอร.หรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่าผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์เป็นคนดีอยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยภูมิใจในตัวท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้วางแผนเตรียมจัดนิทรรศการเหตุการณ์กู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยนำเสนอเรื่องราวและเนื้อหาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเหตุการณ์ที่ทั้ง 13 ชีวิตติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนถึงปฏิบัติการช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำได้สำเร็จ ซึ่งจะมีการจัดแสดงทั้งส่วนกลางและสัญจรไป 4 ภูมิภาคตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ แบ่งเป็น 7 หัวข้อ &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ 2.นาทีชีวิตวิกฤติเสี่ยงตาย 3.วิกฤตินี้รวมใจไทยเป็นหนึ่ง 4.ปฏิบัติการวาระแห่งโลก 5.อาลัยสดุดีวีรบุรุษถ้ำหลวง 6.บทเรียนที่โลกต้องจารึก 7.สรุปเหตุการณ์วันต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วธ.ยังเปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีส่วนร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ด้วยการส่งภาพเหตุการณ์ ภาพวาด คลิปวิดีโอ หรือเอกสารข้อมูลการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้งภาพการช่วยเหลือ ภาพจิตอาสา บรรยากาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เพื่อที่ วธ.จะนำมารวบรวมจัดทำเป็นจดหมายเหตุบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยส่งมาที่ &amp;nbsp;www.m-culture.go.th หรือ Line@ofl6289y หรือเฟซบุ๊ก Thai MCulture หัวข้อบันทึกประวัติศาสตร์ช่วย 13 ชีวิตหมูป่าอะคาเดมี โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ถ่ายภาพ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 25 ก.ค.61&amp;quot; รมว.วัฒนธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประเด็นที่นายณรงค์ศักดิ์เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องในการรักษางบประมาณแผ่นดินหลายโครงการตามที่เป็นข่าวไปทั่วประเทศ แม้กระทั่งสื่อต่างประเทศ ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ออสเตรเลีย ก็นำไปเผยแพร่ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกย้ายไป จ.พะเยา ซึ่งเป็นข้อสงสัยในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาล และ ป.ป.ช.ควรทำให้สังคมคลายข้อสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลและ ป.ป.ช.มุ่งมั่นกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ก็ควรเร่งตรวจสอบโครงการกว่า 20 โครงการที่นายณรงค์ศักดิ์ไม่ยอมเซ็น ว่ามีความบกพร่องส่อไปในทางว่าจะมีการทุจริตหรือไม่ ถ้าตรวจสอบโครงการต่างๆ ดังกล่าวแล้วพบว่าส่อไปในทางทุจริต ผู้เสนอโครงการและผ่านโครงการมาตามลำดับชั้นก่อนที่จะถึงนายณรงค์ศักดิ์ ก็น่าจะมีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่ง ว่าการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลนี้มีมาตรฐานหรือไม่ ลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ และถ้าดำเนินการอย่างไรแล้วควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยเร็ว&amp;quot; อดีต ส.ส.เพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นักดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลียได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตในการมาช่วยเหลือปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง เพื่อปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหากเกิดความผิดพลาดขึ้น ประเด็นนี้ได้รับเปิดเผยผ่านสื่อของออสเตรเลียเมื่อวันจันทร์ โดยสถานีเอบีซีอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และเคร็ก ชาลเลน คู่หูนักดำน้ำในถ้ำของเขาซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจภายหลังการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลียและไทยเพื่อให้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตแก่พวกเขา &amp;nbsp;ป้องกันการถูกดำเนินคดีหากภารกิจที่เสี่ยงอันตรายนี้เกิดความผิดพลาด&amp;nbsp;
