<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 3 ก.ค.นี้ สุวรรณภูมิจับมือสาธารณสุข เปิดตัว &quot;แลป&quot; ตรวจโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 2563 นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ &amp;nbsp;เปิดเผยว่าสำหรับการเดินทางของผู้โดยสารในประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขณะนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลางเดือนที่ผ่านมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 4,000 คนต่อวัน มีจำนวนเที่ยวบิน 58 เที่ยวบินต่อวัน &amp;nbsp;แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมีผู้โดยสารที่เดินทางสำหรับเที่ยวบินในประเทศ 8,045คน มีเที่ยวบินรวม 177เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเที่ยวบินระหว่างประเทศ หลังจากที่ สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)มีประกาศผ่อนคลายออกมามีผลวันที่ 1 ก.ค.63โดยเปิดช่องให้คนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยแต่มีความประสงค์จะเดินทางให้ทำเรื่องขออนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศนั้น &amp;nbsp;การผ่อนคลายดังกล่าวไม่น่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดตัวห้องแลปคัดกรองโรคในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน(คองคอร์ด G) &amp;nbsp;ซึ่งแลป ดังกล่าวจะสามารถตรวจคัดกรองไวรัส covid-19 ทราบผลการตรวจโรคภายใน 1 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่นำคนไทยกลับมา ตามมาตรการที่ภาครัฐเปิดให้คนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับมากับเที่ยวบินเหล่านี้เดินทางได้ &amp;nbsp;แต่ในวันนี้มีผู้โดยสารไม่มากนัก &amp;nbsp;แต่เชื่อว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็จะมีเที่ยวบินจากต่างประเทศนำคนไทยกลับมามากขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งแลปคัดกรองทราบผลเร็วๆนี้ &amp;nbsp;ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ท.สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.กล่าว่าสำหรับภาพรวมการให้บริการของท่าอากาศยานดอนเมืองขณะนี้ สำหรับผู้โดยสารภายในประเทศ มีผู้โดยสารใช้บริการอยู่ประมาณวันละ 24,000 คนโดยมีเที่ยวบินให้บริการอยู่ที่ 220 เที่ยวบินต่อวัน และเชื่อว่าในช่วงวันหยุดยาวระหว่าง 4-7 ก.ค.ก็จะมีผู้ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองเฉลี่ยวันละ 30,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนประเด็นเรื่องการจัดทำแลป เพื่อทำการตรวจสอบคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิค-19 โดยทราบผลเร็วภายใน 1 ชั่วโมง ในพื้นที่ของท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้คงยังไม่มีความจำเป็นเนื่องจากว่าปัจจุบันมีแลปของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงในย่านหลักสี่ โดยสามารถทำสวอปผู้โดยสารจากต่างประเทศ จากท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังแลปทำการตรวจและรู้ผลภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.สัมพันธ์ กล่าวว่าส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับการผ่อนคลายให้ผู้โดยสาร จากต่างประเทศเดินทางเข้ามายังไทยนั้น แม้จะมีการใช้แลปตรวจทราบผลเร็วภายใน 1 ชั่วโมงมาใช้ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาว่าผลการตรวจจะยืนยันการไม่ติดเชื้อได้ 100%หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ผู้โดยสารผ่านการคคัดกรองไปแล้ว ผลเป็นลบต่อการติดเชื้อ แต่ได้ไม่กี่วันต่อมาก็ปรากฏว่ามีอาการติดเชื้อเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องให้ความระมัดระวัง ดังนั้นการเปิดให้ผู้โดยสารจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย น่าจะดำเนินการในเฉพาะบางประเทศที่มีการระบาดของไวรัสโควิดลดน้อยลง มีสถานการณ์ใกล้เคียงกับประเทศไทยก่อน เนื่องจากต้องยอมรับว่า หากประเทศไทยเกิดปัญหามีการระบาดในรอบที่ 2 ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กระทบเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและกำลังใจ ที่เคยมีจากผลสำเร็จที่ดำเนินการในตลอดช่วงที่ผ่านมาก็จะสูญเสียไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนภาพรวมของการให้บริการท่าอากาศยานในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ซึ่งปัจจุบันมีค่ากับยาในสังกัดอยู่ 28 แห่ง และมีหลายหน้ากับยางที่เปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศไปแล้ว ด้วยนะวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่าอากาศยานในสังกัดของ ทย.มีผู้โดยสารใช้บริการ14,264คน มีเที่ยวบินทำการบินทั้งสิ้น72เที่ยวบิน .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจโควิดที่สนามบิน, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์, แลปตรวจโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1ad38b8b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เดือด!ลูกสาวผอ.สนามบินสุวรรณภูมิเฉ่งยับรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือกักผีน้อยพ่อจึงลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ(น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13มี.ค.63-จากกรณี น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.)โดยหนังสือลาออกขอให้มีผลบังคับ16 เม.ย.63 โดยเหตุผลที่ขอลาออก คือขอแสดงความรับผิดชอบที่บริหารจัดการศูนย์ EOC ไม่ดีจนมีกรณีผีน้อยหลุดออกไปจากการคัดกรอง
ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เป็นบุตรสาวของ น.ท.สุธีวัฒน์ ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อเเรื่องดังกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า
#รัฐบาลส้นตีน
เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกทางการเมืองเท่าไหร่
แต่รอบนี้ไม่ไหวจริง
1. พ่อจะลาออกจริง
2. ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นจริง ในเมื่อขอความร่วมมือการท่าปฏิบัติทุกอย่าง แต่เมื่ออยากขอรวามร่วมมือบ้าง อาทิเช่นเรื่องเด็ดเลย กักตัวผีน้อย ดันบอก &amp;ldquo;ตัวเองไม่มีหน้าที่กักคนไทย กฎหมายไม่ได้ระบุไว้เลยไม่ทำ&amp;rdquo; อยากด่าแทนพ่อสั้นๆว่า อห. ที่ไม่ได้หมายความว่าโอ้โห
3.เรื่องหน้ากาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่สนามบินสัมผัสทั้งทางตรงกับทางอ้อมของผู้โดยสารที่เข้า-ออกประเทศเป็นประจำทุกวัน การท่าทำเรื่องเพื่อขอซื้อ แต่ไม่ได้รับโควต้า เนื่องจากถูกรัฐบาลแย่งเอาไป ประเด็นคือถ้าเอาไปให้หมอหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ขาดแคลนจะไม่ว่า แต่นี่เอาไป... (คิดเอาเอง)
4.ยังมีอีกหลายเรื่องรวมกัน สรุปได้สั้นๆ เหตุเกิดมาจาก #รัฐบาลส้นตีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายลงท้ายด้วยคำพูดของพ่อ:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมื่อทุกคนไม่ได้มีแนวคิดว่าขณะนี้เรามีวิกฤตของประเทศถ้าข้าราชการทุกหน่วยที่ต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างคนต่างตั้งคอก ไม่คิดจับมือประสานงานไม่สามัคคี ต่างหน่วยต่างเกี่ยงให้ สธ.ต้องรับผิดชอบ และเผอิญคนที่ สธ.ส่งมาไม่มีบุคลิกความเป็นผู้นำ เหตุการเลยร้ายแรงกว่าที่ท่านทราบกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Credit: songkiet chartwattan (@songkietchartwa)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59626</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กักตัวผีน้อย, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์, สนามบินสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1ad38b8b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถเฉี่ยวชน ด่าคนทั้งปท. ตร.ไล่เช็กบิล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มตี๋ขับซีวิคป้ายแดงเฉี่ยวชนกระบะ ลงมาด่ายับทั้งที่ตัวเองน่าจะผิด ลามไปถึงดูหมิ่นประเทศไทย บริษัทต้นสังกัดประกาศปลดทันที ชาวเน็ตขุดวีรกรรม ระบุเป็นลูกเจ้าหน้าที่สถานทูต ตำรวจเตรียมเช็กบิล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โต้ เจ็ทโด้ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความ &amp;ldquo;กลับรถไม่ดูรถมาทางตรงเลยน่ะเสี่ย ลงมาด่ากูยับเลย ไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแล้ว&amp;rdquo; ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ป้ายแดง เฉี่ยวชนกับรถกระบะ บริเวณถนนอุทยาน หรือถนนอักษะ ย่านทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เขตเชื่อมต่ออำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งคนขับรถฮอนด้า ผิวขาว สวมแว่น ได้ลงมาโวยวายด่าทอคู่กรณี ลามไปถึงด่ากราดคนไทยทั้งประเทศ ว่าด้อยพัฒนา คนจนเป็นคนชั้นต่ำ ไม่มีบ้าน-รถหรู อย่างตน ก่อให้เกิดกระแสไม่พอใจในสื่อออนไลน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา บริษัท กาซ่าดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า เบื้องต้นทางบริษัท กาซ่าดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้จัดตั้งในประเทศไทยและได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายไทยตลอดมา บริษัทเคารพและเชิดชูในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด จากเหตุการณ์ตามคลิปที่โพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีพนักงานของบริษัท กาซ่าดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ใช้คำพูดและแสดงกิริยาก้าวร้าวรุนแรง รวมถึงหมิ่นประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางบริษัทรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พนักงานดังกล่าวพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ตามมาตรการและระเบียบบริษัท โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในโลกออนไลน์ยังมีการขุดคุ้ยการกระทำในอดีตของคนขับรถฮอนด้า ซีวิค รายนี้ ว่าเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีผู้ระบุว่าชายคนนี้เป็นลูกชายเลขานุการทูตประจำประเทศหนึ่งในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ต.ค.นี้ รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ได้กลับรถบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ช่วงหน้าพุทธมณฑล แล้วเฉี่ยวชนกับรถกระบะสีขาวคู่กรณีเพียงเล็กน้อย แต่ที่เป็นประเด็นคือทางฝ่ายรถเก๋งมีการด่าว่าฝ่ายรถกระบะ แต่เมื่อตำรวจไปถึงจุดเกิดเหตุทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้แล้ว และได้เรียกประกันมาตกลงค่าเสียหายกันเอง โดยไม่มาที่สถานีตำรวจ เพราะไม่มีคนเจ็บแต่อย่างใด ก่อนจะแยกย้ายกันไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ขับขี่รถซีวิคคันดังกล่าว ที่มีการด่าทอ ดูถูกคนไทย ดังปรากฏในคลิปที่มีการแชร์ไปทั่วทั้งสังคมออนไลน์นั้น สภ.พุทธมณฑลจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลในคลิปต่อไป ในข้อหาดูหมิ่น หมิ่นประมาท มีอัตราโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนจะมีข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขณะนี้กำลังตามตัวหนุ่มซีวิคคนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.พุทธมณฑลแล้ว ซึ่งในประเด็นที่มีการด่าว่าหรือดูหมิ่นกันนั้น คงต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน หากเป็นความผิดต่อส่วนตัว ฝ่ายที่เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อน แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถกล่าวโทษเองเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ชายคนดังกล่าวพูดในคลิปลักษณะที่ว่า ตนเองอายุ 24 ปี เป็นลูกเศรษฐี มีรถป้ายแดงคันละล้านสอง มีทุกอย่างที่เจ้าของคลิปไม่มี และตนไม่แคร์ตำรวจ เพราะรู้จักนายตำรวจใหญ่นั้น ถึงแม้จะเป็นการพูดส่วนตัวของคู่กรณี ก็ไม่อยากให้มาพูดพาดพิงหรือส่งผลเสียต่อองค์กรอื่น โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าการกระทำจากเหตุการณ์ข้างต้นเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายใด ก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน ไม่มีการยกเว้นว่ารู้จักผู้ใดหรือไม่ โดยที่ผ่านมามักมีการแอบอ้างลักษณะนี้เยอะ ทำให้ประชาชนมององค์กรตำรวจไม่ดี&amp;quot; รองโฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกกรณีหนึ่ง มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ชายรูปร่างอ้วนขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ทางด้านฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH2 ซึ่งเป็นทางเข้าโดยโดยไม่ยอมรับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่เจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ต่อมามีชายสูงวัยขับรถมารับชายคนก่อเหตุออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า บุคคลดังกล่าวเข้ามารับทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิเกี่ยวกับการชาร์จไฟ และทำป้ายโฆษณาภายในสนามบิน ซึ่งในวันที่เกิดเหตุมีปัญหาทะเลาะกันแฟนสาวจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยแนวทางการปฏิบัตินั้น เจ้าหน้าที่สนามบินจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้วยการจับกุมและควบคุมตัวไป สภ.สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเหตุเกิดตั้งแต่ 02.00 น.วันที่ 22 ต.ค. แต่กลับมาแจ้งความตอนตี 04.00 น. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานผลการเกิดเหตุดังกล่าวให้กับตนได้รับทราบ มารู้ทีหลังเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว ซึ่งได้ให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนกรณีที่ไม่รายงานในเรื่องนี้ และพร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ ทอท.ไม่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุในช่วงที่เกิดเหตุ เป็นเพราะบิดาของผู้ก่อเหตุได้ไหว้ขอโทษเจ้าหน้าที่และตบหน้าลูกชายให้ได้สติ ซึ่งพนักงานเห็นว่าบิดาไม่ได้เข้าข้างบุตรชาย และบิดาขอนำตัวบุตรชายกลับบ้านไปก่อน และจะนำบุตรชายเข้าพบพนักงานสอบอีกครั้ง โดยได้นำตัวบุตรชายเข้าพบตำรวจแล้ว และเรื่องนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ย จะต้องขึ้นศาลดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายวัฒนา ศุริยะพงษ์ บิดาของนายพศวัต ศุริยะพงษ์ ได้พาบุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา&amp;nbsp;เบื้องต้นมีการแยกแจ้งความเป็น 2 ส่วน โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแจ้งความในข้อหา บุกรุกยามวิกาล รวมทั้งละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในส่วนของบริษัทผู้รับสัมปทาน ก็แจ้งความข้อหา ทำลายทรัพย์สิน ตามคลิปภาพที่ปรากฏ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงษ์ กิตติขจร, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์, บริษัท กาซ่าดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย, วัฒนา ศุริยะพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db04a6f299a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