อันสเวิร์ธซัดแหลกมัสก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียไม่ได้ให้ทัศนะยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ของไทย แต่รอยเตอร์รายงานอ้างคำชี้แจงจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันว่าไทยได้ให้เอกสิทธิ์ทางการทูตแก่ทีมงานชาวออสเตรเลีย 3 &amp;nbsp;คนนี้เท่านั้น ซึ่งก็คือนายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และผู้ช่วยทางการแพทย์อีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากภารกิจนี้มีความเสี่ยง รัฐบาลไทยและออสเตรเลียจึงต้องทำความเข้าใจกัน ดอกเตอร์แฮร์ริสทำหน้าที่ของเขาในภารกิจทางการแพทย์อย่างสุดความสามารถ เขาจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองหากเกิดสิ่งผิดพลาดขึ้น รัฐบาลไทยให้เอกสิทธิ์นี้แค่กับคณะทำงานทางการแพทย์ชาวออสเตรเลีย 3 คนนี้เท่านั้น&amp;quot; รอยเตอร์อ้างคำสัมภาษณ์ของนายดอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เคร็ก ชาลเลน นักดำน้ำในถ้ำได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซันเดย์ไทมส์ ในเมืองเพิร์ท ภายหลังกลับถึงออสเตรเลียว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายอย่างแท้จริง และผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำถ้ำต่างไม่แน่ใจว่าจะสามารถช่วยชีวิตเด็กทั้ง 12 คนและโค้ชออกมาได้สำเร็จหรือไม่ ภารกิจนี้ไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับนักดำน้ำ แต่เป็นอันตรายอย่างมากต่อเด็กๆ ซึ่งต้องถูกวางยากล่อมประสาทถึงจุดที่ &amp;quot;พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น&amp;quot; เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกขณะที่นักดำน้ำนำพาพวกเขาผ่านช่องแคบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาได้รับยา เราไม่อาจปล่อยให้เด็กๆ แตกตื่น พวกเขาอาจทำให้ตัวเองเสียชีวต และอาจทำให้ผู้กู้ภัยเสียชีวิตไปด้วย&amp;quot; ชาลเลนกล่าว พร้อมกับเล่าถึงการฝึกซ้อมปฏิบัติการกับเด็กไทยที่จำลองอุปกรณ์สำหรับภารกิจนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจสัน มัลลินสัน นักดำน้ำถ้ำชาวอังกฤษซึ่งเป็นอีกคนที่ร่วมภารกิจ กล่าวกับเอบีซีว่า การดำน้ำในถ้ำผ่านช่องแคบๆ ในความมืดมิดนั้นท้าทายอย่างยิ่ง คุณจะรู้ว่าอยู่ตรงจุดไหนของถ้ำก็ต่อเมื่อศีรษะชนเข้ากับผนังถ้ำ ตัวเขาได้รับมอบหมายให้พาเด็กคนหนึ่งออกมา &amp;quot;ผมมั่นใจว่าจะพาเด็กออกมาได้ แต่ไม่มั่นใจ 100% ว่าจะนำเขาออกมาแบบที่ยังมีชีวิต เพราะหากผมทำให้เขาชนกับหินแรงจนหน้ากากหลุดแล้วน้ำเข้าหน้ากาก เขาจะตาย เราไม่มีอุปกรณ์สำรองสำหรับพวกเด็ก มีแค่หน้ากากดำน้ำอันเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่หน่วยซีลของไทยใช้มาตรการความปลอดภัยที่ต่างจากนักดำน้ำต่างชาติอย่างสิ้นเชิง เขากล่าวว่าการดำน้ำในถ้ำทำให้พวกเขาออกจาก Comfort Zone และนั่นทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการที่ถูกต้องและไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่นในขณะที่นักดำน้ำในถ้ำจะมีอุปกรณ์สำรองและพกถังอากาศอย่างน้อยสองถัง ตัวปรับแรงดันสองตัว และไฟฉายสามอันเสมอ แต่พวกนักดำน้ำในถ้ำสังเกตว่าหน่วยซีลมักจะใช้ถังอากาศและตัวปรับแรงดันแค่ตัวเดียว ซึ่งถ้าอุปกรณ์มีความผิดพลาดพวกเขาก็จะเจอปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่พบว่า หน่วยซีลทั้ง 4 นายนั้นไม่มีอากาศเพียงพอสำหรับขากลับ เพราะพวกเขาทำตามคำสั่งว่าให้ดำน้ำมาอยู่กับเด็กๆ จนจบเท่านั้น แต่ในระหว่างทางพวกเขาใช้อากาศจนหมด ทำให้นักดำน้ำในถ้ำทั้งสี่คน คือ Jason Mallinson, Chris Jewell, Rick Stanton และ &amp;nbsp;John Volanthen ต้องนำถังอากาศมาให้ซีลทั้งสี่นายในขณะที่ดำน้ำมารับเด็กๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ Josh Bratchley กล่าวว่า ภารกิจนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คิดไว้มาก สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ในปฏิบัติการนี้จะช่วยเหลือผู้คนมากมายที่อาจติดในถ้ำในอนาคต และย้ำว่าภารกิจนี้คือการทำงานเป็นทีมไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดวันจันทร์ยังมีรายงานความขัดแย้งระหว่างเวอร์นอน อันส์เวิร์ธ หนึ่งในทีมกู้ภัยที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก กับอีลอน มัสก์ ถึงขั้นฝ่ายแรกประกาศว่าอาจจะฟ้องร้องมหาเศรษฐีไฮเทคชาวอเมริกันรายนี้ จากกรณีที่มัสก์เรียกเขาว่าเป็นพวกใคร่เด็ก (pedo/paedophile) ซึ่งเรื่องราวระหว่างทั้งคู่บานปลายจากกรณีที่อันส์เวิร์ธให้สัมภาษณ์วิจารณ์เรือดำน้ำจิ๋วที่มัสก์ส่งมาช่วยภารกิจที่ถ้ำหลวงว่า ไม่มีทางใช้งานได้จริงอย่างแน่นอนในภารกิจนี้ เนื่องจากมัสก์ไม่รู้สภาพที่แท้จริงของถ้ำ มัสก์เข้ามามีส่วนร่วมก็เพราะต้องการประชาสัมพันธ์ตัวเขาเอง ส่วนเรื่องที่มัสก์มายังถ้ำหลวงนั้น อันส์เวิร์ธบอกว่ามัสก์ถูกขอให้ออกจากถ้ำโดยทันที ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัสก์ทวีตตอบโต้ข้อความวิจารณ์ของอันส์เวิร์ธ และบทความนิวยอร์กไทมส์ที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ยกขึ้นมากล่าวถึงเมื่อวันอาทิตย์ โดยใช้คำเรียกอันสเวิร์ธว่า &amp;quot;pedo guy&amp;quot; เมื่อถูกทักท้วง มัสก์ยังทวีตต่อผู้ติดตามมากกว่า 22 ล้านคนของเขาด้วยความมั่นใจว่า เป็นเรื่องจริงที่เขาพร้อมเดิมพัน 1 ดอลลาร์ &amp;nbsp;อย่างไรก็ดีต่อมามัสก์ได้ลบทวีตเหล่านี้ทิ้งและยังไม่ได้กล่าวขอโทษใดๆ เอเอฟพีกล่าวว่าได้ติดต่อไปที่บริษัทเทสลาของเขาแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอันส์เวิร์ธกล่าวกับเอเอฟพีในวันจันทร์ว่า เขาไม่เห็นทวีตเต็มๆ ของมัสก์ เพียงแต่ได้ยิน เมื่อถูกถามว่าเขาจะฟ้องร้องมัสก์หรือไม่ อันส์เวิร์ธกล่าวว่า หากเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ก็อาจจะฟ้อง เขาจะตัดสินใจเมื่อกลับไปอังกฤษในสัปดาห์นี้ พร้อมกับเสริมว่าเรื่องระหว่างตัวเขากับมัสก์ยังไม่จบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13538</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน, พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ริชาร์ด แฮร์ริส, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคร็ก ชาลเลน, เจสัน มัลลินสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cadf6680d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Thai Navy SEAL แจงด่วนกรณีเสื้อเพื่อวีรบุรุษถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2561 &amp;ndash; จากกรณีชุมชนคนรักสัตว์โคราชได้โปรโมทจัดทำเสื้อเพื่อนำรายได้มาให้ครอบครัว น.ต.สมาน กุนัน ซึ่งเพจ Thai NavySEAL ได้ระบุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ก.ค.ว่า มีผู้สอบถามเข้ามามากครับสำหรับเสื้อที่โปรโมทขายชุดนี้ ทางหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือไม่ทราบเรื่องและไม่เคยได้รับการติดต่อขอใช้สัญลักษณ์ปีกฉลามขาวคู่ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เพจ Thai NavySEAL ได้ชี้แจงอีกครั้งว่า คณะผู้จัดทำเสื้อมีคำชี้แจงมาตามนี้ 1.ขอยกเลิกการรับบริจาคค่าเสื้อเพื่อมอบให้วีรบุรุษ 2.จะคืนเงินที่รับบริจาคให้ทุกคนภายในวันนี้ 3.จะไม่มีการนำเสื้อดังกล่าวไปใช้ตามเจตนารมณ์ของเจ้าของรูป และจ่ายเงินค่าทำเสื้อ 56,000 บาทเอง 4.จะมอบเงินบริจาคให้ครอบครัววีรบุรุษทั้งหมด 83,600 บาท โดยมอบผ่าน พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ตามความตั้งใจที่จะจัดทำโครงการ ขอกล่าวคำขอโทษกับทุกฝ่าย โดนมีเจตนาบริสุทธิ์และอยากมอบให้วีรบุรุษด้วยหัวใจ จาก ชุมชนคนรักสัตว์โคราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจ Thai Navy SEAL จึงขอแจ้งให้ทุกท่านทราบมา ณ ที่นี้ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13427</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Navy SEAL, ชุมชนคนรักสัตว์โคราช, น.ต.สมาน กุนัน, ปีกฉลามขาวคู่, เพจ, เสื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4acef5bd8c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
